• Onedaytrip นครนายก Update 5 ที่เที่ยว

    หากคิดถึงบรรยากาศแบบธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ฟีลเที่ยวป่า ภูเขา น้ำตก รับโอโซนบริสุทธิ์ใกล้กรุง นครนายก ยังคงเป็นจังหวัดที่เที่ยวได้แบบไม่มีเบื่อ มีที่จุดเช็คอินมาใหม่ ให้ได้ไปซ้ำได้เกือบทุกที ครั้งนี้เราวางแผนไปนครนายกอีกแล้ว ไปสัมผัสความเขียวขจีอารมณ์แบบไปเที่ยวภาคเหนือ เที่ยววัดสวยแปลกตา นั่งเล่นคาเฟ่เก๋

     

    เที่ยวนครนายกวันเดียว

     

    09.30 น. น้ำตกช่องลม

    ออกจากกรุงเทพแต่เช้าระหว่างทางแวะพักทานอาหารเช้าเพื่อเติมพลังให้เต็มที่ เพราะจุดหมายแรกของเราต้องใช้พลังลุยกันนิดหน่อย ที่ น้ำตกช่องลม ความงดงามที่ถูกค้นพบในเขื่อนขุนด่านปราการชล สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของนครนายก เป็นสายน้ำตกที่ไหลผ่านซอกหินน้อยใหญ่และผืนป่าเขียว ให้ความสดชื่นแบบกรีน หลายคนอาจเคยแวะเที่ยวเขื่อนหลายครั้ง แต่อาจไม่รู้ว่าด้านหลังเขื่อนมีความมหัศจรรย์ของธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ บรรยากาศแบบนี้ไม่ต้องเดินทางตามหาให้ไกลถึงภาคเหนือหรือลงใต้ แค่มานครนายกก็ได้เจอแล้ว

     

     

    การเดินทางไปยังน้ำตกช่องลมง่ายแสนง่าย แค่มุ่งตรงมาที่เขื่อนขุนด่าน จากนั้นติดต่อที่ศูนย์ที่ให้บริการล่องเรือ ซึ่งอยู่บริเวณลานจอดรถ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 -17.00 น. ค่าบริการ  1-7 คน 1500 บาท 8 คนขึ้นไป คนละ 200 บาท หากมาคนเดียวหรือจำนวนน้อยนั่งรอตรงศาลาซักครู่ จะมีเพื่อนร่วมทางที่มีจุดหมายเดียวกันมาช่วยกันแชร์ จนเต็มเรือ หรือใครอยากเหมาเรือทั้งลำก็ได้ เมื่อครบตามจำนวน เดินไปยังสันเขื่อนซึ่งเป็นท่าเรือลงบันไดที่จำนวนขั้นเยอะมากลงไป ขึ้นเรือซึ่งเป็นเรือหางยาวมีหลังคาและชูชีพพร้อม หากไม่อยากเจอคนเยอะให้มาแต่เช้าประมาณ 9 โมง  เพราะช่วงเที่ยงไปแล้วคนเริ่มทยอยมามากขึ้น  ส่วนรองเท้าที่ใส่มาเที่ยวแนะนำเป็นรองเท้าที่กันน้ำและไม่ลื่น เพราะต้องเดินผ่านสายน้ำตกนิดหน่อย หรือถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบได้แต่ต้องระวังเปียก สำหรับคนที่หิวน้ำง่ายพกน้ำขวดเล็กติดตัวมาก็ดี

     

    เส้นทางล่องเรือจะแวะเที่ยวทั้งหมด 3 จุด คือ น้ำตกผางามงอน  น้ำตกคลองคราม น้ำตกช่องลมซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ สำหรับจุดแรกที่แวะ คือ น้ำตกผางามงอน ซึ่งตั้งอยู่ไกลสุดนั่งเรือไปประมาณ 20 นาที เรือจะจอดโดยให้เวลา 30 นาที เพื่อขึ้นไปชมน้ำตกแห่งนี้  แต่เราไม่ได้ขึ้นไป เพราะไม่อยากปีนป่าย อยากเก็บแรงไว้ไปเที่ยวที่น้ำตกช่องลม ส่วนจุดที่สองน้ำตกคลองคราม ไม่ไกลจากจุดแรก ให้เวลา 30 นาที ก็ไม่ได้แวะลงไปด้วยเหตุผลเดียวกัน โชคดีที่นั่งเรือมากับนักท่องเที่ยวที่มีความเห็นไปในทางเดียวกัน บอกคนขับเรือว่าให้ไปน้ำตกช่องลมกันเลย เพราะอยากอยู่นานๆ เพราะเป็นเป้าหมายที่อยากไปมากกว่า

     

    น้ำตกช่องลม ตั้งอยู่ไกลกับสันเขื่อนที่สุด ถ้ามุ่งตรงมาน้ำตกนี้ก่อนใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เรือค่อยๆ ใกล้เข้าไปยังจุดเริ่มต้นเดินขึ้นชมน้ำตก ก็เริ่มเห็นความเขียวขจีมาแต่ไกล มีเรือของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นวนมาจอดกันอยู่เรื่อยๆ

     

     

    เรือจะจอดให้เที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางไปยังน้ำตก 400 เมตร เดินง่ายๆชิวๆผ่านเส้นทางของเขียวขจี ส่วนด้านข้างเป็นลำธารของน้ำตกที่ ไหลไปตามโขดหินน้อยใหญ่ ทั้งหมดนี้เป็นทิวทัศน์ที่อยู่ในช่องเขา ที่เรียกว่า เขาช่องลม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก  ระหว่างทางสามารถแวะถ่ายรูปได้ตลอด มีความสวยทุกมุม ส่วนใครที่อยากเล่นน้ำก็ลงเล่นได้ เพราะน้ำไม่ลึกและแรงมาก แต่ต้องเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน

     

    ดินแดนแห่งความเขียวขจี ที่ไม่คิดว่าจะมีความสวยงามแบบนี้ซ่อนอยู่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกค้นพบได้ไม่นาน เหมือนเที่ยวเขื่อนตามภาคเหนือหรือภาคใต้ มีความสดชื่นและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติมากๆ ยิ่งมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนยิ่งใช่เลย

     

     

     

    มาถึงทางเดินไม้ไผ่เล็กๆ ก็ยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปกันต่อไป

     

     

    จากสะพานผ่านซอกกำแพงหิน ที่มีเชือกให้จับยึดไว้เวลาเดิน จากภาพดูเหมือนจะเอดเวนเจอร์ แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลย แค่เดินจับเชือกสวยๆ แล้วผ่านไป จากจุดนี้ใกล้ถึงต้นน้ำตกเข้าไปทุกที ก็จะได้เห็นภาพของสายน้ำที่กว้างขึ้น กลุ่มเราไม่ได้เดินไปถึงตัวน้ำตก แต่นั่งเล่นพักผ่อน กันตามอัธยาศัยแค่ตรงจุดนี้ก็แฮปปี้สุดๆ

     

     

    ได้เวลากลับไปที่เรือตามเวลานัดหมาย เราเริ่มเที่ยวกกันตั้งแต่ 09.30 น. จบที่เวลา 11.30 น. ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน น้ำตกช่องลม ดินแดนสีเขียวใกล้กรุง อีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาฟอกปอด ฟังเสียงธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

     

     

    12.00 น. ภูอิงนา คาเฟ่

    คาเฟ่ริมทุ่งนาที่มีภูเขาล้อมรอบ ได้บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ สามารถมองวิวได้แบบพาโนราม่ากว้างไกล ตัวร้านตกแต่งแบบลอฟต์ผสมผสานกับสไตล์ท้องทุ่ง โซนที่นั่งทั้งแบบกระท่อมริมนา และห้องแอร์แบบเรือนกระจกสามารถมองเห็นวิวด้านนอก รวมทั้งหอชมวิวแบบสองชั้นที่สามารถมองวิวได้ในมุมสูง ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ชมวิวได้แบบเต็มอิ่ม รวมทั้งมุมชิงช้าที่เบื้องหน้าเป็นภูเขาและทุ่งนาเขียวขจี ที่นี่มีทั้งอาหารและกาแฟสดพร้อมเสริฟ

     

     

    นอกจากเป็นร้านกาแฟ ยังให้บริการที่พักในรูปแบบรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านกาแฟไม่ใหญ่มาก เขียวขจีร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีสระน้ำเล็กๆ พร้อมโซนที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ห้อยขา และแบบกระท่อม

     

     

    ภายในร้านซึ่งเป็นโซนห้องแอร์  คือ ส่วนของเคาน์เตอร์สั่งอาหารและเครื่องดื่ม โดยแบ่งที่นั่งเป็น 2  ส่วน คือ ส่วนที่อยู่โซนเดียวกับเคาน์เตอร์ และที่นั่งแบบริมกระจกมองเห็นวิวนาข้าว  นอกจากนี้ยังมีทั้งที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ริมบ่อปลาและต้นไม้ และที่นั่งแบบติดกับกำแพงอิฐด้วย

     

     

    ถัดไปเป็นหอชมวิว 2 ชั้น มีระเบียกว่างและโต๊ะเก้าอี้แบบเคาน์เตอร์บาร์ สำหรับยืนหรือนั่งชมวิวแบบกว้างไกลได้แบบชิลๆ มองไปเบื้องหน้า คือ วิวภูเขาบรรยากาศนึกว่ากำลังยืนชมทุ่งนาทางภาคเหนือ  เขียวสบายตามาก

     

     

    ที่นั่งแบบโต๊ะเก้าอี้ พร้อมร่ม มุมนี้น่ารักมาก  ถัดไปซุ้มประตูไม้ไผ้มีแปลชิงช้าคู่กัน นั่งเล่นไกวชิงช้าไปด้วยสนุกเพลินดี  ถัดไป คือ ที่นั่งแบบกระท่อมริมทุ่งที่มีประมาณ  4 หลัง

     

     

    สำหรับเมนูอาหาร มีทั้งอาหารคาวซึ่งเมนูมีไม่มากนัก เช่น ส้มตำ ไก่ทอด ยำ ข้าวจานเดียวง่ายๆ ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งชา กาแฟ อิตาเลียนโซดา โดยรวมรสชาติอาหารและเครื่องดื่มถือว่าโอเค

     

     

    พิกัด  23 3, ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก นครนายก  ตั้งอยู่อยู่เส้นเดียวกับทางไปวัดคีรีวัน

    ร้านเปิดทุกวัน : 10.00 น. – 18.00 น.

    เฟสบุคคลิ๊ก  ภูอิงนาคาเฟ่ 

     

    13.00 น. วัดคีรีวัน

    ถึงเวลาเข้าวัดรัวๆกันบ้าง นครนายกมีวัดสวยๆ ที่เรายังไม่รู้จักอีกหลายแห่ง อย่างเช่น วัดคีรีวัน ที่มีพระแก้วมรกตองค์จำลองประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนยอดเขาวัดเป็นพระแก้วองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่นับถือของประชาชนโดยทั่วไป รวมถึงศิลปะสถาปัตยกรรมแบบขอมทั้งปราสาทขอมองค์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโพธิ์ 1,000 ปี พระพุทธรูปปางนาคปรกแกะจากไม้ต้นโพธิ์ รวมทั้งปูนปั้นเหล่าเทพยดาต่างๆ ทั้งแบบจีนและพราหมณ์

     

     

    เมื่อเริ่มถึงตัววัดจะสะดุดตากับกำแพงแบบขอม รวมถึงปราสาทขอมแบบโบราณ ตั้งโดดเด่นอยู่ด้านล่างของวัด คล้ายกับปราสาทขอมทางภาคอีสาน ด้านหน้ามีพระพุทธรูปจำลอง เศียรพระพุทธรูป รวมถึงพระเจ้าทันใจ ให้สักการะบูชา บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างเงียบสงบ

     

     

    รอบตัวปราสาทอ่อนช้อยด้วยลวดลายแกะสลักงดงาม

     

    Onedaytrip นครนายก Update 5 ที่เที่ยว

     

    รวมทั้งปูนปั้นเหล่าเทพยดาต่างๆ  ที่ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นไปสักการะพระแก้วมรกตองค์จำลอง ถัดไป คือ  พระอุโบสถ และมีกำแพง ที่แกะสลักรูปพราหมณ์แบบขอมไว้ ดูแปลกตาเช่นกัน

     

     

    พระมณฑปประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลองอยู่บนเนินเขาสามารถขับรถขึ้นไปถึงข้างบนได้ ระยะทางประมาณ 300 เมตร องค์พระแก้วจำลองมีเนื้อเป็นเรซิ่น ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว หนัก 1 ตัน และมีเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7 กะรัต พลอยแท้ 2,000 กว่าเม็ด และทับทิม  วัดคีรีวัน เป็นวัดที่สวยงามน่าเที่ยวชมอีกมากมาย

     

     

    14.00 น. วัดมณีวงศ์

    วัดต่อไป มุ่งไปที่ วัดมณีวงศ์  เป็นวัดที่มีพุทธศิลป์ที่สวยงามควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูวัด พระพุทธรูปสีเหลืองทองป่างปาเลยไลยก์ วิหารเซียนที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้านบน พระอุโบสถ สวนปฏิบัติธรรม ที่สร้างด้วยศิลปะที่อ่อนช้อยงดงามและแปลกตาจากที่เคยเห็น เดินชมได้แบบตื่นตาตื่นใจ และถือโอกาสได้ทำบุญอีกด้วย

     

     

    ซุ้มประตูทางเข้าวัดสีทองอลังการ มีรูปปั้นพญานาคซึ่งเป็นมนุษย์ผู้ชายเฝ้าประตูทั้งสองฝั่ง ส่วนกำแพงวัดเป็นสีทองทอดยาวโดดเด่นด้วยลวดลายแกะสลัก ปลายสุดของกำแพงเป็นรูปดอก มีพระพุทธรูปอุ้มบาตรอยู่ตามช่องประตู เป็นกำแพงวัดที่สวยที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

     

    ปูชนียสถานที่สำคัญ ตรงกลาง คือ พระพุทธรูปสีเหลืองทองป่างปาเลยไลยก์ประทับนั่งอยู่บนก้อนศิลา ด้านขวา คือ พระอุโบสถ ด้านซ้ายคือวิหารเซียนที่ด้านบน ประดิษฐานพระพุทธรูปขาดใหญ่ นามว่า หลวงพ่อพันล้านพระพุุทธรัตน์มณีศรีหทัยนเรศวร์

     

    วิหารเซียนสร้างได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม เสาทุกต้นมีรูปปั้นมังกรรอบเสา ด้านในมีรูปปั้นเทพต่างๆ ที่สามารถเข้าไปสักการะขอพรได้

     

     

    ด้านหน้าวิหารเซียนเป็นที่ตั้งของศาลตายาย ที่ให้เลขมงคลแก่ผู้มาขอจนถูกรางวัลซ้ำกันหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือ และทำให้ผู้คนถูกรางวัลซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งหลายคนดังปรากฏผู้คนจากทั่วสารทิศมุ่งหมายมายังวัดแห่งนี้ พร้อมนำน้ำเขียว หมากพลู บุหรี่ มาเซ่นไหว้ โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อขอเลขมงคล

     

     

    พระอุโบสถเป็นสีทอง รอบกำแพงมีรูปปั้นกินรีสีทองประดับโดยรอบ ข้างในอุโบสถเป็นสืทองเช่นกันงดงามด้วยลวดลายแกะสลักบริเวณกำแพง ประดิษฐานหลวงพ่อสิวลี ซึ่งเป็นพระประธาน

     

     

    ด้านในสุด คือ สวนปฏิบัติธรรม ที่ประตูทางเข้างดงามอลังการงานสร้างอีกแล้ว เป็นลวดลายปูนปั้นรูปพญานาคที่ตรงกลางเป็นมนุษย์ ทั้งสองข้าง บันได้สีฟ้าเป็นลวดลายก้อนเมฆ สื่อถึงเส้นทางขึ้นสู่สวงสวรรค์ ส่วนด้านในสวนปฏิบัติธรรม เป็นลานกว้างที่กำลังต่อเติมเพิ่มเลยไม่ได้เข้าไปเก็บภาพ วัดมณีวงศ์  เป็นวัดในจังหวัดนครนายกที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก หรือมาเที่ยวมากนัก เดินชมสิ่งก่อสร้างสุดอลังการรู้สึกอิ่มตามาก ไม่เสียแรงที่ปักหมุดไว้ว่าต้องแวะมาให้ได้

     

     

    15.30 น. วัดเลขธรรมกิตติ์

    ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านนา ในเส้นทางกลับกรุงเทพ  เป็นวัดเก่าแก่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีโบสถ์เก่าอายุกว่าร้อยปี  เหลือเพียงผนังบางส่วนและซุ้มประตูวัดที่ถูกปกคลุมด้วยรากโพธิ์ขนาดใหญ่ กลายเป็นสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่ผ่านกาลเวลามาได้อย่างสวยงาม จนกลายเป็นแหล่งเช็คอินอีกหนึ่งแห่งที่ควรค่ามาเยี่ยมของของนครนายก

     

     

    การเดินทางมาวัดเลขธรรมกิตติ์ โดยใช้ google maps จะไม่ปรากฎชื่อขึ้น แต่จะขึ้นชื่อ โรงเรียนวัดเลขธรรมกิตติ์ ให้มาตามเส้นทางเดียวกันก่อนในช่วงแรก พอใกล้ถึงจะมีป้ายชื่อ วัดเลขธรรมกิตติ์ ที่เห็นชัดเจนมีซอยเล็กๆ ให้เลี้ยวเข้าไป  เมื่อมาถึงตัววัดแล้วจอดรถไว้ด้านหน้า โบสถ์ต้นโพธิ์ตั้งอยู่ด้านหลัง จะพบกับซุ้มประตูวัดที่ไม่สูงมาก มาเที่ยวช่วงบ่ายแก่ๆมีแสงส่องกระทบประตูมาพอประมาณยิ่งดูขลังมาก

     

    เมื่อเข้ามาในประตูจะพบกับโบสถ์เก่าที่ก่อด้วยอิฐ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงผนังบางส่วน มีต้นโพธิ์และรากขนาดใหญ่ปกคลุมดูแปลกตา รวมทั้งช่วยให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี  มีผนังเพียงด้านเดียวที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยในอดีตแบบชัดเจนที่สุด มีช่องหน้าต่างติดกัน 2 ช่อง มุมนี้กลายเป็นจุดถ่ายภาพไฮไลท์ ที่นักท่องเที่ยวต้องมาโพสต์ท่าถ่ายภาพ

     

     

    บริเวณกลางโบสถ์ มีศาลาขนาดเล็ก ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

     

     

    ประตูวัดอีกฝั่งถูกปกคลุมด้วยรากของต้นโพธิ์เช่นกัน กลายเป็นประตูสู่กาลเวลา เหมือนวัดพระงาม อยุธยา ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก แต่สวยงามแทบทุกมุมเลยทีเดียว  มีความเงียบสงบ ปลอดนักท่องเที่ยว เดินถ่ายภาพจนเพลิน

     

     

    ทริป 1 วัน เต็มอิ่มใกล้ชิดธรรมชาติและความงามของสถาปัตยกรรม กับที่เที่ยวนครนายกซึ่งอาจจะไม่ใหม่ เพียงแต่เรายังไม่รู้จักว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ 

    Tags : , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน