• one day trip 7 จุด กิน เที่ยวอัมพวา

    อยากเที่ยว 1 วัน ใกล้กรุงแบบครบเครื่อง ชื่อของ อัมพวา สมุทรสงคราม  ยังคงวนเวียนเข้ามาอยู่ในความคิดตลอด ถึงแม้ มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ใกล้กรุงเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย จนหลายคนอาจหลงลืมและเอาใจออกห่างจาก อัมพวา ไปกันบ้าง  แต่เชื่อมั้ยว่า มาเที่ยวทีไรก็ยังคงสนุกสนานและอิ่มท้อง อิ่มบุญ ได้ของฝากดีๆ กลับบ้านไปทุกที  ที่นี่ยังคงครบเครื่องทุกเรื่องเที่ยว กินเสมอ  แถมมีจุดเช็คอินใหม่หลายจุด  มาค่ะเรามาอัพเดทภาพของอัมพวากันสักหน่อย  1 วัน เบาๆ กับ 7 จุด กินเที่ยวอัมพวา

     

    เที่ยวอัมพวา 1 วัน  

    10.00 น. วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร

    ออกเดินทางจากกรุงเทพเช้าสักหน่อย ประมาณ  8 โมงเช้า เมื่อเข้าสู่ตัวจังหวัดสมุทรสงคราม จุดแรกที่เราต้องแวะ คือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เพื่อกราบขอพรหลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนทั่วไป  มาทีไรต้องแวะทุกครั้งเพราะรู้สึกว่าอุ่นใจเมื่อได้กราบท่าน

     

     

    หลวงพ่อบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร ขนาดเท่าคนจริงสูงประมาณ 167 เซนติเมตร  ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อบ้านแหลมนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ไม่ว่าเป็นทางก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง ทางแคล้วคลาด ทางรักษาโรค และเรื่องอื่นๆ อีกมาก เรื่องการบนบานขอให้หลวงพ่อบ้านแหลมช่วยเหลือนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันมาว่า ท่านช่วยทุกเรื่องที่คนเข้ามาขอความเมตตา ยกเว้นเรื่องทหาร หากมาขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร คนนั้นเป็นต้องถูกเกณฑ์อย่างแน่นอน เพราะกล่าวกันว่าท่านชอบทหารนั่นเอง

     


    11.00
    น. เพลินวิว ชิวพุง

    ใกล้เวลาเที่ยง ท้องเริ่มร้อง เราแวะไปที่ เพลินวิว ชิวพุง  ร้านอาหารกลางสวนมะพร้าวและสวนกล้วย บรรยากาศร่มรื่น นั่งหย่อนเท้าชมสวนดูปลา อิ่มพุงกับอาหารอร่อยหลากเมนู เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่ห้ามพลาดของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดน้ำท่าคา ไม่ไกลจากตลาดน้ำอัมพวา บรรยากาศของร้านดีเว่อร์ ตัวร้านมีพื้นที่ไม่กว้างมากและก็ไม่เล็กจนเกินไป โดยจัดที่นั่งสุดเก๋พาดผ่านคลองเล็กๆ ตามร่องสวน พร้อมเบาะรองนั่ง โดยที่นั่งมีประมาณ 3 โซน เรียงกัน  โดยจัดเป็นโซนที่นั่งพาดผ่านคลอง สามารถนั่งจุ่มขาดูปลาหรือจะให้อาหารปลาเพลินๆ บรรยากาศเป็นธรรมชาติเข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นเมืองที่มีแต่สวนผลไม้ของสมุทรสงคราม มีสะพานไม้เล็กๆ พาดผ่าน เดินเล่นได้รอบร้าน

     

     

    เมนูอาหาร เมนูเน้นเป็นอาหารไทย อาหารอีสานรสแซ่บ  สั่งเมนูแนะนำของร้าน หมูทอดเพลินวิว เล้งแซ่บ  กุ้งสะดุ้งไฟ ส่วนเมนูอื่นๆ ได้แก่ ส้มตำกุ้งยอดมะพร้าวอ่อน กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา  รสชาติอาหารอันนี้ต้องขอชมเลยว่าอร่อยมากทุกเมนู ให้คะแนนเต็มสิบ หมูทอดนุ่มมากเป็นหมูสามชั้นทอดรสชาติไม่เค็มมาก ส้มตำยอดมะพร้าวรสชาติพอดีกลมกล่อม เล้งเปรี้ยวแซ่บครบทุกรส กุ้งสะดุ้งไฟสดมาก หอมเนยจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดเด็ดสุดๆ  กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาทานเพลินมากหอมน้ำปลาอร่อยกำลังดี ทานจนเพลิน  เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่รสชาติอาหารนั้นดีมาก แอบติดใจ แถมราคาไม่แพง มาเที่ยวอัมพวา ต้องมาทานอีกแน่นอน

     

     

    เพลินวิว ชิวพุง

    ตำบลคลองเขิน  อำเภอเมืองสมุทรสงคราม สมุทรสงคราม

    เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30 – 21.00 น. ครัวปิดตั้งแต่ 20.30 หยุดทุกวันอังคาร

    โทร 097 234 0067


    12.00
    น. ตลาดน้ำท่าคา นิทานกาแฟ

    นอกจากตลาดน้ำยามเย็นอัมพวาแล้ว สมุทรสงครามก็มี ตลาดน้ำตอนเช้า คือ ตลาดท่าคา ด้วย เปิดให้บริการในช่วงเช้าถึงเที่ยง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านเพลินวิวชิวพุง  เป็นตลาดน้ำขนาดเล็กบรรยากาศสงบ ที่ยังคงรักษาสภาพความเป็นตลาดน้ำแบบชาวบ้านน่าเที่ยว และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาวสวนได้อย่างดี พ่อค้าแม่ค้าจะพายเรือนำสินค้าของตัวเองออกมาขาย ภายในตลาดน้ำมีทางเดินทอดยาวขนานไปกับริมคลอง มีสะพานข้ามไปอีกฝั่งสามารถชมวิวของตลาดน้ำได้แบบทั่วถึงเดินสัมผัสตลาดน้ำแห่งนี้ได้ทั่วถึง ตลาดน้ำท่าคา เปิดทำการ : วันเสาร์ – วันอาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 06.00 – 12.00 น.

     

     

    เดินไปจนสุดปลายตลาดจะเจอสะพานข้ามฝั่ง พร้อมป้ายชื่อตลาดน้ำแบบเก๋ไก๋ จุดนี้มีร้านกาแฟน่ารักอยู่ 1 ร้าน คือ นิทานกาแฟ  ร้านกาแฟบรรยากาศดีริมคลองของตลาดน้ำท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสุมทรสงคราม เป็นร้านกาแฟของนิทานคำกลอนโฮมสเตย์ ตัวร้านเป็นซุ้มไม้ไผ่ตกแต่งน่ารักผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิมของชุมชนลิ้มรสกาแฟสด กาแฟดิฟ เมนูน้ำต่างๆ พร้อมกับนั่งห้อยขาชมวิถีชีวิตชาวตลาดน้ำท่าคาชิลจนแทบไม่อยากจะลุกไปไหน

     

     

    พื้นที่ภายในร้านไม่กว้างมากนัก ที่นั่งเป็นแคร่ไม้ไผ่มีเบาะรองนั่งพร้อมด้วย counter เล็กๆ ไว้วางเครื่องดื่ม ให้นั่งห้อยขาหันหน้าชมคลองชิวเป็นที่สุด ร้านนี้ขายขนมและเครื่องดื่ม แต่เมนูเครื่องดื่มจะมีไม่มากนักเน้นเป็นเมนูหลักเป็นประเภท กาแฟ ชา โกโก้ และ น้ำผลไม้อย่างเช่น น้ำมะนาวเป็นร้านกาแฟสำหรับนั่งผ่อนคลายชม บรรยากาศริมคลอง แถมได้เดินเล่นในตลาดน้ำท่าคาอีกด้วย

     

     


    13.00
    น. พิพิธภัณฑ์ขนมไทย  อุทยานร 2

    พิพิธภัณฑ์ขนมไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่  2  ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ภายในเต็มไปด้วยขนมไทยต่างๆ ที่จำลองขึ้นมาให้เหมือนกับของจริงชวนน้ำลายสอ  ขนมที่จัดแสดงนั้นมีตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น ขนมต้มแดงต้มขาว ขนมมงคล 9 อย่าง ขนมหวานในหม้อดิน ขนมในโหลแก้ว ฯลฯ ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับการทำขนม และผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นที่ใช้กับขนมไทย

     

     

    อาหารคาว หวานของไทย ในบทกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาว และกาพย์เห่เรือชมเครื่องหวาน งานพระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และขนมมงคล 9 อย่าง เป็นขนมไทยที่มีชื่อไพเราะเป็นมงคล โดยมากจะมีคำว่า ทอง อยู่ในชื่อของขนม ได้แก่  ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมชั้น ขนมถ้วยฟู  ทองเอก จ่ามงกุฎ  เสน่ห์จันทน์

     

     

    ขนมไทยในขวดโหล เป็นขนมไทยที่มีวิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก  เช่น ทอด กวน อบ วัตถุดิบหาได้จากท้องถิ่น โดยนำมาใส่โหลแก้ววางเรียงรายในร้านค้าต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า เพราะมีสีสันน่ารับประมาน  เช่น อาลัว ถั่วทอด กล้วยฉาบ ขนมหน้านวล มะพร้าวแก้ว  และน้ำแข็งไสที่สามารถเห็นวิธีการไสน้ำแข็งใสแบบเก่าๆ ทั้งขนมในน้ำแข็งใส่ ที่ใส่ในขวดโหล แผ่นไม้มาตอกตะปูเพื่อเป็นตัวยึดก้อนน้ำแข็ง แล้วไสไปบนแผ่นไม้ที่ฝังด้วยใบมีด

     

     

    นอกจากแสดงขนมไทยโบราณแล้ว ยังมีพาหนะขายขนมสมัยโบราณที่น่าสนใจ อาทิเช่น จักรยานสามล้อพ่วงหาบเร่ เรือพายขายขนมที่คุณสามารถเข้าไปนั่งในเรือเสมือนเป็นแม่ค้าในสมัยนั้น  ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือ เหมือนของจริงมาก

     

     

    จากพิพิธภัณฑ์ขนมไทย เดินเข้าไปข้างในสุด คือ ที่ตั้งของ อุทยานพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่  2  หรือ อุทยาน  ร 2 มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ได้แก่  หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ห้องชาย จัดแสดง ให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชารวมทั้งแท่นพระบรรทม ซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้  อุทยาน ร.2เป็นสถานที่ๆ มีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้

     

     

    ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิง ไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วย

     

     

    อุทยาน ร 2 พิพิธภัณฑ์ขนมไทย

    เปิดให้เข้าชมทุกวัน  อัตราเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น.

     

    14.30 น. โบสถ์ปรกโพธิ์  ค่ายบางกุ้ง

    เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของสมุทรสงครามที่ไม่ควรพลาด โบสถ์ปรกโพธิ์ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งโพ ไทร ไกร และกร่างมอง จากภายนอก คิดว่าเป็นกลุ่มต้นไม้ ใหญ่มากกว่ามีโบสถ์อยู่ข้างใน รากไม้เหล่านี้ช่วยให้โบสถ์คงรูปอยู่ได้ ทั้งยังให้ความขรึมขลังอีกด้วย

     

     

    ภายในอุโบสถประดิษฐาน หลวงพ่อนิลมณี หรือหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ปรกโพธิ์  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นที่เคารพบูชาของคนในท้องถิ่น ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเลืองลือไกลไปทั่วสารทิศ ทำให้ผู้คน ต่างหลั่งไหลกันมากราบไหว้ขอพรท่านมากมาย นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สมัยปลายกรุศรีอยุธยาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติภายในโบสถ์

     

     

    15.30 น.  Pava coffee

    Pava coffee  เป็นร้านกาแฟแลพร้านอาหารตกแต่งสไตล์ ลอฟท์  เน้นนำความดิบของวัสดุมาผสมผสานด้วยการจัดแสงให้ดูอบอุ่นเป็นกันเอง  เมื่อเข้ามาภายในร้านจะพบกว่าตัวร้านถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน ทั้ง Indoor และ OutDoor  บรรยากาศเย็นสบาย ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านจริงๆ เพิ่มลูกเล่นด้วยของตกแต่งดิบเท่สไตล์อินดัสเทรียลปนอารมณ์เก่าแต่เก๋าของวินเทจ    ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลาเปิด-ปิด 10.00-24.00 น ร้านตั้งอยู่เลขที่ 115 ถนนสมุทรสงคราม บางแพ ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โทร.094-497-7794

     

    dsc_6373

    dsc_6371

    dsc_6372

    dsc_6381

     

    16.30 น. ตลาดน้ำอัมพวา

    ตลาดน้ำอัมพวา เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ จะเริ่มคึกคัก ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ชาวบ้านจะเริ่มเปิดร้าน ทยอย พายเรือนำอาหาร มาขายให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของชีวิตของชุมชนริมน้ำ ตลาดน้ำอัมพวา เกิดขึ้นในยุคแรกตอนที่ยังไม่มีตลาดน้ำมากมายอย่างเช่นในปัจจุบัน  ความสวยงามของบ้านเรือนเก่าแก่และวีถีชุมโบราณ และกระแสการชมหิ่งห้อยของที่นี่โด่งดังมาก อัมพวา คือ ยุคแห่งความพีคของการท่องเที่ยวที่ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จากชุมชนที่เงียบสงบ มีเสน่ห์ของความเรียบง่ายและความเป็นวิถีไทย กลายเป็นตลาดอัมพวาที่คึกคัก คนหนาแน่น จนไม่น่าไปเที่ยวเสียแล้ว ภาพของตลาดน้ำอัมพวาค่อยเงียบไป บวกกับมีสถานที่แนวนี้เกิดขึ้นมามากมาย หิ่งห้อยเริ่มน้อยลง ผู้คนเริ่มกระจายไปยังจุดอื่นทำให้  กระแสอัมพวา ที่มาแรง ค่อยๆ จางหายไปในที่สุด ภาพของอัมพวาในปัจจุบัน แปรเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน  ได้มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับคำตอบว่า เปลี่ยนไปมาก เจริญขึ้นมาก แต่สงบกว่าช่วงพีคมากมาก เพราะนักท่องเที่ยวน้อยลงไปเยอะ ทำให้รู้สึกว่าได้ความรู้สึกแบบเก่าๆ ของการเดินเที่ยวตลาดน้ำอัมพวามากขึ้น

     

     

    ภายในตลาดมีทั้งอาหารพื้นบ้านที่แม่ค้าและพ่อค้าพายเรือมาขายให้เลือกซื้อเลือก ชิม กิน รวมถึงอาหาร ที่ขายอยู่ตามร้านอาหารบนฝั่งก็มีให้เลือกมากมาย  เมนูเด็ดที่ไม่ควร พลาด คือ อาหารทะเลย่าง ปลาหมึกกุ้ง หอย ปู ที่ย่างกันสดๆ บนเตาพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะหา ซื้ออาหารมานั่งรับประทาน บริเวณริมคลองอัมพวาติดกับตลาดน้ำ ซึ่งได้มีการจัดสถานที่ไว้ทำให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สนนราคาตั้งแต่จานละ 100 บาท ขึ้นไป ซึ่งเป็นราคามาตรฐานเหมือนกันเกือบทุกร้าน ตลอดสองข้างทางมีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ว่าจะถูกตาต้องใจเจ้าไหน ก็ไปนั่งทานกันได้

     

     

    นอกจากอาหารทะเล ก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนูประจำตลาดน้ำ ที่มีทั้งพายเรือมาขาย และขายกันบนฝั่ง  รวมถึงขนมพื้นบ้านอย่าง ขนมไข่ที่มีวุ้น หลากสีสันอยู่ข้างในน่ารับประทาน ยิ่งนัก ขนมหวานไทยโบราณ อยากหาเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำก็มีกาแฟโบราณน้ำผลไม้สมุนไพรต่างๆ ที่มีขายอยู่ทั่วไป ขาดไม่ได้ก็ คือ ปลาทูแม่กลอง หน้างอ คอหัก แต่รสชาตินั้นหวาน มันอย่าบอกใคร มีขายให้เห็นทั่วไป ถาดละร้อยสองร้อยก็ว่ากันไป

     

     

    ตลอดทั้งสองข้างทางก็จะมีร้านค้าขายของที่ระลึก เสื้อผ้า ให้เราได้เข้าไปเลือกซื้อเลือกหามาฝากคนที่บ้าน  เดินชม ไปตลอด 2 ฝั่ง ก็ชมวิถีชีวิตบ้านเรือนไม้สมัยก่อนไปด้วยก็เพลินดีแท้

     

     

    ชานชาลา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์  เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารพื้นบ้าน มีการหมุนเวียนอาหารที่มีรสชาติดีและมีฝีมือของชาวอัมพวามาจำหน่าย ได้ตกแต่งร้านให้มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว คือ มีลักษณะเหมือนชานชาลาสถานีรถไฟแม่กลอง ก่อนที่จะไปสิ้นสุดทางที่แม่น้ำแม่กลอง จึงมีแนวคิดนี้มาใช้เทียบเคียงว่า ร้านแห่งนี้เป็นที่สิ้นสุดทาง ณ คลองอัมพวา

     

     

    เดินผ่านร้านเข้าไปข้างในก็จะเป็น โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์  เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีมีพระราชดำริ ให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาวอัมพวา ได้น้อมเกล้าฯถวายมาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา โดยมี ลานอเนกประสงค์สำหรับการแสดงและกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ หมุนเวียนกันไปเพื่อเล่าเรื่องราวความเป็นมา รูปแบบ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนอัมพวาและการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของอัมพวา

     

     

    ร้านอาหารต่างๆริมคลองตลาดอัมพวา ที่เราจะได้พบเห็นตลอดทาง มีการตกแต่งที่สวยงาม มีความอลังการมากขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นอัมพวาในแบบดั้งเดิม เรียกว่าผสมผสานกันได้แบบลงตัว

     

     

    วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ลองมาเปลี่ยนความทรงจำกับภาพ อัมพวา สมุทรสงคราม  ที่เคยติดอยู่ในอดีต ว่าคนแน่น ไม่ค่อยน่าไปเท่าไหร่แล้ว อะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ความเจริญเข้ามามากขึ้น แต่ถึงอย่างไร บรรยากาศโดยรวม ก็ยังคงมีเสน่ห์ในแบบของอัมพวา  ยังน่าไป และไม่เคยรู้สึกว่ามันจะเอาท์หรือเก่าไปจากความรู้สึก

     

    Tags : , , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน