• One day trip ระยอง 6 พิกัดไปให้ชิล

    หากคิดถึงการพักผ่อนเที่ยวชมบรรยากาศริมทะเล ไปนั่งทานอาหารทะเล นั่งเก้าอี้ผ้าใบชายหาดริมทะเล ชื่อของ ระยอง น่าจะมาเป็นอันดับต้นๆ แต่เดี๋ยวก่อนจังหวัดนี้ ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีจุดแวะเที่ยว อีกเพียบ ที่รับรองว่าจะเต็มอิ่มไปกับท่องเที่ยวแน่นอน จะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ  ระยองก็ถือว่าไม่ไกลมาก เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงกว่า ขับรถชมวิวไปเรื่อยๆแป๊บเดียวถึง แถมแวะได้หลายที่อีก มาแนะนำทริป 1 วัน กับ 6 พิกัด เที่ยวระยองไปให้ชิล

     

    เที่ยวระยอง1วัน

    10.00 Happy camper

    ขับรถมาเกือบสามชั่วโมง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองระยอง ไปพักรถ ผ่อนคลายให้สดชื่น กันที่ Happy camper  (แฮปปี้ แคมเปอร์ ) คาเฟ่ใจกลางสวนติดริมคลองในตัวเมืองระยอง ตั้งอยู่ในร้านอาหารครัวริมคลอง    เป็นร้านที่ตกแต่งน่ารัก บรรยากาศดี ร่มรื่น เน้นความเป็นธรรมชาติ ภายใต้ร่มไม้เขียวขจี โดยจัดโซนที่นั่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆได้อย่างลงตัว มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเพียบ

     

     

    ความสดชื่นเริ่มตั้งแต่เดินเข้ามาภายในร้าน ผ่านซุ้มประตูไม้ ซึ่งก็จะได้พบกับความเขียวขจี มีที่นั่งหลายโซนให้เลือก เป็นแบบ open air ทั้งหมด เริ่มจากลานที่นั่งที่ยกพื้นไม้สูง มีทั้งโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่รอบต้นไม้ใหญ่  ที่นั่งแบบเหล็กดัดสีขาว แบบโต๊ะกระจกเรียบเก๋ และมุมแบบเก้าอี้สูงบาร์ตกแต่งด้วยเคคตัสต้นน้อย รวมทั้งมุมเก้าอี้นั่งแบบติดกระจกยื่นถ่ายรูปโพสต์ท่าได้แบบคูลๆ

     

     

    ภายในร้านมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะ เก้าอี้ และที่นั่งแบบโต๊ะญี่ปุ่นนั่งกับพื้น มีมุมไฮไลท์คือ แปลตาข่ายที่ยื่นไปในริมคลอง ให้นั่งเล่นรับลมเย็น ส่วนเมนูภายในร้านจะเน้นเครื่องดื่มและขนมเป็นหลัก มีของทานเล่นเล็กน้อย และอาหารจานเดียว ราคาอยู่ในเรทปานกลาง สั่งเครื่องดื่มและบิงชูและมาชิม นั่งไปกินไป ชมบรรยากาศ เพลินเพลิดสุดๆ  เป็นอีกหนึ่งร้านน่ารักในเมืองระยองใครผ่านไปผ่านมาเที่ยวระยอง แนะนำว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

     

     

    Happy Camper

    109 ถนนราษฏร์บำรุงง ตำบล เชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง  ตั้งอยู่ในร้านครัวริมคลอง หลังโรงแรมระยองพาเลซ

    เปิดให้บริการ 09.00 – 20.00 น หยุดทุกวันอังคาร มีที่จอดรถเยอะค่อนข้างสะดวก

    https://www.facebook.com/happycamperrayong/

     

    11.30 น. เขาแหลมหญ้า

    หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวถ่ายภาพคูลๆของระยอง คงไม่มีใครไม่รู้จัก เขาแหลมหญ้า สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีฉากบ้านเป็นหอคอยสีขาวที่มีเบลคกราวน์เป็นวิวทะเล สะพานไม้ที่ยื่นไปกลางทะเล  รวมทั้งวิวของทุ่งหญ้าสีทองสวยงามต้องแสงอาทิตย์ในยามเย็น แถมยังเป็นจุดกางเต้นท์ที่มีวิวชั้นดี ที่จะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศสไตล์แคมป์ปิ้งริมทะเลได้แบบเเต็มที่

     

     

    เขาแหลมหญ้า เป็นภูเขาเตี้ยๆ ติดทะเล ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และเป็นจุดกางเต็นท์สำหรับคนที่ชื่นชอบแนวแคมปิ้งแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ เขาแหลมหญ้า อยู่ในเส้นทางเดียวกับหาดแม่รำพึง คือ ใกล้กันมาก หากขับรถมาตามเส้นทางเรียบหาดก็จะถึงหาดแม่รำพึงก่อน จากนั้นไม่กี่นาทีก็จะถึงเขาแหลมหญ้า  เรียกได้ว่ามาเที่ยวแล้วก็แวะไปพักผ่อนที่หาดแม่รำพึงและทานอาหารทะเลแสนอร่อยกันต่อได้ เมื่อมาถึงทางเข้าชำระค่าเข้าชมตามอัตราค่าบริการของอุทยาน จากนั้นขับรถไปจนสุดทางก็จะเจอลานจอดรถและพื้นที่ท่องเที่ยวเขาแหลมหญ้า

     

     

    น้ำทะเลที่ เขาแหลมหญ้า ค่อนข้างใส มีลานกางเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการอยากใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีจุดกางเต้นท์ให้กางหลายจุด พร้อมห้องน้ำที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน  ภายในพื้นที่ของอุทยานม ร้านค้า ร้านสวัสดิการเล็กๆของอุทยานฯให้บริการ ราคาเต็นท์สำหรับ 2 คนพร้อมเครื่องนอนราคา 290 บาท กรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเอง จะต้องชำระค่าใช้สถานที่ในการพักแรมคืนละ 30 บาท/คืน และงดให้บริการเช่าเต็นท์ในช่วงฤดูฝน  สามารถเข้าไปจองเต็นท์อุทยานล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ของอุทยาน

     

     

    ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเขาแหลมหญ้า  คือ เดินไปถ่ายภาพสุดชิคกับกับหอคอยสีขาวริมทะเล ซึ่งตรงจุดนี้เราจะได้เห็นวิวสีฟ้าของท้องทะเลแบกว้างไกลสุดตา พร้อมลมทะเลที่พัดเย็นสบายเข้ามาตลอด ตรงข้ามกันที่เห็นเป็นเกาะนั่น คือ เกาะเสม็ดนั่นเอง รวมทั้งแนวหินสีขาวริมทางเดิน และท่าเรือเขาแหลมหญ้า มีสะพานไม้ทอดยาวริมทะเล มองลงไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้า ที่ค่อนข้างใสพอสมควร ก็เป็นจุดถ่ายภาพสวยๆ

     

     

    จุดสุดท้ายเป็นจุดที่นิยมมาถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่มีวิวของ  ทุ่งหญ้าสะวันนา ตั้งอยู่สุดปลายเขา ซึ่งต้องเดินเรียบสะพานริมทะเลไป แต่เราไม่ได้เดินไปจนสุดทาง เพราะอากาศค่อนข้างร้อนมากแค่ได้ชมวิวอยู่ตรงริมสะพานก็สุขใจแล้ว แนะนำว่าหากจะมาชมทุ่งหญ้าควรมาในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า จะได้วิวที่สวยงามมาก

     

     

    12.30 น. ร้านเจ๊อึ่ง ซีฟู้ด

    หลังจากเที่ยวเขาแหลมหญ้าแล้ว ก็ตั้งใจแวะมาทานอาหารทะเล ที่หาดแม่รำพึง เพราะอยู่ไม่ไกลกัน มีร้านอาหารริมทะเลให้เลือกมากมายตั้งอยู่เรียงรายเรียบชายหาด ทั้งแบบเป็นร้านอาหาร มีโต๊ะ เก้าอี้  และร้านเล็กๆริมหานั่งแบบเตียงผ้าใบ เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว เราเลือกทานอาหารร้านเจ๊อึ่ง ซีฟู้ด ตามกระแสรีวิว ซึ่งตั้งอยู่ต้นๆหาด ใกล้กับสะพานท่าเรือ ซึ่งบริเวณนี้มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้าน บรรยากาศเป็นที่นั่งอยู่บนหาดทรายริมหาดแม่รำพึง มองไปเห็นวิวของท่าเรือทอดยาว

     

     

    สั่งอาหารมาหลายอย่าง ทั้งหอดเชลล์อบเนย และทอดกระเทียม ปลากระพงทอดน้ำปลากรอบอร่อย  หอยแครงลวกสดดี  กุ้งผัดซอสมะขาม กุ้งตัวโตน้ำซอสที่ราดใช้ได้ ส้มตำปูม้าโอเค  รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าอร่อย และราคาไม่สูงมากอาหารจานค่อนข้างใหญ่ แลได้อาหารเร็วด้วยไม่ต้องรอนาน

     

     

    14.00 น. ลานหินขาว หาดแม่รำพึง

    มาถึงหาดแม่รำพึงทั้งที ต้องแวะไปยังจุดชมวิว ลานหินขาว ตั้งอยู่ระหว่างกลางของหาด มีการจัดวางสวนหินไว้อย่างสวยงาม ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน โดยเฉพาะยามเย็นจะเห็นนักท่องเที่ยวแวะมานั่งเล่นมากมายรวมทั้งชาวบ้านในแถบนี้เองด้วย และน้ำทะเลในบริเวณค่อนข้างนิ่งและน้ำใส สามารถลงเล่นน้ำได้  ถือเป็นอีกหนึ่งชายหาดขึ้นชื่อ เหมาะสำหรับมาเที่ยวเป็นครอบครัว

     

     

    จุดชมวิวเป็นชายหาดที่มีก้อนหินริมหาดเยอะ และน้ำทะเลใสมาก สามารถเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลินใจ หรือจะเดินชมวิว  นั่งเล่นรับลมบริเวณโขดหินก็ได้

     

     

    15.00 น. พิภัณฑ์บ้านครูกัง

    จากตัวเมืองมุ่งหน้าสู่อำเภอแกลง แวะ พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมและแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อให้ประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า และก่อให้เกิดความเพลิดเพลิน แก่นักท่องเที่ยว สามารถเดินชมของเก่าอันทรงคุณค่าที่หาชมได้ยาก หลากหลายชนิด เช่น รถเก่า เครื่องใช้ไม้สอยสมัยโบราณ หนังสือ ธนบัตร ตะเกียง เครื่องดนตรี โดย ครูกัง-บุญเกียรติ บุญช่วยเหลือ” อดีตข้าราชการครู ผู้เป็นเจ้าของใช้เวลาสะสมของเก่ามา นานกว่า 40 ปี โดยใช้ชีวิตหลังเกษียณ ปรับปรุงบ้านของตนเอง บนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ด้วยเหตุผลที่ว่าครูไม่อยากเก็บไว้ดูคนเดียว

     

     

    พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง มีโครงสร้างเป็นบ้านไม้เก่าโบราณซึ่งเป็นบ้านของครูที่ใช้อยู่อาศัย  เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาก็จะตื่นตาตื่นใจกับสิ่งของสะสมและการจัดแต่งได้อย่างเป็นสัดส่วน  บริเวณด้านหน้า มีที่เติมน้ำมัน  รถเก่าโบราณสุดคลาสสิค ทั้งรถม้า รถสองแถวไม้  รถจิ๊บ รวมทั้งร้านกาแฟบ้านครูกัง มีเครื่องดื่มขายหลายชนิดทั้งกาแฟ และน้ำหวานต่างๆ

     

     

    ส่วนภายในบ้านนั้น ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบระเบียบด้วยการแบ่งเป็นหมวดหมู่และจัดเก็บไว้ตามแต่ละห้อง ทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการจัดแสดงเป็นห้องต่างๆ เริ่มจากโซนแรก มีททั้งไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผมชาย/หญิง ร้านตัดเสื้อ ร้านทอง โรงภาพยนตร์ ร้านถ่ายภาพ ร้านกาแฟ  รวมทั้งยานพาหนะเล็ก-ใหญ่ จักรยาน รถมอเตอร์ไซค์

     

     

    เมื่อเดินไปยังอีกโซนบริเวณกลางบ้าน เป็นส่วนของ ห้องครัว ห้องเรียน ห้องนอน  ร้านขายของชำ รวมทั้งห้องเก็บกระปุกออมสินแบบต่างๆ

     

     

    ส่วนชั้น 2 มีทั้งของเล่น ของขาย ตะเกียง ปิ่นโต ตาชั่ง รวมทั้งเครื่องดนตรโบราณต่าง เรียกได้ว่ามาที่ พิพิธภัณฑ์บ้านครู จะได้สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพในมุมต่างๆได้อย่างเพลิดเพลินใจ เหมือนได้ย้อนรอยไปในอดีตที่อาจทำให้เราอมยิ้มไปกับสิ่งของสะสมต่างเหล่านี้

     

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    เลขที่ 162/6 หมู่ 5 ต.กร่ำ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  ใกล้ ๆ อนุสาวรีย์สุนทรภู่

    วันและเวลาทำการ ทุกวัน 09.00 – 16.00 น.
    โทรศัพท์ : 087-129 9405 ครูกัง

     

    17.00 น. ทุ่งโปรงทอง

    ปิดทริปกันที่ทุ่งโปรงทองเพื่อไปเก็บบรรยากาศในยามเย็น  ทุ่งโปรงทอง  ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำประแส อำเภอแกลง มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ซึ่งแต่เดิม เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำการประมง เลี้ยงกุ้ง ทำการเกษตร ทำสวนผลไม้ จนกระทั่งทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนี้ ได้ถูกทำลาย และสิ่งแวดล้อมป่าชายเลนเสื่อมโทรมลง เทศบาลตำบลปากน้ำประแสได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่พัฒนาป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดของจ.ระยอง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ควบคู่กันไป โดยสร้างสะพานเดินศึกษาธรรมชาติเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทุ่งโปรงทอง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ได้เห็นความสวยงามตามธรรมชาติของป่าโกงกาง ไม้โปรง และไม้ริมชายฝั่ง จุดเด่น คือต้นโปรงที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มพื้นที่สะท้อนสีเขียวอ่อน จนกลายเป็นทุ่งโปรงทองที่สวยงามแปลกตา

     

     

    สำหรับการเดินทางมาที่ทุ่งโปรงทอง เมื่อเข้ามาภายในบริเวณชุมชนปากน้ำประแส ผ่านวัดตะเคียนงาม จะต้องนำรถไปจอดไว้ที่จุดจอดรถ ซึ่งมีให้บริการ 2 แห่ง โดยเสียค่าบริการคันละ 20 บาท จากนั้นนั่งรถสามล้อชาวบ้านเข้าไปยังจุดเริ่มเดินเท้าเข้าชมทุ่งโปรงทองโดยเสียค่าบริการคนละ 5 บาท/ เที่ยว

     

     

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานทอดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่ทะเลประแสซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือรบหลวงประแส  หากเดินด้วยเท้าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า  แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะนิยมเดินชมแค่บริเวณทุ่งโปรงทองซึ่งใช้เวลาเดินเข้าไปชมเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเช้า และช่วงบ่ายแก่ๆ เนื่องจากบรรยากาศไม่ร้อนมาก และเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดมาส่องกระทบใบโปรงทอง เป็นสีเหลืองอร่าม บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ ถือเป็นพื้นที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพันธุ์หลากหลายชนิด ทั้งต้นแสม ตะบูนดำ ลำพูน โกงกาง โปรงแดง โปรงทอง เป็นที่อยู่อาศัย แหล่งหลบภัย และเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณป่าชายเลน เช่น กุ้ง หอย ปูแสม ปูก้ามดาบ ปลาตีน

     

     

    สะพานไม้ได้ลัดเลาะไปตามป่าโกงกางประมาณ 200 เมตร  จะทะลุออกมาจนเจอ ทุ่งโปรงทอง ที่เต็มไปด้วยต้นโปรงขึ้นเบียดกันแน่น ใบโปรงสีเขียวเหลืองอ่อนที่แทรกออกเป็นพุ่มแน่นจนแทบไม่เห็นพื้นด้านล่าง เมื่อใบถูกแสงแดดจะ สะท้อนให้เห็นเป็นสีทองอร่าม เต็มสะพรั่งทั่วท้องทุ่ง ตรงจุดชมวิวกลางทุ่งต้นโปรงนี้ สามารถเห็นวิวได้รอบทิศ เสมือนถูกโอบด้วย ทุ่งสีเหลืองทอง ตัดด้วยขอบสีเขียวเข้มของใบโกงกางที่เป็นพุ่มล้อมอยู่โดยรอบ

     

     

    โดยในพื้นที่ของทุ่งโปรงทองได้จัดทำระเบียงชมวิว ที่สามารถชมวิวของทุ่งโปรงทองในมุมสูงได้แบบกว้างไกล ถือเป็นจุดชมวิวที่สร้างความตื่นตาประทับใจให้กับหลายคน ที่ได้มาสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติป่าโปรงทองแห่งนี้

     

     

    เมื่อเดินต่อไประหว่างทางพบพันธุ์ไม้นานาชนิด ที่ติดป้ายบอกไว้ให้ได้ศึกษาเรียนรู้ อาทิ ต้นลำพู ต้นแสม ต้นโกงกาง ต้นตะบูนดำ โปรงแดง โปรงทอง ฯลฯ จากนั้นจะถึงยังศาลเจ้าพ่อแสมผู้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือมาแต่โบราณ นักท่องเที่ยวเข้ามากราบสักการะได้ เมื่อเดินไปยังสุดทางที่ศาลาพักชมวิว มองออกไปเห็นท้องทะเลว่างเปล่ายาวไกลสุดลูกหูลูกตา ถือว่าธรรมชาติช่วยผ่อนคลายได้ดี

     

    เดินมาได้เกือบครึ่งทางจะเจอกับต้นแสมยักษ์ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสวยงาม เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของการมาเที่ยวทุ่งโปรงทองที่ไม่ควร ในช่วงเย็นพระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าก็จะมีแสงสีทองส่องลงมา เราจบการเดินทางตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แค่ที่ ต้นแสมยักษ์ ซึ่งหากใครต้องการเดินไปต่อจะไปสุดที่ทะลประแส ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือรบประแส  ระหว่างทางกลับซึ่งเดินย้อนกลับมายังเส้นทางเดิม ก็จะเจอกับแสงสวยๆที่ลอดผ่านวิวของต้นโกงกาง เป็นภาพที่สวยงามมาก

     

     

    เทีย่วระยอง 1 วัน วันหยุดนี้หากนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหน ลองย้อนกลับมาที่ระยองกันอีกสักที  มาสัมผัสกลิ่นไปทะเลอันสดชื่น  แถมด้ยมุมมองอื่นของระยองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

     

    ที่พักระยองติดทะเล มีให้เลือกมากมาย คลิ๊ก 20 ที่พักระยองติดทะเล 

     

    Tags : , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน