• เที่ยวบ้านไร่ ลานสัก กอดธรรมชาติที่…อุทัยธานี

    ปกติเวลาไปเที่ยวอุทัยธานี ส่วนใหญ่จะแวะเที่ยวในตัวเมือง ไหว้พระชมวิถีชีวิตริมน้ำสะแกกรัง แต่การเที่ยวอุทัยครั้งนี้ เราเปลี่ยนจากจุดหมายคุ้นเคยมุ่งน่าสู่ อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก 2 อำเภอน่าเที่ยวที่มากด้วยเรื่องราว ความสวยงามของวิวทิวทัศน์ภูเขา ป่าไม้ และวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น รวมทั้งสถานที่สุด Unseen ให้ได้สัมผัส มาเที่ยวทั้งสองอำเภอนี้ รับรองได้ว่าจะเต็มอิ่มไปกับพื้นที่สีเขียวและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงภาคเหนือ แค่ขับรถเพียงสามชั่วโมง ใช้เวลาสั้นๆแค่ 2 วัน 1 คืน ก็เก็บความสวยงามได้แบบครบรส

     

     

    13.30 น. จุดชมวิวบ้านชายเขา

    หลังจากแวะพักทานอาหารกลางวันในตัวเมืองอุทัยธานี เราไปยังจุดหมายแรก บ้านชายเขา ตั้งอยู่ในอำเภอลานสัก หากเดินทางมาจากตัวเมืองอุทัยก็จะถึงอำเภอลานสักและต่อด้วยอำเภอบ้านไร่  บ้านชายเขา อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่สวยงาม มีวิวทิวทัศน์โดยรอบรายล้อมไปด้วยหุบเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อนเขียวชะอุ่ม ทอดตัวเป็นแนวยาวบรรยากาศคล้ายกับสวิดเซอร์แลนด์ มีการจัดทำระเบียงชมวิวยกสูง สำหรับให้ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ รวมถึงถ่ายภาพเช็คอินสุดเก๋แบบไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ที่มีทั้ง อาหารจานเดียว ส้มตำ ลาบหมู น้ำตก ไว้บริการอีกด้วย

     

     

    บ้านชายเขา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหุบป่าตาดสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุทัยธานี ห่างกันเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น เมื่อเข้าสู่พื้นที่ของบ้านชายเขา จะพบกับถนนที่ทอดยาวระหว่างทางเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดเขียวขจี มีวิวฉากหลังเป็นภูเขาสีเขียวที่โอบล้อมสลับซับซ้อน เห็นครั้งแรกต้องร้องอุทานออกมา คือ สวยและว้าวมาก มองวิวสีเขียวแล้วสบายตามาก มีลมพัดผ่านแบบเบาๆ  ขับรถชมวิววนไปมาสองรอบ ชิลสุดๆ 

     

    หลังจากขับรถวนไปมา เพื่อชมวิวแล้วมาจอดที่บ้านชายเขา ซึ่งเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก มีที่นั่งทานอาหารเป็นซุ้มแบบกระท่อมให้ได้นั่งเล่นพักผ่อน หลบร้อน ซึ่งเมนูอาหารมีไม่มากนัก เน้นเป็นอาหารจานเดียว ส้มตำ ลาบ น้ำตก และเครื่องดื่มต่างๆ เราสั่งส้มตำมาทานรสชาตินั้นพอทานได้

     

     

    จากนั้นขึ้นไปถ่ายภาพยังระเบียงชมวิว เมื่อขึ้นไปยื่นอยู่ข้างบน ทำให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับภูเขามากขึ้น มองวิวไปรอบๆ มีทั้งภูเขาและสวนผลไม้ ไร่ข้าวโพด และวิวของถนนที่ทอดยาว  บรรยากาศเหมือนเมืองนอกสุดๆ แต่มาในช่วงกลางวันแดดร้อนแต่ก็ได้ฟ้าสวยใสๆมาแทน ก็ถือว่าคุ้มค่า

     

    นอกจากจุดชมวิวบ้านชายเขาแล้ว ฝั่งตรงกันข้ามจัดทำเป็นที่นั่งพักผ่อน มีทั้งชิงช้า เก้าอี้ ให้ได้นั่งโพสต์ท่าถ่ายภาพ จุดนี้อากาศจะเย็นสักหน่อยมีลมพัดมาตลอด บ้านชายเขา ความงดงามที่แปลกตาด้วยภูเขาหินปูนที่รายล้อม และยังคงมีความเป็นธรรมชาติ ที่ควรค่าแห่งการปักหมุดไว้ เมื่อมาเยือนอุทัย

     

    15.00 น. หุบป่าตาด

    จากบ้านชายเขาใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที เรามาถีง  หุบป่าตาด  สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสวยงามปลกตาของทางธรรมชาติ หุบป่าตาด มีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในคือผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาดและพืชพันธุ์โบราณแปลกตา เมื่อมาถึงปากทางขึ้นไปยังหุบป่าตาด เสียค่าบริการเข้าชม  ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท  พร้อมไฟฉาย 1 อัน  แนะนำให้พกยากันยุงติดตัวมาด้วย

     

     

    สำหรับระยะทางเดินชมธรรมชาติ ไป-กลับ 700 เมตร ใช้เวลาชมประมาณ 30 นาที  เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่เดินสบายๆ แบบเพลิดเพลิน ได้เห็นต้นตาดขึ้นปกคลุมหนาแน่นในวงล้อมของผาหินที่เต็มไปด้วยหินงอก หินย้อย รูปร่างแปลกตา โดย เริ่มจากเดินผ่านไปยังบันไดทางเดินที่ได้จัดทำไว้  ไปสู่จุดแรกคือ โถงถ้ำที่มืดสนิท และปลายทางคือปล่องขนาดใหญ่ที่มีแสงส่องลงมา

     

     

    โดยมีจุดชมวิวที่เผยให้เห็นภาพอันน่ามหัศจรรย์ของป่าตาด  พืชตระกูลปาล์ม มีใบเป็นแฉกแผ่กว้างสยาย ชอบขึ้นในพื้นที่ป่าดงดิบที่มีอากาศเย็นชื้นสภาพหนาทึบ เต็มต้นตาดที่ขึ้นปกคลุมตลอดเส้นทางเดิน ราวกับว่ากำลังหลุดอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์อย่างไรอย่างนั้น

     

     

    หากมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนตั้งแต่ประมาณเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน   เราจะได้พบเห็นเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพู  มีสีชมพูสดใสมองไปมองมาคล้ายเกสรดอกไม้  มีลักษณะโดดเด่นด้วยลวดลายและปุ่มหนามคล้ายมังกร พบได้ในป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงและอุดมสมบูรณ์ เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาวประมาณ 7 เซนติเมตร  ถือว่ เป็นสัตว์ไฮไลท์ พบได้แห่งเดียวในโลกที่หุบป่าตาด  โดยมันจะคลานอยู่ตามพื้นกำแพงทางเดินบ้าง ตามต้นไม้บ้าง ต้องคอยสังเกตให้ดีเพราะตัวค่อนข้างเล็ก

     

     

    เดินเข้ามาเกือบสุดเส้นทางจะพบกับถ้ำอีก 1 ถ้ำ แบบเปิดโล่งพอเห็นแสง มีหินงอกหินย้อย และหินปูน ซึ่งลวดลายหินที่งดงาม หากมาเที่ยวในช่วงกลางวันจะมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมากลางหุบที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน

     

     

    สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสความรู้สึกเหมือนเราหลุดไปอยู่ในโลกของพืชพันธุ์ดึกดำบรรพ์ เชิญมาเดินชมความมหัศจรรย์กันได้ที่ หุบป่าตาด

     

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    หุบป่าตาดเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่  8.30 น. – 16.00 น. ค่าเข้าชม  ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 200  ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน โทร. 0-5698-9128

     

    17.00 น. เข้าที่พัก บ้านแสนสุข รีสอร์ท

    ก่อนไปเที่ยวยังอำเภอบ้านไร่ เราขอหยุดพักกันก่อนที่อำเภอลานสัก เราเลือกพักที่  บ้านแสนสุข รีสอร์ท ที่พักบรรยากาศดี ราคาไม่แพง ซึ่งตั้งอยู่ในตัวอำเภอลานสัก บ้านพักในรูปแบบเป็นหลังแบบปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ ภายในห้องกว้างขวาง สะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้ง แอร์ ทีวี ตู้เย็น  ห้องน้ำกว้าง เตียงนอน นอนนหลับสบายมาก ราคาห้องคืนละ 600 บาทเท่านั้น สำหรับเรา คือ ถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพของห้องที่ดีแบบนี้

     

     

    วิวด้านหน้าที่พักเป็นทุ่งนากว้างไกล มีร้านอาหานเล็กๆ ให้บริการทั้งอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม มีทางเดินไม้ไผ่ที่สามารถเดินเล่นชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็น ซึ่งแสงสวยมาก บรรยากาศดีสุดๆ  มื้อเย็นสามารถมาฝากท้องที่ร้านอาหารนี้ได้ หรือจะเลือกไปนั่งทานในตัวอำเภอลานสักก็ได้ มีร้านอาหารในตลาดหลายร้าน รวมทั้งร้านหมูกะทะให้บริการประมาณ 2 ร้าน

     

     

    สำหรับเราอยากทานหมูกะทะมาก เลยเลือกมานั่งทานหมูกระทะที่ร้านลุงสิทธิ์  ตามคำแนะนำของเจ้าของที่พัก ว่าร้านนี้โอเคมีทั้งหมูกะทะและทะเลเผา ในราคาบุฟเฟ่ต์หัวละ 210 บาท(ไม่รวมเครื่องดื่ม) เท่านั้น ราคาไม่แพง รสชาติอร่อย อาหารทะเลสดใช้ได้ค่ะ น้ำจิ้มแซ่บดี  กุ้งถึงแม้จะตัวเล็ก แต่สดมาก กินกุ้งแบบฟินไปเลย

     

     

     

    08.00 น. เขื่อนทับเสลา

    ตื่นแต่เช้า ออกเดินทางต่อไปยังเขื่อนทับเสลา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในอำเภอลานสัก แต่จะอยู่นอกเมืองออกไปประมาณ 20 กม. จริงๆ แล้วตั้งใจจะแวะไปที่นี่ในวันแรกตอนเย็น เพื่อเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ตก แต่ด้วยความเพลียและเหนื่อยล้าจากการเดินทางาตลอดทั้งวันในวันแรก ขอกลับเข้าที่พักก่อน เปลี่ยนแผนไปตอนเช้าแทน เขื่อนทับเสลา  หรือ เขื่อน เป็นเขื่อนชลประทานกั้นลำห้วยทับเสลา ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่มีทัศนียภาพสวยงาม มีฉากหลังเป็นทิวเขาทอดตัวสลับซับซ้อนดูสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่มีความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาสัมผัสบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

     

     

    เมื่อมาถึงแล้วสามารถขับรถเข้าไปถึงอ่างเก็บน้ำได้เลย สามารถจอดรถชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนได้แบบใกล้ชิด  มองไปทางไหนเห็นแต่พื้นที่สีเขียว มีฝูงนกโฉบบินไปมา บรรยากาศเหมาะสำหรับมานั่งปูผ้านั่งปิคนิคมาก หากมาเที่ยวในช่วงเย็นจะได้มีโอกาสเห็นบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำอีกด้วย

     

     

    เราเดินทางมาในช่วงเช้าของฤดูฝน ฟ้าจะครึ้มสักนิดแต่ได้บรรยากาศไปอีกแบบ สัมผัสกลิ่นอายความสดชื่นของสายฝน มีลมพัดเย็นสบายและอากาศไม่ร้อนมาก สามารถเดินเล่นหามุมถ่ายภาพชิลๆได้ตลอด

     

     

    วิวเหนืออ่างเก็บน้ำ มองเห็นทัศนียภาพของภูเขาที่สวยงาม สลับซับซ้อน เป็นภาพที่มองแล้วสบายตา ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตก อยากนั่งเล่นชมวิวให้นานกว่านี้ เป็นสถานที่ที่เหนือความคาดหมาย ตอนแรกเห็นในภาพก็รู้สึกยังไม่ว้าวมาก แต่เมื่อมาด้วยตัวเองสถานที่จริงสวยมากอกจากวิวทิวทัศน์ที่งดงามแล้ว ความเงียบสงบบวกกับบริสุทธิ์ ได้ใจเราไปเต็มๆะ แค่ได้นั่งนิ่ง มองวิวที่อยู่ตรงหน้า ฟังเสียงนกร้อง และลมพัดผ่านช่วยผ่อนคลายได้มากเลยทีเดียว

     

     

    10.00 น. ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์

    จากเขื่อนทับเสลาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าสูอำเภอบ้านไร่ กับจุดหมายแรก ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ตั้งอยู่ออกนอกอำเภอบ้านไร่ไปอีกสักนิด  เป็นฝายกั้นน้ำของชุมชนที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำและชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งหากน้ำมีปริมาณมากเกินความจุของฝาย น้ำจะไหลล้นข้ามสันฝายลงสู่ด้านล่าง เกิดเป็นม่านน้ำที่สวยงาม ตกกระทบยังพื้นด้านล่างที่เป็นช่องสีเหลี่ยมกลายเป็นภาพี่ดูแปลกตา สำหรับฤดูที่เหมาะสมควรมาเที่ยวในช่วงฤดูฝน  แต่ต้องวัดดวงกันนิดนึงเพราะบางวันน้ำจะไม่มี ต้องเป็นช่วงหลังฝนตกหนักสัก 2-3 วัน หลังจากจากนั้นน้ำจะเยอะล้นฝายเป็นจำนวนมากถึงแม้จะมาในช่วงฤดูฝน แต่ถ้าฝนยังตกไม่มากนัก น้ำจะไม่ล้นฝายทำให้ภาพน้ำที่เห็นเป็นแบบนี้  

     

     

    เมื่อมาถึงสามารถหาที่จอดรถได้ในบริเวณใกล้ตัวฝาย แต่ที่จอดรถไม่มีแบบเป็นทางการนะคะ ต้องจอดข้างทางซึ่งถ้าคนเยอะน่าจะหาที่จอดยาก เพราะเป็นเส้นทางดินแดงที่ใช้สัญจรไปมาของชาวบ้าน จากนั้นเดินลงทางฝายด้านหลังมาที่ช่องสี่เหลี่ยม ระหว่างทางเดินระวังลื่นกันนิดหนึ่ง ช่องที่น้ำในฝายตกลงมามีสองช่องแต่เนื่องจากฝนไม่ได้ตกหนัก น้ำที่ไหลลงมาแทบไม่มี

    มาถึงช่วงไม่มีน้ำ อาจได้ร้องเพลง “ชั้นมาทำอะไรที่นี่ ”อย่างไรเช็คกันให้ดีก่อนเดินทาง ต้องฝนตกหนักจริงๆ ล่วงหน้าสักวันสองวันถึงจะมีน้ำให้ชื่นชมกัน อย่างหญ้าสีเขียวที่เคยห้อยลงมาตามภาพเก่าๆ ตอนนี้มีแค่ตะไคร้น้ำที่เกาะช่องสี่เหลี่ยม สายน้ำที่ไหลไปตามซอกหินตรงทางเดินช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ถ้าไม่ซีเรียสว่าน้ำต้องเยอะ ก็มาเที่ยวที่นี่กันได้ทุกเวลาค่ะ  

     

     

    11.00 น. Brown Coffee café

    เข้าสู่ตัวอำเภอบ้านไร่ เราตั้งใจจะไปชม ตันไม้ยักษ์ บ้านสะนำ  ระหว่างทางผ่านร้านกาแฟน่ารัก Brown Coffee café ขอแวะจิบเครื่องดื่มเย็นกันสักหน่อย  ร้านกาแฟในตัวอำเภอบ้านไร่ที่เห็นน่าจะมีอยู่เพียง 2-3 ร้าน แต่ร้านนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในเส้นทางของสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของบ้านไร่ จะสังเกตุง่ายและแวะสะดวกหน่อย เป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งแบบธรรมชาติ ร้านเป็นตัวไม้ ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี มีทั้งนั่งทั้งโซนอินดอร์แบบห้องแอร์ และเอาท์ดอร์

     

     

     

    ภายในร้านตกแต่งแบบทันสมัย มีของประดับน่ารักกระจุก กระจก มีหน้าต่างกระจกที่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้  สำหรับเมนูเน้นเป็นเครื่องดื่มและของหวาน อย่างขนมปังปิ้ง และทอส รสชาติถือว่าใช้ได้เลยค่ะ เป็นร้านที่นั่งสบายๆ เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างทาง

     

     

    12.00 น. ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ

    อุทัยธานี มีต้นไม้ยักษ์ที่มีคุณค่าต่อชุมชน หากใครมาเที่ยวที่อำเภอบ้านไร่ ต้องไม่พลาดแวะมาที่ชุมชนบ้านสะนำ ชุมชนชาวลาวครั่งโบราณที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่  มาชม “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียงยักษ์ที่มีอายุหลายร้อยปี ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าหมากเขียวขจีกว่าร้อยต้น ที่โอบล้อมต้นไม้ยักษ์ไว้อย่างสวยงาม เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยังทรงคุณค่าที่เจ้าของตั้งใจดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาสัมผัสถึงความอลังการของต้นไม้ต้นนี้  และยังถือเป็น UNSEEN ของอำเภอบ้านไร่เลยก็ว่าได้

     

     

    จากปากทางเข้าเดินผ่านตลาดเข้ามาประมาณ 200 เมตร จะพบกับต้นไม้ยักษ์ที่สูงเด่นในลานดินกว้าง ท่ามกลางความร่มรื่นของป่าหมากที่สูงใหญ่ทำให้ต้นไม้ยักษ์ได้รับความชุ่มชื่นด้วยวิถีของธรรมชาติ ต้นไม้ยักษ์ มีชื่อว่า ต้นเซียง หรือต้นผึ้ง ขนาด 40 คนโอบ วัดรอบโคนต้นยาว 97 เมตร อายุกว่า 400 ปี เจริญโตอยู่ในที่ดินของลุงเฮียง ชาวป่าที่หลงรักต้นไม้ใหญ่ ที่ตั้งใจรักษาให้เป็นสมบัติของลูกหลาน แบ่งปันอนุญาติให้คนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาชื่นชม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

     

    เมื่อเข้าไปใกล้จะสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตของลำต้นที่สูงเด่น ยืนคู่กับต้นไม้ยักษ์กลายเป็นตัวเราเหลือเล็กนิดเดียว รอบต้นไม้สวยงามด้วยรากขนาดใหญ่ที่แผ่สาขาออกค้ำยัน มองเห็นลวดลายและร่องรอยของรากที่สวยงาม สามารถเดินเข้าไปยืนตามซอกได้แบบสบาย

     

     

    ชมต้นไม้ยักษ์แล้ว มองไปตรงข้ามกับตลาดต้นไม้ยักษ์ เป็นที่ตั้งของ สะนำ คาเฟ่ คาเฟ่ในโทนสีดำสุดชิค ตั้งอยู่ติดริมน้ำ สามารถแวะเข้าไปนั่งเล่นจิบเครื่องดื่ม ทานขนม ชมวิว ริมแม่น้ำกันได้

     

     

    ตัวร้านมีทั้งโซนห้องแอร์และที่นั่งโซนเอาท์ดอร์ติดริมน้ำด้านนอก บรรยากาศดีมาก ภายในร้านเป็นแบบหน้าต่างกระจกที่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ มีของตกแต่งกระจุกกระจิกน่ารัก ทั้งต้นกระบอกเพชร และวิทยุโบราณ ส่วนเมนูเน้นไปที่เครื่องดื่มและขนมหวาน เราสั่งชาเขียงน้ำผึ้งมะนา ชาเขียวเข้มดีค่ะ ส่วนขนมบราวนี่รสชาติใช้ได้

     

     

    13.00 น. ตลาดซาวไฮ่

    ตลาดซาวไฮ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากต้นไม้ยักษ์  เป็นตลาดวิถีชุมชนสุดชิคบรรยากาศน่ารัก แห่งอำเภอบ้านไร่ ตลาดแห่งนี้มีสินค้าและของกินตามแบบฉบับท้องถิ่นมามาวางจำหน่ายหลายอย่าง ทั้ง ผักสดพื้นบ้าน ขนมโบราณ ผ้าทอ เครื่องจักสาน เสื้อผ้างานคราฟ มัดย้อมต่าง  ให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินไปกับการช้อปของกินและสินค้าต่าง ๆ พร้อมสัมผัสวิถีชาวบ้านไร่ที่เรียบง่ายและงดงาม เที่ยวชมตลาดให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับของคนในชุมชน ควรค่าแก่การมาเยือนมาก

     

     

    ตลาดซาวไฮ่ เป็นตลาดที่ชาวบ้านนำพืชผลทางการเกษตรมาวางขาย สินค้ามีทั้งผักสดและผักพื้นบ้านหลากหลาย วางจำหน่ายในราคาไม่แพง ที่คนขายปลูกเองผลิตเอง เรียกว่าเป็น farmer market  และหลายร้านเป็นแนว organics รักษ์โลก

     

     

    บริเวณกลางตลาดมีลานแสดงดนตรี คอยขับกล่อมในจังหวะสนุก ๆ มีร้านกาแฟโบราณตกแต่งแบบเก๋ๆ ฟังดนตรีเล่นสด เดินเล่น ซื้อขนมกินเล่น มีทั้งของคาวและของหวาน ขนม ผัก ผลไม้ มีให้เลือกซื้อมากมาย จิบกาแฟดริปเบา ๆ เพลินมาก

     

     

    นอกจากผักสด อาหาร ยังมีสินค้าหัตถกรรม งานคราฟท์ ผ้ามัดย้อม เครื่องประดับ ของตกแต่ง แต่ละร้านตกแต่งได้น่ารัก และน่าเข้าไปเลือกซื้อเลือกหาเสื้อผ้า สวยสักสองสามตัว  ฟีลคล้ายกับร้านขายเสื้อผ้าในแพร่ หรือเชียงใหม่ ในสไตล์ชิคๆ ถูกใจคนชอบเสื้อผ้าแนวนี้มาก

     

    เดินเข้าไปในสุดของตลาดมีร้านอาหารพื้นบ้านให้นั่งทานหลายร้าน ตกแต่งแบบโบราณแบบมีสไตล์ ที่นั่งรับประทานอาหารหลายจุด แบ่งเป็นสัดส่วน ตั้งอยู่ท่ามกลางร่มไม้สดชื่นมาก

     

     

    ถึงแม้ ตลาดซาวไฮ่ จะเป็นตลาดที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยการตกแต่งที่น่ารัก บรรยากาศความอบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเอง เป็นเสน่ห์ที่เชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลแวะเวียน เข้ามายังตลาดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย

     

     

    ตลาดซาวไฮ่

    ที่อยู่ : ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
    เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
    เฟซบุ๊ก : ตลาดซาวไฮ่

     

    15.00 น. วัดถ้ำเขาวง

    วัดถ้ำเขาวง วัดสวยสุดอันซีนไม่ควรพลาด จุดเด่น คือ  วัดเป็นมีเรีอนไทยประยุกต์สวยงาม สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ตัววัดตั้งอยู่ติดริมเขา ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี ทิวทัศน์บริเวณรอบๆ ด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่  นอกจากนี้หน้าวัดยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสะพานข้าม มีจุดนั่งและยืนชมวิวที่สามารถมองเห็นตัววัดได้จากสะพานกลายเป็นภาพที่งดงาม พื้นที่โดยรอบเขียวขจีต้นไม้และสวนสวยงามอยู่ทั่วบริเวณ 

     

     

    ตัววัดเป็นอาคาร 4 ชั้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทย ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์รวมทั้งร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ ส่วนโบสถ์จะอยู่ชั้นที่ 4 สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า  มีทางเดินเรียบสระน้ำเพื่อไปยังตัววัด ฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน มีสวนที่ตกแต่งด้วยหิน ไม้ดัด และไม้ประดับ ปกคลุมรอบตัววัด ให้ความรู้สึกสดชื่นมาก

     

     

    สะพานไม้ ทอดยาวข้ามสระน้ำที่ไม่เหมือนกับสะพานทั่วไป เพราะเป็นสะพานที่ประกอบขึ้นจากไม้ตามธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรับแต่งรูปร่าง แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน จนมีความแปลกตา เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักเข้ามาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกจากจุดนี้สามารถมองเห็นตัวเรือนไม้สักได้อย่างงดงาม

     

     

    ภายในเรือนไทยค่อนข้างโล่งกว้าง ชั้นสองประดิษญานพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลอง ให้กราบไหว้ขอพร  

     

     

    นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างรวมอยู่ เช่น พระพุทธชินราชจำลอง หลวงพ่อโต พระสังขจายน์ เจ้าแม่กวนอิม องค์พระสีวลี ที่ประดิษฐานอยู่กลางน้ำมีต้รไม้ขนาดใหญ่แผ่กิ่งกานสาขาปกคลุม 

     

     

    อุโมงค์ที่จำลองคล้ายถ้ำ เป็นสถานที่ถวายสังฆทาน มีการจัดเตรียมชุดสังฆทานไว้ให้ประชาชนได้ถวายเป็นสิริมงคล วัดถ้ำเขาวง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

     

     

    16.00 น. รุ่งโภชนา

    มาถึงอำเภอบ้านไร่ ต้องไม่พลาดเมนูเด็ด ปลาจุ่ม ที่ร้านรุ่งโภชนา เป็นของดีที่อยากให้ลิ้มลอง  กับเมนูปลาจุ่ม ที่มีหม้อไฟขนาดใหญ่มาพร้อมกับปลานิลสด ชิ้นโตไม่มีกลิ่นคาว นำไปลวกกับน้ำซุปที่หอมเครื่องเทศ ทั้ง ตะไคร้ โหระพา หอมแดง รสชาติกลมกล่อม เผ็ด เค็ม หวาน เปรี้ยว มาครบ ซดน้ำซุปร้อนๆคล่องคอ นอกจากปลาจุ่ม ยังมีบุฟเฟ่ต์ชาบู และเมนูอาหารอื่นอีกมากมาย ทั้งอาหารไทย อาหารท้องถิ่น เราสั่งผัดผักกูดน้ำมันหอม เห็ดหอมทอดซีอิ๋ว และไส้อ่อนทอด รสชาติดี สั่ง มาทานควบคู่กับปลาจุ่ม  คือ ดีมาก แนะนำต้องมาทานร้านนี้ให้ได้ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 21:00 น

     

     

     

    เที่ยวบ้านไร่ ลานสัก อุทัยธานี มีของดีอีกมากมาย ออกมารีชาร์ตพลัง เติม ความสดชื่น ออกมากอดธรรมชาติให้หายเหนื่อย

     

    วีดีโอm่องเที่ยว

     

    Tags : , , , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน