• 1 วันดี ดี ที่อยุธยา เที่ยว 4 วัด 3 ร้านดัง

    ในความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่คุ้นเคยนั้น คงไม่พ้นเส้นทางยอดฮิต อย่างเช่น ไหว้พระทำบุญ  9 วัด กินกุ้งอยุธยา ไปตลาดน้ำอโยธยา แวะพระราชวังบางปะอิน และหลายคนยังคงคิดว่าถ้าไปอยุธยายังคงเที่ยวในแบบเดิมอยู่  แต่อยุธยาในวันนี้ไม่ได้มีแค่วัดและโบราณสถานเก่าแก่ที่สวยงาม แต่ยังมีคาเฟ่และร้านอาหาร เกิดขึ้นใหม่มากมาย หลังจากหลงลืมเมืองเก่าแห่งนี้ไปนาน จึงเกิดความรู้สึกอยากหวนกลับไปเจอบรรยากาศตามแบบฉบับดั้งเดิมผสมผสานกับความใหม่ของอยุธยาอีกครั้ง ใช้เวลาสั้นๆ เพียง  1 วัน  กับเรื่องราวดี ดี ที่อยุธยา เที่ยว 4 วัด 3 ร้านดัง

     

    เที่ยวอยุธยา 1 วัน

     

    08.30 น วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ

    เริ่มต้นการเดินทางไปยังจุดหมายแรก มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ จุดหมายปลายทางซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ศิลปะไทยและตะวันตกมาบรรจบพบกันได้อย่างลงตัว ผ่านอาคารและสถาปัตยกรรมที่งดงามและโดดเด่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อครั้งเสด็จฯแปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิคและเลียนแบบโบสถ์คริสต์ในการก่อสร้าง

     

     

    ด้วยสถานที่ตั้งของวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ อยู่บนพื้นที่ของเกาะกลางน้ำ ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ทำให้การเดินทางไปยังตัววัดต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าลอยน้ำเพื่อข้ามแม่น้ำไปยังตัววัด ซึ่งให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะออกทุก 5-10 นาที หรือเมื่อผู้โดยสารเต็มประมาณ 6-8 คน ตัวกระเช้าและสายรอกมีความมั่นคง รับรองว่าไม่ตกลงไปแน่นอน ความน่าสนใจ คือ กระเช้าและศาลาที่นั่งสีแดงเข้มผสมสีขาวที่ออกแบบมาแบบไทยโบราณคลาสิค ด้วยลวดลายที่สวยงาม

     

     

    หลังจากนั่งชมวิวแม่น้ำกันแล้ว กระเช้าไฟฟ้าได้พาเรามาจอดที่ฝั่งของตัววัด สิ่งแรกที่จะได้พบคือ กุฏิพระที่ตั้งอยู่ขนานกับแนวกำแพงวัด เป็นความแตกต่างที่โดดเด่นอย่างหนึ่งคือ เป็นกุฏิพระสีชมพูอ่อนตั้งอยู่เรียงรายตามแนวเรื่อยไปจนถึงประตูทางเข้า ภายในตัววัดมีกลุ่มอาคารต่างๆซึ่งทาสีเหลืองอ่อนตัดสลับกับสีขาวเพราะในอดีต วัดถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศลของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๕ ซึ่งพระองค์โปรดให้สร้างแบบฝรั่ง โดยปรากฏในจารึกพระราชทานที่วัดแห่งนี้ มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า “เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงชมเล่นเป็นของแปลก ยังไม่เคยมีในพระอารามอื่น แลเป็นของมั่นคงถาวรสมเป็นพระอารามหลวงในหัวเมือง”

     

     

    จากเรื่องราวของ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ที่น่าสนใจ ไม่พูดถึงไม่ได้เห็นจะเป็นไฮไลท์สำคัญ คือ พระอุโบสถ ซึ่งสร้างตามแบบคริสต์ เลียนแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค โดยมีโดมหอคอยปลายแหลมตามอย่างวิหาร บริเวณยอดโดมมีหอนาฬิกาและระฆังชุด เหนือขึ้นไปเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธนฤมลพระประธานในอุโบสถงามบริสุทธิ์ที่อยู่ในท่านั่งสมาธิ  ส่วนผนังและเพดานภายใน มีลวดลายสวยงามเป็นอย่างมาก ได้ผสมผสานและเป็นจุดพบกันที่ลงตัวของศิลปะแบบประเพณีนิยมแบบไทยและศิลปะแบบตะวันตก ช่องหน้าต่างเจาะเป็นโค้ง บริเวณฐานชุกชีที่ประดิษฐานของพระประธานมีที่ตั้งเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์แบบคริสต์ ได้ชมทั้งสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่สวยงามแถมได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สบายใจด้วย ใครที่สนใจอยากมาเที่ยวชม วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ สามารถเดินทางมาโดยจอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม จากนั้นนั่งกระเช้าขามฟากเปิดให้บริการตั้งแต่ 5:30 ไปจนถึง 21:00 ทุกวัน

     


    11.00
    น ก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา

    แวะเพิ่มพลังให้กับร่างกายก่อนไหว้พระทำบุญและเที่ยวรอบเมืองอยุธยากันต่อ ที่ “ก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเส้นนุ๊มนุ่มกับไข่มะตูม พิกัดสุดฟินตั้งอยู่ริมแม่น้ำในตัวเมืองอยุธยา ในเส้นของถนนอู่ทองด้านหลังร้านกาแฟ Blue river หากขับรถมาถึงร้าน สามารถเลี้ยวเข้ามาจอดในที่จอดรถด้านหน้าได้เลย ตามชื่อของร้านบอกไว้เป๊ะ เพราะร้านนี้เป็นโต๊ะที่ให้นั่งแบบห้อยขาแกว่งเท้าได้ตามสบาย นั่งทานไปชมวิววัดและแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อไหร่ก็หันไปชมได้ทุกเมื่อ แถมมีลมพัดเข้ามาตลอดรู้สึกเย็นสบายมาก

     

     

    เมนูก๋วยเตี๋ยวว่ารสชาติเด็ดดวงสุดๆแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆที่รสชาติดีไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย อย่างเช่น ส้มตำ หมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลจานโตทานได้หลายคน ลูกชิ้นปิ้ง ราคาอาหารส่วนใหญ่เห็นแล้วต้องว้าวเพราะราคาหลักสิบจ่ายง่ายสบายกระเป๋า เมนูที่สั่ง คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือไข่ยางมะตูมน้ำขลุกขลิกความอร่อยเกินราคา อีกหนึ่งอย่างที่แนะนำมากต้องสั่งมาทานคู่กัน คือ กากหมูเจียวที่เป็นเครื่องเคียง หอมกลิ่นของกระเทียมเจียวโรยเกลือป่นให้รสเค็มหน่อยๆ พอตักเข้าปากน้ำมันจากกากหมูที่ไหลออกมาช่วยเพิ่มระดับความฟินของมื้อนี้ได้ดีทีเดียว อร่อยจนอยากซื้อกากหมูเจียวกลับไปทานเล่นที่บ้าน และ ผัดไทกุ้งสดตัวขนาดพอดีคำรสชาติถึงเครื่องอร่อยกำลังดี หมูสะเต๊ะหอมเนยหน่อยๆทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด ขนมจีนน้ำเงี้ยวรสชาติเข้มข้นไม่เผ็ดจนเกินไปทานพร้อมผักเครื่องเคียงที่ให้มาพร้อมกันในจาน ฯลฯ

     

    ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา อยุธยา

    เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 20:00 น.
    ที่อยู่: 21/14 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา
    โทร : 092-743-2200

     

    12.30 อยุธยารีทรีท 

    รีเฟรซความสดชื่น เติมพลังต่อด้วยการมานั่งพักจิบเครื่องดื่มให้มีความสุข เดินชมบึงบัวที่รายล้อมไปด้วยบ้านไทยและของตกแต่งโบราณ สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพตามมุมสวยต่างๆหรือจะนอนเล่นไกวเปลรับลมเย็นที่ อยุธยา รีทรีตคาเฟ่เรือนไทย ริมสระบัว ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นตามแบบฉบับของบ้านทรงไทยสไตล์อยุธยากรุงเก่าแท้ๆ มานั่งนอนชิวนึกถึงวันเวลาเก่าให้รอยยิ้มในวันวานกลับมาอีกครั้ง ณ ที่แสนสบายแห่งนี้

     

     

    เดินผ่านล๊อบบี้ไปจะพบกับบริเวณที่นั่งโซนแรกของร้าน ซึ่งเป็นโซนเอาท์ดอร์ที่โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ทั้งโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้สำหรับนั่งทานข้าว ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น เข้าไปข้างในจะเจอสระบัวขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยอาคารทรงไทยหลายหลัง รอบสระมีทางเดินไม้ สามารถเดินชมบรรยากาศแบบบ้านทรงไทยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ อยุธยา รีทรีต นอกจากมีต้นบัวสวยงามกระจายอยู่เต็มผืนน้ำแล้ว ยังมีลมพัดเย็นสบายมากๆตลอดทั้งวัน ทานข้าวไป จิบเครื่องดื่มไป แวะพักนอนเปลสักแป๊ป จิตใจจะแจ่มใสขึ้นได้อย่างแน่นอน

     

     

    สำหรับสายถ่ายภาพและสายโซเชียลที่รักการถ่ายรูป การันตีว่าที่นี่มีมุมสวยๆมากมาย ไม่ว่าจะมุมโต๊ะนั่งแบบไทยต่าง เรือพายริมสระซึ่งเป็นเรือแบบโบราณที่คนไทยสมัยก่อนเคยใช้เพื่อการค้าการขาย แถมริมน้ำยังมีเปลไว้นอนชิวรับลมเย็นสบายอีกด้วย ถ้าใส่ชุดไทยสวมสะไบมาถ่ายภาพ ยิ่งเข้ากับสถานที่มาก ตลอดเวลาที่นั่งในร้านจะเห็นลูกค้าหลายกลุ่มจัดเต็มชุดไทยมาถ่ายภาพภาพกันทั้งก๊วน เป็นภาพที่น่ารักมาก

     

     

    เพื่อการผ่อนคลายทั้งที ต้องไปให้สุดด้วยเมนูอาหารรสเลิศตามแบบฉบับของ อยุธยา รีทรีท ซึ่งมีให้บริการนักชิมทั้งหลายด้วยอาหารไทยทั้งคาวของหวาน ทั้งเมนูเรียกน้ำย่อย อาหารไทยจานเดียว และอาหารแบบตะวันตก อาหารถูกจัดแต่งมาในถ้วยชามแบบไทย ในส่วนของเครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ เราสั่งโกโก้ รสชาติเข้มข้นมากได้ความรู้สึกเหมือนทานผงโกโก้ คาปูชิโน่รสชาติเข้มข้นหอมกาแฟ ต่อด้วยเค้กบานอฟฟี่รสชาติอร่อยทานคู่กัน

     

     

    อยุธยา รีทรีต

    ตำบล บ้านป้อม อำเภอ พระนครศรีอยุธยา

    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. – 20:00 น.

    โทร 080-394-8133

    เฟสบุค อยุธยา รีทรีต 


    13.30
    วัดพระราม

    ขับรถเข้ามาในตัวเมือง ในพื้นที่ของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าว จะทั้งวัดเก่าแก่และโบราณสถานหลายแห่งตั้งอยู่ ทั้งวัดพระศรีสรรเพชร วัดมหาธาตุ ซึ่งจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ด้วยทั้ง 2 วัดนี้เคยแวะไปแล้ว เลยอยากเปลี่ยนจุดหมายไปยังวัดอื่นในบริเวณใกล้เคียงบ้าง มาสะดุดตามกับวัดพระราม เป็นวัดที่ใหญ่โตกว้างขวาง มีพระปรางค์ขนาดใหญ่เห็นเด่นชัดแต่ไกล องค์ปรางค์ก่อด้วยอิฐสอปูน เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมทำเป็นพระปรางค์ เพราะได้รับอิทธิพลแบบเขมรโบราณจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) อีกอย่างวัดนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตา เที่ยวเดินชม ได้อย่างสบายๆ

     

     

    สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ พระปรางค์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม สูงแหลมขึ้นไปด้านบน ทางด้านทิศตะวันออก มีพระปรางค์องค์ขนาดกลาง ส่วนทางตะวันตกทำเป็นซุ้มประตู มีบันไดสูงจากฐานขึ้นไปทั้งสองข้าง ที่มุมปรางค์ประกอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ มีปรางค์ขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศเหนือและใต้ รอบ ๆ ปรางค์เล็กมีเจดีย์ล้อมรอบอีก 4 ด้าน

     

     

    นอกจากนี้ยังมีเจดีย์เล็กบ้าง ใหญ่บ้างอยู่รอบ ๆ องค์พระปรางค์ประมาณ 28 องค์ วัดพระรามนี้เป็นที่น่าสังเกต คือ กำแพงวัดพระรามด้านเหนือ มีแนวเหลื่อมกันอยู่ กำแพงด้านตะวันออก ตะวันตก และด้านใต้ มีซุ้มประตูค่อนไปทางทิศตะวันตกได้ระดับกับมุมระเบียงด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปรางค์ ส่วนแนวเหลื่อมนั้นได้ระดับกับมุมระเบียงตะวันออกเฉียงเหนือของปรางค์ ไม่มีซุ้มประตู คล้ายเจตนาสร้างไว้เพื่อประสงค์อะไรอย่างหนึ่ง

     

     

    บรรยากาศของวัดพระรามค่อยข้างร่มรื่นและเย็นสบาย มีลมพัดเข้ามาบ้างเป็นจังหวะ ช่วยให้ผ่อนคลายจากแดดที่ค่อนข้างแรกในตอนบ่ายไปได้บ้าง เดินชมโบราณสถานเหนื่อยๆ ก็มานั่งพักใต้ร่มเงาไม่ใหญ่  มองนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา

     

     

    โบราณสถานต่างๆ ภายในวัด รวมทั้งพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ตั้งอยู่รอบระเบียงคต  บางองค์อาจมีปรักหักพังไปบ้างตามกาลเวลา  แต่ก็ยังทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้

     


     

    15.30 วัดราชบูรณะ

    ไม่ไกลจากวัดพระราม คือ ที่ตั้งของวัดราชบูรณะ อีกหนึ่งโบราณสถานที่อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานประวัติศาสตร์ฯ เช่นกัน ตั้งอยู่ติดกับวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปในเศียรต้นไม้ซึ่งเป็นภาพทีโด่งดังไปทั่วโลก  เป็นอีกหนึ่งวัดที่โดดเด่นชวนให้แวะเข้ามาชมเช่นกัน

     

     

    จุดที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน มีขนาดสูงใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลงบนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งมีเจดีย์อยู่ทั้งสี่ทิศ มีบันไดขึ้นสู่องค์ปรางค์ทางทิศตะวันออกถือเป็นปรางค์แบบไทยที่นิยมทำฐานสูง ต่างจากปรางค์แบบขอมที่มักมีฐานเตี้ย นอกจากนี้หน้าปรางค์เป็นมุขใหญ่ยืนออกมาเป็นห้องคูหา ส่วนยอดเรียวแหลมสูงคล้ายฝักข้าวโพด

     

     

    เศียรพระพุทธรูปและลวดลายศิลปะปูนปั้นรอบโบราณสถาน

     

     

    โบราณสถานที่น่าสนอีกจุดหนึ่ง ตั้งอยู่ทั้งด้านหน้าทางเข้าวัด คือ วิหารหลวง เป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ก่อด้วยอิฐ โดยหลังคาได้พังหมดแล้ว  ยังคงมีซากเสาที่ยังคงหลงเหลือ รวมถึงฐานชุกชีของพระพุทธรูป  เมื่อมองจากข้างนอกจะเห็นพระปรางค์อยู่ในกรอบประตูพอดี และเห็นเจดีย์บางองค์อยู่ในกรอบหน้าต่าง  ซึ่งหากเราเที่ยวตามโบราณสถานบ่อยๆ จะสังเกตุว่าส่วนใหญ่มักจะสร้างประตู และหน้าต่าง ให้ตรงกับกับวิหารหรือโบสถ์ การสร้างวัดราชบูรณะจะเป็นที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น คือ มีพระวิหารอยู่ด้านหน้า ถัดไปคือปรางค์ประธาน และอุโบสถอยู่ด้านหลัง

     

     

    วัดพระรามและวัดราชบูรณะ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น.
    ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท


    16.30
    บุษบาคาเฟ่

    แวะพักเหนื่อยกันซักครู่ที่ บุษบา คาเฟ่  2  เป็นอีกหนึ่งร้านที่สองในเครือบุษบา คาเฟ่ โดยสาขาแรกตั้งอยู่ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สาขานี้เป็นคาเฟ่เล็กๆ ในโทนสีขาวบรรยากาศอบอุ่นใจกลางเมืองอยุธยาใกล้กับวัดสวยขึ้นชื่อ หลังจากไหว้พระทำบุญ ชมโบราณสถานกันมาแล้ว ก็แวะมานั่งผ่อนคลายจิบเครื่องดื่มทานอาหารให้หายเหนื่อย ที่คาเฟ่สไตล์โมเดิรน์แห่งนี้ ภายในร้านดูโปร่ง สบาย เฟอร์นิเจอร์เน้นใช้สีคุมโทนขาวและเก้าอี้ไม้ตามธรรมชาติ ในส่วนของที่นั่งร้านมีให้เลือกทั้งบริเวณอินดอร์ห้องแอร์ที่มีโต๊ะยาวและเก้าอี้รูปทรงโมเดิรน์วางอยู่ ส่วนหากใครอยากนั่งรับลมเย็น สามารถเลือกนั่งบริเวณเอาท์ดอร์ที่ติดกับส่วนของโรงแรม

     

     

    เมนูของมีหลากหลายแบบครบครัน ตั้งแต่เมนูเพื่อสุขภาพ ทั้งของคาวไปจนถึงของหวาน ด้านราคาจัดว่าไม่แพงเป็นราคาปกติทั่วไป เมนูเครื่องดื่มอย่างคาปูชิโน่เย็น ราคาอยู่ที่ประมาณ 70-80 บาทเท่านั้น ส่วนสลัดจานใหญ่ราคาอยู่ที่ร้อยต้นๆ ลองสั่งอาหารจานเด็ดของที่นี่มาลองชิมเริ่มด้วย ข้าวผัดซอสครีมมันกุ้งไข่ดาว ข้าวผัดรสชาติไทยๆ ออกรสเค็มนิดๆ พร้อมมีกุ้งวางด้านบนตัวขนาดพอดีคำ พอตักเข้าปากทานคู่กับผักเครื่องเคียงภายในจานให้รสชาติกลมกล่อมเป็นอย่างมาก พร้อมเมนูเครื่องดื่ม ชานมเย็น สูตรไทยแลนด์แดนเรา ด้านรสชาติให้ผ่านเพราะไม่หวานจนเกินไป

     

     

    มาที่เมนูสำหรับสายสุขภาพ กับ สลัดบุษบา เมนูแนะนำของทางร้านโดยความพิเศษอยู่ตรงที่มีกุ้งสดพร้อมผงชีสโรยอยู่บนหน้าสลัดด้วย หอมชีสเข้าจมูกมาแต่ไกล ทานคู่กับน้ำซอสบีทรูท พอราดลงบนผักสดๆและตักเข้าปากแล้ว ให้รสชาติเปรี้ยว หวานนิดๆกำลังดี อย่าลืมตักขนมปังกรอบทานไปด้วยนะ ส่วนที่อยู่ทางซ้ายมือสีสันสดใสนี้คือ “สตอเบอรี่ โซดา” ที่ให้รสหวานปนซ่าชื่นใจ เห็นสีสันสดใสๆแบบนี้แต่ราคาอยู่ที่แก้วละ 85 บาทเท่านั้น ไก่ทอดตะไคร้ เป็นไก่ทอดสูตรพิเศษของ “บุษบา คาเฟ่”  แป้งหนากรอบคล้ายไก่เคเอฟซี ทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ พร้อมเครื่องเคียงเป็นตะไคร้และใบมะกรูด

     

     

    มุมถ่ายรูปเก๋อีกหนึ่งมุม กับฉากของโฮสเทลสีขาว สถาปัตยกรรมไทยผสมผสานความโมเดิร์น โดยมุมนี้เป็นในส่วนของ Busaba Hostel หากใครที่มาเที่ยวคาเฟ่แล้วอยากมาถ่ายภาพมุมแบบนี้ สามารถเดินเข้ามาถ่ายได้ แต่ถ่ายได้เพียงอาคารด้านหน้าเท่านั้น หากต้องการเข้าไปควรขออนุญาตทางร้านนิดนึงเพื่อความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาเข้าพัก

     


    17.30
    วัดพระงาม

    มาถึงจุดหมายสุดท้าย วัดพระงาม คลองสระบัว ตั้งอยู่ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดร้างที่มีจุดเด่น คือ ซุ้มประตูโบราณที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ จนได้รับขนานนานว่า ประตูแห่งกาลเวลา เนื่องจากในยามเย็นจะมีแสงสีทองของพระอาทิตย์สาดส่องลงมายังซุ้มประตูเมื่อเดินผ่านทำให้รู้สึกว่าเหมือนเรากำลังก้าวเดินผ่านช่วงเวลาในปัจจุบันไปยังอดีต คล้ายกับเดินผ่านกระจกในละครเรื่อง ทวิภพ ไปสู่อีกภพหนึ่งในยุคไทยโบราณ การเดินทางมายังวัดพระงาม หากให้ตั้งโดยใช้ google mapให้ตั้งว่า “วัดพระงามคลองสระบัว” อย่าใช้ชื่อ วัดพระงาม เพียงอย่างเดียว เพราะอยุธยามีวัดชื่อนี้หลายวัด อาจหลงไปอีกเส้นทางได้

     

     

    ความโดดเด่นของวัดพระงาม คือ ซุ้มประตูวัดที่มีรากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปกคลุมมานานกว่าร้อยปี ดูขลังมาก หากมองผ่านช่องประตูจะเห็นเจดีย์เก่าอยูในกรอบของประตูพอดี ช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม คือ ช่วงเวลาเย็นตั้งแต่เวลา 17.00-18.30 น. ซึงเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์เริ่มส่องมายังประตูต้นโพธิ์ ทางคนดูแลพื้นที่บอกว่าถ้ามาช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่แสงตกลงมาตรงกลางประตูพอดีจะสวยที่สุด

     

     

    เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณวัดจะเป็นลานกว้าง มีทางเดินไปยังเจดีย์แปดเหลี่ยมเป็นประธานของวัด ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง มีกำแพงแก้ว และคูน้ำล้อมรอบวัด ตามแบบของการสร้างวัดโบราณ สามารถเข้าไปกราบไหว้และทำบุญ ทำนุบำรุงพื้นที่วัดตามกำลังศรัทธา เป็นอีกหนึ่งวัดสุด Unseen ในอยุธยาที่ควรหาโอกาสมาเดินก้าวข้ามผ่านกาลเวลาไปด้วยกัน แต่งชุดไทยเก๋มาด้วยยิ่งเข้ากับบรรยากาศมาก

     

     

    จบทริป 1 วันดี ดี ตะลอนเที่ยวอยุธยา  ชื่อนี้ยังคงการันตีว่าน่าเที่ยวเสมอ หวังว่าจุดหมายปลายทางของการเที่ยวอยุธยาในครั้งต่อไปของหลายคน อาจเปลี่ยนไปบ้างนะคะ

     

    ชมวิดีโอเที่ยวอยุธยา

    Tags : , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน