จิบชา ดูหมอก นอนหลักร้อย ที่ไร่ชาลุงเดช

ไร่ชาลุงเดช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มาก ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง ผ่านถนนหนทางที่คดเคี้ยวนิดหน่อย ก็จะได้พบกับไร่ชาที่สวยงาม โค้งวนไปตามไหล่เขา มีบ้านไม้หลังใหญ่ ตั้งโดดเด่นริมไร่ชา บ้านหลังนี้จะเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของไร่ก็ว่าได้ ที่ไร่ชาลุงเดช สถานที่หนึ่งที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว ดอยม่อนเงาะ สามารถเที่ยวทั้งแบบ one day  แวะชมไร่ชา จิบกาแฟ ทานอาหาร หรือพักค้างคืนสัมผัสบรรยากาศ ชมสายหมอกยามเช้าก็ดีไม่น้อย

1-%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2

บ้านหลังนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นร้านอาหาร และห้องพัก รวมทั้งที่กางเต้นท์ โดยชั้นบนสุดคือ ร้านอาหาร ชั้นต่อมา คือห้องพัก และชั้นล่างสุด คือ จุดกางเต็นท์ ซึ่งแต่ละชั้นทำระเบียงแบบเปิดโล่ง มีที่นั่งชมวิวแบบแนบชิดไร่ชา สามารถนั่งชมวิว จิบชา มองวิวภูเขาได้แบบชิวๆ

5-dsc_8524
3-dew_5907
6-dsc_8532

ลุงเดชเจ้าของไร่ ด้วยบุคลิกของคุณลุงที่ได้รู้จักกันในครั้งแรก อาจดูสีหน้าและน้ำเสียงจะนิ่งเหมือนจะดุ แต่เมื่อได้คุยและเริ่มคุ้นเคยกัน คุณลุงใจดีมาก เล่าให้ฟังว่า ปกติอาชีพหลักคือ ทำชา เป็นเกษตรกร  อยู่แต่ในป่าบนดอย จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว บางครั้งทำตัวไม่ถูก เพราะคนที่มาที่ไร่มีหลากหลายรูปแบบ ลุงรักการทำชาอยู่กับมันมาหลายสิบปี  ตอนแรกไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่เปิดให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ พอมีคนมาแล้วเอาภาพไปลงก็ตามกันมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มากันเยอะมาก เลยคิดว่าทำแบบเดิมคงไม่ได้แล้ว เพราะบางคนมาเที่ยวก็คาดหวังมากขึ้น จึงเริ่มเปิดเป็นร้านอาหาร บ้านพัก

9-dsc_8509

คุณลุงบอกว่าไม่ถนัดเรื่องบริการ แต่เท่าที่เราได้สัมผัสคุณลุงทำได้ดีในแบบของคุณลุงค่ะ มีความเป็นกันเองเข้าถึงนักท่องเที่ยว คอยมองทุกกลุ่มที่เข้ามาตลอดแล้วเดินมาพูดคุยสอบถาม “ หนูเอาชามั้ย เดี๋ยวลุงชงให้   กลุ่มนั้นสั่งอะไรกันหรือยัง เอาเมนูไปดูแล้วสั่งตรงนี้น่ะ”  อารมณ์เหมือนมีญาติผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุยเมื่อเรากลับมาเยี่ยมบ้าน

10-dsc_8473

เรามาถึงไร่ลุงเดชประมาณ 10 โมงกว่า เก็บของเข้าที่พัก จองบ้านแบบเอเฟรมไว้ราคาหลังละ 500 บาท  บ้านแบบนี้มีอยู่ 2 หลัง ติดกับไร่ชาและจะแยกออกมาจากร้านอาหารจะเป็นส่วนตัวซักหน่อย ภายในห้องไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากตามสไตล์บ้านพักแบบชาวบ้าน มีเพียงที่นอนผ้าห่ม หน้าต่างเปิดชมวิวได้ อินดี้ที่สุด คือ มีห้องน้ำอยู่ในห้องนอนน้อยๆด้วยไว้ถ่ายหนัก ถ่ายเบา แต่อาบน้ำไม่ได้ต้องไปอาบห้องน้ำรวมข้างนอกซึ่งมีน้ำอุ่นให้

19-dsc_8665
21-dew_5927

ส่วนบ้านอีกแบบเป็นแบบห้องอยู่ที่เดียวร้านอาหาร มี 4 ห้อง ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เพราะมีลูกค้าพักอยู่ เลยนำภาพจากในเพจของไร่ชามาให้ชมหน้าตาของห้องกัน ห้องแบบนี้มีห้องน้ำในตัวเหมือนกัน แต่สามารถอาบน้ำได้

24
25

ระเบียงชมวิวของชั้นนี้

7-dsc_8536

ที่พักอีกแบบ คือ เต้นท์ อยู่ชั้นล่างสุดของร้านอาหาร มีเครื่องนอนให้ครบ

22-dew_5939
23-dew_5955

หลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้วก็มาสั่งอาหารทาน เมนูอาหารมีไม่มากส่วนใหญ่เน้นเมนูง่ายๆ และเมนูที่มีใบชาเป็นส่วนประกอบ มาถึงไร่ชาแล้วก็ต้องลองค่ะ จัดมาก่อนเลยใบชาทอดกรอบ ยำปลากระป๋องใบชา ข้าวไข่เขียว เสิร์ฟมาพร้อมกับชาขาวร้อนๆ ในส่วนของรสชาติอาหาร บอกเลยว่าอร่อยมากโดยเฉพาะเมนูใบชา ใบชาทอดกรอบมีความกรอบมากจิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วย กรุบกรอบทานเพลิน ยำปลากระป๋องใบชาแนะนำต้องสั่ง เป็นยำปลกระป๋องใบชาที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยได้กินมาจากหลายที่ รสชาติกลมกล่อมครบทุกรส  ติดใจในรสชาติถึงกับต้องสั่งเบิ้ลไปอีกรอบ นั่งทานอาหารไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ อากาศดี๊ ดี เย็นสบาย

12-dsc_8496

ลุงเดชเดินเอากาแฟร้อนแบบไม่ใส่นม ครีม และน้ำตาล มาให้ลองชิมบอกว่ากาแฟที่นี่หอมนะ ลุงทานตอนเช้าวันละแก้วช่วยให้สุขภาพดีมาก แต่เพราะเราเป็นคนไม่ทานกาแฟ แต่พอรับรู้ได้จากกลิ่นว่ารสชาติต้องดีแน่ๆ เลยหยิบขึ้นมาลองจิบนิดนึง อืม หอมและรสเข้มดีจริงๆตามที่ลุงบอกจากนั้นคุณลุงถือเอกสารใบนี้มาอธิบายให้เราฟังว่า ชาแต่ละสายพันธุ์มีสรรพคุณอย่างไร  พร้อมทั้งชี้ไปที่ภาพยอดใบชา 3 ใบ แล้วบอกว่ายอดบนสุด  เอามาทำชาขาว ข้างล่างคือ ชาเขียว  จะเก็บมาพร้อมกันทั้งยอดมี 3 ใบ ถือเป็นความรู้ใหม่ เพราะตอนแรกเราเข้าใจว่า ชาเขียว ชาขาว นั้นคือ คนละสายพันธุ์ และคนละต้นกัน ไร่ชาของคุณลุงจะเน้นปลูกชาเขียว ชาขาว และชาจีน ซึ่งต้นชาเขียว ชาขาว จะอยู่ข้างล่างสุด และชาจีนจะอยู่บนสุด

13-dsc_8539

มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายภาพกับไร่ชาซักหน่อย  ไร่ชาจะไม่ได้มีพื้นที่กว้างเหมือนกับไร่ชาที่เคยเจอ แต่ในเรื่องของวิวนั้นถือว่าดีงาม เพราะมีภูเขาของดอยม่อนเงาะ เรียงรายเป็นฉากหลังสลับซับซ้อน ภูเขามีความเขียวขจี บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ได้ความสดชื่น สบายตาไปเต็มๆ

14-dsc_8839

ตลอดทั้งวันกิจกรรมที่ไร่ชาลุงเดชไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากเดินเล่น นั่งชมวิว นอนบ้าง ถ่ายรูปบ้าง เรียกว่าเป็นการมาพักผ่อนปล่อยใจไปกับธรรมชาติอย่างแท้จริง หากหิวก็เดินมาสั่งอาหารทาน ไม่ต้องไปที่ไหนอยู่นิ่งกับที่ก็ดีเหมือนกัน

26-dsc_8682

พอเริ่มเข้าสู่ช่วงบ่าย แดดร่มขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มบางตาลงจะเหลือแค่คนที่มาพักซึ่งมีไม่กี่คนเท่านั้น ประกอบกับวันที่ไปพัก คือ วันธรรมดา เลยยิ่งเงียบสงบเข้าไปอีก

30-dsc_8640
31-dsc_8658

เข้าสู่เวลาเย็นเริ่มมีแสงของดวงอาทิตย์ส่องมาที่ร้านอาหาร เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก นั่งเงียบๆ ชมวิวพร้อมสั่งอาหารมาทานเคล้าบรรยากาศ เย็นนี้สั่งผัดกระหล่ำปลีน้ำปลา และยำปลากระป๋องทูน่า ซึ่งรสชาติก็อร่อยอีกแล้ว โดยเฉพาะผัดกะหล่ำปลี มีความนำมาผัดกับน้ำปลาจริงๆ ได้กลิ่นหอมของน้ำปลามาก ผักสดและกรอบมาก ฟินไปอีกหนึ่งมื้อ

32-dew_5964
34-dew_5976
33-dsc_8696
34-dsc_8697

เวลาค่ำมีดาวให้ชมเต็มฟ้า มาให้เห็นตั้งแต่เวลาทุ่มกว่าๆ

35-dsc_8707
36-dsc_8714
37-dsc_8717

ตอนเช้าตื่นมาชมสายหมอกลอยมาทักทายถึงหน้าบ้านพัก  แต่หมอกที่ไร่ชาลุงเดชจะสวยงามในช่วงเวลาประมาณ 8 โมงกว่า  แต่ถ้าตื่นมาเช้าประมาณ 6-7 โมง ที่ไร่ชาลุงเดชจะเจอกับภาพหมอกฟุ้งปกคุลมแบบนี้ก่อน บรรยากาศเหมือนฤดูฝน  ซึ่งเวลานี้ส่วนใหญ่บางคนจะขึ้นไปชมหมอกที่ดอยม่อนเงาะ และพอซัก 8 โมงกว่า ถ้าใครอยากชมหมอกสวยกับท้องฟ้าใส ก็ให้ลงมาที่ไร่ชาลุงเดช แต่เราเลือกที่จะไม่ไปชมทะเลหมอกบนยอดดอยม่อนเงาะเพราะเคยไปมาแล้ว ครั้งนี้ขออยู่แบบนิ่งๆเน้นพักผ่อนที่ไร่ชา ชมวิวให้ครบทุกบรรยากาศ ทั้งเช้า สาย บ่ายเย็น ซึ่งเราว่าก็ได้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

38-dew_6047
38-dew_6038
38-dew_6012
39-dew_5988

ระหว่างรอแสงอาทิตย์ยามเช้าจะได้เห็นหมอกและวิวภูเขาแบบเคลียร์ๆ ก็นั่งจิบชาคลายหนาว พร้อมสั่งอาหารเช้า ข้าวต้ม ทานกับกระหล่ำปลีผัดน้ำปลาติดใจในรสชาติสั่งมาอีกแล้ว มีความฟินสุดๆ

40-dsc_8750
41-dsc_8763

ประมาณเวลา 8 โมง ภาพที่รอคอยก็มา แสงเริ่มส่องสว่าง ท้องฟ้าเริ่มเปิด หมอกฟุ้งเริ่มเคลื่อนหายไป กลายเป็นปุยหมอกขาวที่แทรกตัวและค่อยเคลื่อนตัวอย่างช้าๆไปตามไหล่เขา

dsc_8775
43-dsc_8771
44-dew_6056
45-dsc_8778

ทุกคนส่งเสียงดีใจ ฟ้าเปิดแล้วหมอกมาแล้ว การขยับตัวเพื่อเริ่มถ่ายภาพและเดินชมวิวจึงเริ่มคึกคักอีกครั้ง

46-dew_6059
47-dsc_8791
48-dsc_8795
49-dsc_8802
49-dsc_8805

หมอกจะลอยไปมาจนถึงประมาณ 9 โมงเช้า จะเริ่มหายไป เป็นสายหมอกที่ลอยมาจากยอดดอยม่อนเงาะ เรานั่งมองภาพสายหมอกหมอกขาวลอยแทรกตัวอยู่ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าอย่างมีความสุข ภาพที่อยากจะได้มาเห็นที่ไร่ชาลุงเดช คือ ภาพแบบนี้สมดั่งตั้งใจแล้ว

50-dew_6062
51-dew_6060
52-dew_6066

พอเริ่มสายสายหมอกหายไป กลายมาเป็นภาพไร่ชาลุงเดชที่คุ้นเคยตา สำหรับที่นี่เรามีความรู้สึกว่าเหมาะมากกับการมาพักอยู่นิ่งๆ แบบสงบ ฟังเสียงธรรมชาติ มีความรู้สึกสบายใจและสุขอย่างบอกไม่ถูก  หากมีเวลาอยากให้ลองมานอน พักกินบรรยากาศซัก 1 คืน  แล้วจะรู้ว่าไร่ชาลุงเดชไม่ได้มี่ดีแค่จุดแวะเที่ยวบนดอยม่อนเงาะ ที่แค่แวะมาและจากไป

54-dsc_8518

รายละเอียดเพิ่มเติม

ที่อยู่: ตำบล เมืองก๋าย อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ 50150

เปิดให้บริการเครื่องดื่มและอาหารตั้งแต่เวลา  7.30 – 18.00 น. ส่วนการเข้าชมไร่ สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งวัน

โทรศัพท์ : 081 163 3765

facebook  lungdechteafarm 

ที่พัก

บ้านพักแบบเอเฟรม  มี 2 หลัง พักได้ 2 ท่าน  ไม่มีห้องน้ำในตัว

บ้านพักแบบเรือนแถวมี 2 แบบ พักได้ 4 ท่าน ,  พักได้ 2 ท่าน

ห้องพักแบบเรือนแถว มีห้องน้ำในตัวอาบน้ำได้
เต็นท์พร้อมเครื่องนอน หลังละ 250 บาท พักได้ 2 ท่าน

หมายเหตุ : ราคาค่าที่พักทุกแบบ ไม่รวมอาหาร

การเดินทางไปไร่ชาลุงเดช

โดยรถส่วนตัว

ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่  67 กิโลเมตร  ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  2 ชั่วโมง ใช้เส้นทาง 107 เชียงใหม่-แม่แตง ถึงตลาดแม่มาลัยให้เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 1095  แม่มาลัย-ปาย  ประมาณ 12 กิโลเมตร จะพบทางแยกขึ้นโครงการหลวงม่อนเงาะทางขวามือ ตรงข้ามวัดสบเปิงเลี้ยวเข้าไปบริเวณแยกนั้น  ขับไปเรื่อยๆ ผ่านแยกทางขึ้นโครงหลวงม่อนเงาะ ให้ขับผ่านไปอีก 4  กิโลเมตร  จะถึงไร่ชาลุงเดช  เส้นทางนี้รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ เป็นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง แต่ควรขับด้วยความระมัดระวัง เพราะบางช่วงเป็นทางโค้งแคบและลาดชัน

เดินทางแบบไม่มีรถส่วนตัว

หากเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ มานั่งรถตู้ที่สถานีขนส่งอาเขตเก่า สายเชียงใหม่-ปาย (สายเดียวกับที่นั่งไปปายนั้นแหละ) บอกคนขับลงสบเปิง ให้เลยวัดสบเปิงมานิดนึง มองทางขวาจะเห็นทางแยกไปโครงการหลวงม่อนเงาะ  มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ตรงแยก ให้ลงตรงนี้ จากนั้นแจ้งให้รถจากไร่ลุงเดชชามารับได้ (ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง) ระยะเวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มาสบเปิงประมาณ 1 ชั่วโมง จากบริเวณทางแยกขึ้นไปไร่ชาลุงเดช 30 นาที

 



ผู้เขียน

นักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพ อยากส่งต่อเรื่องราวของการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน