• Alpaca hill สวนผึ้ง ชมสัตว์น่ารัก ถ่ายรูปสุดคูล

    Alpaca hill  (อัลปาก้า ฮิลท์)  สวนผึ้ง สวนสัตว์เปิดสุดหรรษา ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขาเขียวขจี ที่เราสามารถใกล้ชิดสัตว์ได้เกือบทุกตัว มีสัตว์มากมายหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่หาชมได้ยาก อีกหนึ่งไฮไลท์ของ อัลปาก้าฮิลท์ คือ บ้านฮอบบิทมีฝูงห่านมาเดินเล่น ให้อาหารและถ่ายรูปแสนน่ารักเหมือนอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยาย เป็นสวนสัตว์แบบเปิดที่รู้สึกว่า สัตว์ทุกตัวดูมีความสุข อยู่ในคอกเป็นสัดส่วน และสามารถเข้าชมและสัมผัส ถ่ายภาพสัตว์ได้แบบใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลนักท่องเที่ยวตลอดเป็นการเที่ยวสวนสัตว์ที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่เที่ยวสวนสัตว์มาหลายแห่ง สามารถใกล้ชิดสัตว์น้อยน่ารัก แปลกตาที่มีความเฟรนด์ลี่กับนักท่องเที่ยวมาก

     

     

    Alpaca hill  ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสวนผึ้งพอประมาณ ใช้เวลาเดินทางเกือบสี่สิบนาที เรียกได้ว่าอยู่เกือบจะใกล้เขตจังหวัดกาญจนบุรี และตลอดเส้นทางที่ขับรถมาที่นี่ ไม่มีป้ายบอกทางใดๆนะคะ จนคิดว่าขับหลงมาหรือเปล่า แต่ไม่ต้องตกใจให้ขับรถตาม google maps มาเรื่อยๆพอใกล้ถึงรอยัล กู๊ดวิว รีสอร์ท นั่นคือ ใกล้ถึง  Alpaca hill แล้ว ตั้งอยู่ติดกันเลย จอดรถด้านหน้า แล้วไปซื้อบัตรเข้าชมได้ที่อาคารนี้ เหมือนปราสาทในนิยายนิดนึง ค่าบัตรคนละ 290 บาท สามารถชมสัตว์ได้ทุกชนิด แต่ราคานี้จะไม่รวมค่ากิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะมีแจ้งไว้ชัดเจนตรงจุดขายบัตร ว่าแต่ละกิจกรรมราคาเท่าไหร่บ้าง เราก็ซื้อบัตรชมสวนสัตว์แบบปกติ ราคา 290 บาท

     

     

    ได้บัตรแล้วพร้อมลุย จุดแรกมุ่งตรงไปที่บ้านฮอบบิทก่อนเลย เพราะหากไปช่วงสายกลัวจะเยอะ เพราะที่นี่ ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์การถ่ายรูปของ Alpaca hill  มีฝูงห่านน้อยน่ารัก มาเดินกันทั้งฝูง รอให้เราให้อาหารและแชะรูปด้วย พร้อมฉากหลังที่เป็นบ้านฮอบบิทและภูเขา อยากให้น้องห่านเข้าหา ซื้ออาหารค่ะ ถังละ 50 บาท วางขายอยู่ตรงจุดนั้นเลย  

     

     

    เนื่องจากมาแต่เช้าตั้งแต่สวนสัตว์เปิด และเป็นวันธรรมดา จึงไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น แต่ถ้ามาเสาร์ อาทิตย์ คนก็จะเยอะพอสมควร งานนี้เลยถ่ายอยู่คนเดียวอิ่มใจไปเลย หมดค่าอาหารไปสามถัง 150 บาท ห่านอิ่มท้อง ส่วนเราอิ่มใจที่ได้ภาพสวยๆ น้องห่านน่ารักมาก ค่อนข้างเชื่อง อ้วนปุยมุ้ย สีขนขาวสะอาด บ่งบอกว่าได้รับการดูแลอย่างดี และคนดูแลก็ใส่ใจมาก เขาจะมาช่วยต้อนห่านให้มาอยู่ใกล้เราเพื่อให้ได้ภาพที่สวยที่สุด

     

     

    ถ่ายภาพกับน้องห่านแล้วก็ปล่อยให้น้องไปพักเล่นน้ำตรงสระน้ำใกล้ๆ เราก็มานั่งโพสต์ท่า ถ่ายคู่กับบ้านฮอบบิทก็ต่อ  มีหลายหลังไล่ระดับกันไปบนเนิน ได้ฉากหลังเป็นภูเขาเขียวขจี เหมือนภาพในเทพนิยายมาก

     

     

    หลังจากถ่ายภาพบ้านฮอบบิทแล้ว เดินชมสัตว์ต่อที่สวนสัตว์ ภายในสวนสัตว์มีสัตว์มากมายหลายประเภท ทั้ง อัลปาก้า  จิงโจ้ หนูยักษ์ หนูแฮมเตอร์ หนูแกสบี้  เต่ายักษ์คาปิบาร่า กิ้งก่ายักษ์ นกฮูก แพะ  กวางแบมบี้ นกกระจอกเทศ กระต่าย และสัตว์อีกหลายชนิด ซึ่งจะต้องเดินผ่านทิวต้นสน สวยงามอีกแล้ว ก่อนประตูทางเข้าก็จะเจอกับพนักงานต้อนรับตัวน้อย นกฮูก นั่นเอง อ้วนท้วนน่ารักมาก  จุดนี้จัดธีมแบบ Harry potter มีชุดเฮรีพอร์ตเตอร์ให้เช่าใส่ถ่ายกับนกฮูกด้วย

     

     

    ผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว  มีสัตว์ให้ชมในหลายจุด โดยมีพนักงานคอยให้คำแนะนำเกือบทุกจุด ว่าเราต้องเริ่มจากจุดไหนก่อน เพราะสวนสัตว์มีสัตว์หลายชนิด ซึ่งแยกกันอยู่ตามคอกต่างๆ พนักงานบอกว่าให้เดินเข้าซุ้มประตูไปตามทางนี้ เพื่อไปชมแพะแคระก่อน ซึ่งในคอกนี้นอกจากแพะ ก็ยังมีไก่ตัวเล็กๆด้วย น้องๆสามารถอยู่ด้วยกันแบบเป็นมิตรมาก สัตว์ทุกตัวสามารถสัมผัสได้ และเดินเข้าไปอุ้มได้เลย จะมีพนักงานคอยช่วย พนักงานที่นี่ต้องปรบมือให้ สุภาพและบริการดีมากทุกคน  

     

     

    ฐานต่อไป คือ คาเฟ่นกกระจอกเทศ  เป็นจุดขายเครื่องดื่ม และมีนกกระจอกเทศอยู่ตรงจุดนี้ เลี้ยงแบบเปิดมาก ถึงแม้จะอยู่ในคอก แต่เป็นคอกที่ไม่เหมือนคอก เพราะปล่อยให้น้องอยู่แบบอิสระ น้องดูหน้ายิ่มมีความสุขนะคะ พอเห็นนักท่องเที่ยวจะรีบเดินมาหาเพราะรู้ต้องได้กินอาหารแน่ เราสามารถให้อาหารได้โดยมีพนักงานนำอาหารใส่ถาดมาให้ฟรี เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราชอบของที่นี่ ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหาร ทางสวนสัตว์มีให้แบบฟรี ยกเว้นบ้านฮอบบิทที่มีห่าน และอาหารนกเท่านั้นที่ต้องซื้อ

     

     

    จุดต่อไป กวางลายเสือดาว อันนี้เราต้องไปอยู่ในกรงแทนน้องเพื่อให้อาหารค่ะ เพื่อความปลอดภัย เพราะเดี๋ยวน้องอาจกรูกันมาแล้วเอาขาเล็กๆมาโดนเราได้

     

     

    จากคอกกวางเสือดาว ก็จะเดินผ่านสัตว์ตัวน้อยสองตัวนี้ ไม่แน่ใจว่าซื่ออะไร รู้แต่น้องน่ารักอ้วนท้วนมาก มาเจออีกัวน่า หรือกิ้งก่ายักษ์ พนักงานบอกว่าจับมาถ่ายรูปได้นะ น้องเชื่อง แต่เราไม่กล้าค่ะ แอบกลัวนิดนึง

     

     

     

    มาถ่ายกับเต่ายักษ์คาปิบาร่า ดีกว่า น้องเดินช้าดีค่ะ ไม่น่าจะทันเราแน่

     

     

    จากเต่ายักษ์ มาถึงอัลปาก้า ที่พนักงานจะนำอาหารมาให้เรา แล้วให้เราเดินเข้าไปให้อาหารค่ะ น้องเชื่องมากๆ

     

     

    จิ้งโจแคระ ค่ะคุณ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาอยู่ใกล้ชิดกับจิงโจ้แบบนี้ โดยที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ แค่ถืออาหารน้องก็วิ่งกรูกันมาเลยค่ะ จิงโจ้ต้องรวังนิดนึงเพราะเล็บน้องจิกแรงพอตัวอยู่

     

     

    หนูยักษ์ ตกใจมากตัวใหญ่จริงๆ แถมน้องเชื่องสุดๆ เจ้าหน้าที่บอกน้องชอบให้เอามือลูบใต้ท้อง แล้วน้องจะเคลิ้ม ยืนนิ่งแบบนี้เลยค่ะ น่ารักมาก ขนฟูๆ

     

     

    เลิฟมากสำหรับที่นี่  Alpaca hill สวนผึ้ง เป็นดินแดนแห่งคนชื่นชอบการถ่ายภาพและรักสัตว์ มาเที่ยวกับแบบครอบครัว พาเด็กน้อยมารู้จักสัตว์ต่างๆได้แบบใกล้ชิด เพราะน้องเฟรนด์ลี่มาก ค่อนข้างเชื่องและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว  ตอนแรกมาเพียงแค่อยากถ่ายรูปกับห่าน เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พิได้เข้าชมสวนสัตว์อยู่ยางกันไปเลยค่ะ เพราะสัตว์แปลกๆไม่เคยเห็นน่ารักมากเป็น 3 ชั่วโมง ที่สนุกเพลินดี ปักหมุดไว้ห้ามพลาดเลยสำหรับที่นี่

     

     

     

    Alpaca hill สวนผึ้ง

    เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00  ฟาร์มเปิดทุกวัน

    อัตราค่าบริการ: เริ่มต้น 290-/คน (ชมสวนสัตว์ ) , 390-/คน (9 ACTIVITIES), 500-/คน (12 ACTIVITIES)

    โทร : 080 821 2108 , 081 145 9565

    Facebook :  AlpacaHillThailand

     

     

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รีวิวคาเฟ่และร้านอาหาร