• เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน

    อยากมาพักผ่อน เที่ยวแบบใกล้กรุงเทพกาญจนบุรี ยังคงเป็นจังหวัดที่นึกถึงเสมอ  ทั้งเดินทางมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับและค้างคืน แค่ได้เที่ยวเล่นในตัวเมืองกาญและสถานที่ใกล้เคียง ก็มีครบทุกสิ่ง ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และคาเฟ่น่านั่งสวย มากมาย  2 วัน 1 คืน เรามาเที่ยวแบบเบาๆ ในตัวเมืองกาญกันเถอะ

     

     เที่ยวกาญจนบุรี-2-วัน-1-คืน

     

    10.30 น. ต้นจามจุรียักษ์

    มาเที่ยวชม โฉมใหม่ของ ต้นจามจุรียักษ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรี  โดยได้จัดทำสะพานไม้เป็นวงกลมรอบต้นไม้  เพื่อช่วยป้องกันให้นักท่องเที่ยวไม่เดินไปเหยียบรากต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี  พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ด้วยการจัดทำสวยหย่อมขนาดย่อมนำไม้ดอก ไม้ประดับมาปลูก เพื่อให้มีความสวยงามชวนมองมากขึ้น ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง บ้านกสิกรรม ตำบลเกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบกผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ เมื่อมาถึงกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1  ให้เข้าไปข้างใน ต้นจามจุรียักษ์จะอยู่ข้างในกรมการสัตว์ทหารบก  เมื่อเข้าไปข้างในกรมจะมีทางแยกให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปเรื่อยๆจะมีป้าย บอกตลอดทาง ไม่มีค่าเข้าชม

     

    ต้นจามจุรียักษ์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีมากนัก เมื่อมาถึงจะตื่นเต้น และตะลึงในความใหญ่โตของต้นไม้และกิ่งก้านสาขาสวยงามร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10  คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75  เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา  ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก เมื่อมาถึงภายในบริเวณต้นจามจุรีมีที่จอดรถหลายจุด มีพื้นที่ขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมืองของชุมชน และน้ำดื่มตั้งอยู่ด้านหน้า

     

    โดยส่วนตัวรู้สึกว่า การสร้างสะพานให้เดินแบบนี้ดีมาก เพราะทำให้ไม่ไปเหยียบหรือนั่งบนรากไม้ อยากนั่งพักผ่อน ถ่ายรูปชมบรรยกาศ ก็มีพื้นที่เป็นวัดส่วนคือ นั่งบนขอบสะพานได้เลย ใครที่ชอบถ่ายรูปถ่ายจากบนสะพานก็สวยเหมือนกัน ได้มุมมองที่สวยไปอีกแบบหนึ่ง ถ่ายภาพสนุกได้เหมือนเดิม แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ทำลายธรรมชาติด้วย ที่สำคัญควรปฏิบัติตามกฎ พยามเดินบนสะพาน อย่าลงไปเหยียบรากต้นไม้หรือพื้นหญ้าด้านล่าง เพราะวันที่เดินทางไปยังเห็นมีคนลงไปเดินบนพื้นหญ้าอยู่ ทั้งๆที่เขียนป้ายห้ามไว้อย่างชัดเจน

     

     

    นอกจากทางเดินวงกลมรอบต้นจามจุรียักษ์แล้ว ยังมีการทำสะพานทอดยาว เชื่อมไปยังพื้นที่ได้นอก กลายเป็นมุมถ่ายรูปไปอีก  หันมองกลับมาจากสะพานก็จะเห็นภาพของต้นจามจุรีแบบครอบคลุมทั้งต้น

     

     

    หรือหากอยากถ่ายภาพให้เห็นต้นไม้ทั้งต้น ได้มุมที่เห็นกิ่งก้าน สาขา แบบชัดเจน  เดินลงมาที่สวนหย่อม มีการจัดทำทางเดินไว้  มองจากมุมนี้ก็ได้เห็นแบบครอบคลุม แถมมีสะพานมาเพิ่ม ได้องค์ประกอบที่สวยไปอีกมุมหนึ่ง  แวะมาถ่ายภาพเซลฟี่กับต้นจามจุรียักษ์หรือจะเป็นภาพพาโนรามาในมุมกว้าง สวยงามน่าประทับใจ มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี ไม่ควรพลาด

     

     

     

    12.00 น. วิลเลจฟาร์มคาเฟ่

    ได้เวลาของมื้อเที่ยงมุ่งหน้าไปยัง  วิลเลจฟาร์มคาเฟ่ คาเฟ่สุดโมเดิร์นแห่งกาญจนบุรี ที่ตกแต่งบรรยากาศในสไตล์ฟาร์ม เป็นคาเฟ่ในเครือของร้านอาหารคีรีมันตราตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน  วิวหลังร้านคือวิวเดียวกัน คือ โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาเขียวขจีที่เบื้องหน้าคือสระน้ำที่ประดับน้ำพุ จัดทำเป็นลานไม้ยื่นไปในสระน้ำ สำหรับนั่งเล่น เดินชมวิวรับอากาศบริสุทธิ์ได้แบบเต็มปอด แถมมีทุ่งหญ้าสีขาวพริ้วไหวติดกับโรงเรือนปลูกผัก ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันได้แบบชวนฝันอีกด้วย  นอกจากบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว เรื่องของเมนูอาหารและเครื่องดื่มก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยเน้นอาหารสไตล์ฟิวชั่นคัดสรรวัตถุดิบที่มีความสดใหม่ในทุกเมนู

     

     

    ตัวร้านเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหลังคาจั่ว แบบเรือนกระจกคล้ายกับโรงนา 4 หลังติดกัน ภายในร้านกว้างขวางมีความโปร่ง โล่ง ตกแต่งทันสมัยแนวลอฟต์ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นที่บ้าน แต่ละมุมประดับด้วยของกระจุกกระจิกน่ารักหลายมุม ทั้งดอกไม้แห้ง  ต้นกระบองเพชร และข้าวของเครื่องใช้ที่สื่อถึงความเป็นโรงนา ที่นั่งมีหลายแบบ ทั้งโซนห้องแอร์มีทั้งแบบโต๊ะ เก้าอี้  เก้าอี้ทรงสูง เก้าอี้อาร์มแชร์นุ่มสบาย และโซฟาขนาดเล็ก และที่นั่งข้างนอกแบบโอเพ่นแอร์ตกแต่งด้วยสวนกระถางลอยฟ้า สามารถมองเห็นวิวเขาภูเขาได้แบบชัดเจน

     

    เมนูอาหารมีทั้งเครื่องดื่ม ของหวานและอาหารคาวโดยเน้นอาหารแนวฟิวชั่นเพื่อสุขภาพ อาหารจานใหญ่รสชาติอร่อยทุกเมนูที่สั่ง ทั้งสเต๊กซี่โครงหมู สลัดแซลม่อนแซ่บ เห็ดหอมนึ่งซีอิ๋ว ทุกจานตกแต่งมาอย่างสวยงาม มีผักสดเป็นส่วนประกอบ  หน้าตาน่าทาน ส่วนราคาถือว่าเป็นระดับราคาที่ไม่แพงมากเริ่มที่หลักร้อยต้นๆ  วัตถุดิบดีงามผักสดกรอบ ปริมาณค่อนข้างเยอะ ถือว่าคุ้มค่ากับราคาอาหาร ที่สำคัญหากใครคิดว่ามาทานอาหารร้านดังแล้วคนเยอะอาจต้อนรอนาน  พนักงานบริการดียิ้มแย้มแจ่มใส ยอมรับในเรื่องของระบบจัดการของร้านที่ทำได้ดีมาก

     

     

    ของหวานที่เป็นซิกเนอเจอร์ของร้าน ที่เห็นสั่งกันทุกโต๊ะจนต้องสั่งตามเพาะมีความน่ารักมาก เราเรียกว่าขนมเต่าน้อย ตัวเต่าเป็นขนมปังแบบนิ่มสอดไส้ครีม มาพร้อมกับไอศครีมเมล่อน และเมล่อนสด ตรงพื้นสีเขียวโรยด้วยเกร็ดอะไรสักอย่างไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรแต่อร่อยมาก ส่วนเครื่องดื่มสั่งเมล่อนมะนาว  ซึ่งป็นเครื่องดื่มซิกเนอเจร์เช่นกัน รสชาติดี

     

     

    จากตัวร้านสามารถเดินเล่นชมวิว ผ่านร้านขายของที่ระลึก และอุโมงค์ต้นไผ่ที่อยู่ด้านข้างทอดยาวสวยงามมาก ไปจนถึงสระน้ำที่มีระเบียงชมวิวและน้ำพุอยู่ตรงกลาง ให้ความรู้สึกแบบธรรมชาติมากๆ บริเวณโรงเรือนปลูกผัก ซึ่งในช่วงนี้ทุ่งหญ้าสีขาวสวยงามพริ้วไหวซึ่งช่วงนี้กำลังเบ่งบาน ถ่ายรูปได้แบบคูลๆ

     

     

     

    Village farm to café

    ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค จ.กาญจนบุรี (ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 8 กิโลเมตร) ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหารคีรีมันตรา

    เปิดให้บริการ : ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-21.00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30-21.00 น.

    https://www.facebook.com/TheVillageFarmToCafe/

     

    14.00 น. ปราสาทเมืองสิงห์

    อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือใน อำเภอไทรโยค  แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง  ปราสาทเมืองสิงห์ มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายาน เป็นโบราณสถานเพียงแห่งเดียว ในเมืองกาญจนบุรีที่เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบขอม โดยสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรมมีความคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมปราสาทหินในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม

     

    pb040171

    dsc_0313

    dsc_0386

     

    ภายในปราสาทเมืองสิงห์มีโบราณสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น โบราณสถานหมายเลข 1 เป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นและสมบูรณ์กว่าโบราณสถานจุดอื่น โดยตั้งอยู่บริเวณใจกลางด้านหน้าของตัวเมือง  เมื่อเดินเข้าไปชมภายใน รับรู้ได้ถึงความเก่าแก่ งดงาม และมีมนต์ขลัง มีมุมให้ถ่ายภาพหลากหลายมุม

     

    dsc_0374

    dsc_0362

    dsc_0315

     

    เดินเข้ามาชมโบราณสถาน หมายเลข 2  เป็นปราสาทซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณสถานหมายเลข 1 แต่มีขนาดเล็กกว่า สภาพโบราณสถานค่อนข้างชำรุดมาก ตัวปราสาท ตั้งอยู่บนฐานเขียง รูปสี่เหลี่ยม ลดหลั่นกัน 2 ชั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว  ประติมากรรมที่พบ ได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นางปรัชญาปารมิตา เป็นฝีมือช่างหลวงเมืองพระนครธม

     

    dsc_0322

    pb040232

    pb040221

     

    รายละเอียดการเข้าชม

    – ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

    – ค่าธรรมเนียมรถโดยสารสำหรับรถยนต์คันละ 50 บาท จักรยานยนต์คันละ 20 บาท และจักรยานคันละ 10 บาท

    – เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8:00-16:30 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 034-528-456

     

    16.00 น. เข้าที่พักในตัวเมืองกาญ  มีที่พักให้เลือกมากมาย คลิ๊ก  ที่พักเมืองกาญจนบุรี 

     

     

    วันที่ 2

    10.00 น. วัดถ้ำพุหว้า

    วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง ตัววัดเป็นศิลปะแบบขอมประยุกต์ที่สวยงาม เป็นวัดป่าอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา ปัจจุบันได้รับการ บูรณะให้สวยงามอลังการด้วยการสร้างอุโบสถหินทราย มีการแกะสลักลวดลายรอบอุโบสถได้อ่อนช้อยงดงามครอบตัวถ้ำไว้ ใกล้กับพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อให้ พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้อีกด้วย

     

    dew_3817

    dew_3812

     

    ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติมีปล่องแสงภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่อง ลงมา มีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสหภาพเมียนมาร์ประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน

     

    dew_3833

    dew_3870

    dew_3875

    dew_3888

      

    12.00 น. U & ME Café

    แต่งตัวกันให้สวยเก๋สุดพลัง มาถ่ายรูปสุดเก๋กับรังนก ที่ U&ME Cafe กาญจนบุรี  ซึ่งเดิมคาเฟ่แห่งนี้โด่งดังด้วยบรรยากาศของทุ่งปอเทืองท่ามกลางทางเดินไม่ไผ้ แต่ตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนใหม่เป็นคาเฟ่รังนกสไตล์บาหลีแห่งแรกในเมืองไทย ที่มีมุมเป็นทางเดินไม้ไผ่ และมีรังนกแบบต่างๆ ถึง 6 แบบ ให้ได้ครีเอทท่าถ่ายภาพกันได้ตามใจชอบ จะมาในลุคโบฮิเมียน ลุคคุณหนูกรุยราย หรือลุคเทห่คูล  ก็ถ่ายมาได้สวยเก๋ได้ไม้แพ้ใคร

    U&ME Cafe กาญจนบุรี  ตั้งอยู่ในปั้มน้ำมัน PT อำเภอพนมทวน  กาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ประมาณ 10 กิโล เมื่อมาถึงสามารถจอดรถภายในปั้มน้ำมันได้เลย หรือเข้าจอดรถด้านหลังปั้มได้ หากมาในวันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะสักหน่อยอาจมีที่ต้งออกมาจอดบริเวณริมถนนหน้าปั้ม  โดยร้านจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ คาเฟ่สำหรับนั่งทานอาหารซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตรงจุดนี้  และอีกโซนคือ พื้นที่ถ่ายภาพรังนกบาหลี ซึ่งการเข้าไปถ่ายภาพได้นั้นต้องซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารแล้วนำบิลยื่นบริเวณทางเข้ากับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เข้าไปถ่ายภาพข้างใน  ระหว่างรอก็ขอบิลเพื่อเข้าไปถ่ายภาพรอก่อนได้ สำหรับอาหารมีเมนูให้เลือกมากมายทั้งเครื่องดื่มและอาหารคาวหวาน รสชาติอาหารโดบรวมปานกลาง แต่แอบติดใจโรตีแกงเขียวหวาน รสชาติดี

     

     

    บริเวณด้านหลังร้าน คือ โซนถ่ายภาพจัดแต่งเป็นสวนกว้างขวาง โดยมี สะพานไม้ฉันรักเธอ เป็นทางเดินไม้ไผ่ทอดยาวท่ามกลางทุ่งหญ้าและดอกไม้ โดยมีจุดต่างๆ ให้แวะถ่ายภาพได้ตลอดทาง เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าซึ่งเป็นภาพเพ้นท์กำแพงกราฟิคตี้สีสันสดใส ข้างล่างจะเป็นมุมรูปปั้นนกฟรามิงโก้สีชมพู มุมที่นั่งแบบตาข่าย และกระเช้านั่งแบบแขวนประดับด้วยดอกไม้

     

     

    ทางเดินสะพานไม้ ที่ประดับด้วยดอกหญ้าพริ้วไหว มีโซนนั่งทานอาหารในสวนรังนกชมวิวแบบชิว และมีมุมถ่ายภาพตลอดทาง เดินผ่านสะพานไม้ไผ่ก็จะเจอกับรังนกไม้แบบแขวน 2 จุด จะโพสต์ท่าแบบไหนก็ครีเอทกันได้ตามใจชอบ หากมาเที่ยวในช่วงวันหยุดคนจะเยอะต้องรอคิวถ่ายภาพสักหน่อย เมื่อเดินไปจนสุดทางจะเป็นรังนกแบบตั้งสูงกับต้นไม้ ซึ่งมีทั้งแบบกลม และแบบไม้ซี่วงกลมแบบเท่ห์อลังการมาก

     

     

    หอคอยวิว360 องศาที่มีมุมนั่งเล่นและ มุมเปลเชือก อีกหนึ่งจุดเช็คอิน ถ่ายภาพเก๋ๆสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป แต่งตัวมาแบบจัดเต็มมาโพสต์ท่าชิคกันให้สุดพลัง ที่ U&ME Cafeกาญจนบุรี

     

     

    U&ME Cafeกาญจนบุรี
    ที่อยู่ : ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน กาญจนบุรี อยู่ในปั๊มน้ำมัน PT ริมถนนหมายเลข 324 (อู่ทอง-กาญจนบุรี) ฝั่งขาเข้าเมืองกาญจนบุรี

    เปิดให้บรการทุกวัน  : 8:00 – 20:00

    การเข้าไปถ่ายภาพสวนรังนก

    1 หากเป็นลูกค้าที่มาทานอาหาร สามารถนำบิลเครื่องดื่มหรืออาหาร มายื่นตรงทางเข้าได้เลย

    2 หากต้องการมาเพื่อถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว เสียค่าเข้าคนละ 50 บาท

    โทร : 082-388-7711
    เฟสบุค คลิ๊ก :  U&ME Cafe

     

    14.00 น.  Banana farm

    ปืดท้ายทริปของเรากันที่ บานาน่าฟาร์ม Banana Farm   ร้านอาหารสุดชิล ท่ามกลางสวนกล้วยกันที่  ซึ่งนอกจากจะให้เราได้อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มหลากเมนูในราคาไม่แพงแล้ว ยังได้อิ่มกับบรรยากาศที่นั่งแบบกระท่อมริมร่องน้ำท่ามกลางสวนกล้วยแสนร่มรื่น พิเศษสุด คือ สะพานบนยอดกล้วย เป็นทางเดินลอยฟ้าประดับด้วยร่มหลากสี เมื่อมองลงมาเห็นวิวร่องน้ำและสวนกล้วยได้จากมุมสูงสวยงามมาก

     

     

    บานาน่าฟาร์ม ตั้งอยูริมถนนพนมทวน-กาญจนบุรี  แถวทุ่งสมอ ตัวร้านกว้างมาก มีที่นั่งให้เลือกหลายโซน โดยด้านหน้าร้านเป็นร้านที่นั่งในอาคารมีทั้งแบบห้องแอร์ซึ่งมีพื้นที่ไม่กว้างมาก  ถัดไปเป็นโซนโต๊ะนั่งแบบเอาดอร์  ส่วนด้านข้างเป็นลานจอดรถกว้างขวาง และมีร้านค้าชุมชน

     

     

    ด้านหลัง คือ ที่นั่งท่ามกลางสวนกล้วยเป็นซุ้มนั่งแบบกระท่อมน้อยท่ามกลางของธรรมชาติ ติดริมน้ำกลางร่องสวน ซึ่งมีที่นั่งหลายซุ้ม บรรยากาศแบบสบายๆเหมือนนั่งงเล่นอยู่ในบ้านสวนต่างจังหวัด  มีเรือสำหรับพายเล่น แปลชิงช้า  และสะพานข้ามร่องสวนแบบเก๋ๆเชื่อมไปยังโซนที่นั่งในแต่ละฝั่ง  เรียกได้ว่าได้ซึมซับบรรยากาศความสดชื่นของธรรมชาติได้แบบเต็มอิ่ม

     

     

    สำหรับอาหารมีเมนูให้เลือกเยอะมาก แถมราคาไม่แพงเริ่มต้นที่หลักสิบถึงร้อยต้นๆ ส่วนรสชาติอาหารนั้นโดยส่วนตัว ถือว่าบางเมนูรสชาติกลางๆ แต่แอบติดใจน้ำพริกบานาน่า รสชาติดี ได้นั่งทานอาหารรับลมเย็นในบรรยากาศที่นั่งไปได้เรื่อยๆก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

     

     

    มุมไฮไลท์ที่ทุกคนต้องไม่พลาด คือ สะพานลอยฟ้าบนยอดกล้วย ที่ทอดยาวเป็นทางผ่านไปยังร้านอาหารและโซนที่นั่งต่างๆ เมื่อมองลงมาเห็นวิวสวยมากเป็นมุมมองกว้างแบบพาโนราม่า  แถมมีลดพัดเย็นสบาย สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพตัวเอง รับรองถูกใจเพราะมุมให้โพสต์ท่าสวยๆมากมาย

     

     

    Banana Farm  บานาน่าฟาร์ม กาญจนบุรี
    ที่อยู่ : 184 ต.ทุ่งสมอ อำเภอ พนมทวน ริมถนนสายอู่ทอง- กาญจนบุรี ฝั่งขาออกจากเมืองกาญจน์
    เวลาทำการ : 08.00-20.00 น. (หยุดวันจันทร์)

    เโทร : 081 408 7889

     

    Tags : ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน