• พัทยาไม่ได้มีดีแค่ทะเล เที่ยวสุดปัง หลากมุมมอง

    พัทยา เมืองนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่ทะเล และชายหาดที่บรรยากาศคึกคักแต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ที่แอบซ่อนอยู่ ทั้งสถานที่ทางศิลปะวัฒนธรรมที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม  แถมมาเที่ยวช่วงนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บรรยากาศมีความสงบ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนมาก ไม่มาตอนนี้แล้วจะมาตอนไหน มีเวลา 2 วัน 1 คืน รีบแพคกระเป๋าเที่ยวเที่ยวให้สุดปัง ในหลายมุมมองที่บางมุมเราอาจยังไม่รู้จักในพัทยา

     

     

    วันแรก

    Check in 1 great & grand

    ใครที่ชื่นชอบความหวาน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการตกแต่งร้านหรือรสชาติอาหาร รับรองว่าต้องเป็นปลื้มกับคาเฟ่นี้แน่นอน เพราะ Great & Grand Sweet Destination ร้านคาเฟ่ไอศครีมและของหวาน ที่นำธีม “ดินแดนของหวาน” เข้ามาเป็นคอนเซ็ปต์หลักของร้าน พร้อมพาทุกคนโลดแล่นตามจินตนาการในเมืองไอศครีมยักษ์ ให้คุณได้ท่องไปในเรื่องราวสวีทพร้อมแชะภาพสุดคิวท์ ลงโซเชียลให้เพื่อนได้ว้าว

     

     

    Great & Grand Sweet Destination ตั้งอยู่ไม่ห่างจากฟาร์มแกะพัทยา ติดกับเมืองน้ำแข็ง สังเกตง่าย ๆ คือ อาคารสีเหลืองที่ตั้งโดดเด่น โดยทางร้านจะแบ่งโซนให้บริการเป็น 2 ส่วน  ได้แก่ ร้านขายไอศกรีมและร้านขายขนมกับเครื่องดื่ม การตกแต่งร้านเน้นความสดใสเป็นหลัก หน้าต่างเป็นกระจกใส ทำให้ร้านดูปลอดโปร่ง โล่งกว้างขวางยิ่งขึ้น มองเห็นวิว “ดินแดนของหวาน” ที่อยู่ด้านนอกชัดเจน 

     

     

    ไฮไลท์ของร้าน “ เมืองไอศครีมยักษ์ ”  ที่ถูกเนรมิตพื้นที่ให้เหมือนเมืองแห่งจินตนาการ เต็มไปด้วยบรรดาของหวานต่าง ๆ ทั้ง ไอศกรีม ขนมเค้ก บ้านขนมปัง ทุกสิ่งทุกอย่างภายในนี้หลากสีสัน ดีไซน์สวยงามละลานตาเหมือนกับหลุดไปในดินแดนมหัศจรรย์ก็ว่าได้ 

    บัตรเข้าชม

    ผู้ใหญ่ วันธรรมดา 99 บาท วันเสาร์อาทิตย์และนักขัตฤกษ์ 120 บาท

    ส่วนเด็กที่สูงต่ำกว่า 100 ซ.ม. เข้าฟรีทุกวัน เกิน 100 ซ.ม. 66 บาท

     

     

     “โซนไอศกรีม” ซึ่งออกแบบเป็นต้นไม้ไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ รายล้อมด้วยคัพเค้กแสนสวยและอมยิ้มสีสันสดใสซึ่งอยู่อีกฝั่ง แถมด้วยที่นั่งสไลเดอร์เก๋ ๆ

     

     

    ถัดมาจะเป็น “โซนบ้านขนมปัง” ที่เต็มไปด้วยบ้านขนมปังหลากดีไซน์ ตัวบ้านตกแต่งลวดลายไม่ซ้ำแบบ แถมยังมีขนมปังเย็นที่จำลองจากเมนูจริงมาตั้งเรียงรายตามจุดต่าง ๆ และ Ginger Bread ที่รอให้เราไปเซลฟี่คู่ด้วย

     

     

    หากสังเกตบันไดและพื้น จะเห็นว่าทางร้านออกแบบให้เป็นเหมือนเค้กหลายปอนด์ซ้อนกันเป็นชั้น  คล้ายกับบันไดที่ลดหลั่นลงมาเป็นขั้น ๆ แถมตามรายทางยังมีอมยิ้ม ลูกกวาด และไอศกรีมหลากสีประดับตกแต่งคละกันไปในแต่ละโซน

     

     

    นอกจากนี้ ยังมีมุมขนมเค้ก เวเฟอร์ และอมยิ้มหวานแหวว ที่ออกแบบให้เป็นที่นั่ง ที่ยืนแตกต่างกันไป พร้อมให้เข้าไปโพสท่าถ่ายรูปได้ตามใจชอบ

     

     

    ต่อด้วยซุ้มประตูขนมเค้ก 4 มุม ซึ่งจัดวางซุ้มคล้ายกับสถาปัตยกรรมชื่อดัง ผสมผสานความน่ารัก ชิค และเก๋ ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ถัดไปเป็นซุ้มประตูโดนัทที่ทั้งสวยงามและน่ากินไม่แพ้ของจริงเลยทีเดียว

     

     

     

    ใครที่ชอบทานขนม อยากได้มุมถ่ายรูปสุดครีเอทไม่ซ้ำใคร แนะนำว่าต้องมา Great & Grand Sweet Destination สวรรค์ของคนรักของหวาน ให้ได้สักครั้ง

     

    GREAT&GRAND Sweet Destination

    พิกัด 12 หมู่ 3 หนองหัวแรด 6 เมืองพัทยา อำเภอแหลมฉบัง กทม 20150

    เปิดให้บริการ จ-ศ 08:30 – 18:00 น. / ส-อา 08:30 – 19:00 น.

    บัตรเข้าชมเมืองไอศครีม

    ผู้ใหญ่ วันธรรมดา 99 บาท วันเสาร์อาทิตย์และนักขัตฤกษ์ 120 บาท

    ส่วนเด็กที่สูงต่ำกว่า 100 ซ.ม. เข้าฟรีทุกวัน เกิน 100 ซ.ม. 66 บาท

    Facebook Great & Grand Sweet Destination

     

    Check in 2 Legend Siam 

    ย้อนเวลาแชะภาพในมุมโปรด ที่  Legend Siam เลเจนด์สยาม พัทยา Landmark แห่งใหม่ของการท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์ทุก Lifestyle  ของทุก Generation ผ่านสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมสวยงามแบบไทย ทั้งรูปแบบอาคารวัดเจดีย์ ป้อมปราการ ยักษ์เฝ้าประตู ช้างสามเศียร พญานาคิณีศรีปทุมมาวิสุทธิเทวี สัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวบ้านในโซนวัฒนธรรม 4 ภาค ความครื้นเครงของงานวัด ตลาดโบราณร้อยปี ร้านขายของที่ระลึก ให้ชิม ช้อป แชะ กันแบบเพลิดเพลิน จะมาเที่ยวแบบอบอุ่นทั้งครอบครัว หรือจูงมือเพื่อนฝูงหามุมถ่ายภาพในสไตล์ย้อนยุคก็เก๋ไม่น้อย 

     

     

    ก่อนเข้าไปข้างใน ต้องแวะเข้ามาเช็คอินวัดอุณหภูมิ พร้อมติดป้ายข้อมือเพื่อเป็นทางผ่านที่อาคารต้อนรับซึ่งเป็นห้องขายบัตรเข้าชม แค่เดินเข้ามาในห้องนี้ก็ตะลึงในความโออ่าอลังการ มีเรือสุพรรณหงส์จำลองตั้งโดดเด่นสวยงาม  ส่วนการเข้าชมภายในพื้นที่ เลเจนด์ สยาม ค่อนข้างกว้างมาก ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 164 ไร่ และแบ่งเป็นหลายโซน จะเดินชมก็ได้เพราะบางโซนไม่ไกลอยู่ใกล้บริเวณทางเข้า ส่วนโซนที่อยู่ไกลออกไป หากเหนื่อยเดินไม่ไหว สามารถใช้บริการ นั่งรถไฟ ในราคา 70 บาท ขึ้นลงได้ทั้งวันไม่จำกัดรอบ หรือจะเช่ารถจักรยาน 3 ชั่วโมง 50 บาท หรือรถกอล์ฟ ชั่วโมงละ 300-400 แล้วแต่ขนาดรถ และยังมีนั่งเรือหงส์ เรือพาย และรถตุ๊กๆ ในราคาเริ่มต้น 100 บาท อีกด้วย (ส่วนผู้สูงอายุ มีบริการ Wheelchair ฟรี) และสำหรับคนที่อยากแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศ ที่นี่มีบริการชุดไทยให้ใส่เดินเที่ยวด้วย ช่วยเพิ่มความฟินและเข้ากับสถานที่ไปอีก

     

     

    เริ่มจากโซนแรกสร้างความตื่นตาตื่นใจโซน “สยามวิไลซ์” ที่แสดงให้เห็นถึงความศิวิไลซ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เริ่มตั้งแต่กำแพงและประตูเมืองเลเจนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกำแพงเมืองและป้อมปราการในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนยอดประตูได้แรงบันดาลใจมาจากยอดหลังคาทรงไทยของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยที่หน้าประตูนั้นจะเห็นยักษ์ใหญ่ 2 ตนที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ทศกัณฑ์และสหัสเดชะ ที่ยืนเฝ้ากำแพงเมืองอยู่ เป็นมุมถ่ายภาพมุมแรกที่ทุกคนต้องแวะมาเช็คอินมีความอลังการงานสร้างมาก

     

     

    เมื่อเดินผ่านอาคารต้อนรับออกมาสู่พื้นที่ภายนอก จะพบกับอาคารทางเข้าที่มีสถาปัตยกรรมหลังคาจั่วแบบไทย มีรถสามล้อลากแบบสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จอดวางอยู่ด้านข้างอาคารทั้งสอง กลายเป็นจุดถ่ายภาพย้อนยุคแบบเก๋ๆ

     

     

    รูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวงเวียน เป็นประติมากรรมปูนปั้นความสูงกว่า 11 เมตร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สักการะ รับพรและประสบพบเจอแต่ความสุขกลับบ้านไป เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนมาแก้บนทุกวันขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มาก

     

     

    ด้านหลังรูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ มีการจำลองกำแพงเมืองคล้ายกับป้อมปราการ หรือป้อมพระสุเมรในกรุงเทพ สามารถไปยืนโพสต์ท่าถ่ายภาพสวยได้ 

     

     

    ภายในพื้นที่ด้านหน้า เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ  Legend Coffee ที่มีจุดเด่นคือใช้กาแฟสายพันธ์พระราชทาน และเสริฟโดย Barista มืออาชีพ ร้านตกแต่งในสไตล์โคโรเนียล หน้าต่างแบบกระจกสามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ เป็นห้องแอร์เย็นสบาย มีทั้งเครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้บริการ สามารถแวะนั่งชิลจิบเครื่องดื่มคลายร้อนกันก่อนหรือจะแวะพักหลังจากถ่ายภาพเรียบร้อยแล้วก็ได้

     

     

    มาถึงโซนต่อไปตั้งอยู่ติดกับทางเข้า  “โซนสยามวิไลซ์”  ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทยยุครัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 ที่ผสมผสานระหว่างไทยและตะวันตก สร้างเป็นร้านค้าต่างๆ  มีร้านข้าวซอยเสมอใจ ฟ้าฮ่าม ต้นตำรับจากเชียงใหม่มาเปิดด้วย ภายในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย ตกแต่งแบบไทย สามารถมานั่งพักทานอาหารกันก่อนได้

     

     

    ความโดดเด่นในโซนนี้คือ ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพจากวรรณคดีไทยที่รังสรรค์โดยขัวศิลปะจากจังหวัดเชียงราย สีสันสดใสและลวดลายแบบไทยอ่อนช้อยงดงาม ตัดกับกำแพงสีขาว ภาพจะกระจายไปตามในแต่ละมุมของตึก

     

     

    โซนนี้มีร้านกาแฟในสไตล์คลาสสิค ชื่อ ชานชาลารัก จำลองบรรยากาศของชานชาลารถไฟ แถมจัดพรอพมุมถ่ายภาพ ทั้งกระเป๋าเดินทาง ที่นั่งรอรถไฟ และที่นั่งแบบบาร์มีป้ายชื่อร้านตรงกลางกลายเป็นมุมน่ารัก ที่เหมาะสำหรับมานั่งโพสต์ท่าคูลๆอีกแล้ว

     

     

    มาถึงโซนต่อไป  “ไทยอารยะ” เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมแห่งวิถีพื้นบ้าน เริ่มจาก “พระวิหารและพระสถูปเจดีย์” ที่จำลองมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา เป็นเจดีย์สีทองที่มีความสวยงามโดดเด่นมากเดินขึ้นไปยังบันได หันหน้ากลับมามองกล้องได้ภาพสวยเก๋แปลกตา ติดกับเจดีย์คือโบสถ์จำลองเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่อยู่ถึง  9 องค์  ว่ากันว่า ไหว้พระในโบสถ์ที่นี่เปรียบเสมือนได้ไหว้พระ 9 วัดในที่เดียว

     

     

    ภายในโซนไทยอารยะ มีการจำลองบรรยากาศของงานวัดแบบไทย ให้เราสนุกไปกับเครื่องเล่นต่างๆ ทั้ง ชิงช้าสวรรค์ กินรีกินนร ม้าหมุน และไวกิ้งปลาอานนท์

     

     

    ในส่วนของพื้นที่ถัดไป หมู่บ้านทรงไทย 4 ภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง โซนภาคอีสานมีร้านสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดม่อฮ่อม และพื้นที่แสดงการทอผ้าตามแบบฉบับท้องถิ่น อยากลองมาเป็นสาวอีสานนั่งทอผ้าแบบไทยเชิญได้เลย

     

     

    ในโซนนี้มีร้านกาแฟและร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ริมน้ำให้บริการด้วย หิวเมื่อไหร่แวะมา

     

     

    เรือนไทยกลางน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำอันสวยงาม มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ  

     

     

    ระหว่างทางมีการตกแต่งมุมถ่ายภาพหลายจุด ทั้ง สตูดิโอวันวาน ที่เหมือนห้องสตูดิโอถ่ายภาพในบรรยากาศเก่า ประดับด้วยข้าวของโบราณ ให้ความรู้สึกคลาสสิคสุดๆ

     

     

    ร้านกาแฟโบราณ อยู่ภายในสตูดิโอวันวาน ภายในร้านจัดโต๊ะเก้าอี้นั่งแบบร้านกาแฟในอดีต ประดับด้วยข้าวของเครื่องใช้ และโปสเตอร์แผ่นหนังต่างๆ ครีเอทมาก

     

     

    อีกโซนหนึ่งที่น่าตื่นเต้นและชอบมาก ด้วยการยกบรรยากาศของตลาด 100 ปี มาไว้ที่นี่ภายในตลาดมีทั้ง ร้านค้า ร้านขายของ  ร้านขายของเล่นโบราณ ร้านขายกาแฟโบราณ ตรงกลางมีที่นั่งรับประทานให้นั่งชมบรรยากาศไปแบบเพลินๆ

     

     

    ปิดท้ายด้วยการนั่งเรือแบบโบราณ ชมบรรยากาศสักการะรูปปั้นนางพญานาคิณีศรีปทุมมาวิสุทธิเทวี หรือ เจ้าย่าศรีปทุมมานาคิณีเอกอัครมเหสีขององค์นาคาธิบดีศรีสุทโธ หรือเจ้าปู่ศรีสุทโธ มหาเทพนาคาผู้ยิ่งใหญ่ หากอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น จะสัมฤทธิ์ผลสมหวังดั่งใจปรารถนาทั้งเรื่องโชคลาภ การงาน และความรัก เจ้าหน้าที่บอกว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เด่นเรื่องเลข และการค้าขาย มีคนมาขอได้สำเร็จมาหลายราย

     

     

    Legend Siam เลเจนด์สยาม พัทยา

    ที่อยู่ : 139 หมู่ที่ 8 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ นาจอมเทียน ชลบุรี

    เปิดให้บริการ : ทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น.

    วันเสาร์ อาทิตย์ และ นักขัตฤกษ์  เวลา 10.00 – 20.00 น. หยุดทุกวันพุธ

    สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 033 073 333

    เฟสบุค คลิ๊ก Legend Siam 

     

    Check in 3  พรีมา วงศ์อมาตย์

    พรีมา วงศ์อมาตย์ โรงแรมทันสมัยที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก หาดวงศ์อมาตย์ โดยโรงแรมมี 2 ส่วน คือ  โซนห้องแบบ Pool Access ที่อยู่ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง และอีกโซน คือ อาคารที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งโซนนี้เป็นแบบตึก ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้จากห้องพัก โดยเราเลือกพักในโซนนี้ เพราะรู้สึกว่าเป็นส่วนตัวมากกว่า  สามารถจองห้องพักได้ในราคาพิเศษ คลิ๊ก จองห้องพัก พรีมา วงศ์อมาตย์ 

     

     

    โดยเลือกห้องพักแบบ  Deluxe classic room ราคาห้องคืนละพันต้นๆ เท่านั้น ถือว่าราคาไม่แพง สำหรับห้องที่กว้างขวาง  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และสามารถเห็นวิวทะเลได้จากห้องพักแบบนี้ เลือกห้องที่อยู่ชั้น 5  วิวดีมาก และตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่่อ อย่างหาดจอมเทียน และปราสาทสัจธรรมด้วยค่ะ 

     

     

    สามารถจองห้องพักได้ในราคาพิเศษ คลิ๊ก จองห้องพัก พรีมา วงศ์อมาตย์  

     

    Check in 3 ตลาดจีนโบราณชากแง้ว  

    ช่วงค่ำไปเดินเล่นหาของร่อยทานที่ ตลาดจีนโบราณชากแง้ว  หากพูดถึง พัทยา อาจนึกถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล คาเฟ่สวยๆ อาจยังไม่รู้ว่าพัทยา ยังมีตลาดโบราณบรรยากาศน่ารัก น่าแวะเที่ยว ชื่อว่า ตลาดจีนโบราณชากแง้ว เสน่ห์ของชุมชนโบราณแห่งนี้ คือได้ชมบ้านเรือนเก่าแก่ ร้านค้าตกแต่งให้กลิ่นอายแบบจีน เรียนรู้วิถีชุมชนและวัฒนธรรมจีนโบราณ แถมมีสินค้าหลากหลายให้ชม ชิม ช้อป ทั้ง อาหารไทย อาหารจีน ของกินพื้นบ้าน ขนมหวาน ของฝากต่างๆให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาไม่แพงอีกด้วย 

     

     

    ตลาดจีนโบราณชากแง้ว ตั้งอยู่ในตัวเมืองพัทยา เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 21.00 น.   ชุมชนโบราณชากแง้ว มีชีวิตมากว่า 100 ปี ในสมัยนั้นการค้าเจริญรุ่งเรืองมาก มีแรงงานเข้ามาทำงานมากมาย จึงมีผู้คนหลากหลายเข้ามาอาศัยที่บ้านซากแง้วแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน ทำให้เมื่อมีการพลิกฟื้นชุมชมให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ยังคงเน้นบรรยากาศแบบจีนเพื่อให้ได้กลิ่นอายแบบดั้งเดิม ทั้งการตกแต่งที่ประดับด้วยโคมไฟสีแดงตลอดเส้นทางเดิน ร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้า บางท่านแต่งชุดแบบจีนอีกด้วย

      

     

    ภายในตลาดคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว มีร้านมาเปิดขายทั้งอาหารไทย อาหารจีน ของกินพื้นบ้าน ขนมหวาน ของฝากต่างๆให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาไม่แพง

     

     

    เดินชมตลาดได้ตื่นตา ตื่นใจ ไปกับการตกแต่งของร้านค้า เป็นตลาดที่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนโดยแท้จริง บ้านเกือบทุกหลังจัดบ้านได้สวยงามคลาสสิคในตีมเดียวกัน ไม่ว่าเดินไปตรงจุดใดน่าถ่ายรูปไปหมด

     

     

     

    ร้านนี้ถูกใจมากเป็นร้านขายบ๊ะจ่าง เสียงคุณพี่เจ้าของร้านเรียกมาแต่ไกล “ล้ายเหลี่ยว ล้ายเหลี่ยว แวะชิมบ๊ะจ่างก่อนมั้ยครับ” แถมเชื้อเชิญให้เข้ามายืนถ่ายภาพพร้อมคิดท่าให้เสร็จสรรพ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจเมื่อได้มาเดินตลาดซากแง้ว คือ พ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งคนในชุมชนยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตร เป็นอีกมุมของความน่ารักของพัทยา ที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก 

     

     

    บ้านหลังสีฟ้า อีกหนึ่งบ้านเก่าที่โดดเด่นตั้งอยู่บริเวณสี่แยกศาลเจ้าแม่ทับทิบ ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด อยากนั่งทานก๋วยเตี๋ยวแบบคลาสสิค มองผู้คนเดินผ่านไปมาในตลาด เชิญร้านนี้ได้

     

     

    ร้านเจี๋ยะมีไก่ เป็นร้านขายกาแฟ ชา แบบโบราณ ตกแต่งได้น่านั่งอีกร้าน ติดกันคือ ร้านขายป้ายวินเทจ สะดุดตา

     

     

    หากใครอยากได้บรรยากาศนั่งรถลากแบบชุมชนจีน เชิญมาใช้บริการรถเจ๊ก(รถลาก) ช่วยเพิ่มได้บรรยากาศแบบวัฒนธรรมจีนอีกแบบ ค่าบริการรอบละ 50 บาท เท่านั้น รถลากจะอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม  ศาลเจ้าที่คนชุมชนเคารพนับถือคือ พาลูก พาหลาน มาเที่ยว ได้นั่งรถ น่าจะถูกใจไม่น้อย ตลาดจีนโบราณชากแง้ว เป็นอีกหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวในพัทยาที่ไม่อยากให้พลาด เบื่อทะเลและสถานที่ท่องเที่ยวแบบเดิมในพัทยา ลองแวะมา รับรองได้ความประทับใจจากตลาดแห่งนี้กลับไปแน่นอน

     

     

    ตลาดจีนโบราณชากแง้ว

    พิกัด : ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
    เปิดบริการ : ทุกวันเสาร์ 15.00-21.00 น.
    https://www.facebook.com/chakngeaw

     

     

    วันที่สอง

    Check in 4 เขาพระตำหนัก

    เขาพระตำหนัก พัทยา ตั้งอยู่ใกล้แหลมบาลีฮาย เป็นจุดชมวิวเมืองพัทยาที่สวยที่สุด ตั้งอยู่บนภูเขาที่คั่นระหว่างหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน จุดชมวิวนี้อยู่ในพื้นที่ดูแลของสถานีวิทยุกองทัพเรือ เป็นที่ตั้งของวัดเขาพระบาท อันเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณเขาพระตำหนัก มีการจัดทำลานชมวิวซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยมาก สามารถมองเห็นโค้งอ่าวพัทยาตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า และอาคารบ้านเรือนในตัวเมืองพัทยา ในมุมสูงได้อย่างสวยงาม

     

     

    สำหรับการเดินทางมายังเขาพระตำหนัก  ตรงทางขึ้นเขาจะมีจุดจอดรถอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้ประมาณ 20 คัน หากจะขึ้นไปจอดด้านบน อาจจะหาที่จอดรถยากพอสมควร เพราะคนค่อนเยอะ หากขึ้นไปข้างบนแล้วไม่มีที่จอดรถ สามารถวนลงไปจอดบริเวณลานจอดรถแล้วเดินขึ้นมาประมาณ 200 เมตร  เมื่อมาถึงจะเจอกับระเบียงชมวิวจุดแรกที่สามารถมองห็นทัศนียภาพโค้งอ่าวของบริเวณเมืองพัทยาได้สวยงาม  ในขณะที่บนฝั่งก็เป็นอาคารบ้านเรือนสูงต่ำลดหลั่นกันไป เคียงคู่ไปกับท้องทะเล

     

     

    ตรงข้ามกับจุดชมวิว คือ  วัดเขาพระบาท เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้ศาสนิกชนผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้สักการะบูชา

     

     

    เดินตรงเข้าไปข้างในสุด ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีลานระเบียงชมวิวทีรจ่ดทำที่นั่ง และตกแต่งด้วยรูปปั้นการตูนที่เกี่ยวกับทะเลน่ารัก ไว้ให้ถ่ายรูป จุดนี้สามารถมองเห็นวิวทะเลและเมืองพัทยาได้แบบสวยงามเช่นกัน มีกล้องส่องทางไกลให้มองวิวได้แบบ เขาพระตำหนัก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในพัทยา ที่ใครมาต่างต้องมาแวะเวียนเข้ามาชใวิวสวยที่ทำให้เราเห็นวิวโค้งอ่าวพัทยา มองไกลออกไปเห็นเรือลำเล็กจอดเต็มอ่าว เรียกได้ว่ามีความเป็นภาพของเมืองพัทยาที่แท้ทรู  เขาพระตำหนักเปิดให้ขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนบริเวณอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯซึ่งเป็นจุดชมวิวด้วยนั้น และวัดพระบาท เปิดให้เข้าเวลา 7.00 -22.00 น.

     

     

     

    Check in  6 สำนักสงฆ์หนองอ้อ 

    สำนักสงฆ์หนองอ้อ ศาสนาสถานในเมืองพัทยา โดดเด่นด้วยศาลาธรรมสีทอง สวยงามตระการตา มีสถาปัตยกรรมเป็นลวดลายปูนปั้นที่งดงาม พิกัดอยู่บริเวณพัทยากลาง ถึงแม้จะเป็นสำนักสงฆ์แต่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งองค์พระนอนภายในกฎิ รวมถึงพระพุทธรูปปางต่างๆ รูปปั้นพระเกจิชื่อดัง ที่ประดิษญญานอยู่ภายในศาลาธรรมสีทอง ให้กราบไหว้บูชา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ทำบุญเงียบสงบใจกลางเมืองพัทยา

     

     

    สำนักสงฆ์หนองอ้อ  มีพื้นที่ขนาดเล็กตั้งอยู่บริเวณพัทยากลางท่ามกลางโรงแรมและความเจริญทั้งหลาย แต่น่าแปลกใจที่บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบมาก นักท่องเที่ยวไม่เยอะ สามารถเดินทางมาได้แบบสบายเพราะอยู่ใจกลางเมือง เมื่อมาถึงจะสะดุดตากับศาลาธรรมสีทองธมมวโร  มีประติมากรรมเป็นลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม

     

     

    ภายในศาลาเป็นแบบเปิดโล่งมีทางเดินเล็กๆ เชื่อมต่อกัน ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิด ให้กราบไหว้และทำบุญ รวมทั้งรูปปั้นเกจิอาจารย์ชื่อดังหลวงปู่ทวด และหลวงพ่อโต  

     

     

    ถัดจากศาลาธรรมสีทอง คือ กุฎิเฉลิมพระเกียรติ ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ราชสารมิ่งมงคล รวมถึงพระพุทธรูป และรูปปั้น เกจิอาจารยชื่อดัง จุดนี้มีที่ให้ทำบุญหลายแบบ 

     

     

    บริเวณด้านหน้าวัด มีพระยืน ที่มีสามารถมาขอพรอธิษฐานเพื่อให้สมหวัง  สำนักสงฆ์หนองอ้อ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในพัทยา หลังจากเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเล แวะคาเฟ่กันแล้ว ก็แวะมาทำบุญขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกันได้

     

     

     

    Check in  7 ปราสาทสัจธรรม

    ปราสาทสัจธรรม ปราสาทไม้ที่ตั้งโดดเด่นริมทะเลเมืองพัทยา งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ปราสาทหลังนี้ผู้ริเริ่มแนวความคิด คือ คุณเล็ก วิริยะภัณฑ์ ผู้ริเริ่มสร้างเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัน  เกือบ 40 ปี ปราสาทสัจธรรมได้ถูกดำเนินการก่อสร้างขึ้น แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่ชื่นชมผลงานในวันที่ปราสาทสร้างเสร็จแล้ว แต่การสร้างปราสาทไม้ยังดำเนินต่อไปตามแนวคิดและจินตนาการที่คุณเล็กได้ตั้งใจไว้ คือให้  ปราสาทสัจธรรม เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่และงดงามที่สุด สามารถอวดสายตาชาวโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

     

     

    ปราสาทสัจธรรม เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา อารยธรรม วัฒนธรรมดีงามของชาวเอเชียตะวันออก ที่สะท้อนถึงจริยธรรม วัฒนธรรม หน้าที่ศีลธรรมในอดีตสู่รูปองค์เทพต่างๆ ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหมด แม้แต่ตัวล็อคที่เอาไว้เชื่อมไม้แกะสลักแต่ละชิ้นก็ไม่ใช้ตะปู แต่ใช้การเข้าเดือยตอกสลัก ตอกลิ่ม และเข้าหางเหยี่ยวแบบไทย เรียกได้ว่าเป็นงานศิลป์จากช่างมากฝีมือสมัยโบราณ แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในแทบทุกรายละเอียด 

     

     

    สถาปัตยกรรมต่างที่สร้างขึ้นแต่ละชิ้นล้วนมีความหมาย อย่างเช่น ยอดหลังคาพรหมสี่หน้า ที่เห็นโดดเด่นอยู่ด้านหน้าปราสาท สื่อถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง ทั้ง พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ผู้บริหาร ผู้นำประเทศ และพระเจ้าแผ่นดินที่ตั้งอยู่บนพรหมวิหารธรรม 4 หรือแม้แต่ยอดปราสาทแต่ละยอด ไม่ได้เป็นรูปสัตว์ในวรรณคดีหรือพญานาค แต่เป็นรูปแกะสลักองค์เทพและเทวดา

     

     

    บันไดทางขึ้นสู่ภายในตัวปราสาท โดดเด่นด้วยงานแกะสลักที่มาจากไม้หลากชนิด ทั้ง ไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่  ไม้มะค่า

     

     

    เข้ามาภายในตัวปราสาทจะพบกับประติมากรรมไม้แกะสลัก วิจิตรพิสดารแทบทุกจุด  ใจกลางปราสาทจะเป็นห้องโถงใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีบุษบงสถูปไม้สง่างามสื่อถึงสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้น

     

     

    นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นห้องจตุรมุข 4 ห้อง ตามทิศ  เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ห้องนี้ถือเป็นห้องไฮไลท์ มีแสงส่องกระทบจากช่องหน้าต่างและประตู เข้ามาสู่บริเวณตรงกลางของห้อง ทำให้ดูขลังและมีความวิจิตรอลังการมาก งานแกะสลักเป็นเรื่องราวกำหนดโลกธาตุ ทั้ง 4 ที่สร้างสรรพสิ่งในทางโลกนี้ได้แก่ ลม ไฟ น้ำ ดิน ตามความเชื่อของศาสนาพรหม พุทธ ฮินดู

     

     

    ตลอดเวลาที่เดินชมงานสถาปัตยกรรมภายในปราสาท มีลมทะเลพัดเข้ามาตลอด อากาศเย็นสบาย เดินถ่ายภาพพร้อมไปกับชมผลงานแล้วแอบขนลุก เป็นความรู้สึกทึ่งและตื่นเต้นที่ได้เห็นงานสวยๆ เช่นนี้ 

     

     

    ส่วนห้องนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือ เป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ พระมัญชุศรี พระอมิตาพุทธ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร กวนอิม โป๊ยเซียนและเซียนต่างๆ ตามคติของชาวพุทธมหายาน ให้มนุษย์รู้จักการให้แบ่งปันความสุขโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เยี่ยงพฤติกรรมของพระโพธิสัตว์ ชอบงานแกะสลักของห้องนี้มากเป็นพิเศษ ดูงานแล้วค่อนข้างแกะสลักยากและมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากเลยทีเดียว

     

     

    เดินชมไปจะมีแสงอาทิตยส่องมาแบบนี้แทบทุกห้อง ภายในตัวปราสาทใช้ไฟฟ้าน้อยมาก เน้นใช้แสงธรรมชาติมากกว่า จะมีใช้ส่องชิ้นงานเป็นจุดๆเท่านั้น ไมได้เปิดไฟสว่างทั้งหลัง

     

     

    นอกจากเดินชมสถาปัตยกรรมที่งดงามภายในตัวปราสาทไม้ ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกทั้ง นั่งช้างชมบรรยากาศรอบปราสาท ขณะที่นั่งอยู่บนหลังช้างนอกจากจะได้ชมรอบนอกตัวปราสาทแบบใกล้ชิด ยังได้เห็นวิวของทะเลพัทยาด้วย 

     

     

    รวมทั้งกิจกรรมล่องเรือโบราณชมวิว ชมบรรยากาศรอบปราสาท ที่มีความเงียบสงบเป็นธรรมชาติ นั่งเรือไปถ่ายภาพมาแล้วได้ฟีลราชนิกูลมาก 

     

     

    ก่อนกลับแวะมานั่งพักชมวิวของปราสาทสัจธรรมจากจุดชมวิว ซึ่งจะเห็นตัวปราสาทตั้งโดดเด่นแนบชิดกับทะเลแบบสวยงามมาก  บางคนอาจคิดว่าค่าเข้าชม 500 บาท ค่อนข้างสูง แต่ถ้าลองเข้ามาเดินชมสถาปัตกรรมภายในตัวปราสาทกันสักนิด ได้ชมงานแกะสลักที่อ่อนช้อยสวยงามทุกรายละเอียด ได้ทราบประวัติความยากลำบากในการสร้าง รวมทั้งการบำรุงรักษา แล้วจะรู้ว่า 500 บาท ของการได้ชมสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และหาชมไม่ได้จากที่ไหน ที่ปราสาทสัจธรรม นั้นคุ้มเกินคุ้ม

     

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    เปิดให้บริการ :  ทุกวัน 08.00 น.-18.00 น. 
    ค่าเข้าชม :  คนไทยและต่างชาติ ผู้ใหญ่  500 บาท  เด็ก  250 บาท  กิจกรรมนั่งช้าง รอบละ 400 บาท นั่งได้ 2 คน  กิจกรรมนั่งเรือ ค่าบริการ 300 บาท/คน (นั่งได้ลำละ 4 คน)
    โทร. 063 669 2978

     

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน