หนาวนี้ที่แจ้ซ้อน พักริมธาร รับไออุ่น กินไข่น้ำแร่

เข้าชม 8,773 ครั้ง

เข้าสู่ฤดูหนาว หลายคนหาที่เที่ยวรับลมหนาว สัมผัสอากาศเย็น ลองเปลี่ยนจุดหมายจากเที่ยวเมืองยอดฮิตอย่างเชียงใหม่ เชียงราย แวะมายังเมืองทางผ่าน ที่ แจ้ซ้อน ลำปาง สัมผัสธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ นอนฟังเสียงลำธารแบบชิลๆ  รับไออุ่นในยามเช้าจากธารน้ำแร่ ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน พร้อมชิมแมนูเด็ดขึ้นชื่อไข่น้ำแร่ นอกจากตัวเมืองลำปาง เส้นทางเที่ยวแจ้ซ้อน คือ อีกหนึ่งเส้นทางสวยงามที่อยากให้มาเยือน

 

 

แจ้ซ้อนวินเทจ

มาเที่ยวแจ้ซ้อน อยากหาที่พักใกล้อุทยานแจ้ซ้อนเพื่อแวะไปเที่ยว มีที่พักในรูปแบบรีสอร์ทค่อนข้างสะดวกสบายหลายแห่ง เราพักที่  แจ้ซ้อนวินเทจ  ที่พักสีขาวหลังน้อยน่ารัก ในสไตล์มินิมอล บรรยากาศธรรมชาติ ติดลำธารใส รายล้อมด้วยต้นไม้ที่อุดสมบูรณ์  พร้อมมุมพักผ่อนนั่งเล่นต่างๆภายในที่พัก แถมยังมีคาเฟ่ที่ให้บริการเครื่องดื่ม อาหารรสชาติอร่อย ที่จะช่วยเติมเต็มวันหยุดพักผ่อนได้แบบเต็มเปี่ยม

 

 

ที่พักตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน แต่จะอยู่ถึงก่อน ใช้เวลาเดินทางไปบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เพียง 15 นาที ทางเข้าจะมีความลึกลับซับซ้อนเป็นทางดินกลางป่านิดนึง พอใกล้ถึงรีสอร์ทต้องขับรถข้ามธารน้ำไป  ที่พักมีหลายแบบนะคะ ทั้งแบบบ้านเป็นหลังทรงยุโรป เต้นท์โดม เราเลือกพักแบบ บ้านทรงเอเฟรม มินิมอล ซึ่งมีเพียง 4 หลัง ราคาหลังละ 2,000 บาท รวมอาหารเช้า

 

 

ภายในห้องพักเป็นห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว เปิดออกไป คือ อ่างอาบน้ำที่อยู่ติดลำธาร หน้าบ้านมีลานยื่นออกไป พร้อมโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนชมวิวลำธาร

 

 

ที่พักมี ร้านคาเฟ่ที่ให้บริการอาหารเครื่องดื่ม สามารถสั่งมาทานที่ห้องได้ค่ะอาหารเน้นอาหารในพื้นที่ขึ้นชื่อ อย่าง ยำไข่น้ำแร่ ยำและผัดผักกูด ปลานิลเจี๊ยน  และยังมีเมนู ต้ม ผัด แกง ทอด ยำ อีกหลายอย่าง รวมถึงอาหารจานเดียวด้วย เราสั่งอาหารง่ายๆอย่างไข่เจียวหมูสับ ทานกับยำผักกูด อาหารที่นี่อร่อยไว้ใจได้

 

 

น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

ตื่นแต่เช้าออกจากที่พักประมาณ 6 โมง เพื่อไปยัง น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  เป็นธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินธรรมชาติแทรกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน หากมาเที่ยวในช่วงเช้า จะได้เห็นแสงส่องลงมากระทบกับบ่อน้ำร้อน คล้ายมีไอหมอกปกคลุม ได้บรรยากาศแบบโรแมนติกชวนฝัน ทางอุทยานฯได้สร้างที่อาบน้ำแร่ขึ้นอย่างมาตรฐาน เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้มาแช่น้ำแร่ โดยปรับภูมิทัศน์สภาพแวดล้อมภายในอุทยานฯ ได้อย่างสวยงาม 

 

 

หากอยากได้บรรยากาศแบบไอหมอกลอยชวยฝัน ให้มาตั้งแต่เช้า เรามาถึงอุทยานแจ้ซ้อนแต่เช้า ประมาณ 6.30 น. ยังเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ยังไม่เริ่มสาดส่อง มาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็นสบายมาก ไอน้ำสีขาวจากบ่อน้ำร้อนลอยขึ้นมาเป็นระยะ มองไปเหมือนกับไอหมอก 

 

 

น้ำแร่มีอุณหภูมิ 70 – 80 องศาเซลเซียส สามารถแช่ไข่ให้สุกภายใน 15 นาที ไข่มีลักษณะไข่แดงสุกส่วนไข่ขาวแหลวแบบไข่ออนเซ็น เมื่อนำมาปรุงเป็น “ ยำไข่แช่น้ำแร่ ” ในร้านอาหารของอุทยานเป็นเมนูขึ้นชื่อ อร่อยยิ่งนัก

 

 

บรรยากาศในช่วงเช้ายามพระอาทิตย์ขึ้น ส่องกระทบกับไอน้ำร้อนที่ลอยขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน โรแมนติกชวนฝันมาก น้ำพุร้อนมีจำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกัน ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณน้ำพุร้อน 

 

 

ช่วงประมาณ 7 ถึง 8 โมง แสงเริ่มส่องมามากขึ้น กระทบกับไอน้ำกลายเป็นสีทอง ทำให้บรรยากาศยิ่งชวนฝัน มองไปทางไหนก็สวยไปหมด

 

 

พอเริ่มสายก็จะเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวถือไข่มาแช่ นำ้แร่มีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามา แช่สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมี รสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวแบบไข่ออนเซน 

 

 

สัมผัสไออุ่นที่บ่อน้ำแร่แล้ว กลับเข้าไปยังที่พัก  ฟังเสียงลำธารรับแสงแดดอุ่นในฤดูหนาว ที่ช่วยให้คลายอุ่นได้ไม่น้อยพื้นที่นั่งพักผ่อนรอบที่พัก นั่งเล่น เดินเล่น ชมลำธารได้แบบชิลๆ หรือใครอยากลงเล่นน้ำก็ได้ น้ำใสและไม่ลึก แต่จะเย็นมากถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว แจ้ซ้อนวินเทจ  พักที่นี่รู้สึกได้ถึงความเงียบ เป็นส่วนตัว ได้อยู่กับธรรมชาติที่ผ่อนคลาย แวะมาเที่ยวโซนนี้แวะมาพักได้เลยค่ะ

 

 

 

ครัวไร่ย่า

ก่อนกลับเราแวะไปทานเมนูเด็ดขึ้นชื่อ ที่ร้าน ครัวไร่ย่า ร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่บริเวณทางเข้าที่พัก  ตัวร้านเป็นบ้านไม้เรียบง่าย ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ 

 

 

สั่งเมนูแนะนำมาทานทั้งสามอย่าง เริ่มจาก ปลานิลเจี๋ยนตระไคร้ ผัดผักกูด  ไข่น้ำแร่ ปลานิลเจี๋ยน คือ ปลานิลทอดสมุนไฟรนั่นเอง น้ำยำปรุงคล้ายกับกุ้งราดซอสมะขาม  ใส่สมุนไพร คือ ตระไคร้และใบมะกรูดทอดลงไปด้วย รสชาติอร่อยค่ะ

 

 

แน่นอนไม่พลาดเมนูเด็ดยำไข่น้ำแร่ ซึ่งยำไข่น้ำแร่ที่แจ้ซ้อน จะนำไข่ไปต้มที่บ่อน้ำแร่แจ้ซ้อน ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จนได้เป็นไข่น้ำแร่ ที่ไข่แดงแข็งและไข่ขาวเหลวคล้ายไข่ออนเซน นำมายำรวมกันประมาณ 4-5 ฟอง ใส่หัวหอม พริก มะนาว น้ำปลา อย่างร้านนี้ใส้กุ้งแห้งลงไปด้วย ได้ความหอมจากกุ้งทานกับไข่ยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อย

 

 

ตบท้ายก่อนเดินทางต่อ ปลุกร่างกายให้หายจากความง่วง เติมคาเฟอีนเข้าไปในร่างกายสักนิด ลาเต้ร้อนช่วยได้  จบทริปเที่ยวเส้นทางแจ้ซ้อนแบบประทับใจ มีเวลาเพียง 2 วันหนึ่งคืน ก็เที่ยวได้

 

  

 

แจ้ซ้อนวินเทจ

ที่อยู่ : ตำบล แจ้ซ้อน อำเภอ เมืองปาน ลำปาง 

โทรศัพท์: 093 141 5252

Facebook : chaesonvintage

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เข้าชม 8,773 ครั้ง