• หน้าแรก
  • ทริปเที่ยว
  • เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน ฉบับคนมีรถ เที่ยวตามใจฉัน สไตล์นักเดินทางอิสระ

เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน ฉบับคนมีรถ เที่ยวตามใจฉัน สไตล์นักเดินทางอิสระ

เติมความสุขให้ชีวิต เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน ด้วยรถส่วนตัว แวะจอดเช็คอินสถานที่สวย ตามสไตล์นักเดินทางอิสระ ไม่เร่งรีบ แวะพักชมวิวทิวทัศน์สุดประทับใจ เที่ยวธรรมชาติ ชมน้ำตกงาม ตามรอยประวัติศาสตร์ย่านเก่าเมืองกาญ เที่ยวตามแบบฉบับคนมีเวลาน้อย งบไม่บานปลาย ไปได้ทุกที่ไม่มีสะดุด  เตรียมรถให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปกับเราเลย

เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน

  • เช็ครถให้พร้อม ตรวจสภาพรถยนต์, น้ำมันเครื่อง ยาง ระบบเบรก ให้พร้อมลุย
  • เตรียมสัมภาระ เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ยา อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
  • จองที่พักล่วงหน้า เลือกที่พักที่เหมาะกับงบประมาณและสไตล์การเดินทาง (โรงแรม, รีสอร์ท, แคมป์ปิ้ง)
  • วางแผนเส้นทาง ใช้  Google Maps หรือแอปนำทางอื่นๆ เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ
  • เติมน้ำมันให้เต็มถัง ปั๊มน้ำมันอาจหายากในบางพื้นที่, เติมน้ำมันให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
  • พกเงินสดติดตัว สำรองไว้ยามฉุกเฉิน เตรียมเงินสดให้เพียงพอ

Day 1 เดินเล่นชมเมืองเก่า สูดกลิ่นอายประวัติศาตร์ ชมวิว Skywalk

เราเริ่มต้นด้วยการเดินเล่นที่ ถนนปากแพรก ชุมชนเก่าที่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน บอกเลยว่าบรรยากาศเก่าๆ ของที่นี่ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต แต่เราตั้งใจมาที่นี่ เพราะอยากมาถ่ายรูปกับภาพวาด 3 มิติขนาดยักษ์บนกำแพงเมืองเก่า เป็นภาพรถไฟที่สวยงามมาก แลนด์มาร์คแห่งถนนปากแพรก ที่ต้องมาเช็คอินถ่ายภาพ ซึ่งภาพวาดสามมิติจะมี 2 ภาพ ภาพแรกบริเวณกำแพงเมืองเก่า จะเป็นภาพหัวขบวนรถไฟ  ส่วนอีกภาพเป็นภาพท้ายขบวนรถไฟ ตั้งอยู่สุดปลายถนนปากแพรก บริเวณกำแพงร้านโรสฟลาวเวอร์

>> อ่านรีวิวชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ ชมเมืองเก่า  ถ่ายรูปรถไฟสามมิติ ถนนนปากแพรก กาญจนบุรี


ย้อนเวลาจิบกาแฟ ในบ้านเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส

หลังจากที่เดินชมบรรยากาศถนนปากแพรกเสร็จแล้ว แวะนั่งชิลที่ บ้านสิทธิสังข์ ร้านกาแฟและที่พักสุดคลาสสิคสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่นี่เป็นอาคารสีเหลืองมัสตาร์ทอายุกว่า 100 ปี การตกแต่งภายในร้านเต็มไปด้วยความวินเทจ ทั้งเฟอร์นิเจอร์และของประดับโบราณ เมนูที่นี่เน้นเฉพาะเครื่องดื่มและขนม ทำให้บรรยากาศการนั่งจิบกาแฟในบ้านเก่า ๆ นี่ฟินสุด ๆ มีทั้งกาแฟหอม และขนมอร่อย ให้เราได้นั่งพักเติมพลังกัน


ก้าวเหนือเวลา มองเมืองกาญจน์ในมุมที่ไม่เคยเห็น

ไปต่อด้วยการไปเดินล่าท้าความเสียวกันที่ Skywalk กาญจนบุรี ทางเดินกระจกใสที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแคว บนความสูง 12 เมตร เดินไปชมวิวแม่น้ำแควและบ้านเรือนริมแม่น้ำจากมุมสูง เป็นภาพมุมสูงของเมืองกาญจน์ที่สวยงามและแปลกตา ทางเดินสกายวอล์คจะมีจุดพักเป็นวงกลมสำหรับชมวิวหลายจุด แนะนำให้มาที่นี่เพื่อเก็บภาพสวยๆ มองเห็นวิวแม่น้ำแควและบ้านเรือนแบบ 360 องศา สวยงามประทับใจสุดๆ

>> อ่านรีวิวชมภาพเพิ่มเติมได้ที่   Skywalk กาญจนบุรี  ทางเดินกระจกใส ชมวิวริมน้ำแคว


คาเฟ่สไตล์มินิมอล วิวภูเขา แม่น้ำแควน้อย สวยสะกดใจ

ต่อด้วยไปนั่งพัก จิบเครื่องดื่ม ที่ W Story Café  (ดับเบิ้ลยู-สตอรี่)  คาเฟ่มินิมอลสีขาวคลีน ตั้งอยู่บนเนินเขา สวยงามด้วยวิวภูเขาและแม่น้ำแควน้อยสวยแบบสะกด  ทั้งมุมระเบียงกระจกยื่นออกไปชมวิวแบบพาโนรามา  อีกหนึ่งจุดชั้นล่างหน้าต่างกรอบไม้สี่เหลี่ยม ที่มองเห็นวิวด้านหลังเป็นภูเขาและแม่น้ำ เหมือนกรอบรูปภาพ ส่วนเครื่องดื่มและขนมมีมากมาย ทั้ง เค้กส้ม คาราเมล แมคคาเดเมีย บานอฟฟี่ ช็อกโกแลตหน้านิ่ม มาเที่ยวเมืองกาญจน์ ต้องปักหมุด หยุดแวะแชะภาพแบบคูลๆกันที่ร้านนี้

>> อ่านรีวิวร้านชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ W STORY  คาเฟ่มินิมอล ชมวิวภูเขาและแม่น้ำแคว


ที่พักสุดปัง วิวเขื่อนศรีฯ ที่สายแคมป์ปิ้งห้ามพลาด

จบท้ายวันแรกที่ ไร่รักษ์ฟ้า ที่พักสไตล์บูติคเต้นท์ ตั้งอยู่บนเนินเขามองเห็นวิวเขื่อนศรีนครินทร์อย่างสวยงาม ตอนเย็นสามารถนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก และตอนเช้าตื่นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมสายหมอกบางที่ลอยคลอเคล้าภูเขา แถมยังจัดมุมชมวิวเขื่อนให้ถ่ายรูปหลากหลายมุม โดยเฉพาะมุมไฮไลท์ ระเบียงยกสูงทอดยาวไปยังซุ้มทรงสี่เหลี่ยมสุดเก๋ มองเห็นวิวฉากหลักของเขื่อนศรีฯ ให้เข้าความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในระดับเดียวกับท้องฟ้า ยามเช้าตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและแสงสวยพร้อมสายหมอกบางที่ลอยคลอเคล้าวิวภูเขา นั่งชมวิวได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ


Day 2 ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น เที่ยวน้ำตกดัง

ตื่นรับอรุณรุ่ง พร้อมชมวิวสุดประทับใจ

เช้าวันที่สองตื่นมาพร้อมกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ปรากฏเหนือภูเขา อาหารเช้าใส่ปิ่นโตจัดมาอย่างน่ารักพร้อมกับข้าวต้ม ผลไม้ ไข่ดาว ไส้กรอก ผักสด ถ่ายรูปสวยๆ ในมุมที่ไม่เหมือนใครของไร่รักษ์ฟ้าก่อนออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

>> อ่านรีวิวชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ ไร่รักษ์ฟ้า แคมป์ปิ้ง วิวเขื่อนศรีนครินทร์


7 สวรรค์ชั้นน้ำตก มนต์เสน่ห์แห่งผืนป่า สายน้ำสีมรกต

ออกจากที่พักไปต่อที่ น้ำตกเอราวัณ อัญมณีสีเขียวมรกตแห่งกาญจนบุรี น้ำตก 7 ชั้น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามและความยิ่งใหญ่ แต่ละชั้นซ่อนความสวยงามแตกต่างกันไป รายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ บอกเลยว่าฟินสุดๆ ที่นี่น้ำใสแจ๋ว มองเห็นน้องปลาแหวกว่ายกันเพลินตา แถมยังมีสีฟ้าอมเขียวมรกตสวยงามราวกับภาพวาด นั่นก็เพราะเป็นน้ำตกหินปูนนั่นเอง แสงแดดที่ส่องลงมาตกกระทบน้ำ ยิ่งทำให้สีสันสวยงามจับใจ ถ้าอยากชมความงามครบทั้ง 7 ชั้น เตรียมเวลาไว้สัก 3 ชั่วโมงนะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน

>> อ่านรีวิวร้านชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี ผจญภัยน้ำตก 7 ชั้น สวรรค์สีมรกตกลางป่า


ย้อนเวลาหาอดีต ณ แลนด์มาร์ควินเทจ แห่งเมืองกาญจน์

ใครจะไปคิดว่าโรงงานเก่า ๆ จะกลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิตของคนรักการถ่ายรูป ใช่แล้วค่ะเรากำลังพูดถึง “โรงงานกระดาษไทย กาญจนบุรี” ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงงานร้างธรรมดา แต่เป็นเหมือนแคปซูลเวลาที่พาเราย้อนกลับไปสัมผัสกลิ่นอายยุคสงครามโลก ผ่านสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกสไตล์ยุโรป แม้จะผ่านกาลเวลามานาน แต่ความเท่ของโรงงานนี้ยังไม่จางหายไปไหน แถมยังกลายเป็นโลเคชั่นยอดฮิตของสายอาร์ต สายฮิป ที่อยากได้รูปถ่ายสไตล์วินเทจเก๋ ๆ ไม่ซ้ำใคร

>> อ่านรีวิวร้านชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ โรงงานกระดาษไทย กาญจนบุรี จุดเช็คอินที่สายชิคไม่ควรพลาด


คาเฟ่มินิมอลสไตล์นอร์ดิก สายแชะ สายชิล ต้องมา

จบกันที่สุดท้าย สายมินิมอล เตรียมกรี๊ด The Attic คาเฟ่สุดฮิปใจกลางเมืองกาญฯ เค้ามาแรงแซงทุกโค้ง ด้วยความมินิมอลขั้นสุด ผสานกลิ่นอายนอร์ดิกแบบลงตัว ทุกมุมในร้านรับรองว่าเป๊ะปังเวอร์ โดยเฉพาะมุมใต้หลังคาสุดชิค ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน หรือจะนั่งชิลล์จิบกาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศสุดเก๋ ก็ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เครื่องดื่มขนมเพียบ หากกำลังหาที่แวะพักระหว่างทาง แวะร้านนี้ก่อนกลับได้เลย


ขับรถเที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่บรรยากาศย้อนยุค วิวธรรมชาติที่สวยงาม ไปจนถึงสถานที่เช็คอินสุดฮิป รับรองว่าคุณจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน



ผู้เขียน

นักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพ อยากส่งต่อเรื่องราวของการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน