• รวม 50 ที่เที่ยวอีสาน สุดแซ่บ

    แต่ก่อนเราอาจคิดว่าภาคอีสานไม่มีอะไรน่าเที่ยว มีที่เที่ยวน้อย แต่ในปัจจุบันการท่องเที่ยวภาคอีสานมาแรงขึ้นเรื่อยๆ มาแพ้ภาคอื่นเลยทีเดียวมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น ในแต่ละจังหวัดของภาคอีสานนั้นมีความหลากหลายทั้งทางธรรมชาติรวมถึงศิลปะวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาความเป็นท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การศึกษาค้นคว้า  ไปด้วยกันได้รวบรวมที่เที่ยวอีสานสุดฮอตทั้งที่เที่ยวเชิงธรรมชาติมหัศจรรย์วัดวาอารามที่สวยงามและสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า  ให้เราได้เลือกเที่ยวกันแบบสนุกสนานกันเลยทีเดียว

     

    cover

     

     

    สามพันโบก อุบลราชธานี

    แก่งสามพันโบก  สถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักและได้รับความนิยมของอุบลราชธานี แก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก โบก หรือแอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ ลำน้ำโขง  และคำว่า “โบก”  เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน และจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้งที่น้ำแห้งขอด แก่งหินดังกล่าวก็จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติสุดอลังการกลางลำน้ำโขง ที่สวยงาม แปลกตา จนชาวบ้านเรียกว่า แกรนด์แคนยอนน้ำโขง

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก สามพันโบก 

     

     

    หาดชมดาว อุบลราชธานี

    หาดชมดาว หรือ แก่งชมดาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล อุบลราชธานีอยู่ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ  20 ก.ม. หาดชมดาวเป็นแนวหาดหิน แก่งหิน อันกว้างใหญ่และยาวมากหลายร้อยเมตร   ซึ่งการเกิดของหินรูปพรรณสัณฐานประหลาด เช่นเดียว กับสามพันโบก หาดชมดาวมีจุดไฮไลต์ที่ สวยที่สุด ซึ่งเป็นลักษณะเป็นผาหินสูงใหญ่และเว้าแหว่งยาวคล้ายช่องแคบมีสายน้ำไหลผ่าน และมีก้อนหินเล็กกลางน้ำให้ลงไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูป ซึ่งได้มุมสวยเก๋ไม่เหมือนใคร

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก หาดชมดาว

     

     

    วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  อุบลราชธานี

    วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  หรือนิยมเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ที่  อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า จุดเด่นของวัดคือ การได้มาชมภาพเรืองแสงเป็นสีเขียวของของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน ซึ่งหากโชคดีก็จะได้เห็นดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้าอีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

     

     

    ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม อุบลราชธานี

    ป่าดงนาทามอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติผาแต้มมีพื้นที่ติดต่อกัน 3 อำเภอคือ อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีการท่องเที่ยวที่ป่าดงนาทามเป็นลักษณะการเดินป่าชมธรรมชาติป่าไม้ ภูผาและแม่น้ำโขง สำหรับฤดูกาล ท่องเที่ยวของป่าดงนาทาม คือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าบาน เหมาะในการชมดอกไม้ตามลานหินเช่น เช่น หยาดน้ำค้าง แดงอุบล เอนอ้า เหลืองพิสมร และทุ่งดอกไม้ชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ ดุสิตา สร้อยสุวรรณา มณีเทวา ทิพเกสร สรัสจันทร เป็นต้น

    ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม คลิ๊ก ป่าดงนาทาม

     

     

    ผาชนะได อุบลราชธานี

    ผาชนะได หน้าผาที่มีความสูงชันมากและเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนจุดใดในประเทศไทยมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงอยู่เบื้องล่างรวมถึง เทือกเขาแดนลาวที่สลับซับซ้อนในฤดูหนาวยังมีความงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง ให้ชมด้วยเนื่องจากเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจุดแรก ในประเทศไทยกรมอุตุนิยมจึงเอาผาชนะไดเป็นจุดอ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นแห่งแรก

    ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม คลิ๊ก ผาชนะได 

     

     

    น้ำตกแสงจันทร์ อุบลราชธานี

    น้ำตกแสงจันทร์   น้ำตกลงรู หนึ่งเดียวในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งนาเมือง ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี  ชื่อของน้ำตกเรียกตามลักษณะของสายน้ำที่ตกผ่านลงรูหิน ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้น เรียกตามสายธารน้ำตก ที่โปรยละออง ผ่านช่องหินลงมาเป็นสีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์โดยเฉพาะในวันเพ็ญ ที่แสงจันทร์จะสาดส่องมาตรงรูหินพอดี พร้อมกับละอองของธารน้ำตก ที่โปรย ดูเป็นประกายสีนวลสวยงามมาก ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของชื่อและเสน่ห์ของน้ำตกแห่งนี้ ที่ยังคงเก็บความงามสงบประสานอย่าง กลมกลืนของธรรมชาติไว้ให้เป็นที่ประทับใจ

    ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม คลิ๊ก  น้ำตกแสงจันทร์ 

     

     

     ทะเลบัวแดง อุดรธานี

    อีกหนึ่งเส้นทางสายดอกไม้ที่ดงามแห่งอีสานบ้านเรา นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มท้องน้ำไกลสุดตา ความอลังการของอาณาจักรบัวจะมีให้ชมอยู่ 2 แห่ง นั้นก็คือ ทะเลบัวแดง จ. อุดรธานี อยู่ในบึงน้ำจืด บึงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก โดยดอกบัวแดง บานเต็มท้องน้ำหนองหานสุดลูกหูลูกตางดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ทะเลบัวแดง

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ทะเลบัวแดง 

     

     

    วัดป่าภูก้อน อุดรธานี

    วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย พระวิหารที่สวยงามสะดุดตาของวัดป่าภูก้อน มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา  มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี  พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน   ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดป่าภูก้อน

     

     

    ภูห้วยอีสัน หนองคาย

    ภูห้วยอีสัน ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นจุดพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้แบบ กว้างไกลสุดตา ถือเป็น จุดชมทะเลหมอกสุด Unseen ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของหนองคาย  เบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสันสามารถมองเห็นเกาะแก่ง ของแม่น้ำโขงซึ่งหากวันใดที่สายหมอกบางเบาสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าสะท้อน ไปยังพื้นน้ำและเกาะแก่ง ได้ชัดเจน ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เวลา 05.30 น.- 08.00 น.

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ภูห้วยอีสัน

     

    วัดผาตากเสื้อ  หนองคาย

    วัดผาตากเสื้อ ที่ตั้งอยู่บนเขาในเขตอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงาม มาก สูงจากระดับน้ำทะเล 550 เมตร ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ในช่วงที่น้ำลดหากไปยืน อยู่บนวัดผาตากเสื้อแล้วมองลงมายังแม่น้ำโขง จะเห็นสันทรายเป็นริ้วคล้ายเกล็ดพญานาคอย่างชัดเจน โดยได้รับการตั้งให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเส้นทางในฝัน Dream Destination 2  จาก ท ท ท นั่นก็คือ “เกล็ดพญานาคริมโขง”  ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ได้อย่างน่าพิศวง

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดผาตากเสื้อ

     

     

    ภูป่าเปราะ

    ภูป่าเปาะ ตั้งอยู่ที่อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย จุดเด่นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศบนจุดชมวิวที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร สามารถมองเห็นภูหอซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูง เป็นภูเขายอดตัดหรือภูเขายอดราบโดยเฉพาะช่วงที่มีทะเลหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวเรียกว่า คล้ายภูเขาไฟฟูจิยามาในประเทศญี่ปุ่น

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ภูป่าเปาะ 

     

     

    ภูลมโล  เลย

    ภูลมโล ตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอน  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภูลมโลเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อ ของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สิ่งที่ทำให้ภูลมโลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีพื้นที่กว้างขวางนับ 1000 ไร่  นางพญาเสือโคร่งของภูลมโลจะไม่ได้มีให้ชมเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายมีให้ชมในหลายจุดโดยจะบานแทรกตัวอยู่ในหุบเขา ป่าไม้และต้นหญ้า

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูลมโล

     

    นาแห้ว  เลย

    นาแห้ว  คือ อำเภอที่ความเจริญของเทคโนโลยี ไม่สามารถเข้ามากลืนกินความเรียบง่ายของที่นี่ให้หายไปได้ เป็นอำเภอที่รู้สึกว่าถ้าจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวของเราไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย มาเพื่อให้ได้เห็นวัฒนธรรม การดำรงชีวิตที่แตกต่าง มาซึมซับธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ก็แพคกระเป๋ามาเที่ยวกันได้เลย รับรองได้ว่ามาแล้วจะไม่แห้วแน่นอน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก นาแห้ว

     

     

    ภูเรือ เลย

    อุทยานแห่งชาติภูเรือ ดินแดนที่หนาวสุดในแดนสยาม มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือ มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูง เป็นภูผาสีสันสะดุดตา หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ยอดภูเรือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและสายหมอกบางยามเช้าที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวภูเขาที่สลับซับซ้อนและสวยงาม หากมาในช่วงฤดูหนาวเรายังได้พบกับทุ่งดอกคริตส์มาสสีแดงที่บานสะพรั่งงดงามอยู่ตรงทางขึ้นภูเรือ

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูเรือ

     

    DSC_4784

     

    เชียงคาน เลย

    เชียงคาน เมืองเล็ก ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย กับภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่ กิจกรมที่เชียงคานมีทั้ง ร่วมตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้ากับชาวบ้าน ปั่นจักรยานเรียบโขง  ชมวัดวาอาราม และทะเลหมอกภูทอก  ชาวบ้านที่นี่มีน้ำใจและเป็นมิตร ไม่ว่าจะเดินผ่านไปยังบ้านหลังใดก็จะเห็นประตูบ้านเปิดกว้างรับแขกหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงเสมอ

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก เชียงคาน

     

     

    ภูทอก บึงกาฬ

    ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึง จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างเป็นบรรไดเวียนไปมารอบภูทอกที่สามารถชมวิวได้ตลอดทาง มีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียน รอบเขาซึ่งจะได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูทอก

     

     

    พระเจดีย์มิ่งมงคล ร้อยเอ็ด

    มหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลาย ตระการตาด้วย สีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ รวมยอดทองคำ ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก พระเจดีย์มหามิ่งมงคล  

     

     

    วัดป่ากุง ร้อยเอ็ด

    เจดีย์หินทราย วัดป่ากุง  หรือวัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามเป็นมีเจดีย์ขนาดใหญ่ ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนสถานที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ โดยจำลองแบบการก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก วัดป่ากุง

     

     

    พระเจดีย์มหามงคลบัว 

    ตั้งอยู่ใน ต.หนองแวง อ.เมือง  สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ของพระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด สำหรับเผยแพร่ธรรมะและปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงตามหาบัว เจดีย์สีทองอันโดดเด่นกลางสวนสวย ซึ่งมีการออกแบบไว้เป็นอย่างดี มีสระน้ำไว้ด้านหน้าและด้านข้างเจดีย์ ทำให้เกิดภาพสะท้อนของเจดีย์บนผิวน้ำ  เจดีย์มีความสูงพอดีและมีความเด่น เพราะอยู่บริเวณกลางทุ่งนา ทำให้สามารถมองเห็นมาจากที่ไกลๆได้ พื้นที่ของเจดีย์กว้างใหญ่ทำให้ไม่เกิดความแออัด ร่มรื่นสมกับเป็นสถานที่แห่งพลังศรัทธาของชาวพุทธเป็นอย่างดี

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก พระเจดีย์มหามงคลบัว 

     

    วัดบูรพาภิราม

    วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมือง มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ประทับยืนเด่นเป็นสง่ามองเห็นได้จากระยะไกล เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวร้อยเอ็ด นอกจากนี้องค์พระเจ้าใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ตามคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดว่า “สิบเอ็ดประตูงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ไชยมงคลงามน่ายลบึงพระลานชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ”

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดบูรพาภิราม

     

    พระธาตุนาดูน 

    พระธาตุนาดูน  ตั้งอยู่ที่ บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม  นับเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของ ชาวมหาสารคาม  เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อสิริมงคลแก่ภูมิภาค พื้นที่โดยรอบได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมกิจการ พระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น “พุทธมณฑลอีสาน” รอบองค์พระธาตุมีบริเวณ กว้างขวาง จัดแต่งเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ  พระธาตุนาดูน   เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  พระธาตุนาดูน 

     

    สะพานไม้แกดำ มหาสารคาม

    สะพานไม้แกดำ อีกหนึ่งสะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดมหาสารคามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเที่ยวชม เพื่อสัมผัสของกลิ่นไอแห่งความเป็นชาวบ้านกับสะพานที่ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดตากว่า  1 กิโลเมตร ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ  ถือว่าเป็นสะพานสุด unseen  อีกแห่งหนึ่ง ที่ควรค่าแห่งการเดินทางมาเช็คอิน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก สะพานไม้แกดำ

     

     

    ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ

    เมื่อสายฝนมาราชินีแห่งมวลดอกไม้แห่งจ.ชัยภูมิ ก็เริ่มบานชูช่อล้อสายลมและสายหมอกเต็มทั่วผืนป่า ทุ่งดอกกระเจียวถือเป็นไฮไลต์แห่งการท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ดอกสีชมพูอมม่วงบานเคล้าสายหมอกชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำค้างช่วยแต่งแต้มและคืนความสดใสให้กับทุ่งหญ้าอีกครั้ง ทุ่งดอกกระเจียวในจังหวัดชัยภูมิมีให้ชม 2 แห่ง คือ ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งดอกกระเจียวจะบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน – กรกฏาคม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งจะบานช้ากว่า เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม- ต้นเดือนสิงหาคม ของทุกปี

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม     ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง 

     

     

    มอหินขาว ชัยภูมิ

    มอหินขาว ตั้งอยู่ใน เขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา  อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ  เรามาที่นี่เพื่อมาชมความมหัศจรรย์ของ เสาหิน 5 ต้นซึ่งเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวมอหินขาว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหินหินกลุ่มที่ 2 อยู่ห่างจากลุ่มแรกประมาณ 500 เมตร เรียกรวมกัน ว่า “ดงหิน”มีแท่งหินรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย มีรูปร่างคล้ายเจดีย์ กระดองเต่ารองเท้าบูท และบริเวณหินกลุ่ม นี้เรายังสามารถขึ้นไปชมวิวที่กว้างไกลสุดสายตา

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  มอหินขาว

     

     

    ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์

    อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงานสถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขามีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์และ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ปราสาทพนมรุ้ง

     

    ปราสาทเมืองต่ำ 

    ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหินเมืองต่ำมีรูปแบบที่แตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ ที่จะมีปรางค์องค์ใหญ่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยปรางค์ขนาดเล็กกว่าทั้ง 4 มุม ลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลง อันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้   เป็นอีกหนึ่งปราสาทหินในบุรีรัมย์ที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม นอกจากนี้วัสดุส่วนหนึ่งจากโบราณสถาน และโบราณวัตถุของปราสาทเมืองต่ำพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงนำมา เป็นส่วนประกอบในการทำพระเครื่อง ที่เรียกว่า “พระสมเด็จจิตรลดา” อีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ปราสาทเมืองต่ำ 

     

     

    สนามไอ-โมบาย

    สนามไอ-โมบาย(i-Mobile Stadium) หรือชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ธันเดอร์คาสเซิลสเตเดียม Thunder Castle Stadium) ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอล ที่กำลังฮอตสุดๆในขณะนี้ สนามแห่งมีความจุ 32,600 ที่นั่ง สนามไอ-โมบาย ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดผู้คนทั้งใน และจังหวัด ใกล้เคียงรวมถึงแฟนบอลทุกเพศทุกวัยให้มาที่นี่ เพื่อชมสนามฟุตบอลที่สวยงามและได้มาตราฐานระดับโลก โดยเปิดให้กับบุคคลที่ สนใจเข้าชมฟรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก สนามไอ-โมบาย 

     

     

     

    เพลา เพลิน บุรีรัมย์

    ดอกไม้และพันธุ์ไม้สวยใช่ว่าจะมีให้ชมอยู่แต่ในภาคเหนือ แต่ดินแดนอีสานบ้านเราก็มีให้ชมเหมือนกัน ที่ เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ไปที่มาพร้อมกับความสนุกและบันเทิง ให้เราได้รื่นรมย์ชมดอกไม้ตามฤดูกาลหลากสีสัน รวมทั้งพันธุ์ไม้สวยงามต่างๆ ที่อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ซึ่งจัดแสดงในโรงเรือนทั้ง 6  หลัง อุทยานไม้ดอกแห่งนี้ ยังถือว่าเป็นอุทยานไม้ดอกแห่งแรกในเขตพื้นที่ภาคอีสานใต้อีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เพลา เพลิน

     

     

    อำเภอปากช่อง  นครราชสีมา

    อีกหนึ่งอำเภอท่องเที่ยวใกล้กรุงในจังหวัดนครราชสีมา คงหนีไม่พ้น อำเภอปากช่อง ที่เที่ยวง่าย และสะดวกสบาย มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย มีสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่ยังเป็นธรรมชาติ และเป็นที่ตั้งของอุทยานยอดฮิต อย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างฟาร์มต่างๆ เช่นฟาร์มองุ่น ฟาร์มเห็ด  หรือจะเที่ยวแบบชิค  ชิค มีสไตล์ ที่สามารถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักผ่อนค้างคืน 1 วัน เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ พักผ่อนในรีสอร์ทแบบมีสไตล์ที่มีให้เลือกมากมาย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ปากช่อง 

     

     

    วังน้ำเขียว นครราชสีมา

    อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตใกล้กรุงเทพฯ บรรยากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  ไฮไลต์ของการมาเที่ยววังน้ำเขียวนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว การได้มานอนเล่นชมวิวในที่พักก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ที่นี่มีที่พักให้เลือกมากมาย  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีโอโซนอันดับ 7 ของโลก เพียงไม่ถึง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพคุณจะได้พบกับอากาศบริสุทธิ์ วิวทิวเขาและธรรมชาติ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆแค่หาเวลาท่องเที่ยวพักผ่อนก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  วังน้ำเขียว

     

     

    จิมทอมป์สันฟาร์ม นครราชสีมา

    จิมทอมป์สันฟาร์ม ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่กว่า 600 ไร่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางเกษตรซึ่งเปิด ให้เข้าชมในเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปีให้บุคคลทั่วไปที่หลงใหลในธรรมชาติได้ชื่นชม บรรยากาศอันงดงามและ เรียนรู้ ประสบการณ์ด้านการเกษตร พร้อมเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมแปลงพืชผัก และดอกไม้สีสวยสดนานาชนิด รวมถึงเลือกซื้อ ไม้ดอกไม้ประดับและผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษซึ่ง ปลูกด้วยความเอาใจใส่จากเหล่าเกษตรกรของจิม ทอมป์สัน ฟาร์มที่มีเจตนารมณ์ที่จะอนุรักษ์ และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทย เชื้อสายลาวซึ่งอาศัยอยู่ทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก จิมทอมป์สันฟาร์ม

     

     

    พระธาตุพนม  นครพนม

    พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีวอกและผู้ที่เกิดวันอาทิตย์  พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม เท่านั้น พระธาตุพนม ยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือ เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก พระธาตุพนม

     

     

    พระธาตุเรณูนคร 

    ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มี ขนาดเล็กกว่า  สร้างเมื่อปี พ. ศ. 2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็น โพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง พระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันจันทร์เชื่อกันว่าผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์ ส่งผลให้มีวรรณะงดงาม ผุดผ่องดังแสงจันทร์ นอกจากนี้ภาย ในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธ ลักษณะสวยงามมาก

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก พระธาตุเรณูนคร 

     

    พระธาตุนคร

    พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมือง บริเวณริมฝั่งโขง ภายในองค์ พระธาตบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ถวายผู้ที่ไป นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ เสริมบุญบารมี และมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  พระธาตุนคร

     

     

    หาดทรายทองศรีโคตรบูร

    หาดทรายทองศรีโคตรบูร หรือ หาดทรายริมน้ำโขง ที่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เป็นปรากฎการณ์ทาง ธรรมชาติที่เกิด ขึ้นในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แม่น้ำโขงลดระดับเกิดเป็นหาดทรายสวยกลางลำน้ำโขง ยาวหลายกิโลเมตร  เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน หย่อนใจ และชม ความงามของธรรมชาติ สำหรับจุดที่สามารถชมวิวของ หาดทรายทองได้อย่างงดงามในปัจจุบัน คือ สวนสาธารณะและหาดทรายทองศรีโคตรบูร และบริเวณโรงแรมนครพนมริเวอร์วิว  ซึ่งได้จัดพื้นที่สำหรับลงไปเดินชมหาดทรายทอง รวมถึงสามารถชมวิวได้จากระเบียงหน้าห้องพัก  ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับชมหาดทรายคือ ในช่วงเช้า และช่วงเย็น เพราะจะได้แสงสีทองของพระอาทิตย์ส่องกระทบผืนทรายและผืนน้ำ

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  หาดทรายทองศรีโคตรบูร 

     

     

    สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 นครพนม

    สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย (นครพนม) กับประเทศลาว(คำม่วน) พื้นที่ฝั่งไทยที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนมฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เป็นสะพานที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีวิวข้างหลังเป็นภาพภูเขาหินปูนของประเทศไทยลาวลูกน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับซับซ้อน  บริเวณด้านล่างสะพานมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสะพานได้จากข้างล่าง ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนรับลมเย็น ที่พัดมาจากฝั่งลาว

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก    สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3

     

     

    พญาศรีสัตตนาคราช   

    พญาศรีสัตตนาคราช  แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครพนม ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช  หน้าสำนักงานป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม  เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน  พญาศรีสัตตนาคราช มีความเด่นสง่าเพราะมี 7 เศียร ลำตัวเดียว   ซึ่งต่างร่ำลือว่า หากใครมาขอพรหรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราช อาจสัมฤทธิ์ผลเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์  ทำให้บรรยากาศ บริเวณนี้คักคักไปด้วย ผู้คนแน่นขนัดจากทั่วสารทิศทุกวัน

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก   พญาศรีสัตตนาคราช

     

     

    วัดพระธาตุเชิงชุม

    ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  ปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็น ที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร   ยอดฉัตรเหนือองค์พระธาตุทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ หนัก 247 บาท ภายในมีรอยพระพุทธบาท 4 พระองค์ นับตั้งแต่พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม  วัดพระธาตุเชิงชุม  นับเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ดังคำกล่าวที่ว่า “จะมีครั้งไหนที่ได้อานิสงส์มากไปกว่าการได้มาบูชา พระธาตุที่สร้าง ครอบรอยพระบาทแห่งพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์” เชื่อกันว่าอานิสงส์ในการนมัสการพระธาตุเชิงชุมนั้นจะก่อให้เกิดความ เป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ตนเองและครอบครัวให้มีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปราศจากอันตราย

    ข้อมูลเพิ่มเติม  วัดพระธาตุเชิงชุม

     

     

    อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ

    อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบึงหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมบัวพันธุ์ต่างๆ และรองรับการประชุม วิชาการบัวนานาชาติปี พ.ศ.2553 ที่จัดขึ้นที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า ของนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร  ความโดดเด่นของอุทยานบัวคือ มีบึงบัวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้า มีสะพานไม้สีแดงทอดยาวเชื่อมต่อกันสำหรับเดินชม ดอกบัวรอบสระ มีศาลาชมวิวกลางบึงบัวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ นั่งชมบัวรับลมเย็น นับเป็นอุทยานบัวที่ใหญที่สุดของประเทศ

    ข้อมูลเพิ่มเติม  อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ

     

     

    วัดถ้ำผาแด่น  

    ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 17 กม.  เป็นอีกหนึ่งใน สถานที่ที่ห้ามพลาดของสกลนคร ที่งดงามด้วยงานแกะสลักบนหน้าผาหินที่มีเอกลักษณ์วิจิตรศิลป์ สวยสดงดงามถ่ายทอดเรื่องราว พุทธประวัติ  เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในจังหวัดสกลนคร มีความเป็นมานับร้อยปี  วัดตั้งอยู่บนภูเขาสูง ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นและ  โดยมีการจัดพื้นที่ให้สามารถชมทิวทัศน์และถ่ายรูป บริเวณศาลาผาแดงมองเห็นตัวเมืองสกลนครและทะเลสาบหนองหารได้แบบ 180 องศา

    ข้อมูลเพิ่มเติม   วัดถ้ำผาแด่น

     

     

    พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

    หรือ พิพิธภัณฑ์คางคก แลนด์มาร์คที่โดดเด่นแปลกตาของจังหวัดยโสธร ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลำทวน อำเภอเมือง บริเวณสวนสาธารณะพญาแถน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สอดแทรกตำนานเรื่องเล่าพื้นเมืองของชาวอีสาน เกี่ยวกับตำนาน พญาคางคกและประเพณีบุญบั้งไฟอันโด่งดัง    ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็นรูปคางคกขนาดยักษ์โดยมีนิทรรศการภายในบอกเรื่องเกี่ยวกับที่มาของบั้งไฟ โดยจัดฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และนิทรรศการเกี่ยวกับคางคกชนิดต่าง ๆ ที่พบได้ในเมืองไทยที่มีอยู่กว่า 20 ชนิด และมีการรวบรวมของดีทางด้านเกษตรกรรม ของเมืองยโสธรไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของจังหวัดยโสธร

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

     

     

    พระพุทธรูปหยกขาว  วัดพระพุทธบาท

    วัดพระพุทธบาท ยโสธร ตั้งอยู่ที่ บ้านหนอกยาง ต.หัวเมือง อ.มหาชัย จ.ยโสธร โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชีทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น วัดพระพุทธบาทยโสธรแห่งนี้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท นับเป็น โบราณสถานอันล้ำค่าของจังหวัด  ภายในวัด โดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีขาวหลังคาสีน้ำเงิน มีความงดงามตามแบบศิลปะประยุกต์ ทั้งการออกแบบรั้วและระเบียงที่มีลวดลายปูนปั้นที่ดูแปลกตา ภายในประดิษฐานพระประธานที่เจียระไน จากหยกขาวขนาดหน้าตัก กว้าง 2.31เมตร สูง 3.7 เมตร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปหยกขาวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดพระพุทธบาท

     

     

    วัดมหาธาตุ  ยโสธร

    พระธาตุอานนท์  ตั้งอยู่ใน วัดมหาธาตุ  พระธาตุเก่าแก่ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน การก่อสร้างได้รับอิทธิพลศิลปะลาวที่นิยมสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุง ศรีอยุธยาถึง ต้นรัตนโกสินทร์  เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม  ส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม  ภายในบรรจุอัฐิของพระอานนท์ ซึ่งมีที่เดียวในประเทศไทย  และเป็น 1 ใน 2 ที่ในโลก คือ อินเดีย กับประเทศไทย พระอานนท์ คือ พระอนุชาของพระพุทธเจ้า ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีสติปัญญาความจำเป็นเลิศ  คนส่วนใหญ่จึงนิยมมากราบไหว้พระธาตุอานนท์เพื่อขอพรในด้านความมีสติปัญญาและหายจากอาการเจ็บป่วยต่างๆ

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดมหาธาตุ 

     

    ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า 

    บ้านสิงห์ท่า  ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นย่านการค้าตั้งแต่สมัยโบราณและได้เจริญขึ้นเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามามี อิทธิพลมาก ในภูมิภาคนี้ในช่วงนั้นเองผู้ที่มีฐานะดี มีการนำเข้าช่างฝีมือจากเวียดนามจำนวนมากเข้ามาสร้างบ้านเรือน ทำให้บ้านเรือนมีรูปแบบ ศิลปกรรมแบบจีนผสมยุโรปที่งดงาม ปัจจุบันยังคงเหลือให้เห็นบนสองข้างทาง ถนนศรีสุนทร นครทุม อุทัยรามฤทธิ์ และวิทยะธำรง บางแห่งยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก บอกถึงบรรยากาศของความเป็นอดีต ขณะที่อีกหลายแห่งถูกปล่อยให้รกร้าง ขาดคนอาศัย สร้างเสน่ห์ให้บ้านสิงห์ท่าสวยงามมาจนทุกวันนี้

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า 

     

     

    โบสถ์คริสบ้านซ่งแย้  

    โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้  ตั้งอยู่ที่  อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร  เป็นโบสถ์ไม้ ของคริสต์ศาสนาที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีอายุถึง 100 ปี  โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ มีชื่อเต็มๆ ว่า  “วัดอัครเทวดามีคาแอล”  ที่มีโบสถ์ไม้หลัง ใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งทั้งหมจากพลังแห่งศรัทธาอันแรงกล้าของคริสต์ชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ในปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้สามารถบรรจุคนได้มากกว่า 500 คน โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่สงบ และงดงาม

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  โบสถ์คริสบ้านซ่งแย้

     

     

    วัดพุทธนิมิตภูค่าว 

    วัดพุทธนิมิตภูค่าว  ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป   นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์ที่ประดับตกแต่งสวยงาม และวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระเครื่องจำนวนมาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีอุโบสถไม้ที่วิจิตรงดงามโดยก่อสร้างจากไม้ ขนาด ใหญ่นำขึ้นมาจากใต้เขื่อนลำปาว หอพระเครื่องที่มีพระเครื่องประดับประดาตกแต่งไว้หลายแสนองค์  และพระมหาธาตุเจดีย์ที่ สร้างจากหินทรายเฉพาะยอดมหาธาตุเจดีย์มีมูลค่ากว่า 25 ล้านบาทมีทั้งทองคำ 30 กิโลกรัมและประดับตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดา มากมาย  นอกจากนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากประเทศเนปาลด้วยซึ่งความสวยงามและ ความขลังของวัดแห่งนี้ทำให้มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย

    ข้อมูลเพิ่มเติม  วัดพุทธนิมิตภูค่าว 

     

    พิพิธภัณฑ์สิรินธร  

    ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ่มข้าว หรือพิพิธภัณฑ์สิรินธร  เป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์และ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ แห่งแรกของประเทศไทย อยู่ที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา ที่มีการจัดแสดงซากกระดูก ไดโนเสาร์ และแสดงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในมุมมองต่างๆ ทั้งเชิงวิชาการ การอนุรักษ์ รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่างๆ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สิรินธร ต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มาจากการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ในปี พ.ศ. 2537 โดยท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน  ต่อมาในปลายปีเดียวกัน ทางคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรม ทรัพยากรธรณี ได้เริ่มเข้าไปทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ และพบว่าที่ภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติม  พิพิธภัณฑ์สิรินธร 

    วัดพระธาตุหนองแวง  ขอนแก่น

    วัดพระธาตุหนองแวง ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง ถือว่าเป็นวัดประจำจังหวัดข่อนแก่นที่ไม่ควรพลาดมาสักการะ พระมหาธาตุแก่นนครหรือพระธาตุเก้าชั้นฐานสี่เหลี่ยมสีทองงดงาม จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานตากแห

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก วัดพระธาตุหนองแวง

     

    DSC_8137

     

    โบสต์คริสต์วัดสองคอน  มุกดาหาร

    โบสต์คริสต์วัดสองคอน หรือ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน  ตั้งอยู่ท่ามกลางบริเวณอันกว้างขวางริมฝั่งโขง ณ บ้านสองคอน ตำบลโป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารสถานแห่งมรณะสักขี วัดสองคอนแห่งนี้ยังได้ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่ง ใน สถานที่Unseen Thailand II “สัมผัสจริงเมืองไทย”ในประเภท“มุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์”รวมทั้งได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก ที่ได้ชื่อว่าสวยและใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก โบสต์คริสต์วัดสองคอน

     

    DSC_6369

     

    ภูผาเทิบ มุกดาหาร

    ภูผาเทิบ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ที่มีหินมาเทิบทับกันไว้ มีกลุ่มหินประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่างๆ วางซ้อนกัน อยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้างและยาวเป็นสวนหินเปรียบเสมือนประติมากรรมธรรมชาติ กลุ่มหิน รูปทรงหลายแบบวางซ้อนทับกันคล้ายกับเพิงผาที่กันแดดกันลมได้ ซึ่งภาษาท้องถิ่นเรียกลักษณะเช่นนี้ว่า “เทิบ” บางอันมี รูปร่างคล้ายร่ม เห็ดขนาดใหญ่  หินบางก้อนมีรูปร่างคล้ายเครื่องบินไอพ่น รอบเท้าบู้ท  ในแต่ละฤดูจะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตามฤดูกาลเพิ่มความงามให้กับภูผาเทิบอีกมาก ดอกไม้ที่ ขึ้นอยู่ตามซอกหิน ผา เช่น เอนอ้า เทียนหิน หรือดุสิตา เป็นต้น

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูผาเทิบ

     

    DSC_6239

     

    Tags : , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    13 Responses to “รวม 50 ที่เที่ยวอีสาน สุดแซ่บ”

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก