• หลงเสน่ห์ความคลาสสิค ท่องกรุง ชมเมือง

    ช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับ เที่ยวกรุงเทพ ในเขตพระนคร เพราะเงียบสงบ ปลอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เที่ยวเพลินถ่ายรูปสบาย บรรยากาศในฝั่งพระนครจะแวะไปตรงจุดไหนก็สวยงามคลาสสิค ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตที่ผสมผสานกับความทันสมัยตามช่วงเวลา ฝั่งพระนครมีเส้นทางท่องเที่ยวหลายรูทที่น่าสนใจ อย่างเช่น เส้นถนนเฟื่องนคร และถนนตะนาว เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีวัดวาอารามสวยงาม ทั้ง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าพ่อเสือ รวมทั้งคาเฟ่ให่นั่งพักเหนื่อยหลายร้าน

     

     

    วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

    เริ่มกันแต่เช้าประมาณ 8 โมง จุดหมายแรก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หรือนิยมเรียกสั้นว่า วัดราชบพิธ วัดประจำรัชกาลที่ 5 และ 7 ตั้งอยู่บนถนนเฟื่องนคร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป ลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในโบสถ์ออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตก ความโดดเด่นของวัดราชบพิธฯ คือ  พระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ และระเบียงแก้ว  มีลายไทยลงรักประดับมุกที่วิจิตรสวยงาม บางส่วนตกแต่งด้วยลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ รวมทั้งพระเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบทรงระฆัง เป็นเจดีย์ประธานองค์สุดท้าย ที่สร้างขึ้นตามแบบแผนประเพณีนิยมที่ทำกันมาแต่โบราณ

     

     

    การเดินทางสำหรับคนที่ใช้บริการรถสาธารณะสามารถนั่งรถแท๊กซี่ ตุ๊กตุ๊ก  มาลงหน้าวัดหรือด้านหลังวัดได้เลย แต่สำหรับผู้ที่นำรถส่วนตัว สามารถนำรถมาจอดบริเวณ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ใกล้ อนุสาวรีย์หมู ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดราชบพิธ โดยจะเสียค่าจอดรถทั้งวัน 40 บาท  จากนั้นเดินข้ามฝั่งมายังวัดจะสะดวกกว่าหาที่จอดบนถนนเรียบฝั่ง เมื่อเข้ามาจากทางข้างหน้าวัด สิ่งแรกที่เจอ คือ สุสานหลวง ของราชสกุลต่างๆ ตกแต่งเป็นสไตล์ที่หลากหลาย เช่น สไตล์ขอม สไตล์ตะวันตก สไตล์ไทย สามารถเดินชมได้ทั่ว มีป้ายบอกสายสกุลต่างๆ มีพรรณไม้เก่านานาชนิด  จากนั้นเดินผ่านเข้าไปจะเจอกับพระอุโบสถของวัด มีระเบียงแก้วที่มีลวดลายระดับกระเบื้องที่สวยงาม

     

     

    วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม  เป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณี เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 และยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 7 มิได้ทรงสร้างวัดประจำรัชกาล แต่ได้รับพระราชภาระในการทำนุบำรุง และทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธ ซึ่งเป็นวัดของพระราชบิดา คือ รัชกาลที่ 5 จึงเสมือนเป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์เช่นกัน

     

     

     

    ในส่วนของศิลปกรรมที่สำคัญในวัดราชบพิธ ได้แก่ บานประตู และหน้าต่างของพระอุโบสถ ที่มีลายไทยลงรักประดับมุก เป็นรูปดวงตราครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่าง ๆ สวยงามมาก รวมทั้ง พระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ และระเบียงแก้ว ล้วนตกแต่งด้วยลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ ซึ่งทุกแผ่นเขียนด้วยมือ รวมถึงออกแบบรูปทรงกระเบื้องได้อย่างลงตัว มีรูปทรงอ่อนช้อย

     

     

    พระมหาเจดีย์เป็นประธานของวัดอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยระเบียงเป็นรูปวงกลม มีพระอุโบสถอยู่ด้านหน้าและพระวิหารอยู่ด้านหลัง  พระเจดีย์รูปทรงระฆังประดับกระเบื้องเคลือบ ตั้งอยู่เหนือคูหาที่ประดับด้วยซุ้ม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกศิลปะขอมและพระพุทธรูปอื่นๆ อีก 6 องค์ เป็นเจดีย์ประธานองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้นตามแบบแผนประเพณีนิยมที่ทำกันมาแต่โบราณก่อนที่จะฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งในยุคปัจจุบัน

     

     

    นับเป็นหนึ่งในวัดในเขตพระนครที่ควรมาเที่ยวชมสักครั้ง ทั้งสถาปัตยกรรมในวัดที่งดงาม ทั้งรายละเอียดฝาผนัง และเสาประตูที่วิจิตรบรรจงงดงามมาก

     

     

    Alice Café

    เดินชมวัดอากาศร้อนได้เหงื่อมาพอประมาณ เดินมาด้านหลังวัดราชบพิธ บนถนนเฟื่องนคร ข้ามมาฝั่งตรงข้าม  ซึ่งฝั่งนี้มีร้านกาแฟขึ้นชื่อตั้งอยู่ติดกัน 3 ร้าน คือ  Alice Café , 123 Baandee Happy Owls  และ  Simiao Kafei  และถ้าเดินไปอีกจะเจอร้านกาแฟอีกหลายร้าน

     

     

    Alice Café คาเฟ่สุดชิลได้ฟีลเมืองเก่าแบบร่วมสมัย หน้าร้านโดดเด่นด้วยเก้าอี้เหล็กดัดสีขาว ที่วางคู่กับโต๊ะไม้ญี่ปุ่นแบบเอิร์ธโทน ประกอบกับฉากหลังประตูไม้และตัวร้านที่เป็นกระจกและหน้าต่างโค้งเหล็กดัดสีดำ กลายเป็นมุมนั่งเล่นและจุดถ่ายภาพเก๋ๆ ภายในร้านกว้างขวางนั่งสบายมาก จัดแสงไฟแบบนวลๆให้ความรู้สึกอบอุ่น  ส่วนเมนูมีทั้งอาหารคาวจานเดียว  เครื่องดื่มและเบเกอรี่แสนอร่อย เหมาะสำหรับนั่งพักรับแอร์เย็นฉ่ำ หลังจากเที่ยววัดราชบพิธ หรือจะนั่งทานอาหารจิบเครื่องดื่มก่อนไปเที่ยววัดก็ย่อมได้

     

     

    ตัวร้านเป็นตึกที่รีโนเวทมาจากบ้านเก่า ตกแต่งโดยใช้ลูกเล่นให้มีความทันสมัยมากขึ้น  แต่ยังไม่ทิ้งบรรยากาศคลาสิคในย่านเพื่องนคร ร้านเป็นกระจกสามารถมองเห็นวิวถนนข้างนอก แถมมีการเพิ่มลูกเล่นด้วยโครงหน้าต่างเหล็กดัดสีดำให้ดูมีความเก๋แบบไทยๆ

     

     

    ในส่วนของเมนูมีทั้งอาหารคาวซึ่งเป็นอาหารจานเดียว เครื่องดื่ม ขนมเบอเกอรี่ รสชาติอร่อยผู้ดีในระดับโรงแรม ของคาวเราสั่งสปาเก๊ตตี้เบคอนพริกแห้ง เส้นนุ่มรสชาติเค็มๆมันๆทานกับเบคอนอร่อยกำลังดี  ข้าวหน้าไข่ข้น เมนูง่ายๆแต่รสชาติเด็ดมาก ผัดไทยเส้นนุ่มอร่อย ส่วนเครื่องดื่มทั้งโกโก้ ชาเขียว ชาไทย ทานกับเค้กกล้วยหอมที่เนื้อแป้งนุ่มหอมกล้วย นั่งทานอาหารในร้านที่แอร์เย็นสบาย บรรยากาศกว้างขวางไม่แออัดจนเกินไป แถมอาหารอร่อย จะแวะเติมพลังให้อิ่มท้องก่อนเข้าไปถ่ายรูปที่วัดราชบพิธ ร้านเปิดตั้งแต่เช้า หรือหลังออกจากวัดอาจจะร้อนและเหงื่อออกกันแน่นอน มองหาที่นั่งทานอาหารเครื่องดื่มดีๆ ต้องแวะมา Alice Cafe

     

     

    Alice Cafe

    พิกัด 125 ถนนเฟื่องนคร กรุงเทพมหานคร  ตรงข้ามวัดราชบพิธ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน08:00 – 17:00

    Facebook  Alice Cafe

    Simiao kafei

     

    ต่อด้วยอีกร้านซึ่งตั้งอยู่ติดกัน คือ  Simiao kafei  (ซึเมี่ยว คาเฟย) ชื่อร้านออกเสียงสำเนียงจีนที่แปลว่า “ร้านกาแฟข้างวัด” เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามวัดราชบพิธ ตัวร้านเป็นตึกเก่าแบบชิโนโปตุกีส อายุกว่า 150 ปี ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีน-โปรตุเกส  นั่งจิบเครื่องดื่มเคล้าบรรยากาศเก่าๆ ของร้าน เหมือนได้ย้อนอดีต เข้าไปในยุครัชกาลที่ 4  โดดเด่นด้วย มุมนั่งเล่นริมหน้าต่างกระจกวงกลมที่กลายเป็นจุดถ่ายภาพสวยที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน

     

    Simiao kafei

     

    บรรยากาศภายในร้าน  ตกแต่งในแนว Oriental แบบจีนในโทนสีแดง มีแขวนโคมไฟประดับที่ให้แสงสีส้มสลัวๆ โดดเด่นด้วยภาพวาดผู้หญิงในชุดกี่เพ้าบนกำแพงใจกลางร้าน แถมเปิดเพลงแจ๊สคลอเคล้าไปกับบรรยากาศ เป็นรานกาแฟข้างวัดบรรยากาศชิคๆ มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงหลังร้าน

     

     

    เมนูส่วนใหญ่เน้นเป็นเครื่องดื่ม ขนมและเมนูของทานนิดหน่อย ไม่มีของคาวแบบอาหารจานเดียว เครื่องดื่มหลัก คือ กาแฟหลากหลายที่นำมาปรับสูตรใหม่ให้น่าสนใจ เมนูที่สั่ง คือ ก๊กเฟย  เมนูแนะนำของร้าน เป็น กาแฟสกัดเย็นที่มีส่วนผสมของเก๊กฮวยสกัดเย็น  เเละอีกเมนูคือ เฉิง เป็นกาแฟเอสเปรซโซ่ผสมน้ำส้มคั้น  ลิ้นจี่มะนาวโซดา รสชาติเครื่องดื่มโดยรวมเราว่ากลางๆ

     

     

    Simiao kafei

    พิกัด 121 ถนนเฟื่องนคร กรุงเทพมหานคร  ตรงข้ามวัดราชบพิธ

    เปิดให้บริการ อังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08:00 น. – 17:00

    Facebook  https://www.facebook.com/simiaokafei/

     

    ตึกเหลืองกระทรวงกลาโหม

     

    หลังจากเที่ยวบนถนนเฟื่องนครแล้ว เดินกลับมายังจุดจอดรถบริเวณอนุสาวรีย์หมู ฝั่งตรงข้ามคือ ตึกเหลืองกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านหลัง เวลาไปเที่ยววัดพระแก้ว หรือไหว้ศาลหลักเมืองจะเห็นตึกนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าชวนมองทุกครั้ง แต่ไม่ได้มีโอกาสแวะไปชมอย่างจริงจัง  ตั้งใจว่าสักครั้งต้องมีรูปตัวเองกับตึกนี้ให้ได้  ข้ามฝั่งจากจุดรถไปโพสต์ท่าถ่ายรูปชิคกับตึกเหลืองสักหน่อย  ตัวอาคารเป็นทรงยุโรปขนาด 3 ชั้น ทาสีเหลืองตัดกับลายเส้นสีขาว เป็นแนวยาวเลียบถนนมองไปไกลเห็นวัดพระแก้ว  เป็นฟีลที่ได้ความคลาสสิคของการเที่ยวพระนครมาแบบเต็มๆ

     


    ศาลเจ้าพ่อเสือ

    จากนั้นขับรถต่อไปยัง ถนนตะนาว  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนเฟื่องนคร ถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าพ่อเสือ รวมทั้งร้านอาหารเก่าแก่ รสชาติเด็ดหลายร้าน  สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมา ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถให้ขับเลยศาลเจ้าพ่อมานิดนึง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปยังถนนด้านหลังศาล มีที่จอดรถค่อนข้างสะดวก คิดราคาชั่วโมงละ 30 บาท จอดรถแล้วก็เดินไปทางด้านหลังทะลุไปยังศาลเจ้าพ่อเสือได้

     

     

    ตรอกครุฑคาเฟ่

    หลังจากสักการะศาลเจ้าพ่อเสือ หากมองหาคาเฟ่เก๋ๆ อาหารเลิศ บรรยากาศเข้ากับความเป็นเมืองเก่า ต้องมาร้าน ตรอกครุฑคาเฟ่  ร้านอาหารในซอยตรอกครุฑไม่ไกลจากศาลเจ้าพ่อเสือ ตกแต่งแนวย้อนยุค มีมุมให้ถ่ายภาพสวยมากมาย ทั้งลายกำแพงอิฐเก่าสุดเท่ และมุมระเบียงชั้นสองที่ตกแต่งแบบอบอุ่นน่ารัก พร้อมเสิร์ฟอาหารทั้งคาวหวานในสไตล์ฟิวชั่นที่ทางร้านคิดค้นสูตรเอง รับรองอร่อยถูกปากถูกใจสายคาเฟ่ฮอบปิ้งอย่างแน่นอน

     

     

    พิกัดตั้งอยู่บริเวณแยกตรอกครุฑ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ หลังศาลเจ้าพ่อเสือ หากมาจากศาล สามารถเดินทะลุจากซอยศาลพ่อเสือ มายังซอยตรอกครุฑได้ในระยะทางเพียงแค่ 200 เมตร ตัวร้านตัวตึกเก่าสามชั้น ที่นำมารีโนเวทใหม่โดยยังคงสไตล์ความเก่าเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในย่านนี้ แต่ละมุมของร้านตกแต่งแบบเรียบเท่ โชว์ลวดลายกำแพงอิฐบลอค ที่กลายเป็นจุดเด่นของร้าน

     

     

    ส่วนโต๊ะนั่งมีหลายโต๊ะ หลายมุมให้เลือก จะนั่งโต๊ะเก้าอี้ที่ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สุดอลังการ หรือจะนั่งริมกำแพงเก๋ๆ หรือแบบบาร์ติดกระจกใส มองเห็นวิวด้านนอกก็ได้

     

     

    หรืออยากนั่งในบรรยากาศที่ได้ฟีลอบอุ่นสไตล์วินเทจ เหมือนนั่งทานอาหารในบ้าน ต้องขึ้นไปชั้นสองซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง มีทั้งที่ทั้งโต๊ะเก้าอี้ไม้และแบบโซฟา

     

     

    แถมมีโซนที่นั่งรับลมชมวิวด้านนอก ทั้งแบบโต๊ะญี่ปุ่น เก้าอี้หวานแขวน และเก้าอี้ทรงสูงที่สามารถนั่งมองวิวด้านนอกได้

     

     

    ส่วนเมนูมีให้เลือกมากมาย ทั้งเครื่องดื่ม อาหารคาวหวาน เน้นเป็นอาหารฟิวชั่น  สั่งซี่โครงบาบีคิว สลัดเป็ดย่าง ตกแต่งจานอย่างสวยงาม แต่ที่เด็ดกว่าหน้าตาของเมนู คือ รสชาติอาหารที่อร่อยว้าวแบบคาดไม่ถึง ซี่โครงเนื้อนุ่มมากทานคู่กับเครื่องเคียงที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ทั้งส้ม หอม มัน ทอด คือดีสุด สลัดเป็ดย่าง ผักสดกรอบมาก เนื้อเป็ดนุ่มรวมถึงเครื่องดื่มกาแฟใส่ส้มผสมโซดา คือ รสชาติดีมากแม่ เป็นความอร่อยลงตัวทั้งคาวหวาน ที่ใครได้ทานต้องติดใจ และที่ประทับใจมาก คือ เจ้าของร้านบริการดีมากถึงมากที่สุด คอยดูแล รวมทั้งถ่ายรูปให้ลูกค้าตลอด เป็นคาเฟ่ในฝั่งพระนครที่ยกให้เป็นอันดับต้นในใจ อยากไปซ้ำอีกรอบจริงๆ

     

    ตรอกครุฑ คาเฟ่

    พิกัด เลขที่ 58 ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

    เปิดให้บริการ ทุกวัน 09:00 น.  – 21:00 น.

    Facebook: https://www.facebook.com/trokkhrutcafe/

     

    ใครที่ชื่นชอบ และหลงเสน่ห์ความคลาสสิค อยากท่องกรุง ชมเมือง ลองมาเที่ยวเส้นถนนเฟื่องนคร และถนนตะนาว กันได้ค่ะ 

     

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน