• สุพรรณบุรี เที่ยวโดนใจ ไปอ.สองพี่น้อง

    ไป สุพรรณบุรี ทีไรจะถึงอำเภอสองพี่น้องก่อนเป็นอำเภอแรก แต่มักมองข้ามขับรถผ่านเลยไปทุกครั้งเพราะมุ่งแต่จะเข้าตัวเมือง เที่ยววัดป่าเลย์ไลย พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร เดินทางไปอีกสักหน่อยก็ถึงตลาดสามชุก ลองเปลี่ยนจุดหมายแวะมาเที่ยวอำเภอสองพี่น้องบ้าง เพราะนอกจากวัดไผ่โรงวัววัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมานานแล้ว ในเวลานี้มีสถานที่เที่ยว ที่กินใหม่ ในแบบเก๋ไก๋อินเทรนด์ไม่น้อย แถมได้บรรยากาศแบบดั้งเดิมตามสไตล์บ้านทุ่ง ตามมาให้ไวจะพาไปเปิดหูเปิดตาเที่ยวอำเภอสองพี่น้องกัน

     

    เที่ยวสุพรรณ

     

    09.00 น. วัดไผ่โรงวัว

    เริ่มจากที่แห่งแรกมาถึงอำเภอสองพี่น้องทั้งที ไม่แวะวัดนี้เห็นจะไม่ได้ วัดไผ่โรงวัว วัดเก่าแก่ชื่อดังประจำอำเภอ มีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์สีขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวโดดเด่น นามว่า พระกกุสันโธ สามารถมองเห็นมาได้แต่ไกลจากท้องถนนเลยทีเดียว ด้านหน้าขององค์พระพุทธรูปยังมีฆ้องและบาตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลก็ต้องเข้าไปกราบไหว้ขอพรกันสักหน่อยนอกจากนี้ยังมี พระพุทธโคดม พระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหลังของ พระกกุสันโธ รายล้อมด้วยพระพุทธรูปองค์เล็กจำนวนมาก โดยใต้ฐานของบางองค์พระเป็นที่บรรจุอัฐิของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

     

    1-dew_0450

     วัดไผ่โรงวัว

    3-dew_0452

     วัดไผ่โรงวัว

     

    ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างต่างๆเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป รูปหล่อพุทธประวัติ พระโพธิสัตว์ พระวิหารร้อยยอด เจดีย์ร้อยยอด สังเวชนียสถานจำลอง เมืองสวรรค์เมืองนรกจำลอง ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างสม่ำเสมอ  เริ่มจากเมืองนรกภูมิ เป็นการจำลองภาพประติมากรรมปูนปั้นเกี่ยวกับเมืองนรก สร้างขึ้นเพื่อย้ำเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงเรื่องบาปกรรม โดยมีสารสำคัญที่พยายามชี้ให้เห็นถึงผู้ที่คิดร้ายต่อบิดามารดาของตัวเองต้องมาอยู่ในนรกภูมิเกิดเป็นเปรตและอสูรกาย เวียนว่ายตายเกิดอย่างทุกข์ทรมาร ตามหลักความเชื่อทางพระพุทธศาสนา

     

     

    ต่อจากเมืองนรกจำลองก็เข้าสู่ คือ เมืองสวรรค์ เพื่อไปยังนิโครธารามพุทธวิหารหรือวิหารร้อยยอด วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีน้ำล้อมรอบ เป็นวิหารทรงไทยจัตุรมุขสีขาวซึ่งเป็นศิลปะไทยผสมอินเดียที่มีมีลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม มีหลังคาประกอบไปด้วยยอดแหลมคล้ายเจดีย์จำนวนมากจึงเป็นที่มาของโบสถ์ร้อยยอด ภายในวิหารประดิษฐานของพระประทานพรอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนผนังด้านข้างของโบสถ์นั้นเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงามบอกเล่าเกี่ยวกับทางความเชื่อและพุทธศาสนา

     


    10.00 น. บ้านริมนาคาเฟ่ 

    เราเดินทางไปต่อยัง บ้านริมนาคาเฟ่  คาเฟ่สไตล์ไทยในบรรยากาศสบายริมทุ่งนาเขียวขจี ตั้งอยู่ไม่ไกลกับวัดไผ่โรงวัว วัดชื่อดังของอำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาอาหารรสชาติอร่อย และเครื่องดื่มฟีลดีในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับครัวกางนาและเรือนไทยโฮม รีสอร์ท จึงมีบริการทั้งอาหารไทยรสชาติเด็ดและเมนูเครื่องดื่มแบบครบครันจบในที่เดียว หากใครมีแพลนมาเที่ยวสุพรรณบุรีทั้งทีแนะนำว่าไม่ควรพลาดเป็นอันขาด

     

     

    ซุ้มนั่งในสไตล์บ้านๆแบบกระท่อมไม้ไผ่มุงด้วยใบจากที่เราเห็นนี้ คือ พื้นที่ในส่วนของร้านอาหารครัวกางนาซึ่งมีบริการอาหารไทยเมนูขึ้นชื่อ อย่างเช่น เมี่ยงกลีบบัว ถุงทอง เมนูส้มตำ ยำ ลาบ น้ำตก ปีกไก่ทอด ปลาช่อนเผาอบฟาง และเมนูของคาวอื่นๆอีกมากมาย หากใครที่ต้องการสั่งอาหารคาวแบบจัดเต็มแล้ว สามารถเลือกนั่งทานตรงนี้เพราะมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้ไผ่นั่งสบาย เหมาะสำหรับการนั่งทานอาหารไปพูดคุยไป แถมได้นั่งรับลมเย็นที่พัดมาจากทุ่งนาด้วยได้อารมณ์แบบบ้านทุ่ง

     

     

    เรือนไทยโบราณแสนโดดเด่น ที่มีฉากหลังเป็นทุ่งนาสีเขียวขจี คือ บ้านริมนาคาเฟ่ ซึ่งเป็นโซนที่ให้บริการเมนูขนมหวานและเครื่องดื่ม เช่น ขนมปังกรอบสังขยาใบเตย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำอัญชัน ใบเตย อิตาเลี่ยนโซดา โดยเราสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซนอินดอร์และเอ้าท์ดอร์ โซนอินดอร์ภายในร้านเน้นตกแต่งแบบไทย มีผ้าม่านลายลูกไม้สีแดงสวยอยู่ตามบานประตูและหน้าต่าง มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ โซนเอ้าท์ดอร์มีระเบียงไม้ยื่นออกไปนอกร้าน ให้เราสามารถนั่งแกว่งขาจิบเครื่องดื่มชมทุ่งนาเขียวขจี

     

     

    หากเป็นวันที่แดดไม่แรงเช่นวันนี้เหมาะมากที่จะสั่งอาหารและเครื่องดื่มมานั่งเสพบรรยากาศบริเวณระเบียงด้านนอก โดยทางร้านมีเบาะนั่งและโต๊ะสำหรับนั่งทานอาหารเตรียมไว้ให้ลูกค้าด้วย เมนูที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือเมี่ยงกลีบบัว ซึ่งเป็นเมนูที่หาทานยาก เสริฟ์มาบนภาชนะที่จัดวางมาอย่างสวยงาม ในด้านรสชาตินั้น ถือว่าเลิศสุดๆ กลีบบัวสีชมพูสดใส รสชาติของกลีบจะออกมันๆหน่อย พอทานคู่กับเครื่องเคียงทั้งมะพร้าวคั่ว ขิง ถั่วลิสง มะนาว พริก พอใส่เข้าปากใบของกลีบบัวกับเครื่องเคียงที่ห่อหุ้มอยู่ด้านในให้รสแบบถึงเครื่อง อีกอย่างที่สั่งมาทานคู่กันคือถุงทองกรอบทานกับน้ำจิ้มไก่ ซึ่งแตกต่างจากร้านอื่นตรงที่ นอกจากความกรอบแล้วยังมีรสถึงเครื่องสมุนไพรแบบเข้ากันมาก

     

     

    บ้านริมนาคาเฟ่และครัวกางนา

    เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11:00 น. – 22:00 น.

    โทร : 084-117-5971


    12.00
    น. วัดอัมพวัน

    วัดอัมพวัน อีกหนึ่งวัดชื่อดังแห่งอำเภอสองพี่น้องที่ไม่ควรพลาด  วัดนี้ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้าส่วนหนึ่งเป็นเพราะชื่อเสียงของอดีตเจ้าอาวาสอย่าง หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วแต่เหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนยังเลื่อมใสศรัทธาในคุณงามความดีของท่าน เพราะเป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัยมาก สอนเณรและชาวบ้านให้อยู่ในศีลในธรรมไม่เบียดเบียน  และยังสร้างสาธารณูปโภคเพื่อการสงฆ์ขึ้นมากมาย ภายในวัดมีมณฑปหลวงพ่อโหน่ เป็นอาคารจัตุรมุขหลังใหญ่ สองข้างซ้าย-ขวา มีอาคารหลังเล็กซึ่งหลังคาเชื่อมถึงกัน บนหลังคามีเจดีย์ทรงลังกาขนาดเล็ก ภายในมณฑปประดิษฐานพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกและรูปหล่อหลวงพ่อโหน่ง

     

     

    อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในวัดอัมพวัน  คือ จิตรกรรมภาพเขียนโบราณบริเวณเสาวิหารหอไตร ซึ่งแม้ภาพเขียนจะจืดจางไปบ้างตามกาลเวลา แต่ทว่ายังคงความงดงามดูมีเรื่องราวน่ามาแวะชมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง

     


    13.00
    น. ตลาดบางลี่ 

    ตลาดบางลี่  ตลาดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ในอดีตนั้นเป็นตลาดแห่งความเจริญรุ่งเรืองและย่านการค้าขายโบราณริมแม่น้ำในเขตอำเภอสองพี่น้องแต่ก่อนนั้นได้ชื่อว่า ตลาดบางลี่เมืองสองฤดู คือฤดูน้ำแห้งกับฤดูน้ำท่วม  เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะของอำเภอสองพี่น้อง ริมคลองสองพี่น้องฝั่งทิศใต้ คลองสองพี่ ทำให้หน้าน้ำท่วม ร้านค้าในตลาดต้องย้ายขึ้นไปค้าขายบนชั้น 2 และเทศบาลฯ ต้องทำสะพานเดินรอบตลาดพอหมดฤดูน้ำท่วมก็ย้ายของกลับลองมาขายชั้นล่างเหมือนเดิม  คนที่ไม่รู้จักตลาดบางลี่ มักเข้าใจผิดว่า บางลี่ เป็นชื่ออำเภอ ทั้งที่เป็นชื่อชุมชนตลาดขนาดใหญ่

     

     

    ตลาดแห่งนี้ยังคงลักษณะความเป็นอยู่ของชาวบ้านตลอดจนสภาพบ้านเรือนที่เป็นห้องแถวไม้สองชั้นยังคงรูปแบบเดิมไว้ให้หลงเหลืออยู่ รวมถึงวิถีชีวิตการค้าขายโบราณ โดยเฉพาะอาหารการกิน ทั้ง ปลาแม่น้ำ เป็ดพะโล้ ร้านยาสมุนไพรไทยจีน มีสินค้าที่น่าซื้อเช่นมีปลาที่สดจากท้องน้ำลำคลองมากมาย มีผักสดนานาชนิด และมีสินค้าพื้นเมืองราคาถูกอีกหลากหลายให้เลือกซื้อ มีท่ารถขนส่งไปกรุงเทพฯ เป็นทางผ่านขึ้นสู่ภาคเหนือที่สะดวกและประหยัดเวลา

     

     

    ใครที่มาตลาดบางลี่ นอกจากมาหาของอร่อยๆทานแล้ว ต้องมาถ่ายรูปกับรถแดงหวานเย็นในตำนานสาย บางลี่-กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันตอนนี้เหลือเพียงแค่สายนี้สายเดียวเท่านั้นที่เหลือแปลงสภาพเป็นรถตู้หมดแล้วแม้ว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปเท่าใดซึ่งยังคงให้บริการ

     

     


    14.00
    น. ขจีคาเฟ่

    สุพรรณบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจังหวัดที่มีทั้งแม่น้ำลำคลอง และนาข้าว คงดีไม่น้อยหากได้มาเที่ยวสุพรรณบุรี และมาเยี่ยมเยือนคาเฟ่สักแห่งหนึ่งที่แวดล้อมด้วยบรรยากาศแบบสุพรรณแท้ๆทานอาหารอร่อย จิบเครื่องดื่ม และนั่งทอดอารมณ์ ชมแม่น้ำไปด้วย ได้ฟีลธรรมชาติแบบนี้ เห็นทีไม่แวะมาจะไม่ได้ที่ ขจีคาเฟ่ คาเฟ่เปิดใหม่สุดชิค ที่อำเภอสองพี่น้อง บรรยากาศติดริมน้ำและตกแต่งสวยงาม

     

     

    เมื่อเดินเข้ามา ทางขวามือเราจะพบบ้านหลังสีขาวมีราวบันไดแบบคลาสสิค ตรงนี้คือส่วนของตัวร้าน มีที่นั่งห้องแอร์ด้านใน ตกแต่งโดยมีกลิ่นอายในสไตล์ตะวันตก ขจีคาเฟมีที่นั่งให้เลือกนั่งได้ 3 โซน คือด้านในร้าน เป็นห้องแอร์ที่มีโต๊ะแบบเก๋ๆ ผนังวอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้สุดคลาสสิค ที่นั่งด้านนอกตรงระเบียงบ้านและบริเวณริมน้ำใต้ต้นไทร

     

     

    จุดเด่นของขจีคาเฟ่คือ โลเคชั่นติดริมน้ำบรรยากาศร่มรื่น หากอยากนั่งชิวสบายๆ ใต้ต้นไทรขนาดใหญ่สามารถเลือกนั่งตรงท่าน้ำได้ มีโต๊ะที่นั่งสำหรับทานอาหาร ชมวิวริมคลองเห็นทัศนียภาพและบ้านเรือนของชาวบ้านซึ่งเป็นแบบบ้านไม้ในรูปแบบเดิม ได้เห็นวิถีชีวิตที่มีความผูกพันธ์กับสายน้ำ เห็นคุณตาเจ้าของบ้านนอนไกวแปล และสักพักก็พายเรือออกมาเก็บผักตบชวา เป็นภาพที่คนเมืองอย่างเราไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก มองดูแล้วเรียบง่ายและมีความสุข

     

    ในส่วนของเมนู มีทั้งอาหารจานเดี่ยวและเบเกอรี่ ที่พลาดไม่ได้ ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน เห็นจะเป็นโรตีพิซซ่าคาโบนาร่า พิซซ่ารสชาติอร่อยกับแป้งบางกรอบ ที่มีหน้าเป็นคาโบนาร่าราดด้วยชีสรสชาติอร่อย แป้งบางกรอบของโรตีกับหน้าคาโบนาร่าที่มีครีมเข้มข้น อีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือ ข้าวผัดปลาทูทรงเครื่อง ที่มีปลาทูตัวโตวางอยู่ด้านบน ได้รสชาติแบบถึงเครื่องสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีสปาเกตตี้ปูนิ่ม สปาเก็ตตี้ที่ผสมผสานรสชาติของไทยและฝรั่ง ออกมาได้อย่างลงตัว ที่สำคัญเส้นสปาเก็ตตี้ไม่มันและไม่เค็มจนเกินไป ปูนิ่มทอดกรอบอร่อยกำลังดี

     

     

    ขจีคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อยู่ในซอยราษฎร์อุทิศน์ 21 บริเวณใกล้กับร้านร่มไม้สายน้ำ โดยเปิดให้บริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา  9:00 – 19:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร  095-529-4948

     


    15.30
    น. หอชมทุ่งบ้านต้นตาล

    จุดหมายสุดท้ายของเรา มุ่งไปที่หอชมทุ่งบ้านต้นตาล ซึ่ง ลักษณะคล้ายหอคอยโดยใช้ไม้ไผ่ในการก่อสร้าง มีรูปทรงแปดเหลี่ยมความสูงกว่า 20 เมตร โดยชาวบ้าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน  โดยใช้ไม่ไผ่ที่หาได้ในชุมชนมาประกอบกันจนแน่นหนา กลายเป็นหอชมทุ่งกลางบ่อน้ำใหญ่ รายล้อมด้วยพื้นที่นากว้างกว่า 120  ไร่ เมื่อขึ้นไปยืนด้านบนชั้นบนสุดจะได้ชมทิวทัศน์ท้องทุ่งนาแบบ 360 องศา มองเห็นต้นข้าวเขียวขจี ต้นมะพร้าวที่ปลูกอยู่ตามคันนา และมองเห็นไกลไปถึงวัดไผ่โรงวัว วัดดังของอำเภอสองพี่น้อง ซึ่งทางชุมชนตั้งใจจะดึงจุดเด่นในด้านวิถีชีวิตชาวบ้าน การทำเกษตรและสินค้าโอทอปขึ้นชื่อของชุมชนมานำเสนอเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้ และสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

     

     

    การเดินทางมายังหอชมทุ่งเพื่อความสะดวกสามารถตั้งการเดินทางโดยใช้ google maps ได้เลย เมื่อมาถึงบริเวณทางเข้าสามาถจอดรถไว้ด้านหน้าซึ่งมีลักษณะคล้ายโกดังหรือโรงงาน จากนั้นให้เดินเข้าไปประมาณ 500 เมตร ผ่านทุ่งนาเขียวขจีมองแล้วสบายตา สบายใจ สำหรับใครที่ไม่อยากเดินหากมาเที่ยวในวันเสาร์ อาทิตย์ ทราบมาว่ามีรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างของชาวบ้านให้บริการไปยังหอชมทุ่ง

     

     

    เมื่อมาถึงจะพบกับหอชมทุ่ง ตั้งอยู่ขนาบข้างด้วยคลองเล็กๆมองเห็นป้ายชื่อโดดเด่นอยู่ด้านหน้า เดินข้ามสะพานไปตรงกลางเป็นที่ตั้งหอชมทุ่ง 4 ชั้น สามารถเดินขึ้นไปโดยใช้บันไดไม้ไผ่ที่เชื่อมต่อในแต่ะละชั้น ในส่วนของความทนทานและมั่นคงทางเจ้าหน้าที่วิศวกรโยธาของอบต.ต้นตาล ยืนยันว่าปลอดภัยแน่นอน เพราะเข้ามาดูแลการก่อสร้างอยู่ตลอด ซึ่งจะเปิดให้ขึ้นชมด้านบนได้ครั้งละไม่เกิน 15 คน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

     

     

    พื้นที่ด้านหลังของหอชมทุ่งมีสะพานไม้ไผ่ทอดยาวกลางน้ำ มีวิวข้างหลังเป็นต้นมะพร้าวที่เรียงรายตามแนวคันนา เมื่อขึ้นไปยังหอชมทุ่งจะพบกับ วิวในแต่ชั้นมองเห็นทุ่งนาเขียวขจีได้แบบ 360 องศา มีลมพัดเย็นสบาย อากาศสดชื่น จะเดินเล่นมองมุมไหนก็ย่อมได้ แต่ต้องเดินด้วยความระมัดระวังสักหน่อย เพราะมีไม้กั้นค่อนข้างเยอะเพื่อความมั่นคงนั่นเอง

     

     

    ไฮไลท์ของหอชมทุ่งเห็นจะเป็นมุมแปลญวนสุดชิดที่อยู่ชั้นบนสุด ให้นอนไกวแปลเก๋เท่กันไป ลมเย็นที่พัดมากระทบใบหน้าชวนให้เคลิ้มหลับ และอยากนั่งพักอยู่ตรงนี้ให้นานสักหน่อย หรือจะยืนชมวิว พักสายตา ให้ผ่อนคลายก็เข้าท่า ยิ่งสูงก็ยิ่งเห็นวิวได้สวยงามมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของสุพรรณบุรี ที่ให้บรรยากาศและความรู้สึกแบบบ้านทุ่งในวันหยุดพักผ่อนแวะมาเที่ยวสัมผัสกลิ่นอายทุ่งหน้าแบบนี้ก็คงดีไม่น้อยเลยทีเดียว

     

     

    One day trip เที่ยวสุพรรณบุรี มุ่งตรงไปยังอำเภอสองพี่น้องทำให้เรามองเห็นสุพรรณในอีกมุมหนึ่งที่มีความชิค ทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม้ทิ้งกลิ่นอายของความเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ ที่เขียวขจีไปด้วยนาข้าว และความเป็นเมืองริมน้ำ ยังคงได้ซึมซับถึงความรู้สึกของความเป็นต่างจังหวัดแบบดั้งเดิม ทำให้การมาเที่ยวสุพรรณในครั้งนี้ผ่อนคลายได้เยอะเลยทีเดียว

     

    ชมวิดีโอเที่ยวอำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี

    Tags : , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน