• 8 ที่เที่ยวเด่นบึงกาฬ มาถึงต้องไป

    เหนือสุดแดนสยาม คือ เชียงราย ใต้สุด คือ นราธิวาส สุดปลายอีสาน คือจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย บึงกาฬ จังหวัดเงียบๆเล็กๆ ที่หลายคนอาจยังมาเที่ยวไม่ถึงแบบเจาะลึก แต่ก่อนเหตุผลที่มาบึงกาฬ เพราะอยากมาเที่ยว ภูทอก สถานที่สุด unseen ขึ้นชื่ออันดับต้น จากนั้นก็จากลาออกนอกจังหวัดไม่ได้คิดจะไปที่อื่นต่อ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้จบแค่ภูทอกยังมีที่ไปต่อเพราะมีการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวทั้งที่เก่าและที่ใหม่เพิ่ม กลายเป็น บึงกาฬ โฉมใหม่ ที่ไม่ได้มีดีแค่ภูทอก แต่ยังมีสถานที่สวยแปลกเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง แต่ละแห่งต้องบอกว่าสวยงามแปลกตาคุ้มค่ากับการนั่งรถมาไกล แถมเที่ยวได้จบครบในวันเดียวอีกต่างหากกับ 8 ที่เที่ยวเด่นบึงกาฬ มาถึงแล้วต้องไป

     

    ที่เที่ยวบึงกาฬ

     

    ภูทอก

    ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันไดเวียนไปมารอบภูทอกเห็นวิวแบบ 360 ภู นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียน รอบเขาซึ่งจะได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ ไฮไลท์ของภูทอก คือ พุทธวิหารอันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะแปลกและน่าอัศจรรย์ คือ เป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ไม่ตกลงมาเพราะตั้งอยู่อย่าง ได้ฉากกับพื้นโลกพอดี คล้าย ๆ กับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า  ภูทอกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว ขึ้นในวันที่ 10 -16  เมษายน ของทุกปี

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  ภูทอก 

     

     

    หินสามวาฬ ภูสิงห์

    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่ป่าภูสิงห์  ตั้งอยู่ในอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา และถ้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ สามารถแวะชมได้หลายจุด รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง เหตุผลที่เรียกว่า หินสามวาฬ เพราะลักษณะของจุดชมวิวนี้เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน รูปร่างคล้ายปลาวาฬเรียงกันยื่นออกไปสู่หน้าผา หากมองในมุมสูงจะเหมือนกลุ่มวาฬที่มีพ่อ แม่ ลูก จึงเรียกกันว่า หินสามวาฬ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่นของภูสิงห์ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เบื้องหน้าคือ วิวของผืนป่าเขียวขจีและสายหมอกบาง

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก  หินสามวาฬ ภูสิงห์ 

     

     

    พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

    หากกล่าวถึงสตรีทอาร์ตในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับภาพสตรีทอาร์ตที่วาดตามกำแพงริมถนนหรือตามอาคารตึกเก่าต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ วิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของที่แห่งนั้น แต่ถ้ามา บึงกาฬ จะตื่นตาตื่นใจกับ สตรีทอาร์ต ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่  ที่ได้นำความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาค ผสมผสานกับอาชีพเกษตรกรรมและความชอบของแต่ละครอบครัว บรรจงวาดเป็นภาพเขียนสีพญานาคบนผนังของแต่ละบ้านจำนวน 22 รูป  กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสตรีทอาร์ต หรือหมู่บ้านภาพวาดเขียนสีพญานาค หนึ่งเดียวในโลก ที่มีบรรยากาศน่ารักสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้มาเยียมเยือน ในหมู่บ้านยังมี พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ตั้งอยู่ในอำเภอโซ่พิสัย จัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนชาวอีสานแบบดั้งเดิม รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ เรียกว่า เมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้เราจะได้สัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตชุมชนชนบทแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก   พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต 

     

     

     

    บึงโขงหลง

    บึงโขงหลง ตั้งอยู่ที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ  มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น จุดท่องเที่ยวเด่น คือ สวนสาธารณะบึงโขงหลง แหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ที่มีหอชมนก และระเบียงชมวิว โดยเฉพาะในยามเย็นซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินมีบรรยากาศที่งดงามมาก นอกจากนี้หากมาเที่ยวในฤดูร้อนจะได้เห็นหาดคำสมบูรณ์วิวเนินทรายที่สวยงาม ที่มีหาดทรายทอดยาว บึงโขงหลง เป็นบึงที่มีน้ำตลอดปี ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี กิจกรรมที่น่าสนใจ คือ นั่งเรือชมวิวรอบบึง สัมผัสกับธรรมชาติและสายน้ำที่สวยงาม บึงโขงหลง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของบึงกาฬที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก   บึงโขงหลง 

     

     

    วัดอาฮงศิลาวาส  

    วัดอาฮงศิลาวาส  ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้านอาฮง  อ. เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ  ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 21 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง แอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ  ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค  มีความเชื่อกันว่าบริเวณหน้าวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแก่งอาฮง คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮงอย่างไม่ขาดสาย

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดอาฮงศิลาวาส 

     

     

    แก่งอาฮง

    ตั้งอยู่หน้าวัดอาฮงศิลาวาส ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี สามารถมองเห็นแก่งอาฮง แก่งหินกลางลำน้ำโขงปรากาฎขึ้นมาเหนือน้ำ กลุ่มหินมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย  โดยจัดทำเป็นเส้นทางเดินขนานไปกับแนวแม่น้ำ มีป้ายสะดือแม่น้ำโขงตั้งอยู่ตรงกลาง มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและร่มรื่น เมื่อมองข้ามไปยังฝั่งลาวคือ เมืองปากซัน จะเห็นเจดีย์สีทองตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนหินขนาดใหญ่  มีความเชื่อว่า แก่งอาฮง คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร บริเวณนี้จะมีน้ำจะไหลเชี่ยววนจนเป็นหลุมรูปกรวย หากมีพวกเศษไม้ ใบไม้หรือวัตถุเล็กๆ ติดอยู่จะถูกกระแสน้ำหมุนวนเป็นรูปกรวยประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงหลุดเคลื่อนไปในที่อื่น เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาอีกก็จะต่อตัวเป็นรูปกรวยขึ้นมาใหม่เกิดสลับกันไปตลอดทั้งวัน

     

     

    วัดโพธาราม

    วัดโพธาราม ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ  5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดบึงกาฬและชาวจังหวัดใกล้เคียงรวมไปถึงในสปป.ลาว ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขงแถบนี้  เมื่อเข้ามายังตัววัดจะพบกับอุโบสถเมื่อมองเข้าไปด้านในก็จะเห็นหลวงพ่อพระใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้านในตัวอุโบสถ หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปรางมารวิชัยที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีเรือกำปั่นโบราณถายในวัด ที่มีผู้คนมาขอโชคลาภมากมาย

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก   วัดโพธาราม 

     

     

    น้ำตกถ้ำพระ

    น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความงามของน้ำตก นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และร่องน้ำที่สามารเล่นเป็นสไลเดอร์ได้ ทำให้เล่นน้ำกันในลำธารกันได้อย่างสนุกสนาน แต่น้ำตกจะมีน้ำมากในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นตุลาคม เท่านั้น หากมาในช่วงเดือนอื่นน้ำค่อนข้างน้อยมาก

    รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก   น้ำตกถ้ำพระ

     

    น้ำตกเจ็ดสี

    น้ำตกเจ็ดสี จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ใกลภูทอก เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และชาวบ้านในพื้นที่ เดินทางมาท่องเที่ยวและเล่นน้ำบริเวณน้ำตก ซึ่งมีลักษณะเป็นลานหิน น้ำตื้น คล้ายกับสวนน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ โดยต้องเดินเท้าเข้าไปสู่ตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร  ความงดงามของน้ำตกเจ็ดสี ที่มีลักษณะเป็นผาน้ำตกขนาดใหญ่ สูงเกือบ 30 เมตร มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำของห้วยกะอาม หากมาในช่วงที่ปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝน อาจมีโอกาสได้เห็นละอองน้ำกระทบแสงแดดยามบ่าย กลายเป็นสายรุ้ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเจ็ดสี

     

    ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยวบึงกาฬ 1 วัน (ปรับตามความเหมาะสม)

    05.30 น. เที่ยวหินสามวาฬ ภูสิงห์ (แนะนำให้พักในตัวอำเภอศรีวิไล)

    08.30 น. เข้าตัวเมืองแวะวัดโพธาราม ไหว้หลวงพ่อใหญ่

    09.30 น. แวะวัดอาฮง แก่งอาฮง

    11.30 น.  ถ่ายภาพ streer art พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

    13.00 น.  เที่ยวภูทอก

    15.00 น. น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกเจ็ดสี

    16.00 น. เที่ยวบึงโขงหลง หรือ ถ้าไม่แวะบึงโขงหลง สามารถสลับโปรแกรมไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตแล้วเดินทางกลับ พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไปทางเส้นทางอุดรใกล้คำชะโนด เผื่อใครนั่งเครื่องมาจากอุดร ก็แนะนำเป็นแบบนี้จะสะดวกกว่า

     

    Tags : ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน