• 20 ที่เที่ยวเด่นศรีสะเกษ ดินแดนอีสาน ที่ทำให้ต้องว้าว

    นอกจากผามออีแดง ฉันก็ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวใดในศรีสะเกษเลย” แต่เมื่อได้มีโอกาสไปเที่ยว ทำให้รู้ว่าความคิดที่มีต่อจังหวัดนี้ผิดไปมาก ต้องเรียกว่าเกินความคาดหมาย ศรีสะเกษไม่ได้มีแค่ผามออีแดง แต่ยังมีที่เที่ยวมากมาย โดยเฉพาะสายชอบเที่ยววัด ชอบสถาปัตยกรรม คงถูกใจไม่น้อย เพราะมีวัดสวยแปลกตาเพียบ และหากใครที่ไม่ได้ตื่นเต้นกับการเที่ยววัด ลองได้มาเที่ยววัดที่ศรีสะเกษสักครั้ง รับรองต้องว้าวแน่  

     

     

    อำเภอกันทรลักษณ์

     

    ผามออีแดง

    ผามออีแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ผามออีแดงขึ้นชื่อในเรื่องจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภาคอีสาน ทั้งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้า บริเวณผามออีแดงมีภาพแกะสลักนูนต่ำโบราณอายุกว่า 1,500 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนปราสาทเขาพระวิหาร ราวกลางศตวรรษที่ 11

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ผามออีแดง

     

     

    ปราสาทโดนตวล

    ปราสาทโดนตวล ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารไม่ไกลจากกผามออีแดง เป็นโบราณสถานที่น่าศึกษาและอนุรักษ์ไว้ แก่เยาวชนรุ่นหลังที่จะได้มาเที่ยว และศึกษาเรียนรู้ ประกอบด้วยปราสาทประธาน อาคารโถงโคปุระ บรรณาลัย ฐานศิลาแลงและสระน้ำ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ตามจารึกที่ขอบประตู ตรงกับปี พ.ศ.1545 ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับการก่อสร้างปราสาทเขาพระวิหาร 

     

    อำเภอเมือง

    วัดพระธาตุเรืองรอง

    พระธาตุเรืองรอง ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านสร้างเรือง อำเภอเมือง พระธาตุเรืองรอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุสำหรับให้ชาวพุทธ ลักษณะเป็นอาคารที่มีการผสมผสานศิลปะอีสานใต้ 4 เผ่า ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร และเยอ  มีความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว บนยอดพระธาตุมีจุดชมวิว ที่สามารถชมทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างงดงาม

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดพระธาตุเรืองรอง

     

     

    วัดพระธาตุสุพรรณหงส์

    วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน  อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา  ทำให้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของศรีสะเกษ

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ 

     

     

    หอคอยศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ

    หอคอยศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ เป็นหอคอยชมวิวเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำกลางห้วยน้ำคำ มีจำนวนชั้น 16 ชั้น ความสูงรวม 84 เมตร ชั้นล่างเป็นนิทรรศการจัดแสดงประวัติ สถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ด้านบนสุดของหอคอยเป็นห้องโถงสามารถชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ ซึ่งสามารถมองเห็นพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษได้อย่างสวยงามรอบทุกทิศทาง รวมทั้งสามารถเห็นพื้นที่เกาะกลางน้ำ ห้วยน้ำคำ และ สวนเฉลิมพระเกียรติฯในมุมสูงได้ ที่กระจกแต่ละด้านของยอดหอคอยจะติดชื่ออำเภอ รวมทั้งสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ในทิศที่มองออกไปด้วย

     

    วัดมหาพุทธาราม

    วัดมหาพุทธาราม(วัดพระโต)พระอารามหลวง เป็นวัดสำคัญที่เก่าแก่ของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเมื่อปี พ.ศ.2322 พระยาวิเศษภักดี(เจ้าเมืองศรีสะเกษคนที่ 2)ได้ย้ายเมืองจากเดิมที่บ้านโนนสามขาสระกำแพงมายังเมืองศรีสะเกษ ซึ่งในขณะนั้นมีผู้พบหลวงพ่อโตถูกทิ้งร้างอยู่ใจกลางป่าแดงจึงได้มีการจัดสร้างวัดขึ้นโดยใช้ชื่อว่าวัดพระโตหรือวัดป่าแดง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดมหาพุทธาราม หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษและผู้มาเยือน

     

    วัดหนองตะคียน

    เป็นวัดที่สร้างตามแบบผสมผสานศิลปะ ขอม – ล้านนา โดยช่างฝีมือระดับประเทศ วัดหนองตะเคียน เป็นวัดเก่าแก่สร้างประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เคยพาไพร่พลมาพักทัพที่นี่ สมัยกำลังกอบกู้เอกราชของชาติไทยเรา จึงได้สร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากไว้ที่วัดนี้ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระศรีอริยเมตตรัย บริเวณข้างพระอุโบสถมีลานพระพุทธรูปปาง สมาธิ 28 องค์ เป็นแนวรูปสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อประชาชนทั่วไปได้เคารพบูชาด้วย

     

    บ้านขุนอำไพพานิชย์

    บ้านขุนอำไพพานิชย์ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าเทศบาลเมืองศรีสะเกษ บ้านที่พักอาศัยเก่าของขุนอำไพพาณิชย์ คหบดีชาวศรีสะเกษ  อาคารขุนอำไพพาณิชย์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น สีครีม ลักษณะเด่นของอาคารขุนอำไพพาณิชย์ คือมีลายปูนปั้นและไม้ฉลุทั้งทางด้านหน้าและหลัง ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้โดยทายาทขุนอำไพพาณิชย์ร่วมกับกรมศิลปากร จึงได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเขตเมือง ที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ จากสมาคมสถาปนิกสยาม   

     

    ศรีสะเกษอควาเรียม

    แหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการประมงตำรานอกห้องเรียนสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป ภายในแบ่งออกเป็นการจัดแสดงโซนปลาทะเล ปลาน้ำจืดและปลาสวยงามทั้งขนาดเล็กและใหญ่กว่า 5,000 ตัว ด้วยบรรยากาศที่ตื่นตาตื่นใจประกอบกับความรู้ด้านสัตว์น้ำชนิดต่างๆ มีอุโมงค์แก้วใต้น้ำขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสกับฝูงปลาที่แหวกว่ายไปมาได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมพิเศษ อาทิ กิจกรรมโชว์การให้อาหารปลา กิจกรรมป้อนนมปลาคราฟ สปาปลาเพื่อสุขภาพ ฯลฯ

    วันเปิดทำการ : วันอังคาร – วันอาทิตย์

    เวลาเปิดทำการ : 10.00 – 16.00 น.

     

     

    อำเภออุทุมพิสัย

     

    ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่

    ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ตั้งอยู่ภายในวัดสระกำแพงใหญ่ ตั้งอยู่ใน อำเภออุทุมพรพิสัย ปราสาทขอม โบราณสถานที่มีอายุกว่า 1,000 ปี เป็นปราสาทหินขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด  ภายในวัดมีสรีระของหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท อดีตเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ ซึ่งเป็นเกจิชื่อดังของจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อยู่หลายแห่ง ทั้งอุโบสถพญานาคที่ประดิษฐานพระเมี๊ยะมุนีจำลอง รูปหล่อหลวงปู่เครื่ององค์ใหญ่ ถ้ำเงินถ้ำทอง เป็นต้น

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่

     

    วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม

    อลังการถ้ำวังบาดาล หรือ ถ้ำพญานาค วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม ตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ  ความงดงามของถ้ำแห่งนี้สร้างขึ้นจากความศัทธาในเรื่องของพญานาค ซึ่งครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเสวยพระชาติเป็นพญานาค ทางเจ้าอาวาสและผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมกันสร้างโบสถ์ ที่ประดิษฐ์สถานพระพุทธรูปคล้ายกับวังพญานาคในวรรณคดี ภายในถ้ำมีความอลังการด้วยรูปปั้นพญานาคที่อ่อนช้อยงดงาม รวมทั้งการจำลองหินงอกหินย้อย ประดับด้วยหลอดไฟหลากสี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำพญานาคใต้น้ำที่ดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม

     

     

    ปราสาทสระกำแพงน้อย

    ปราสาทหินสระกำแพงน้อย ตั้งอยู่ภายในวัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นภายใต้อิทธิพลขอม ราวพุทธศตวรรษที่ 18 มีรูปแบบแผนผังที่เรียกกันว่าอโรคยาศาล(ศาสนสถานประจำโรงพยาบาล)สร้างด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยกำแพงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในกำแพงประกอบไปด้วยปราสาทประธาน วิหารหรือบรรณาลัย ส่วนสระน้ำประจำศาสนสถาน อยู่บริเวณนอกกำแพงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันเป็นสระน้ำที่ถูกนำไปใช้ประกอบน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด

     

    อำเภอปรางค์กู่

     

    ปราสาทปรางค์กู่

    ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ เป็นศาสนสถานที่ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร ลักษณะเป็นปราสาท 3 หลัง สร้างเป็นแนวเรียงหน้ากระดานจากทิศใต้ไปทิศเหนือ ตั้งอยู่บนฐานที่สร้างด้วยหินศิลาแลงทั้งหมด ถึงแม้จะเป็นปราสาทขนาดเล็ก แต่ยังคงเอกลักษณ์ความโบราณ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตัวปราสาทมีความสมบูรณ์พอสมควร มีความโดดเด่นด้วยการนำแผ่นหินแกะสลัก คล้ายกับหน้าบันประตูวางเรียงรายหน้าปราสาท เป็นความแปลกตาที่ไม่เคยเห็นในปราสาทหินที่ใดมาก่อน  

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก ปราสาทปรางค์กู่ 

     

     

    อำเภอขุนหาญ

    วัดล้านขวด

    วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือ วัดล้านขวด  ที่ได้ชื่อว่า “วัดล้านขวด”เพราะสถานที่ต่างๆ ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูทางเข้า ลานจอดรถ โบสถ์ ศาลา หอระฆัง กุฏิ หรือแม้แต่ห้องน้ำ ถูกประดับประดาด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบรวมกันกว่า 1.5 ล้านใบ จนกลายเอกลักษณ์และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ  

    รีวิวและภาพเพิ่มเติม คลิ๊ก วัดล้านขวด

     

    น้ำตกห้วยจันทร์

    น้ำตกห้วยจันทร์ ตั้งอยู่บ้านน้ำตกห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ เดิมชื่อน้ำตกกันทรอม มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด บริเวณเขาเสลา (ภูเสลา) แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เดิมภายในบริเวณน้ำตกจะมีต้นจันทร์แดง และจันทร์ขาวขึ้นอยู่หนาแน่น น้ำตกห้วยจันทร์เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีน้ำไหลลดหลั่นตามชั้นหินตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำตื้นเล็กๆเรียงรายตามแนวทางไหลของสายน้ำ บริเวณโดยรอบร่มรื่น ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและการผจญภัย

     

    น้ำตกสำโรงเกียรติ

    สำโรงเกียรติ เดิมชื่อว่า น้ำตกปีศาจ ซึ่งตั้งตามชื่อหน่วยทหารพรานที่มีสมญานามว่า หน่วยปีศาจ ซึ่งได้ใช้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ น้ำตกสำโรงเกียรติ มีต้นกำเนิดจากภูเขากันทุง บนเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร ลักษณะอันโดดเด่นของน้ำตกแห่งนี้คือ ที่ด้านบนของน้ำตกจะเป็นธารน้ำซึ่งไหลไปตามลานหิน สวยงามมากโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน สำหรับบรรยากาศโดยรอบน้ำตกนั้นร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

    ปราสาทตำหนักไทร       

    ปราสาทตำหนักไทร ตั้งอยู่บ้านตำหนักไทร ตำบลมัดดอง อำเภอขุนหาญ เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย ปราสาทก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือด้านตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอกคือ สลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ เฉพาะด้านหน้ากรอบประตูเป็นศิลาทราย ปราสาทตำหนักไทร เป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16

     

    อำเภอห้วยทับทัน

    ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน)

    ปราสาทห้วยทับทัน หรือ ปราสาทบ้านปราสาท ตั้งอยู่ที่วัดปราสาทพนาราม เป็นโบราณสถานแบบขอมแห่งหนึ่งที่ถูกดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาท ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะส่วนหลังคาซึ่งคล้ายคลึงกันมากแต่มีขนาดสูงกว่าประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูก่อด้วยศิลาแลง จากความเชื่อของชาวบ้านในชุมชนที่ว่าบุคคลใดที่มีความเดือดร้อนมาบนบาน ก็จะได้สมดังปรารถนา จึงมีผู้แวะเวียนมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาจึงมีการริเริ่มจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุ โดยจัดขึ้นในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

     

    อำเภอภูสิงค์

    วัดไพรพัฒนา

    วัดไพรพัฒนา เป็นที่พำนักของหลวงปู่สรวง นักบุญแห่งดินแดนอีสานใต้ พระผู้บำเพ็ญเพียรตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา อันมีเมตตาบารมีช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจนเป็นที่รักและศรัทธาของผู้คนทั่วไป จนเป็นที่เรียกขานกันว่า “เทวดาเดินดิน” ภายหลังจากที่หลวงปู่ละสังขารเมื่อปี 2542 สรีระสังขารของหลวงปู่ไม่เน่าเปื่อย ลูกศิษย์ได้นำไปบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร และลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล

     

    อำเภอบึงบูรพ์

    วัดศรีบึงบูรพ์

    วัดศรีบึงบูรพ์ พระอาจารย์ ศรี จันทสาโร ซึ่งมีดำริที่จะสร้างพุทธสถานและเทวสถาน ดั้งนั้นจึงได้สร้างวัดศรีบึงบูรพ์ให้เป็นพุทธสถานมรดกอีสานใต้ วัดศรีบึงบูรพ์ตั้งอยู่ริมลำน้ำห้วยทับทัน เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสวยงามเป็นธรรมชาติ เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาของพระสงฆ์ที่มีประชาชนศรัทธา เลื่อมใส

     

    ศรีสะเกษ  อาจไม่ได้อยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวของใครหลายคน อาจไม่เป็นที่นิยมเหมือนจังหวัดอื่นในภาคอีสาน ด้วยระยะทางที่ไม่ใช่เดินทางใกล้แต่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง แต่ลองมาเถอะ รับรองจะไม่ผิดหวัง คุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน 

    Tags : , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน