• เที่ยวนครสวรรค์ 2 วัน 1 คืน

    นครสวรรค์ หรือเมืองปากน้ำโพ ที่หลายคนมองข้ามที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน เพราะส่วนใหญจะใช้เป็นแค่เพียงจังหวัดทางผ่าน ทั้งที่จริงแล้วนครสวรรค์ มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะวัด วาอาราม ที่มีความงดงามในระดับ Unseen ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงกว่า ทำให้เมืองปากน้ำโพ จึงเหมาะที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับใครหลายคนที่ชื่นชอบการเดินทางแบบไม่ต้องใช้เวลามาก  มาดูกันซิว่า 2 วัน 1 คืน จะเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

     

    เที่ยวนครสวรรค์ 2 วัน 1 คืน

     

    วันแรก

     

    10.00 น. ฟาร์มแกะทหารช่าง

    ออกเดินทางจากกรุงเพทกันแต่เช้าประมาณ 7 โมง กว่า มายงที่แรก ฟาร์มแกะทหารช่าง ตั้งอยู่ในค่ายจิรประวัติ  ตัวเมืองนครสวรรค์  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกษตรผสมผสาน บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีจุดถ่ายภาพสวยหลายโซน ทั้ง ฟาร์มแกะ สะพานกลางทุ่งนา บึงบัว  อุโมงค์พืชผัก ร้านกาแฟ และยังมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดย่อมที่รวมสัตว์ไว้หลากหลาย  รับรองว่าถูกใจคนชอบถ่ายภาพแน่นอน จัดเต็มขนาดนี้ แถมให้เข้าชมฟรี

     

     

    ฟาร์มแกะทหารช่าง อยู่ในความดูแลของกองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายจิรประวัติ  เดิมทีเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำนา เลี้ยงสัตว์ ของกำลังพลทหารช่าง และได้ทำศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ได้รับความสนใจจากประชาชน จึงได้พัฒนาปรับปรุงสถานที่ให้มีจุดดึงดูดประชาชนและ นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม โดยปรับปรุงให้มีฟาร์มเลี้ยงแกะ เลี้ยงแพะ เลี้ยงหมูป่า เลี้ยงม้า เลี้ยงไก่ เป็นต้น และทำพื้นที่ให้เป็นนาข้าว บัวหลวง ส่วนทุ่งปอเทือง ทุ่งดอกดาวเรือง ทานตะวัน ก็มีค่ะ แต่จะปลูกตามฤดูกาลในช่วงเดือนธ ค – ม ค

     

     

    โซนแรกตั้งอยู่ด้านหน้า  มีรั้วสีขาวล้อมรอบสนามหญ้าสีเขียวโล่งกว้าง  มีป้ายชื่อฟาร์มแกะอยู่ตรงลาง บ้านกังหันหลากสีสัน สามารถถ่ายรูปซื้อหญ้ากำละ 5 บาท ให้อาหารน้องแกะได้ด้วย ด้านหน้าฟาร์มมีมุมถ่ายภาพน่ารักหลายมุม ทั้งตู้โทรศัพท์ ติดกับฟาร์มแกะ มีร้านกาแฟตกแต่งแนววินเทจให้บริการ สามารถจิบเครื่องดื่มชมวิวฟาร์มแกะไปได้ด้วย ราคาเครื่องดื่มก็ขายให้กับนักท่องเที่ยวแบบไม่แพง แก้วละ 30-40 บาท แถมรสชาติเครื่องดื่มดีมากด้วย

     

     

    ภายในฟาร์มแกะทหารช่าง ยังมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดย่อมที่ ทำเป็นฟาร์มแนวธรรมชาติบ้านๆ มีสัตว์น้อยน่ารัก อีกหลายชีวิต ทั้งหมูป่า กวาง กระต่าย  ปลา ไก่ เป็ด ห่าน นกกระทา แพะ และ กบ บางจุดสามารถให้อาหารสัตว์ได้ โดยมีกระปุกสำหรับหยอดค่าอาหารแค่ 10 บาท ไว้บริเวณหน้ากรงสัตว์แต่ละตัว โซนนี้จะถูกใจเด็กๆเป็นพิเศษ

     

     

    ด้านหลังฟาร์มแกะ คือ ทุ่งนาข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของฟาร์มแกะทหารช่าง

     

     

    จากทุ่งนาก็มาถึงโซนสระบัว ซึ่งมีดอกบัวบ้านสะพรั่ง มีสะพานไม้ให้เดินเล่นชมบัว รวมทั้งกระท่อมน้อยกลางสระให้นั่งพักผ่อน ฟาร์มแกะทหารช่าง   อีกหนึ่งจุดเช็คอินสุดเก๋แห่งนครสวรรค์ ที่ไม่ควรพลาด  สถานที่สวยงามมากบรรยากาศดีมากๆเหมาะสำหรับมาเที่ยวแบบครอบครัว ที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงฟาร์มและธรรมชาติ รวมทั้งคนที่ชอบถ่ายภาพมาที่เดียวคุ้มมีจุดถ่ายภาพเพียบ

     

     

    ฟาร์มแกะทหารช่าง

    เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ถึง 18.00 น. เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

    พิกัด สถานที่ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เลี้ยวเข้ามาทางสี่แยกค่ายจิรประวัติ แล้วมุ่งหน้ามาทางสนามกอล์ฟค่ายจิรประวัติจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปทางวัดถือน้ำ ขับตรงไปประมาณ 200 เมตร ฟาร์มแกะจะอยู่ขวามือ

     

    11.30 น. อุทยานเทวสถานพระพิฆเนศ

    นครสวรรค์ มีองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ให้กราบสักการะบูชาขอพรเช่นกัน ที่ อุทยานเทวสถานพระพิฆเนศ   สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือแหล่งท่องเที่ยว  ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ไม่ไกลจากฟาร์มแกะทหารช่าง ค่ายจิรประวัติ  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นาน  ภายในเทวสถานพระพิฆเนศ มีการจัดสวนอย่างสวยงาม มีพระพิฆเนศปางประทานพร องค์ใหญ่สีชมพูสดใส มองเห็นเด่นเป็นสง่าแต่ไกล รวมทั้งเทวรูปเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมากมาย ปัจจุบันยังคงทยอยต่อเติม เพิ่มความสวยงามให้แก่สถานที่แห่งนี้ ด้วยงานปั้นฝีมือประณีตงดงาม ให้นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาเยี่ยมชมและสักการะ

     

     

    เทวสถานพระพิฆเนศ  เกิดจากความศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อองค์พระพิฆเนศ ของคุณแม่แดง ที่ได้สละพื้นที่ส่วนตัวเพื่อก่อสร้างเทวสถานแห่งนี้ขึ้น โดยเริ่มก่อตั้งช่วงปี พ.ศ. 2552 มาจนถึงปัจจุบัน สร้างจากแรงบันดาลใจของคุณแดงที่เลื่อมใสศรัทธาองค์พระพิฆเนศ ขอพรจากพระพิฆเนศหลายต่อหลายครั้ง และได้ตามคำขอพรนั้น ทำให้เกิดเป็นแรงศรัทธา อยากสร้างองค์พระพิฆเนศปางประธานพรสีชมพูองค์นี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนได้มาสักการะบูชา ขอพรให้เกิดความสำเร็จ เหมือนดั่งเช่นที่ตัวเองเคยประสบมา ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระพิฆเนศเป็นบุตรแห่งพระ ศิวะ และพระแม่ปาราวตี มีพลังในการปัดเป่าอุปสรรคจึงกลายเป็นเทพแห่งความสำเร็จ

     

     

    ด้านหน้า จะพบพระพิฆเนศปางประทานพร ที่เชื่อกันว่าหากต้องการขอพรสิ่งใดจะได้สมดังที่หวัง โดยจะมีเครื่องบูชาเป็นผลไม้และขนมโมทกะ รวมถึงดอกไม้ ธูปเทียน ไว้บริการให้ได้นำมาบูชากันด้วย ตรงข้ามกับองค์พระพิฆเนศ เป็นสวนต้นไม้ ประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผาและรูปปั้นต่างๆ มีความงดงามและร่มรื่น

     

     

    บริเวณข้างในเทวสถาน  เป็นที่ตั้งของอาคารไม้ 2 ชั้น ใหญ่โตโอ่อ่า ท่ามกลางสวนต้นไม้  เรียกว่า  ตำหนักแม่แดง ทางเดินเข้าไปบริเวณตำหนัก มีรูปปั้นพญานาคพ่อปู่นาคาศรีสุธโธ แม่ยานาคีศรีปทุมมา ที่มีสีสันและอ่อนช้อนสวยงาม ลำตัวทอดยาวไปจนเกือบถึงตำหนัก

     

     

    บริเวณหน้าตำหนักยังมีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่รูปปั้นพญาจระเข้ขอพรเรื่องโชคลาถ  ปู่ฤาษีชีวก โกมารภัจจ์ที่มีความเชื่อในเรื่องของการช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ แลยังมีรปปั้นทวยเทพต่างๆ เข้ามาภายในตำนักบริเวณชั้นล่าง เต็มไปด้วย พระพิฆเนศปางต่างๆ มากมายให้กราบไหว้ขอพร รวมทั้งสำหรับเช่าบูชาด้วย

     

     

    สำหรับใครที่ต้องการแปลงโฉมเป็นหนุ่มหรือสาวอินเดีย สำหรับถ่ายภาพเพื่อให้เข้ากับสถานที่  มีชุดให้เช้าใส่ด้วยในราคาชุดละ 150 -200 บาท เท่านั้น

     

     

    จากชั้นล่างไปยังชั้นสอง บริเวณบันไดทางขึ้น เป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระนารายณ์ทรงครุฑ ใหญ่โต มองดูน่าเกรงขาม เชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ที่มาสักการะให้แคล้วคลาด ปลอดภัย และมีโชคลาภ เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 2 ต้องตะลึงไปกับความสวยงามของสถานที่ซึ่งต้องแต่งสไตล์โมรอคโค ผสมอินเดีย ทั้งสีของผนัง ซุ้มประตู สีสัน สดใสสวยงามมาก ภายในประดิษฐาน รูปปั้นพระพิฆเนศ  องค์พระวิศณุกรรม องค์พระพิฆเนศและองค์พระแม่อุมาเทวี ให้เราได้กราบไหว้ขอพรกัน

     

     

    อุทยานเทวสถานพระพิฆเนศ นครสวรรค์

    เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา  8.00-18.00 น.เข้าชมฟรี

    ที่อยู่ 9/3 ม.1 ต.กลางแดด อำเภอเมืองนครสวรรค์ ไม่ไกลจากฟาร์มแกะทหารช่าง ข้ามาทางค่ายจิรประวัติ

    พิกัดที่ https://goo.gl/maps/KspgjeC6v7D2

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  คุณแดง 0848869393

     

    13.00 น. อาหารกลางวัน  หน้าผาปลาทอดมัน

    เที่ยวกันจนเหนื่อย ท้องเริ่มร้อง เรามาฝากท้องมื้อกลางวันกันที่ ร้านอาหารขึ้นชื่อแห่งนครสวรค์ หน้าผาปลาทอดมัน ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง  ใกล้ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่หน้าผา  รรยากาศร้าน เป็นร้านที่มีทั้งโซนห้องแอร์และโซนนอกห้องแอร์ ซึ่งหากมาในช่วงกลางวันหรือบ่ายลูกค้าส่วนใหญ่ ก็จะนั่งห้องแอร์ เพราะข้างนกอากาศค่อนข้างร้อน  สำหรับเมนู ขึ้นชื่อของร้านก็น่าจะเป็นเมนูเกี่ยวกับปลาน้ำจืดทั้งหลาย  ที่มีทั้งนำมา นึ่ง ทอด ผัด ต้มยำ แกง เรียกว่าครบ  โดยเฉพาะทอดมันปลากราย  ที่เด็ดมากต้องสั่ง

     

    son03032

    son03033

     

    เน้นสั่งเมนูแนะนำ ได้แก่ ทอดมันปลากราย กุ้งฝอยทอด ต้มส้มปลาม้า ปลาแรดทอดราดน้ำมะขาม อาหารทุกจานคอนเฟิรมว่าอร่อยมาก ติดใจรสชาติของต้มส้มปลาม้า น้ำแกงมีรสชาติกลมกล่อมมีความเปรี้ยวนิดๆ ซดน้ำแล้วคล่องคอ ประกอบกับปลาม้าที่สดจึงกลายเป็นเมนูที่ชอบมาก  ปลาแรดทอดราดน้ำมะขาม น้ำซอสที่ราดมาก็รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี

     

    son03044

    son03040

    son03046

     

    14.00 น. กลับเข้าที่พัก

    บ่ายสองเรากลับไปพักผ่อนยังที่พัก ซึ่งเราเลือกพักที่โรงแรมฮอบอิน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและสะดวกในการเดินทาง และเป็นโรงแรมใหม่ราคาไม่แพง เตียงนอนนุ่ม หลับสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ แค่หลักร้อยเท่านั้น  แต่สำหรับใครที่อยากมีตัวเลือกเพิ่ม สามารถเข้าไปค้นหาห้องพักในตัวเมืองนครสวรรค์กันได้ คลิ๊ก ที่พักนครสววรค์ 

     

     

     

    15.30 น. อุทยานสวรรค์ 

    รอให้แดดร่มช่วงบ่าย จากที่พักเพียง 5 นาที แวะไปอุทยานสวรรค์ ที่โดยปกติเวลานั่งรถผ่าน จ. นครสวรรค์จะเห็นวะดุดตาตลอด   จุดเด่นที่มองเห็นมาแต่ไกลคือมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง อุทยานสวรรค์  อุทยานสวรรค์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ติดกับทางหลวงสายเอเซีย ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมองเห็นรูปปั้นมังกรเด่นเป็นสง่า

     

     

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาชมความดงามของรูปปั้นมังกรและกราบไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม สามารถจอดรถด้านหน้า ภายในอุทยานสวรรค์เป็นพื้นที่โล่งกว้าง  มีมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่เด่นตระหง่านอยู่ตรงกลาง บนฐานวงกลมสูงรายล้อมด้วยมังกรขนาดเล็ก 4 ตัว หันหน้าไปคนละทิศ ที่ฐานวงกลมตกแต่งด้วยเมฆ มีศาลารอบ 4 หลัง และสะพานแบบสถาปัตยกรรมจีนเพื่อเป็นทางเดินเข้าไปยังมังกรสวรรค์ ด้านล่างเป็นสระบัว

     

     

    วันไหนที่ท้องฟ้าสวยงามทำให้มังกรที่อยู่กลางภาพดูโดดเด่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาก  เมื่อขึ้นไปยืนบนฐานมังกรจะเห็นบริเวณโดยรอบของอุทยานสวรรค์

     

     

    16.30 น. พาสาน

    อาคารสัญลักษณ์สุดล้ำแห่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คบริเวณเกาะยม จุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจในปากน้ำโพ ตัวแบบของ พาสาน เป็นเส้นสายโค้งมาบรรจบกันแลดูคล้ายการรวมตัวกันของสายน้ำ ในปัจจุบันกำลังเตรียมดำเนินการเพิ่มเติมภายในตัวอาคาร ทั้งในส่วนของการแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม อีกทั้งจะมีการติดตั้งระบบมัลติมีเดีย แสง สี เสียงที่สวยงาม ทันสมัยภายนอกอาคาร แต่ ณ เวลานี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบได้ตลอดเวลา

     

     

    พาสาน ตั้งอยู่ในตัวเมืองนครสวรรค์ ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวสำคัญแห่งอื่น  สำหรับการเดินทางมาง่ายมาก สามารถตั้ง google maps พิมพ์คำว่า พาสาน จะพามาถึงจุดหมายได้แบบตรงเป๊ะ เมื่อใกล้ถึงตลอดเส้นทางเข้ามีป้ายบอกตลอด  มาถึงแล้วจอดรถบริเวณลานจอดรถด้านหน้า จากนั้นเดินเข้าไปเพื่อถ่ายภาพและชมอาคารสถาปัตยกรรมได้ตามอัธยาศัย เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจะนั่งเรือข้ามไปฝั่ง พา-สาน เพื่อชมความงดงามของต้นน้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามพาสานจะมีบริการเรือข้ามฟากมาส่งที่ตัวอาคารพสานเลย โดยคิดอัตราค่าบริการคนละ 30 บาท แต่อาจต้องรอคนเต็มเรือ

     

     

    ชื่อ“พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” คือ การรวมกัน แต่ “พาสาน” คือ การพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่าง คน สถานที่ และช่วงเวลา โดยมีรูปแบบอาคารที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยาถูกสะท้อนออกมา ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นริมน้ำได้อย่างกลมกลืนกับ ลักษณะโครงสร้างคล้ายเส้นสายที่สอดประสานกันมาบรรจบที่ปลาย สื่อถึงการรวมตัวกันของแม่น้ำหลักจาก 4 สาย มาประสานกันเป็นสองสายและรวมเป็นหนึ่งเดียว อาคารถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นให้สามารถคงอยู่ในสภาพภูมิประเทศ ที่จะมีน้ำขึ้นสูงในช่วงฤดูน้ำหลาก เป็นลักษณะของอาคารที่ยกโค้งพ้นน้ำ ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวสามารถพายเรือลอดส่วนโค้งของอาคาร ชมความงามของริมฝั่งน้ำตลอดจนความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ท่ามกลางสายน้ำ

     

     

    ในส่วนของอาคารนั้นสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาจจะมีแค่เก็บรายละเอียดและเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่จัดแสดง ช่วงเวลาที่แนะนำ คือ ช่วงเช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆไปจนถึงค่ำ เพราะแดดจะไม่ร้อนมาก และสามารถชมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อีกด้วย หากมาช่วงเย็นน่าจะสวยที่สุด เพราะพระอาทิตย์จะตกบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำบริเวณที่เป็นชุมชนและอาคารบ้านเรือน มองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมอาคารที่สวยงามพอดี

     

     

    จากด้านล่างมีบันไดสำหรับขึ้นไปชมวิวข้างบน มองเห็นวิวของคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม เดินไปสุดทางจะพบกับ ลานประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม

     

     

    19.00 น. ร้านข้าวต้มนัดพบ

    มื้อค่ำของเรา ร้านข้าวต้มนัดพบ ร้านเก่าแก่ของนครสวรรค์  ที่ทานบ่อยมากเพราะวลาเที่ยวทางเหนือขากลับ จะมาค่ำที่นครสวรรค์ จะแวะทานมื้อเย็นหรือมื้อดึกที่ร้านนี้ตลอด  เป็นร้านข้าวต้มที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดโรงเรียนสตรีนครสวรรค์  เป็นร้านที่ตั้งอยู่นมริมถนน เน้นเป็นเมนูข้าวต้มและกับต่างๆ ขายในราคาไม่แพง

     

    son03078

    son03075

     

    เมนูเด็ดที่ทำให้ต้องแวะทานร้านนี้บ่อย คือ เป็ดพะโล้ ที่มีทั้งเนื้อเป็ด ไส้เป็ด ที่เนื้อนุ่มละมุนลิ้น  อีกหนึ่งเมนู คือ ต้มหน่อไม้จีน น้ำซุปกลมกล่มหอมเครื่องเทศ หน่อไม่ต้มมาอย่างนิ่ม ทานคู่กับเป็ดพะโล้ เข้ากันเป็นอย่างดี  ส่วนเมนูอื่นๆ นั่นโดยส่วนตัว คือ รสชาติปานกลางเหมือนร้านทั่วไป

     

    son03081

    son03083

    son03086

     

    วันที่สอง

     

    07.30 น.  ต้มเลือดหมูแม่ประยูร

    เช้าๆ ต้องหาต้มเลือดหมู ซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องคอหน่อย ไม่ไกลจากที่พักของเรา มีต้มเลือดหมูเจ้าดังของนครสวรรค์ คือ ร้านแม่ประยูร เราก็พุ่งไปอีกตามเคย ช่วงเช้าเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ร้านนี้ขายทั้งต้มเลือดหมู โจ๊ก ข้าวต้ม  ต้มเลือดหมูใส่ทั้งตำลึงและผักจิงจูฉ่าย สามารถสั่งเพิ่มได้ อีกอย่างที่ควรสั่งมากินคู่กัน คือกากหมู จานละ 10 บาท กรอบเคี้ยวเพลินมาก  สำหรับรสชาติของต้มเลือดหมู โดยส่วนตัวเราว่าน้ำซุปยังไม่ค่อยกลมกล่อมมาก

     

    son03092

    son03094

    son03096

     

    08.30 น. วัดคีรีวงศ์

    วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนยอดเขา ในตัวอำเภอเมือง สิ่งที่โดดเด่น คือ องค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คือพระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นทองเหลืองอร่ามไปทั้งเจดีย์  เนื่องจากวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้มองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ ยิ่งในช่วงเวลายามพระอาทิตย์ตก จะเป็นภาพที่งดงามชวนให้หลงใหลในภาพที่ธรรมชาติตกแต่งขึ้น

     

     

    พระจุฬามณีเจดีย์ เป็นองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาด้านในเจดีย์ มีทั้งหมดสี่ชั้น ด้านหน้าบนฐานชั้นแรกเป็นที่จุดธูปเทียนบูชา ชั้นที่สองจะมี รูปหล่อเหมือนขนาดเท่าองค์จริงของพระชื่อดังหลายองค์

     

     

    วิวทิวทัศน์ รอบพระเจดีย์  มองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ ชั้นที่สามพระจุฬามณีเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยไว้ไห้ ประชาชนได้กราบไว้บูชามีพระแก้วมรกต พระพุทธชินราช  พระพุทธโสธร พระพุทธรูปวัดไร่ขิง นอกจากนั้นยังมีการทำบุญถวายสังฆทานกับพระอาจารย์ ทางด้านในอีกด้วย

     

     

    ขึ้นไปทางชั้นบนสุดของมหาเจดีย์ มีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เกี่ยวกับพุทธประวัติสวยงามมาก ๆตรงกลางจะ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้บนแท่นเจดีย์องค์เล็ก เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา

     

     

    นอกจากนี้ภายในวัดคีรีวงศ์ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดิษฐานอยู่ด้านนอก ได้แก่ พระพุทธศิวฤทธิ์นิมิตธรรมโฆษ พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งของวัดคีรีวงศ์ เป็นพระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธชินสีห์ วัดคีรีวงศ์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ เป็นศิลปะที่ผสมระหว่างเชียงแสน สุโขทัยและรัตนโกสินทร์ คือ ขัดสมาธิเพชร เกตุดอกบัวตูม สังฆาฏิสั้น แบบพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน พระพักตร์ ส่วนองค์และพระพาหาเป็นสมัยสุโขทัย ส่วนแท่นพระเป็นสมัยรัตนโกสินทร์

     

     

    จากนั้นแวะ หอชมเมืองนครสวรรค์  ติดกับวัดคีรีวงศ์ ในเส้นทางเดียวกัน  แต่หอชมเมืองจะถึงก่อน ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ เมืองนครสวรรค์ ลักษณะของหอมีความสูงทั้งสิ้น 32 เมตร  สำหรับชมวิวตัวเมืองนครสวรรค์และอำเภอใกล้เคียงแบบ 360 องศา และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองนครสวรรค์ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร โดยทิศตะวันออกจะเห็นทิวทัศน์เขากบและบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นน้ำเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ส่วนด้านทิศตะวันตกจะพบความสวยงามของทิวเขาเป็นฉากธรรมชาติที่งดงาม อีกทั้งยังมีการจัดเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน กล้องส่องทางไกล

     

     

    สำหรับการขึ้นไปยังชั้นบนสุด มีลิฟต์ให้บริการไปถึงชั้น 9  จากนั้นขึ้นบันไดวนไปนิดนึงก็จะถึงชั้นบนสุด  เปิดทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.00 น – 16.30 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุกนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 10.00 น – 20.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก ราคา 10 บาท ผู้ใหญ่ ราคา 20 บาท

     

     

    11.00 น. วัดศรีอุทุมพร

    วันที่สองจะเน้นสายธรรมมะ คือ มุ่งเข้าวัด เพราะนครสวรรค์ มีวัดสวยน่าเที่ยวหลายแห่ง เรามุ่งหน้าไปยัง วัดศรีอุทุมพร หรือ วัดหลวงพ่อจ้อย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร  เป็นวัดที่ชาวนครสวรรค์ให้ความเคารพศรัทธาเพราะเป็นวัดที่หลวงพ่อจ้อย เกจิชื่อดังแห่งเมืองปากน้ำโพเคยเป็นเจ้าอาวาสจนละสังขาร  ท่านเป็นพระนักพัฒนาผู้ได้สมญานามว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองปากน้ำโพ”  ปัจจุบันทางวัดได้เก็บสรีระสังขารของหลวงพ่อจ้อย ไว้ในมณฑป สามารถมาสักการะกราบไหว้ได้ นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยงานปูนเปือยผสมเครื่องเบญจรงค์และกระเบื้อง มีความงดงามอ่อนช้อย สีสรรสวยงาม ทั้ง มณฑป อุโบสถลอยฟ้าเสาร้อยต้น ศาลาทรงไทยเ ป็นต้น

     

     

    เมื่อมาถึงจะสะดุดตากับมณฑปสีแดงเข้ม และเจดีย์สีขาวที่ตั้งอยู่ขนาบข้าง มีซุ้มประตูและบันไดนาคทอดยาว มีลวดลายปูนปั้นและแกะสลักมีความสวยงามอ่อนช้อยยิ่งนัก ทั้งปูนปั้นพญานาค ช้างสามเศียร องค์เทพสีขาวที่ยืนเฝ้าระหว่างบันไดทางเดิน และพญายักษ์ที่อยู่ระหว่างประตูทางเข้า

     

    ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระประธานและสรีระสังขารของหลวงพ่อจ้อยที่ไม่เน่าเปื่อยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการบูชา ผนังมีภาพวาดเกี่ยวกับพุทธศาสนา และลวดลายลงรักปิดทอง สีสันสวยงาม

     

    ด้านข้างมณฑป มีอุโบสถ์ 2 ชั้น มีความสวยงามอ่อนช้อยและละเอียดอ่อนของฝีมือช่าง บริเวณประตูทางเข้าชั้นล่างสร้างเป็นรูปปั้นหนุมานอ้าปาก เมื่อเข้าไปข้างในจะตะลึงกับลวดลายปูนปั้นและกระเบื้องสีสันสวยงาม ทั้งบริเวณเสา ผนัง เพดาน  ตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่างๆมากมาย  นอกจากนี้ยังมีหอกลองหอระฆัง เป็นเรือนไม้สักทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธรูปหยกเขียว และหุ่นขี้ผึ้งเกจิอาจารย์ต่างๆ หอมีดอาคม ภายในมีมีดหมอหนัก 3 ตัน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งวัดในนครสวรรค์ที่สวยงามมาก และไม่ควรพลาดมาชมสถาปัตยกรรมที่ดูอ่อนช้อนแปลกตาที่วัดแห่งนี้

     

     

     

    14.00 น. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ 

    ขากลับกรุงเทพ เรายอมออกนอกเส้นทางถนนหลักเพื่อไปยังวัดที่ตั้งใจอยากแวะมานานแต่ไม่มีโอกาส  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์   เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอท่าตะโก สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม คือ  เจดีย์ศรีพุทธคยาที่ตั้งโดดเด่นบนยอดเขา จำลองแบบสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์มาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย

     

     

    เนื่องจาก เจดีย์ศรีพุทธคยา ตั้งอยู่บนยอดเขา ซึ่งเส้นทางขึ้นไปถึงเจดีย์นั้นค่อนข้างแคบและชันมาก รถไม่สามารถสวนกันได้ ทางวักจึงไม่อนุญาติให้นำรถส่วนตัวทุกชนิดขึ้นไป ต้องจอดรถไว้บริเวณลานจอดรถตรงโรงทานแล้วใช้บริการรถสองแถวที่ได้จัดเตรียมไว้โดยคิดค่าโดยสารคนละ 40 บาท ไปกลับ  หรือจะขึ้นบันไดให้เดินขึ้นไปขึ้นสู่ เจดีย์ศรีพุทธคยาโดยตรง  183 ขั้น ซึ่งในระหว่างทางก็มีจุดให้แวะชมวิวถ่ายภาพหลายจุด

     

     

    เราเลือกใช้บริการรถสองแถว  จุดแรกที่รถสองแถว พาแวะ คือ ลานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด สูงกว่าที่ตั้งของเจดีย์พุทธคยา จุดนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็มีความงดงามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเจดีย์ ซึ่งภายในประดิษฐานฐาน พระประทานคล้ายกับพรแก้วมรกต และพระพุทธรูปต่างๆ

     

    จากนั้นรถสองแถวพาไปยังเจดีย์พุทธคยาจำลอง งดงามด้วยหินแกะสลักสีแดง ฐานเสีขาว ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น มีความสวยงามแปลกตา ความพิเศษของเจดีย์พุทธคยา คือ พระพุทธรูปรอบเจดีย์ที่เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ทาด้วยสีทอง ประดิษฐานตามช่องรอบพระเจดีย์ศรีพุทธคยา เป็นพระพุทธรูปศิลปะไทยผสมอินเดียพุทธลักษณะ เป็นปางประทานพร ปางมารชัย ปางลีลา ปางสมาธิ  ซึ่งมีทั้งปางประทับยืนและปางประทับนั่ง บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย ภายในเจดีย์ ชั้นล่างเป็นสถานที่ใช้ปฏิบัติธรรม ประดิษฐาน สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพ่อดำ แกะสลักจากหินพิเศษ ซึ่งได้จากภายในวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์

     

     

    บริเวณด้านหน้าเจดีย์ศรีพุทธคยา คือ ลานพระธรรมจักร ประดิษฐานแท่นพระธรรมจักร มีหินทรายแกะสลักเป็นรูปกวางและแท่นหิน 8 เหลี่ยม ที่แกะจากหินทรายสลักเป็นรูปมงคลต่างๆ มองลงไปเห็น บันได 183 และเครื่องหมายหยินหยาง มีทางเดินด้านข้างของลานสร้างหลังคาคลุมเพื่อเดินเข้าสู่องค์เจดีย์ มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามเบื้องล่าง  สามารถมองเห็นวิว 360 องศา ในช่วงฤดูทำนาจะมองเห็นวิวของทุ่งนาเขียวขจีเป็นผืนใหญ่กว้างสุดสายตา บรรยากาศข้างบนลมพัดเย็นสบาย

     

     

    จบทริป 2 วัน 1 คืน นครสวรรค์ เมืองที่ไม่อยากให้มองข้ามไป หากใครชอบเที่ยววัดสวยๆ และชอบสถานที่ท่องเที่ยวน่ารัก ถ่ายภาพสนุก นอกจากบึ่งบอระเพ็ด ที่เราคุ้นเคยแล้ว นครสวรรค์ก็ยังมีจุดเช็คอินเที่ยวอีกมากมาย

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน