• 35 ที่เที่ยวเด็ด 3 จังหวัดชายแดนใต้ เที่ยวได้ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

    ไปเที่ยว 3 จังหวัดในชายแดนใต้กันบ้างมั้ย แค่ได้ยินชื่อก็ไม่กล้าเที่ยวแล้วใช่มั้ย ด้วยข่าวที่กระจายผ่านสื่อต่างๆ ทำให้หลายคนหวั่นใจ อยากมาแต่แอบกลัวในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก  แต่ทั้งที่ในเรื่องของการท่องเที่ยว 3 จังหวัดนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ลองปักหมุดเลือกมาสักจังหวัด ปัตตานี ยะละ นราธิวาส แล้วความคิดกลัวที่อยู่ในใจจะหายไป แปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจทั้งเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ความน่ารักของคนในพื้นที่

     

     

    ปัตตานี

     

    วัดช้างให้

     

     

    วัดช้างให้ ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธ์ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี วัดช้างให้ ถือว่าเป็นวัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด เพราะท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดและอัฐของท่านก็ถูกบรรจุไว้ที่วัดแห่งนี้ วัดช้างให้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดปัตตานี ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามากราบสักการะหลวงปู่ทวดอย่างไม่ขาดสาย ที่เรียกว่าเมื่อมาถึงปัตตานีดินแดนแห่งปลายด้ามขวานแล้วต้องแวะมาให้ได้

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  วัดช้างให้

     

     

    มัสยิดกลางปัตตานี

     

     

    มัสยิดกลางปัตตานี ตั้งอยู่ที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมืองปัตตานีที่ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีความโดดเด่น และยังเป็นศาสนสถานศูนย์รวมจิตใจของผู้นับถือศาสนาอิสลามในภาคใต้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง รูปทรงภายนอกของมัสยิดมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล เป็นสถานที่เมื่อมาถึงปัตตานี ต้องมาชมศิลปและความสวยงามของตัวอาคาร ปมัสยิดแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  มัสยิดกลางปัตตานี 

     

     

    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

     

     

    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ความศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปัตตานีมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ในตัวเมืองปัตตานี เป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในปัตตานี ในต่างจังหวัด และในต่างประเทศ ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ศาลเจ้าเล่งจูเกียงหรือชื่อที่ชาวบ้านเรียก “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว”  

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

     

    ย่านชุมชนเมืองเก่าปัตตานี

     

     

    ย่านชุมชนเมืองเก่าปัตตานี ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นชุมชนชาวจีนมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ซึ่งประวัติของชุมชนมีความเกี่ยวกันกับการสร้างศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ด้วยตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี ทำให้ชุมชนแห่งนี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับกลายเป็นเมืองท่าสำคัญริมแม่น้ำปัตตานี ในสมัยรัชกาลที่ 3 ชุมชนเมืองเก่าปัตตานีมีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนขึ้นมาจำนวนหลายหลัง ซึ่งยังคงความสวยงามคลาสสิกเป็นมรดกแห่งชุมชนตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้

     

    สกายวอลค์ปัตตานี

     

     

    สกายวอล์ค ปัตตานี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ภายในพื้นที่ของสวนสมเด็จสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์  หรือ สวนแม่ ลูก สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของชาวปัตตานี โดยบริเวณทางเข้าสวน  ได้จัดทำเป็นเส้นทางเดินลอยฟ้าเหนือป่าชายเลนที่มีความสูง 12 เมตร ประมาณตึก 5  ชั้น สกายวอล์ค แห่งนี้สามารถชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา ชมเมืองปัตตานี วิถีชีวิตชาวประมง รวมถึงชมความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกอีกด้วย

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  สกายวอลค์ปัตตานี

     

    วังยะหริ่ง

     

     

    วังยะหริ่ง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองยะหริ่งในปัจจุบัน นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะหริ่งยิ่งนัก เพราะสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิคหลังนี้ ได้ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจากต่างแดนอยู่เป็นกิจวัตร ปัจจุบันนี้วังยะหริ่งยังมีให้เห็นถึงความสมบูรณ์ แม้จะมีอายุการสร้างวังของเจ้าเมืองยะหริ่งมานานถึง 100 กว่าปี  แต่วัตถุและหลักฐานของเรื่องราวตั้งแต่ยุคคุณทวดทุกอย่างยังถูกรวบรวมและจัดวางไว้เหมือนกับในอดีต  ทำให้ผู้คนที่นี่ยังรู้สึกว่าวังยะหริ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้เวลาจะเปลี่ยนผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ตาม

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  วังยะหริ่ง 

     

    มัสยิดกรือแซะ

     

    มัสยิดกรือเซะ มัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีในจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองปัตตานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร สันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบโกธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง รูปลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สาทรงกลมเลียนรูปลักษณะแบบเสาโกธิคของยุโรป ช่องประตู หน้าต่างมีทั้งแบบโค้งแหลม และโค้งมนแบบโกธิค โดมและหลังคายังก่อสร้างไม่เสร็จ อิฐที่ใช้ก่อมีรูปลักษณะเป็นอิฐสมัยอยุธยา ตรงฐานมัสยิดมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปะปนอยู่บ้าง

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  มัสยิดกรือแซะ 

     

     

     

    เรือกอและหาดตะโละกาโปร์

     

     

    หาดตะโละกาโปร์ เป็นหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี เหมาะแก่การไปนั่งพักผ่อนชมความสวยงาม มีทิวสนและต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่นสวยงามและมีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงคลื่นลมค่อนข้างแรง เลยต้องเอาเรือมาจอดไว้ที่ฝั่ง เลยได้แค่ถ่ายภาพเรือที่จอดอยู่ริมน้ำบริเณป่าชายเลนบนฝั่งแทน

     

    ตัวอย่างทริปเที่ยวปัตตานี คลิ๊ก  เปิดใจ…ไปปัตตานี  8 จุดเที่ยว ที่จะทำให้รักเมืองนี้

     

     

     

    ยะลา

    อำเภอเมืองยะลา

     

    ถ้ำวัดคูหาภิมุข

     

     

    วัดคูหาภิมุข  ตั้งอยู่ที่ ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา เป็นวัดที่สำคัญและเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดยะลา  เดิมวัดนี้ชื่อ วัดหน้าถ้ำ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดคูหาภิมุข ในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ภายในวัดมีถ้ำใหญ่ ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่  พระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อยสวยงาม และน้ำใสสะอาดไหลรินจากโขดหิน  มีพิพิธภัณฑ์ศรีวิชัย เก็บวัตถุโบราณที่ได้มาจาก วัดถ้ำ ภูเขากำปั่น พระพิมพ์ดินดิบ สถูปเม็ดพระศก อิฐฐานพระพุทธรูป

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  ถ้ำวัดคูหาภิมุข 

     

    อำเภอเบตง

     

    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

     

    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง  ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตงที่เดินทางสะดวกรถขึ้นถึง และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง  ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง ประมาณ 40 กิโลเมตร ในพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 เมตร เป็นทะเลหมอกที่ใหญ่และสวยงาม ในช่วงเวลาเช้าจุดชมวิวแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินเปิดให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับทะเลหมอก  สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ และทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาไมโครเวฟ

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง 

       

    ทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต

     

     

    ทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต  จุดชมทะเลหมอกสุดอลังการที่มองเห็นได้แบบ 360 องศา เป็นสายหมอกที่คลอเคลียงดงามตามไหล่เขาที่เรียงรายสลับซับซ้อน หันมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สายหมอกขาวจรดขอบฟ้าครามที่โอบกอดเราไว้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดความงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย นักเดินทางที่ชื่นชอบในทะเลหมอกต้องไม่พลาด ที่สำคัญมีหมอกให้ชมได้ตลอดทั้งปีไม่ต้องรอให้ถึงหน้าหนาว รับรองได้ว่าหากใครได้ไปสัมผัสต้องประทับใจแบบไม่รู้ลืม

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  ฆูนุงซีลีปัต

     

    อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

     

    อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบตง เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย  ในยามค่ำคืนภายในอุโมงค์มีการติดไฟสวยงาม ทำให้ช่วงเวลาค่ำ จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเก็บภาพบรรยากาศของแสงสีในยามค่ำ

     

     

    อุโมงค์ปิยะมิตร

     

     

    อุโมงค์ปิยะมิตร  เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้น สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย  อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง ในปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีต

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก   อุโมงค์ปิยะมิตร 

     

    สตรีทอาร์ตเบตง

    นอกจากจะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ  เที่ยวในตัวเมืองเบตง ชมวีถีชีวิตของผู้คน อาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกลางหุบเขา ถ่ายภาพสตรีทอาร์ตน่ารักที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของความเป็นเบตงได้อย่างดีเยี่ยม  ช่วยแต่งแต้มสีสันให้เมืองเบตงมีบรรยากาศที่สดใส และน่าเที่ยวมากขึ้น แต่ละภาพจะวาดอยู่ตามผนังอาคารบ้านเรือน ในตรอกซอกซอย ให้ได้แวะแชะถ่ายภาพ ครีเอทท่ากันอย่างสนุกสนาน

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก  สตรีทอาร์ตเบตง 

     

    บ่อน้ำร้อนเบตง

     

    บ่อน้ำร้อนเบตง  เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งตรงจุดที่มีน้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 10 นาที ทางจังหวัดยะลาได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบ่อน้ำร้อน ให้มีความสวยงาม แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก บ่อน้ำร้อนเบตง 

                    

    สวนหมื่นบุปผา

     

     

    สวนหมื่นบุปผา หรือเรียกว่า สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง สวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้  เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา ที่มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ความสวยงามของดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวเย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม และสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก สวนหมื่นบุปผา 

     

    น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร9

     

     

    น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9  แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเบตง ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงสาย 410 ยะลา-เบตง บริเวณ กิโลเมตรที่ 33 บ้าน กม.32  ชื่อเดิม คือ น้ำตก “วังเวง” หรือ “อัยเยอร์เค็ม” เพราะเรียกตามชาวจีนที่มาทำเหมืองกับฝรั่งในยุคมลายูเป็นอานานิคมอังกฤษ ชื่อ เข่ง ชาวบ้านเรียก “ไอเข่ง” “ไอเกง” เพี๊ยนเป็น “อัยเยอร์เค็ม” ต่อมาในปีมหามงคลครบรอบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี 2542 จึงได้เข้ามาพัฒนาบุกเบิกเส้นทาง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้เปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9  

     

    วัดพุทธาธิวาส 

     

     

    วัดพุทธาธิวาส  วัดสวยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเบตง โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีบรรยากาศร่มรื่นทัศนียภาพงดงาม มองเห็นภูเขาที่รายล้อมเมืองเบตงอยู่เบื้องหน้า วัดพุทธาธิวาส มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะบูชา 3 สิ่งคือ พระมหาธาตุเจดีย์ พระพุทธธรรมประกาศ พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธาน และวิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

     

    ตัวอย่างทริปท่องเที่ยวยะลา เบตง  3 วัน 2 คืน คลิ๊ก เที่ยวเบตง  

     

     

    นราธิวาส

     

    อำเภอเมือง

     

    พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล 

     

     

    พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ตั้งอยู่ที่พุทธอุทยานเขากง นราธิวาส-หรือวัดเขากง ถนนสายนราธิวาส-ลำภูระแงะ ห่างจากตัวเมืองนราธิวาส  9 กิโลเมตร  จะมองเห็นวัดเขากง และพระพุทธรูปทักษิณมิ่งมงคลสีทองปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ประดิษฐานในปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา มีพุทธลักษณะตามแบบศิลปะสกุลช่างอินเดียตอนใต้

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล  

     

     

    ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่

     

     

    ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนราธิวาส ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของชาวจีนในตัว จ.นราธิวาส และสืบทอดสู่ลูกหลาน ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนในรุ่นต่อมาจนถึงปัจจุบัน  เดิมเป็นศาลไม้เก่าแก่ อายุประมาณ ๔๐ ปี สร้างขึ้นบริเวณ “เขามงคลพิพิธ” ซึ่งเป็นเขาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติคนไทยเชื้อสายจีนที่ได้มาอาศัยอยู่ใน จ.นราธิวาส ที่มีความศรัทธาต่อองค์เทพเจ้าจีน จึงได้สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อประกอบพิธีมงคลต่างๆ และให้ลูกหลานกราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ที่แปลกไปจากศาลเจ้าอื่นๆ คือ ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ มีเจ้าที่หรือเจ้าศาล เป็น “หัวมังกรคาบแก้ว” ซึ่งมีลำตัวใหญ่ยาวมาก คอยปกปักรักษาดูแลลูกหลานชาวไทยโดยแต่ละวันจะมีลูกหลานมากราบไหว้บนบานศาลกล่าวขอพรเป็นประจำ

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่  

     

     

    พระพิฆเณศเมืองนราธิวาส

     

    องค์พระพิฆเนศ ตั้งอยู่บริเวณศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ เขามงคลพิพิธ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ประติมากรรมพระพิฆเนศ ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปะ ความเมตตา และความสําเร็จ การสร้างเกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาของชาวนราธิวาส โดยมีลักษณะเป็นเทวรูปประทับนั่งในท่าลลิตาสนะ สวมศิลาภรณ์ (มงกุฎ) ประดับโมเสกแก้วหลากหลายสี ห่มพัตราภรณ์ ลักษณะนุ่งแบอินเดีย มีแท่นประทับอยู่บนดอกบัว

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก พระพิฆเณศเมืองนราธิวาส

     

     

     มัสยิดวาดีลฮูเซ็น มัสยิด 300 ปี

     

     

    มัสยิดวาดีลฮูเซ็น  หรืออีกชื่อหนึ่งคือ มัสยิด 300 ปี  ตั้งอยู่บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาว โดดเด่นด้วยสถาปัตกรรมอาคารไม้ตะเคียนทั้งหลัง ผสมผสานศิลปะไทย จีน และมลายูเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ สถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์วัฒนธรรมทางศาสนา และมีสถาปัตยกรรมอันสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ผ่านกาลเวลามายาวนานนับร้อยปี สร้างขึ้นโดยนายวันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2167

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก มัสยิดวาดีลฮูเซ็น 

     

     

    น้ำตกปาโจ

     

    น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ที่บ้านปาโจ ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ  สถานที่ท่องเที่ยวอันลือชื่อแห่งหนึ่งของ จ.นราธิวาส เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน แห่งชาติบูโด – สุไหงปาดี น้ำตกปาโจ  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของผืนป่าบูโดที่มีน้ำตลอดปี แต่ในหน้าแล้งน้ำค่อนข้างน้อย  ตัวน้ำตกมี 4  ชั้น ชั้นแรกมีขนาดใหญ่และสวยที่สุด สายน้ำไหลตกจากลานผาหินกว้าง สูง 60 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก น้ำตกปาโจ 

     

     

    ชมเรือกอแระ หาดหน้าทอน

     

     

    หากพูดถึงนราธิวาส ต้องนึกถึง เรือกอและ สัญลักษณ์อันมีชื่อเสียงของจังหวัด  หากใครมาเที่ยวนราธิวาส อยากเห็นเรือกอและสวยๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด ต้องไปชมที่ หาดบ้านทอน ซึ่ง ตั้งอยู่ตำบลโคกเตียน ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางนราธิวาส ประมาณ 16 กิโลเมตร หาดบ้านทอนเป็นหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิม  ประกอบอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน และเป็นแหล่งผลิตเรือกอและ ที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในนราธิวาส

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก หาดหน้าทอน 

     

    หาดนราทัศน์

     

     

    หาดนราทัศน์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองนราธิวาส เป็นชายหาดที่มีความสวยงาม โค้งหาดยาวต่อเนื่องประมาณ 5 กิโลเมตร มองเห็นได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา จรดกกับปลายแหลมปากแม่น้ำบางนราทางทิศใต้ เป็นหาดที่มีความสวยงาม หาดทรายขาว  ร่มรื่นด้วยทิวสนมากมาย อีกทั้งยังมีลมพัดเย็นบรรยากาศเป็นส่วนตัว ทำให้หาดนราทัศน์เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองนราธิวาส และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเสมอ

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก หาดนราทัศน์ 

     

     

    อำเภอตากใบ

     

    วัดชลธาราสิงเห

     

     

    วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) ตั้งอยู่ที่ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ มีจุดเด่นที่สวยงามโดยอาคารสถาปัตยกรรมแต่ละหลังจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเป็นพุทธ มุสลิม และจีน ภูมิทัศน์รอบวัดเป็นบรรยากาศริมน้ำ ซึ่งสามารถเป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว  

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดชลธาราสิงเห

     

    สะพานคอย 100 ปี เกาะยาว

     

     

    สะพานคอย 100 ปี  ตั้งอยู่ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กม. ไม่ไกลจากวัดชลธาราสิงเห จากสี่แยกตลาดตากใบไปยังแม่น้ำตากใบ จะพบกับสะพานคอย 100 ปี ที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำตากใบไปยัง เกาะยาว ซึ่งมีพื้นที่ติดกับทะเล มีหาดทรายละเอียดสีน้ำตาล บรรยากาศสงบ  มีทิวมะพร้าวเรียงรายเป็นแนวยาวสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก สะพานคอย 100 ปี เกาะยาว

     

    อำเภอสุไหงโกลก

     

    ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร 

     

     

    ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร หรือ ป่าพรุโต๊ะแดง  เป็นป่าพรุที่มีเนื้อที่และอุดมสมบรูณ์มากที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ ในอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส  ป่าพรุแห่งนี้ถือ เป็นผืนสุดท้ายของภาคใต้ทีมีความอุดมสมบูรณ์ธรรมชาติร่มรืนย์ มีลักษณะเด่นที่สำคัญ คือ ความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายของพันธุ์พืชและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่าดงดิบที่มีน้ำท่วมขังตลอดปี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่าและพรรณไม้ 

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร 

     

    ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ

     

     

    ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ สถานที่สำคัญอันเป็นที่นับถือของชาวสุไหงโกลกและชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงชาวจีนในมาเลเซีย ที่พากันเดินทางมาสักการะเป็นประจำ ตั้งอยู่ที่ซอยภูธร ถนนเจริญเขต ในเขตเทศบาลตำบลสุไหงโกลก เดิมทีเจ้าแม่โต๊ะโมะนี้ประดิษฐานอยู่ที่บ้านโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน ต่อมาชาวบ้านได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่อำเภอสุไหงโกลก เป็นที่นับถือของชาวสุไหงโกลก และชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวจีนในประเทศมาเลเซีย

     

    สะพานไม้เจาะบากง

     

    หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงนั่งพิงรถแลนด์โรเวอร์ รยล244 และได้ประทับนั่งบนสะพานอย่างไม่ถือพระองค์ และไม่เคยรู้ว่าสะพานนี้อยู่ที่ไหน สะพานไม้แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ บ้านเจาะบากง อ.สุไหงโกลก ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้อยู่ในแผนที่ประเทศไทย แต่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปถึง ทั้งนี้สะพานเจาะบากงเดิม ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ก่อนที่จะมีการสร้างขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะเดียวกันบนสถานที่เดิม เพื่อรื้อฟื้นภาพความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ในอดีตให้หวนกลับคืนมา 

     

    อำเภอสุคิริน

     

    ทะเลหมอกผานับดาว

     

    ผานับดาว ตั้งอยู่ในอำเภอสุคิริน เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ที่งดงามที่สุดในจังหัดนราธิวาส ที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ทะเลหมอกที่ผานับดาว เป็นภาพแบบพาโนรามา กว้างไกลที่มีความสวยงามและลงตัวของสายหมอกขาว ทิวเขาและผืนป่าสีเขียว

     

    วัดพระธาตุภูเขาทอง 

     

     

    วัดพระธาตุภูเขาทอง สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องชาวไทยพุทธ อีกแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสุคิริน เป็นวัดที่สร้างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขาที่อุมดมสมบูรณ์  ในยามเช้านักท่องเที่ยวจะได้เห็นทะเลหมอก ณ จุดชมวิว รับลมเย็นที่ผ่านเข้ามาสัมผัสกับลำตัว และในยามเย็นที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงามมาก

     

     

    ต้นกระพงษ์ยักษ์

     

    ต้นสมพง หรือ กระพงษ์ยักษ์  ตั้งอยู่ในผืนป่าผืนป่าบาลา-ฮาลาอันอุดมสมบูรณ์ของ  มีขนาดเส้นรอบวงของลำต้น ประมาณ 25 เมตร สูง 30 เมตร หรือ ถ้าใช้คนจับมือแล้วยืนล้อมลำต้นโดยรอบ ต้องใช้คนประมาณ 27 คนโอบ นักท่องเที่ยวสามารถไปชมได้อย่างง่ายได้ จากปากทางเดินเท้าแค่เพียงแค่ 400 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที  ผ่านลำธารและผืนป่าที่ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์มีพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นเขียวขจี  ก็จะได้พบกับต้น กระพงษ์ยักษ์

     

    พระตำหนักสมเด็จย่า

     

    นอกจากพระตำหนักดอยตุง เชียงราย ที่มีพระตำหนักสมเด็จย่าที่ท่านใช้สำหรับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานและพักผ่อนส่วนพระองค์แล้ว ยังมี พระตำหนักสุคิริน ที่ทำให้เราได้ระลึกถึงท่าน แต่เดิมนั้นสถานที่แห่งนี้ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอสุคิริน ปัจจุบันนิคมสร้างตนเองสุคิริน ได้พัฒนาซ่อมแซมและปรับปรุงภูมิทัศน์พระตำหนักสุคิรินให้มีความสวยงาม แต่ก่อนเข้ามาชมพระตำหนัก ต้องติดต่อกับทางนิคมล่วงหน้าเพื่อเข้าไปชมภายในพื้นที่ก่อน ซึ่งสามารถแจ้งทางรีสอร์ทให้ติดต่อล่วงหน้าไว้ก่อนได้

     

    ข้อมูลและรีวิวท่องเที่ยว สุคิริน คลิ๊ก โอบหมอกกอดป่า ที่สุคุริน

     

     

    ตัวอย่างทริปท่องเที่ยวนราธิวาส 3 วัน 2 คืน คลิ๊ก  ปลดล๊อคความกลัว นราธิวาส ไม่ยากอย่างที่คิด

     

     

    ความสวยงามของ 3 จังหวัด ปลายด้ามขวาน ยังคงตราตรึงใจ เราคนหนึ่งที่แอบกลัว จนเก็บไว้เป็นอันดับท้ายในการท่องเที่ยว แต่พอได้เที่ยวครบ 3 จังหวัด บอกได้คำเดียวว่าน่าเสียดายมาช้าไป อย่าให้ความกลัวมาสร้างกำแพงการเดินทางให้เราพลาด 3 จังหวัด ที่น่ารักและสวยงามกันอีกเลย

     

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน