• ลับแล เมืองไม่ลับ 15 จุดเที่ยว กิน พัก

    หากพูดถึงแง่มุมของการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่เมืองผ่านไปยังจังหวัดอื่นในภาคเหนือที่น่าสนใจน่าเที่ยวมากกว่า แต่ถ้าลองมาทำความรู้จักอย่างแท้จริง จะตื่นตา ตื่นใจและอุทานออกมาว่า  โอ้ อุตรดิตถ์มีอะไรมากมายขนาดนี้เลยเหรอ โดยเฉพาะอำเภอที่มีชื่อสุดลับอย่าง ลับแล อำเภอเล็กๆ ในอุตรดิตถ์ ที่แต่เดิมการเดินทางไปมาไม่สะดวก เส้นทางคดเคี้ยว ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย จนได้ชื่อว่าเมืองลับแล ซึ่งแปลว่า มองไม่เห็น มีเรื่องเล่ากันว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึงเมืองลับแล  แต่ปัจจุบันมีถนนตัดผ่านทำให้สภาพป่าหมดไป ความลึกลับของเมืองจึงหายไป และยังมีอีกหลายตำนานที่กล่าวถึงเมืองลับแล ว่าเป็นเมืองแม่ม่าย ห้ามพูดโกหก แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น หากได้มาสัมผัสแบบเจาะลึกจริงๆ ลับแล เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงามรายล้อมด้วยภูเขา  มีเรื่องราวของวัฒนธรรม ความเป็นอยู่แบบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พ่วงด้วยความเป็นเมืองชิค ชิค ที่เรียกว่าทั้งสองสิ่งผสมผสานกันจนทำให้เมืองลับแลกลายเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมาก ที่สำคัญสำหรับสายกินอาหารพื้นเมืองอร่อยมาก จึงทำให้การมาเที่ยวลับแลบอกเลยว่า มีความสนุกมากมาย กับ 15 จุดเที่ยว กิน พัก ที่เมื่อมาถึงลับแลแล้วห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

     

    เทียวลับแล

     

    วันแรก
    12.00
    น. ซุ้มประตูเมืองลับแล

    เราเดินทางจากกรุงเทพแต่ประมาณ 7 โมงเช้า เกือบ 5 ชั่วโมง ก็มาถึงตัวอำเภอลับแล สิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกว่าได้มาถึงเมืองลับแลแบบสมบูรณ์แบบแล้วนั้น จะต้องเห็นซุ้มประตูเมืองลับแล สีเหลืองโดดเด่นมาแต่ไกล เหมือนเป็นปราการด่านแรก เรียกได้ว่าจุดนี้เป็นแลนด์มาร์คที่ทุกคนต้องแวะ ข้างซุ้มประตูมีประติมากรรมแม่ม่าย อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองลับแล  เป็นรูปปั้นหญิงสาวยืนอุ้มลูกน้อยสีหน้าเศร้าสร้อย ข้างมีสามีนั่งคอตกในมือถือถุงย่ามใส่ขมิ้นเตรียมเดินทางจากเมืองลับแล บริเวณฐานจารึกข้อความ “ขอเพียงสัจจะวาจา” ที่แสดงถึงตำนานของเมืองลับแล ที่เล่าถึงแม่หม้ายผู้ที่ยอมเสียสละ เพื่อรักษาสัจจะวาจาที่เป็นกฎของเมืองว่าเมืองนี้ห้ามพูดโกหก

     


     

    12.30 น. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

    ติดกับซุ้มประตูเมือง คือ ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาด  พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติของเมือง วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองลับแล โดยจำลองผ่านเรือนในแต่ละหลังซึ่งจัดแสดงได้น่าสนใจมาก  บริเวณด้านหน้าทางเข้าสวยงามด้วยต้นลีลาวดีที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวยาวไปจนถึงตัวพิพิธภัณฑ์ พื้นที่บริเวณโดยรอบ เป็นสนามหญ้ากวางขวาง มีข้อความป้ายตัวอักษร หลงลับแล สีสันสดใส

     

     

    เมืองลับแล คือ เขตห้ามพูดโกหก ตามตำนานนิทานพื้นบ้านเล่ากันว่าเป็นเมืองของคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โกหกคำเดียวไม่ได้ ลูกเขยเห็นลูกร้องไห้ กล่อมแบบไหนก็ไม่หยุด หลุดปากหลอกลูกว่า แม่มาแล้วเท่านั้นแหละ ก็ต้องออกจากเมือง

     

     

     

    อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านไม้ยกสูงแบบไทยโบราณตามแบบฉบับของเมืองลับแล มีสะพานไม้ข้ามไปยังตัวบ้าน ใต้ถุนบ้านจัดแสดงเครื่องปั่นฝ้าย กี่ทอผ้าขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงวิถีการทอผ้าของสาวเมืองลับแล ในปัจจุบันอำเภอลับแล ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรม เช่น ผ้าตีนจก ไม้กวาด ติดอันดับของประเทศ นอกจากนี้ยังจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เครื่องสีข้าวโบราณและยุ้งฉาง  บริเวณบ้านมีการจำลองคอกช้าง คอกม้า คอกหมู สวนมะพร้าว สวนหมาก น้ำตก ลำธารธรรมชาติ  แสดงให้เห็นอาชีพเกษตรกรรมของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

     

     

    พื้นที่ด้านบนแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป  โดยแบ่งเป็นสัดส่วน ตั้งแต่เรื่องของการเลี้ยงกล่อมลูก วัฒนธรรมการแต่งกาย และประเพณีสำคัญทั้ง 12 เดือน เรือนการทำอาหาร ชาวลับแลหรือคนไทยภาคเหนือส่วนใหญ่นิยมทำอาหารบนเรือน และอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองลับแล คือ หมี่พัน ข้าวแคบ

     

     

    พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล  

    ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53130

    วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม

    โทร 0-5543-1078 กด 0

     

    13.00 น. แวะร้านอาหารใกล้พิพิธภัณฑ์

    บริเวณที่ตั้งซุ้มประตูเมืองและพิพิธภัณฑ์เมืองลับแลคือ ใจกลางเมืองที่มีความคึกคัก ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร มาถึงเมืองนี้ไม่ต้องกลัวอด เพราะมีให้บริการหลายร้าน ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารจานเดียว ส้มตำ ขนมจีน เรียกว่าตระการตา เดินมาจากพิพิธภัณฑ์นิดเดียวก็เลือกได้เลยว่าจะทานอะไร มีร้านอาหาร ร้านกาแฟประมาณ 6 ร้าน ตั้งเรียงรายติดกัน แต่เราสนใจร้านนี้เพราะสะดุดตากับการตกแต่งร้าน  อีกอย่างมีความอยากทานขนมจีนด้วย  ร้านแต่งแบบพื้นบ้านเป็นที่นั่งแบบเบาะปูกับพื้นน่านั่ง ลมพัดเย็นสบาย  ส่วนเมนูส่วนใหญ่จะเน้นเป็นขนมจีนน้ำแกงต่างๆ  ยำขนมจีน ส้มตำ อาหารทานเล่น และอาหารจานเดียว สั่งขนมจีนขาไก่ ยำขนมจีน และไส้อ่อนทอด รสชาติอร่อยมากทุกอย่าง

     

    dsc00247

    dsc00250

    dsc00249

    dsc00256

    dsc00263

    dsc00261


    14.00
    น. ลับแลคลับ

    กินคาวแล้วต่อด้วยของหวาน ติดกับร้านขนมจีน คือ ลับแลคลับ   ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองลับแล  ตัวร้านอยู่ใต้ต้นมะขามขนาดใหญ่ร่มรื่นพร้อมแปลชิงช้าใต้ต้นไม้  ภายในร้านเป็นแบบโอเพ่นแอร์ทั้งหมด ตกแต่งสไตล์ลอฟท์แบบปูนเปือยผสมแนววินเทจออกแนวชิคเก๋น่ารัก ด้านหลังร้านเป็นทุ่งนาเขียวดูแล้วเพลินตา  ร้านให้บริการทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศดี เพลงไพเราะ ภายในร้านเป็นผนังปูนเปือยและอิฐ มีลวดลายเพ้นท์กำแพงเก๋ๆ เป็นมุมถ่ายภาพชิคๆ อีกมุมหนึ่ง ที่นั่งด้านหลังร้าน ตกแต่งแนวินเทจ ด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ มองเห็นวิวทุ่งนา

     

     

    เคาน์เตอร์สั่งอาหารเน้นทั้งอาหารคาวซึ่งเป็นอาหารจานเดียวและทานเล่น เช่น ปีกไก่ทอด เฟรนซฟราย ยำต่างๆ เมนูแนะนำ หอยทอด  ออส่วน และเครื่องดื่มมีมากมายให้เลือกสรร

     

    ลับแลคลับ

    เปิดให้บริการทุกวัน ส่วนกาแฟ 06:00 – 16:30 น. ส่วนครัว 11:00 – 20:00 น.
    หลัง 16.30 ร้านจะปิดบาร์กาแฟ แล้วเน้นเครื่องดื่มพวกอิตาเลียนโซดา ชาเขียว โกโก้ นมสด นมสด

    เบอร์โทรศัพท์ : 081-040-4681

    https://www.facebook.com/coffee.injaime/


    15.00
    น. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

    จากตัวเมืองลับแล เดินทางต่อไปยังบ้านทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอลับแล ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ 5 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของที่พักในคืนนี้ แต่ก่อนเข้าที่พักแวะไปไหว้ พระบรมธาตุทุ่งยั้ง กันก่อน ซึ่งที่พักของเราก็ตั้งอยู่ตรงกันข้ามวัดนี้แหละ  วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งเป็นวัดสำคัญประจำเมืองทุ่งยั้ง ซึ่งเมืองทุ่งยั้งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยติดต่อกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย

     

    ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ คือ  วิหารหลวง มีอายุเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ หลังคาลดหลั่น 3 ชั้น หน้าบันแกะสลักลงรักปิดทองสวยงามมาก ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงหลวงพ่อหลักเมือง หรือหลวงพ่อโต องค์พระประธานประดิษฐานในพระวิหารหลวง ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อหลวงพ่อหลักเมืองว่าหลวงพ่อประธานเฒ่า หลวงพ่อหลักเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน เพราะได้รับสิ่งพึงปรารถนาตามอธิษฐาน

     

     

    เจดีย์พระบรมธาตุ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า พระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นเจดีย์เก่าแก่แบบลังกาทรงกลมฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นบริวารอยู่ 4 มุม ฐานชั้นที่ 3 มีซุ้มคูหา 4 ด้าน สันนิษฐานว่าได้บูรณะขึ้นภายหลัง เชื่อกันว่าบรรจุพระพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เรียกว่า อุรังคธาตุ คืออัฐิส่วนหน้าอก

     

     

    พระพุทธรูปปางปรินิพพาน ตั้งอยู่ด้านข้างของพระวิหารหลวง เป็นปกติเวลาสร้างพระพุทธรูปปางนี้มักจะสร้างเฉพาะองค์พระพุทธรูป สำหรับที่วัดพระบรมธาตุ (ทุ่งยั้ง) สร้างเหล่าสาวกที่มาชุมนุมกันในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานด้วย

     

     

    15.30 น. วัดพระแท่นศิลาอาสน์

    ไม่ไกลจาก วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เราไปต่อยัง  วัดพระแท่นศิลาอาสน์  ประดิษฐาน พระแท่นศิลาอาสน์ ปูชนียวัตถุสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์  มีความเชื่อว่าการได้มาสักการะบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ จะได้รับอานิสงส์สูงสุด และเช่นเดียวกับพระพุทธบาทสระบุรี พุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธาตั้งใจมานมัสการให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต

     

     

    พระแท่นศิลาอาสน์ เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว มีตำนานว่า พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้น เชื่อกันมาแต่โบราณว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งห้าพระองค์ในภัทรกัปนี้ ได้เสด็จและจะได้เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นแห่งนี้ เพื่อเจริญภาวนา และได้ประทับยับยั้งในเวลาที่ตรัสรู้แล้วเพื่อโปรดสัตว์ ซึ่งแสดงว่าพระแท่นศิลาอาสน์นี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่อง ในพระพุทธศาสนามายาวนาน ตัวพระแท่นเป็นศิลาแลง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ที่ฐานพระแท่นประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบ มีพระมณฑป ศิลปะเชียงแสนครอบ อยู่ภายในพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์

     

     

    ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณ เรือพายโบราณ ชั้นบน แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตชาววัง ชาวบ้านสมัยก่อน เครื่องจักสาน เครื่องมือตีเหล็ก ก่อสร้าง เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมาสน์โบราณ พระพุทธรูปที่แกะจากไม้ ต้นโพธิ์โบราณ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

     

     

    16.30 น. ทุ่งยั้งเฮาส์

    เดินทางเหนื่อยมาทั้งวันได้เวลาพักผ่อนแล้ว ที่พักในเมืองลับแล 1 คืน เราเลือกพักที่ ทุ่งยั้งเฮาส์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นที่พักแนวโฮมสเตย์ที่ตกแต่งแนวมาก ได้อารมณ์วินเทจแบบโบราณ โดยนำบ้านไม้เก่ามารีโนเวทใหม่แต่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้เพื่อให้เข้าความเป็นเมืองลับแลซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ถึงแม้จะตั้งอยู่ริมถนนแต่ภายในที่พักบรรยากาศสงบและผู้คนไม่พลุกพล่าน  เพราะห้องพักเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ด้วย และมีจำนวนห้องแค่เพียง  3 ห้องเท่านั้น แถมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งแอร์ ทีวี ตู้เย็น และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง  ในราคาแค่หลักร้อยกลางๆ เท่านั้น เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับราคาห้องที่สุด

     

     

    ห้องพักชั้นล่างมี 1 ห้อง กว้างขวาง ตกแต่งน่ารัก นอนหลับสบายมาก  มีห้องน้ำอยู่ภายในห้อง ซึ่งแยกออกมาเป็นสัดส่วน ห้องดีขนาดนี้ นึกว่าจะเกือบพัน แต่แค่คืนละ 600 บาทเท่านั้น

     

     

    ส่วนชั้น 2 มีทั้งหมด 2 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องมีพื้นที่โถงส่วนกลางส่วนตัวสำหรับนั่งเล่นด้วย คือ จัดพื้นที่ใช้สอยได้แบบไม่แออัด กว้างขวางหายใจสบาย เป็นอีกหนึ่งที่พักในเมืองลับแลที่แนะนำมาก ที่พักดี ราคาไม่แพง เจ้าของบ้านให้บริการอย่างเป็นกันเองโลเคชั่นสะดวก ตั้งอยู่ติดตลาดและถนนใหญ่หาของกินสะดวกมาก แถมตรงข้ามกับพระบรมธาตุทุ่งยั้ง สถานที่สำคัญของเมืองลับแลอีกด้วย

     

     

    ทุ่งยั้งเฮ้าส์  

    ที่อยู่: 102 ตำบล ทุ่งยั้ง อำเภอ ลับแล อุตรดิตถ์ 53210

    โทรศัพท์:  086 435 0458

    https://www.facebook.com/thungyanghouse/


    18.30
    น. ม่อนลับแล

    ช่วงเย็นของเราเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองลับแลอีกครั้ง  เพื่อไปทานอาหารเย็นที่ ตกแต่งสไตล์ชาวล้านนาตามแบบฉบับของเมืองลับแล ท่ามกลางสวนร่มรื่น ภายในร้านตกแต่งเรียบหรู สะดวกสบาย มีมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนหลายมุม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในคุ้มของเจ้านางทางเหนือ  ภายในร้านมีทั้ง zone ร้านกาแฟและร้านอาหาร รวมทั้งเป็นร้านจำหน่ายของฝากและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ผลไม้ตามฤดูกาล พื้นที่ของร้านแบ่งเป็น 3 โซน  คือ บ้านของฝากลับแล ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า ร้านกาแฟลาลีกาซึ่งอยู่ริมถนน และร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุด

     

     

    โซนร้านขายของฝากและ ร้านกาแฟลาลีกา ตกแต่งหรูหรา น่านั่ง  มีทั้งในส่วนของที่นั้งในห้องแอร์และที่นั่งแบบเอาท์ดอร์กลางสวน

     

     

    ร้านอาหารตั้งอยู่ด้านในสุด มีทั้งโซนห้องแอร์และเอาท์ดอร์เช่นกัน โดยเน้นอาหารพื้นเมืองลับแล เมนูอาหารมีให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เน้นเป็นอาหารพื้นเมืองทั้งอาหารเหนือและอาหารขึ้นชื่อของเมืองลับเล  เมนูห้ามพลาด คือ ข้าวพันเสวย ราชาเขียวหวานกุ้ง คันชงทอดไข่ มะเขือยาวผัดเสฉวน เป็นต้น อาหารที่สั่งเน้นเป็นอาหารแนะนำ คือ ข้าวพันผักเสวย รสชาติดีน้ำจิ้มเลิศมาก ราชาเขียวหวานกุ้ง ที่นอกจากกุ้งที่ใส่จะตัวใหญ่แล้วยังใส่ทุเรียนลงไปด้วยเพิ่งเคยทานครั้งแรกคือ อร่อยมากตอนแรกนึกว่าจะเลี่ยน แต่ไม่เลย เนื้อทุเรียนที่ใส่กรอบกำลังดี เหมือนกำลังทานยอดมะพร้าวอ่อน  คันชงทอดไข่ คือไข่เจียวนั่นเองแต่ใส่ใบคันชง ซึ่งเป็นผักพื้นบ้าน เป็นต้นไม้เล็กใช้ทำยาและแกงกินได้ อยู่ในจำพวกผักเมนูนี้ยกนิ้วให้อร่อยกกรอบ  แกงแคหมูรสชาติดี กุ้งผัดน้ำมะขาม กุ้งสดและรสชาติก็อร่อยเช่นกัน  สรุปรสชาติโดยรวมของอาหารต้องเรียกว่าอร่อยทุกเมนู ปริมาณเยอะแถมราคาไม่แพงมาก  เป็นอีกหนึ่งร้านที่ติดดาวให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารอร่อย บรรยากาศดีต้องไม่พลาด

     

    ม่อนลับแล

    เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น.

    โทร 055 431 439

     

    วันที่สอง

    07.30 น. ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

    เราตื่นแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ จุดประสงค์ไม่ได้ไปจ่ายตลาด หรือหาอะไรทานแต่อย่างใด แต่เพื่อไปถ่ายภาพเพนท์กำแพงที่วาดบนตัวตึกหน้าตลาด คือ ขับรถผ่านไปมาตั้งแต่เมื่อวานไม่ได้มีโอกาสแวะ เช้านี้เลยตั้งใจว่าจะต้องมาถ่ายภาพให้ได้ เป็นภาพวาดกำแพงที่มีความเก๋ สีออกแนวพาสเทลหน่อยๆ เล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตคนผู้คนในอดีต อย่างเช่น ร้านโขว์ห่วย ร้านขายกาแฟโบราณ คือ วาดได้อย่างสวยงาม มีความเก๋และความชิค เห็นแล้วก็อดถ่ายภาพไม่ได้

     

     

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

     

    ด้านหน้าตลาดมีความเก๋าและความเก๋ ออกแนวย้อยยุค โบราณหน่อยๆ ขนาดตลาดสดยามเช้าของเมืองลับแล ยังมีเอกลักษณ์ มีกิมมิคน่าสนใจ ไม่ใช่ตลาดสดทั่วไปที่เราเคยพบเห็น ด้านหน้าตลาดเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศคนสำคัญแห่งเมืองลับแล เดิมชื่อ นายทองอิน ท่านมีเชื้อสายจีน แต่ด้วยความรักในท้องถิ่นจึงพัฒนาเมืองลับแลมาโดยตลอด ในสมัย รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสจังหวัดอุตรดิตถ์และเมืองลับแล  โดยมีนายทองอินจัดการรับเสด็จเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง และได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี อีกทั้งเป็นผู้นำชุมชนที่ชาวลับแลให้ความนับถือ จึงได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนพิศาลจีนะกิจ และเลื่อนเป็นพระศรีพนมมาศ ในปี พ.ศ. 2451

     

     

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

     

    นอกจากภาพวาดบนผนังตึกแล้ว ยังมีภาพวาดที่แสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งกายของผู้คนในเมืองลับแล ริมกำแพงยาว อีกด้วย

     

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ

    ตลาดสดเทศบาลศรีนพมาศ


    08.30
    น. น้ำตกแม่พูล

    เราเดินทางต่อไปยัง น้ำตกแม่พูล ซึ่งอยู่ตำบลแม่พูล เป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนให้น้ำไหลลดหลั่นจากบนเขาสูงลงมา ดูคล้ายน้ำตกธรรมชาติ สูงหลายชั้น สภาพโดยรอบนั้นมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อนและร้านอาหาารที่สามารถนั่งมองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกแม่พูลได้อย่างชัดเจน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับตัวเมืองอุตรดิตถ์ที่มีถนนเข้าถึงสะดวกสบายบริเวณน้ำตกมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและที่จอดรถไว้บริการ

     


    09.00
    น. เฮือนลับแล

    จากนั้นเราแวะจิบเครื่องดื่ม หาอะไรรองท้องเบาๆ ในมื้อเช้าที่ เฮือนลับแล ร้านอาหารและร้านกาแฟกลางสวนใกล้น้ำตกแม่พูล บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์ล้านนา ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่แสนร่มรื่น ที่นั่งมีทั้งโซนที่นั่งแบบ indoor และ outdoor  รวมถึงที่นั่งริมลำธารที่ไหลจากน้ำตกแม่พูล บริเวณลำธารมีเก้าอี้และแคร่ไม้ไผ่ตั้งอยู่กลางน้ำ สามารถนั่งเล่นหย่อนขาจิบเครื่องดื่ม แช่ลำธารให้เย็นสบาย

     

    ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนเส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่พูล ซึ่งเส้นทางนี้มีความเป็นธรรมชาติมาก รายล้อมด้วยภูเขา เขียวขจีด้วยสวนผลไม้ และต้นไม้ตลอดทางทาง ขับรถในเส้นทางนี้เป็นอะไรที่ชมวิวเพลินตา  ปลายสุดของถนน คือ น้ำตกแม่พูลจากนั้นเป็นเส้นทางขึ้นภูเขาซึ่งเป็น สวนผลไม้ตามฤดูกาล อย่างเช่น ทุเรียนหลง หลิน ที่ขึ้นชื่อ และ หมอนทองลับแล  ลางสาด ในช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค. ซึ่งเป็นฤดูทุเรียน  จะเห็นรถมอเตอร์ไซต์วิบากของชาวบ้านวิ่งผ่านไปมาเพื่อเก็บทุเรียนเพื่อส่งขายตลอด

     

     

    ลับแลที่นี่ ภูเขา กินได้  หมายถึง เกษตรกรที่อำเภอลับแลเลือกที่จะไปปลูกผลไม้อย่างทุเรียน ลางสาด ลองกอง สร้างรายได้ให้กับครอบครัวบนภูเขาสูง เพราะได้เปรียบตรงที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขารายล้อม สร้างกระต๊อบไว้กลางสวนตรงจุดที่อยู่สูงที่สุด ทำรางรินกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในถัง ช่วงแล้งก็จะใช้วิธีกาลักน้ำแบบน้ำหยดตามโคนต้นผลไม้ เกษตรกรที่นี่จึงไม่เคยขาดน้ำมีน้ำเพียงพอใช้ได้ตลอดปี แต่สิ่งสำคัญที่ทุกสวนจะทำก็คือ ปรับวิถีชีวิตเพิ่มเติม โดยใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ด้วยการเลี้ยงหมูภูเขา ทำโรงเรือน เพียง 4 เดือน ก็จับหมูขายได้ แถมยังมีขี้หมูที่เป็นปุ๋ยอย่างดีบำรุงสวนผลไม้ได้ไม่ต้องซื้อหา ลดต้นทุนการผลิตได้ พร้อมปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ แค่นี้ก็กลายเป็น “ภูเขากินได้” ถึงที่อื่นจะเดือดร้อนในเรื่องภัยแล้ง แต่คนลับแลเขากลับมีน้ำกินน้ำใช้มีรายได้ตามวิถีพอเพียง

     

     

    บรรยากาศภายในร้านกว้างขวาง เข้ามาปุ๊บได้ความรู้สึกว่าเหมือนหลุดมาอยู่ในโลกเข้ามาในโซนภาคเหนือ ล้านนามากๆ ตกแต่งสวยงาม เรียบหรูดูดี  ที่นั่งบริเวณ outdoor มีหลายจุดให้เลือกนั่ง ไฮไลท์เด่นของร้าน คือ ที่นั่งกลางลำธาร ถูกใจใครหลายคน

     

     

    dsc00512

     

    เฮือนลับแล ให้บริการทั้งอาหารคาวมีทั้งอาหารเหนือแบบพื้นเมืองอุตรดิตถ์ และอาหารสไตล์ฟิวชั่น รวมถึงเครื่องดื่ม ขนม เบอเกอรี่ เด็ดสุด คือ โทสต์ทุเรียนเสริฟ์มาเป็นพูกันเลยทีเดียว ซึ่งจะมีให้ทานเฉพาะฤดูทุเรียนเช่นกัน  มาถึงแล้วต้องลองรับประทาน อร่อยมาก สำหรับเครื่องดื่มสามารถนำน้ำลงไปด้านล่างได้ ส่วนอาหารต้องทานบริเวณที่นั่งด้านบน สำหรับใครที่มาถึงเมืองลับแล ไม่ควรพลาดที่แวะทานอาหารอร่อย  จิบเครื่องดื่มริมธาร นั่งพักผ่อนชิว ๆ กันที่ เฮือนลับแล

     

     

    เฮือนลับแล

    170/9 ตำบล แม่พูล อำเภอ ลับแล อุตรดิตถ์ 53130

    เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

    โทร 055 427 009

    https://www.facebook.com/Huanlaplae/


    10.00
    น. ตลาดผลไม้หัวดง

    ก่อนเดินทางกลับเข้าไปในตัวเมือง เราแวะตลาดหัวดง ซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกับน้ำแม่พูล และเฮือนลับแล นับเป็นตลาดผลไม้ขายส่งและปลีก ใหญ่ที่สุดในอุตรดิตถ์ หากพูดทุเรียนดังประจำถิ่นอุตรดิตถ์ คอทุเรียนที่แท้ทรูคงไม่มีใครไม่รู้จัก หลงลับแล หลินลับแล จะให้ผลผลิตในช่วงเดือนมิ.ย. – ก.ค. ถ้ามาถึงถิ่นจะมีขายที่ตลาดผลไม้หัวดง  เอกลักษณ์ของทุเรียนพันธุ์นี้ คือ ลูกเล็ก เม็ดเล็ก แต่เนื้อแน่น หวานมันอร่อย กลิ่นไม่แรงมาก แต่ราคาแรงพอสมควรเพราะหาทานยาก ถ้ามาถึงถิ่น หลงลับแล กิโลละ 300-600 บาท เฉลี่ยแล้วตกลูกละ 150-800 บาท แล้วแต่ขนาดและคุณภาพ แต่ถ้าเป็นหลินลับแล ราคาจะสูงมากกิโลละ 800-950 บาท บางคนที่ได้ลองทานจะติดใจเนื้อทุเรียน และรสชาติ+กลิ่นที่หอมเบาๆ จนลืมหมอนทองไปเลยทีเดียว

     

    dsc00541

    dsc00537

    dsc00539

    dsc_7452

    dsc_7456

     

    ถ้าพูดถึงเฉพาะรสชาติ หลินลับแลจะอร่อยกว่าหลงลับแล เพราะเนื้อเนียนและรสชาติกลมกล่อมกว่าหลงลับแล แต่หลินลับแลราคาแพงกว่าหลงลับแล หาทานได้ยากเพราะติดผลยาก บางปีอาจจะไม่ติดลูกเลย เนื้อน้อย เปลือกหนามาก ชาวสวนเมืองลับแลจึงนิยมปลูกหลงลับแลมากกว่าหลินลับแล เพราะติดผลและการดูแลรักษาง่ายกว่าหลินลับแลมาก อย่างไรก็ตามรสชาติของทุเรียนทั้งหลงลับแลและหลินลับแล จะมีรสชาติอร่อยกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ

     

    dsc_7453


    11.30
    วัดดอนสัก

    วัดดอนสัก ตั้งอยู่ที่บ้านฝายหลวง  ได้ชื่อมาจากการสร้างวิหาร ด้วยไม้สักเพียงต้นเดียวที่ขึ้นอยู่บนเนินสูงตามธรรมชาติ  มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ บานประตูวิหารวัดดอนสัก หรือ บานประตูวัดดอนสัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตัวเสาประตูเป็นลายกนกใบเทศสลับลายกนกก้ามปู บานประตูเป็นไม้แกะสลักทั้งบาน รูปลายกนกก้านขด มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายกนกต่าง ๆ มีความอ่อนช้อยสวยงาม โดยบานซ้ายและขวานั้นไม่เหมือนกัน แต่เมื่อปิดบานแล้วลวดลายมีความลงตัวเข้ากันได้สนิท

     

     

    บานประตูวัดดอนสัก เป็นคู่บานประตูไม้จำหลักโบราณสมัยอยุธยาที่มีความสวยงามคู่หนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นบานประตูพุทธศาสนสถานที่มีความสวยงามมากที่สุด 1 ใน 3 คู่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ บานประตูวิหารวัดพระฝาง, บานประตูพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ และบานประตูวิหารวัดดอนสัก โดยประตูวัดดอนสักนี้เป็น 1 ใน 2 คู่ บานประตูสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

     

     

    12.00 น. ข้าวพันผักอินดี้

    มาเมืองลับแลต้องลองอาหารท้องถิ่น หนึ่งในอาหารเด่นขึ้นชื่อ คือ ข้าวพันผัก ที่ลับแลมีร้านข้าวพันผักให้เห็นอยู่ทั่วทั้งเมืองอยู่ที่ว่าจะลองทานร้านใด โดยเฉพาะถนนราษฎร์อุทิศ ถนนที่ตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยร้านอาหารพื้นเมืองหลายร้านตลอดทั้งเส้นทาง โดยเฉพาะ ข้าวพันผัก ก๋วยเตี๋ยวพื้นเมือง ร้านกาแฟ

     

    dsc00635

    dsc00636

     

    แต่ถ้าพูดถึงร้านดัง รสชาติเด็ด เมนูแปลก ต้องไปที่ ข้าวพันผัก Indy  หรือชื่อเดิมคือร้านข้าวพักผักป้าตอ ร้านข้าวพันผักร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับร้านของทอดชื่อดังของลับแล เลยไปไม่เกิน 1 กิโลเมตร นอกจากตัวร้านที่ตกแต่งน่ารักแบบอินดี้สมชื่อแล้ว ยังโดดเด่นเรื่องเมนูข้าวพันผักต่างๆ ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นเมนูโบราณ แต่ทางร้านนำมาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เป็นข้าวพันผักเครื่องแน่นแบบต่างๆที่มีให้เลือกเพียบ ทั้ง ข้าวพันผักห่อไข่ ข้าวพันไม้ ข้าวพันฟิวชั่น  แถมเมนูทานเล่นอย่างไข่ม้วน หมี่พัน บอกเลยรสชาติไม่ธรรมดา อาจทำให้หลงรักการทานข้าวพันผักไปเลยก็ว่าได้

     

     

    ตัวร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น  มีข้าวของประดับที่เรียกว่า ตกแต่งได้อินดี้สมชื่อ ชั้นล่างเป็นใต้ถุนเปิด จัดเป็นโต๊ะนั่งทานอาหารที่มีให้นั่งพอสมควร  ร้านไม่มีที่จอดรถ แต่สามารถจอดรถริมทางถนนในซอยได้ ผนังรอบร้านถูกเขียนด้วยชอล์คสีต่างๆ จากลูกค้าที่มาเยี่ยมเยือนจะมีการเขียนชื่อไว้ตามเสา ขื่อ คาน กระดานต่างๆของร้าน ถือเป็นจุดขายของร้านอีกอย่างหนึ่ง

     

     

    เมนูเด่นคงไม่พ้นข้าวพันผักและหมี่พันผักแบบท้องถิ่นดั้งเดิม เช่น  ข้าวพันผักธรรมดา ข้าวพันผักห่อไข่  ไข่ม้วน หมี่พัน และแนวฟิวชั่น ที่นำมาปรับสูตรใหม่ อย่างเช่น  ข้าวพันผักเย็นตาโฟ  ข้าวพันผักเนื้อเปื่อย  ข้าวพันผัดหมูแดง  ข้าวพันผักราคาไม่แพง 30 บาท จานโตเครื่องแน่นมาเต็มมาก ทานจนอิ่ม ทีเด็ดของร้านอีกอย่าง คือ น้ำจิ้ม ที่มีให้เลือก 2 สูตร รสชาติดีจัดจ้านจะเน้นไปทางเผ็ดสักหน่อย  นอกจากนี้ยังมีเมนูก๋วยเตี๋ยวอินดี้ ที่จัดเต็มมาแบบชุดใหญ่ ทานกันได้หลายคน เรียกได้ว่าทานจนอิ่มท้องไปตามๆกัน

     

    ข้าวพันผัก Indy 

    ตั้งอยู่ อยู่ในถนนราษฎร์อุทิศ เลยซอยร้านลับแลม่วนใจ๋ไปอีก 100 เมตรร้านอยู่ขวามือ

    ร้านเปิดตั้งแต่เวลา  09.30 น. ปิด 16.30 น. หยุดทุกวันศุกร์


    13.00
    น. เจ้นีย์ของทอด

    เจ๊นีย์ของทอดลับแล ร้านของทอดชื่อดังแห่งเมืองลับแลที่ไม่ควรพลาด เปิดขายมายาวนานกว่า 30 ปี ร้านตั้งอยู่บนถนน  ถนนราษฎร์อุทิศ  ซอย 1 ใกล้กับร้านข้าวพันผัก indy  จุดเด่นของร้าน คือ นำทุกอย่างมาทอด ทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด การใส่ใจในการเปลี่ยนน้ำมันใหม่อยู่เสมอและเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่แบบวันต่อวัน  เมนูของทอดขึ้นชื่อ คือ หน่อไม้ไส้หมูสับชุบแป้งทอด ทางร้านนำหน่อไม้สดมาต้มแล้วผ่าออกเป็นสี่ส่วนยัดไส้ด้วยหมูสับชุบแป้งกรุบกรอบแล้วนำไปทอดทานกับน้ำจิ้มนับเป็นเมนูที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร  ทั้งตำลึงอัญชันทอด เผือกทอด เผือกและเปาะเปี๊ยะทอด กุ้งแม่น้ำทอด  ทีเด็ดอยู่ที่ น้ำจิ้ม ได้รสเปรี้ยวจากจากมะขาม หวานจากน้ำตาลปี๊บ มันจากถั่วลิสงป่น หอมจากผักชีใบเลื่อยและเผ็ดจากพริกสดตำ ทานกับของที่นำมาชุบแป้งทอดกรอบร้อนๆอร่อยลืมไม่ลงทีเดียว นอกจากนี้ยังมีหมี่พัน เป็นแป้งใสๆใส่หมี่ผัดปรุงรสเรียบร้อย

     

    เจ๊นีย์ของทอดลับแล  

    เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

    ที่อยู่:  ถนนราษฎร์อุทิศ  ซอย 1  ตำบล ศรีพนมมาศ  อำเภอ ลับแล อุตรดิตถ์ 53130

    โทรศัพท์: 086 925 4558

     

    2 วัน 1 คืน ปิดทริปลับแล ต้องบอกเลยว่าก่อนเดินทางมาด้วยความไม่ได้คาดหวังและคิดว่าที่นี่จะเป็นเมืองที่น่าเที่ยวขนาดนี้ คือ ประทับใจทุกอย่าง ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยว  ที่พัก  ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่มีความเก๋เฉพาะตัว ตะลุยกินจนพุงกาง  เมืองลับแล ในวันนี้มีความเพียบพร้อมในเรื่องท่องเที่ยวไม่แพ้ที่ไหน รอเปิดประตูอ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เมืองที่มีความลึกลับในอดีต ในวันนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไป  ถ้าไม่มา ลับแล บอกเลย ว่าคุณพลาด

    Tags : , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน