• บ้านรักไทย เที่ยวหมู่บ้านจีน ชมไอหมอกสุดโรแมนติก

    เที่ยวหมู่บ้านจีนยูนานริมทะเลสาบ บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน  ชมวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่โอบล้อมทิวเขา มีอ่างเก็บน้ำกลางหมู่บ้าน ในยามเช้าจะได้เห็นสายหมอกลอยพลิ้วปกคลุมกลายเป็นภาพที่งดงามหมือนฝัน ยังมีกิจกรรมล่องเรือจีนชมวิว  เป็นถิ่นปลูกชาชั้นดีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง ชายอดน้ำค้าง ชาอู่หลง ชาอัสสัม ชาโสม ที่แต่ละร้านมีให้จิบชาฟรี รวมทั้งอาหารจีนยูนาน ทั้ง ขาหมูหมั่นโถว เห็ดหอมอบซี่อิ้ว  ผักผักยูนนานต่าง บ้านรักไทย จึงเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งเมืองสามหมอก ที่ ที่บ้านรักไทยยังมีที่พักมากมายให้เลือก เพื่อมาพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศของความเป็นชุมชนชาวจีนยูนนานได้แบบเต็มอิ่ม  เป็นสถานนที่ท่องเที่ยวที่มีความครบครัน มีกิจกรรมให้สนุกมากมาย  

     

     

    บ้านรักไทย  ตั้งอยู่ในตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ไกลจากปางอุ๋ง เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) ก๊กมินตั๊ง เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในเมืองจีน เพราะบ้านเรือน ร้านค้า สิ่งก่อสร้างต่างๆ ดีไซน์แบบจีนเกือบทั้งหมด  เคยมาเที่ยวบ้านรักไทย ตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่มีร้านค้า ที่พักมากมายขนาดนี้ บรรยากาศยังเป็นแบบดั้งเดิม แต่ถึงแม้เวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ชื่นชมคือ หมู่บ้านแห่งนี้ ยังคงมีความเหนี่ยวแน่น ในการรักษาวัฒนธรรมแบบจีนของตัวเองไว้ไม่เปลี่ยน โดยส่วนตัว เราชอบ บ้านรักไทย ในเวอร์ชั่นนี้มากกว่า เพราะมีอะไรให้เที่ยวแบบเพลิดเพลินมากขึ้น  ทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ ถ่ายรูปสวย จำนวนมากในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดในฤดูหนาว เส้นทางภายในหมู่บ้านค่อนข้างแคบ ช่วงเช้าและเย็นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและรถยนต์ ทำให้การจราจรอาจติดขัดบ้างในบางช่วง ส่วนช่วงเที่ยวถึงบ้านค่อนข้างเงียบสงบ 

     

     

    ไฮไลท์ของการมาเที่ยวหมู่บ้านรักไทย คือ ชมสายหมอกลอยเหนืออ่างเก็บน้ำในยามเช้า มีกิจกรรมล่องเรือ ซึ่งเรือที่ใช้เป็นเรือดีไซน์แบบจีน ที่เข้ากับบรรยากาศมากๆ นั่งเรือจีนผ่านสายหมอก ชมวิวหมู่บ้าน สัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะในฤดูหนาวบ้านรักไทยตอนเช้าอุณหภูมิเลขตัวเดียว ประมาณ 5-9 องศา  ส่วนช่วงเวลาอื่นประมาณ 13-19 องศา อากาศเย็นสยายทั้งวัน

     

     

     

    บ้านรักไทย มีที่พักน่าพักหลายแห่ง ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ รวมทั้งที่พักกลางไร่ชาบนเนินเขา หากมาเที่ยวในฤดูหนาวประมาณเดือนธ.ค. – ม.ค. แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะส่วนใหญ่ที่พักจะเต็มตลอด เราเลือกพักที่ ชาสา รักไทย รีสอร์ท ซึ่งจองล่วงหน้ามาก่อนเกือบ 3 เดือน เพราะเป็นที่พักชื่อดังของบ้านรักไทย ตั้งอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นวิวของบ้านรักไทยในมุมสูงได้เกือบทั้งหมด และอยู่ในย่านร้านค้าและถนนคนเดินของบ้านรักไทย ที่นี่มีบ้านพักหลายแบบหลายห้องมากๆ  ตั้งเรียงรายลดหลั่นตามเนินเขา รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ยาวมาก ที่เป็นโคมไฟสีแดงทั้งหมด คือ พื้นที่ของชาสารักไทย เหมือนเป็นอาณาจักรหนึ่ง

     

     

     

    มีจุดชมวิว สร้างคล้ายกับกำแพงเมืองจีนทอดยาว มองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำ และบรรยากาศของหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่าง เป็นที่พักที่เรียกได้ว่า วิวปังสุด

     

     

    เราพักแบบบ้านดิน เป็นบ้านหลังเดี่ยวกลางไร่ชา ใกล้กับจุดชมวิวกำแพงเมืองจีน ห้องพักเป็นห้องแอร์ แต่ไม่ได้เปิดแอร์เพราะอากาศเย็นมาก ภายในห้องกว้างพอเหมาะ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีที่นั่งชมวิวข้างนอก  ราคาหลังละ 2000 บาท รวมอาหารเช้า 

     

     

    สำหรับลูกค้าที่มาพัก มีที่จอดรถข้างบนค่อนข้างกว้าง หากต้องการลงมาข้างล่าง มีบันไดจากกำแพงเมืองจีนให้เดินลงไป ยังร้านอาหารที่กว้างใหญ่อลังการมาก มีชาเสิร์ฟฟรี ทานกับอาหารพื้นเมืองแบบจีนยูนนานให้ทานมากมายหลายเมนู แน่นอน ขาหมูหมั่นโถว เห็ดหอมทอดซีอิ๋ว และไก่ดำตุ๋นยาจีนต้องมา ไก่ดำ เห็ดหอม รสชาติอร่อยชอบมาก แต่ขาหมูส่วนตัวเราว่าน้ำขาหมูไม่เข้มข้น แต่เนื้อหมูนุ่มดี แต่ทานกับน้ำจิ้มขาหมูเปรี้ยวๆก็พอได้อยู่

     

     

    เดินเล่นชมบรรยากาศรอบหมู่บ้าน หมู่บ้านรักไทย มี 2 ฝั่ง คือ ฝั่งลีไวน์รักไทย กับชาสา ซึ่งเป็นจุดที่คึกคัก เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตรงนี้ สำหรับขาช็อป ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของ ชาต่างๆ ผลไม้เมืองหนาวอบแห้ง อัลมอนด์ วอลนัท เดินเลือกซื้อได้ตามร้านค้าที่ตั้งเรียงรายติดกันริมถนน  ทุกร้านมีชาให้ชิมฟรีทั้งหมด และยังมีกาแฟ ชา เครื่องดื่มอื่นๆ อีกด้วย  มีที่นั่งด้านหลัง สามารถนั่งชมวิวทะเลสาบ นั่งมองเรือจีนที่ล่องผ่าน

     

     

     

    ลีไวน์ รักไทย คอฟฟี่ ร้านชื่อดังแห่งบ้านรักไทย ตัวร้าน 2 ชั้น ออกแบบในสไตล์จีนร่วมสมัย ที่นี่เป็นจุดขึ้นเรือและจองจองเรือ ใครที่สนใจล่องเรือ ค่าบริการล่องเรือเริ่มต้นคนละ 160 บาท แบบเหมาลำ ใช้เวลาล่องเรือ 30 นาที สามารถล่องได้ตลอดทั้งวัน เริ่ม 6 .30 น.- 22.00 น.ช่วงเช้าแนะนำให้จองเรือไว้ก่อน เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก หากอยากได้แสงสวยๆ แนะนำให้มาประมาณ 7 – 8โมงเช้า

     

     

    ร้าน ภูน้ำรักไทย อยู่ใกล้กับลีไวน์เป็นร้านอาหาร ที่ค่อนข้างใหญ่มีพื้นที่กว้าง 

     

     

    มีบริการรถพาชมวิวรอบหมู่บ้าน ตกแต่งมาในแบบจีนเช่นกัน ราคารอบละ 160 บาท

     

     

    บ้านรักไทย ยังมีจุดกางเต้นท์ริมอ่างเก็บน้ำด้วย ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า รวมทั้งมีที่พักในรูปแบบเต้นท์ให้บริการประมาณ 3 แห่ง

     

     

    ชมวิวฝั่งชาสาไปแล้ว เราขับรถไปเดินเล่นฝั่งตรงข้ามบ้าง แต่ถ้าใครชอบเดินก็เดินไปได้ ไม่ได้อยู่ไกลกันมาก เดินชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ ฝั่งนี้ค่อนข้างเงียบกว่าฝั่งนู้น ระหว่างทางมีที่พักตลอด ร้านอาหาร ร้านสวยแบบจีน แวะจิบชาเครื่องดื่ม นั่งเล่นได้แบบไม่มีความวุ่นวายมาก เริ่มจากที่นี่ เป็นที่พักเห็นการตกแต่งก็สะดุดตา ต้องแวะเข้ามา ตกแต่งมีความเป็นจีนมาก ตัวร้าน ประตู โต๊ะ เก้าอี้ ภาพวาดริมำแพง นึกว่านั่งอยู่ในร้านแถวเมืองจีน มีชาให้จิบฟรีเช่นกัน ชาหอมมาก ถึงกับต้องซื้อกลับบ้านกันเลยทีเดียว

     

     

    อีกร้านอยู่ตรงข้ามกัน ชื่อว่าร้าน จินเหม่ย เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านชา จิบชาร้อนแล้ว มาต่อด้วยชาเย็นที่ร้านนี้ ชารสเข้มหอมชาอีกเช่นเคย ก็เรามาถึงถิ่นชาทั้งที่ถ้าชาไม่หอมคงเสียชื่อ

     

     

    อีกร้านอาหารที่ไม่ควรพลาด ร้านก๋วยเตี๋ยวยูนาน ป้าหว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา รสชาติอร่อยแห่งบ้านรักไทย ร้านวิวดีมากตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำวิวตรงหน้าคือ ที่พักชาสา และลีไวน์รักไทย ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม รวมทั้งวิวที่พักบ้านเรือนต่างๆ ที่ขนาบข้าง นอกจากขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังขายชาและของฝากต่างๆ อีกด้วย

     

     

    ร้านนี้เน้นเมนูอาหาร ทั้ง ก๋วยเตี๋ยวยูนาน  ข้าวซอยยูนาน เต้าหู้ทอด  ยำยูนานแอบติดใจเมนูข้าวซอยอร่อยมาก เส้นนุ่ม น้ำซุปกลมกล่อม อาหารทุกอย่างให้เยอะมาก กินจนอิ่มท้อง ในราคาหลักสิบ

     

    ช่วงเย็นมานั่งจิบชา ที่ร้านชาฮ่องเต้ ที่อยู่ในย่านคึกคัก ร้านติดกับลีไวน์คอฟฟี่ มองหน้าร้านอาจไม่สะดุดตาและเลยผ่านไป แต่พอเดินเข้าไปหลังร้านที่เป็นโซนที่นั่ง วิวปังมาก  ที่นั่งโล่งมาก เห็นวิวของอ่างเก็บน้ำได้แบบเต็มตา ชอบวิวของร้านนี้มากที่สุด แถมนักท่องเที่ยวไม่เยอะด้วย และแน่นอนค่ะ มีชาให้เรานั่งจิบฟรีคลายหนาวอีกแล้ว  เสริร์ฟชามาพร้อมกับอัลมอนด์ ทานแล้วอร่อย เลยซื้ออัลมอนด์กลับบ้านไป 2 ห่อ แนะนำค่ะทั้งอัลมอนด์และวอลท์นัท ที่บ้านรักไทยอร่อยและหอมค่ะ แถมราคาไม่แพงถุงละ 100 บาทเท่านั้น รสชาติควรค่าแห่งการซื้อกลับบ้านหรือซื้อฝากก็ได้

     

     

    ช่วงค่ำทุกร้านเริ่มเปิดโคมไฟสว่างสไว ยิ่งเพิ่มบรรยากาศเหมือนนั่งอยู่เมืองจีนไปอีก ช่วงเวลานี้ เป็นอีกช่วงที่นักท่องเที่ยวจะมานั่งทานข้าวตามร้านต่างๆ รวมถึงจับจ่ายซื้อของกัน ร้านอาหารยูนานส่วนใหญ่เต็มแน่น แนะนำอีกร้านดังๆ ควรจองและสั่งอาหารล่วงหน้าค่ะ จะได้ไม่รอนาน  

     

     

    ช่วงเวลาไฮไลท์ที่รอคอยก็มาถึง ตื่นเช้ามาชมสายหมอกที่ปกคลุมและลอยเหนืออ่างเก็บน้ำ 6.30 น. นักท่องเที่ยวก็เริ่มล่องเรือกันแล้วค่ะ มาต่อแถวรอคิว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ที่จองกันล่วงหน้า ส่วนเราก็ขับรถไปยังฝั่งตรงข้ามที่ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าหว่า เพิ่อไปรอเก็บภาพแสงไฟและสายหมอก และเรือจีน ที่สะท้อนลงมากระทบผืนน้ำสวยงาม

     

     

    พอเริ่มสว่าง จะเห็นวิวของชาสารักไทย และลีไวน์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับสายหมอกที่เริ่มลอยมาปกคลุม สำหรับเราถ้าอยากเห็นหมอกเยอะ ต้องมาเที่ยวในช่วงที่หนาวจัดและปลอดฝน ปลอดลมจริงๆ คือ ประมาณเดือนมกราคม เพราะเคยมาเดือนธันวาคมมีไอหมอกค่ะ แต่ยังไม่เยอะเท่า ส่วนฤดูฝน คือ แทบไม่มีแต่นักท่องเที่ยวน้อย ได้บรรยากาศของความเงียบสงบไปอีกแบบ

     

     

    จากนั้นพระอาทิตย์เริ่มขึ้น เรามูฟออนไปยังชาสา รักไทย ที่พักเพื่อเก็บบรรยากาศในมุมสูง ที่สามารถชมได้จากที่พักเลยค่ะ ช่วงแสงส่องลงมา คือ สวยพอดี มองเห็นสายหมอก เรือ และบรรยากาศของหมู่บ้านทั้งหมด เหมือนภาพวาดมาก

     

     

    บริเวณทางเดินกำแพงเมืองจีนของที่พัก ต่อด้วยร้านอาหาร วิวคือสุดจริง ไม่ผิดหวังที่เลือกพักที่นี่เลยค่ะ

     

     

     

    จากนั้นเดินลงมาข้างลงตรงโซนถนน เก็บภาพบรรยกาศในบริเวณนี้บ้าง มองเห็นในระดับสายตา

     

      

     

    ไปต่อที่ลีไวน์ คอฟฟี่ ซึ่งช่วงเช้าหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แสงจะส่องลงมาตรงร้านพอดี ถ่ายรูปมาสวยมาก มุมนี้อยู่บริเวณชั้นสองของร้านนะคะ เป็นมุมไฮไลท์อีกมุม ของบ้านรักไทย ที่ทุกคนต้องมาเก็บภาพ

     

     

    ไม่ลืมที่จะแวะไปนั่งจิบชา ที่ร้านชาฮ่องเต้ ที่อยู่ติดกัน ไปทั้งเย็น และเช้าเลยค่ะ เพราะร้านนี้วิวดีจริง อยู่ริมอ่างเก็บน้ำแบบใกล้ชิดมาก

     

     

    ก่อนกลับต้องผ่านร้านป้าหว่า เลยหยุดเก็บภาพมุมนี้อีกครั้ง ประมาณ 9 โมงกว่า ไอหมอกยังมีให้เห็นอยู่ แต่อาจไม่มากเหมือนช่วงเช้า สำหรับการมาเที่ยวบ้านรักไทยในครั้งนี้ เป็นการกลับมาในรอบหลายปี เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปเยอะมาก แต่เรารัก บ้านรักไทย ในแบบนี้มากกว่า ที่นี่ยังคงเป็นสถานที่โรแมนติกสวยงามในความรู้สึกเสมอค่ะ คุ้มค่ากับการขับรถมาเป็นพันโค้งเพื่อมาเก็บภาพความประทับใจและความทรงจำใหม่อีกครั้ง

     

     

    Tags : , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รีวิวคาเฟ่และร้านอาหาร