• บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ใช้ชีวิตติดดินบนดอย ชมสายหมอกริมระเบียง

    หนีกรุงและความเจริญของเทคโนโลยี ไปสัมผัสวิถีชีวิตในโฮมสเตย์บนดอย พร้อมชมวิวภูเขาและสายหมอกได้จากระเบียงที่พัก  บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ  อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่จะทำให้เราเข้าถึงการใช้ชีวิตที่ยังไม่ได้ปรุงแต่งมากนัก สถานที่ที่จะทำให้คนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จัก ได้เปิดใจพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน พาใจและร่างกายที่พร้อมจะทิ้งความสะดวกสบายชั่วคราว ไปใช้ชีวิตติดดินบนดอยที่ บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ กันค่ะ 

     

     

    บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ตั้งอยู่ในตำบลแก่งกี๊ด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับการเดินทาง นำรถส่วนตัวมาจอดไว้ยังจุดจอดรถ แล้วใช้บริการรถจากที่พักของโฮมสเตย์ให้มารับ สามารถจอดรถไว้ที่ร้านช้างยิ้ม แก่งกื๊ด ค่าจอดรถคันละ 50 บาท เส้นทางขึ้นไปยังห้วยกุ๊บกั๊บจากปากทางขึ้น ระยะทาง 4 กม. ซึ่งเป็นทางออฟโรด ขรุขระแคบชัน รถสวนไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครไม่ใช่สายออฟโรดหรือถึงจะใช่ ก็แนะนำให้ใช้บริการรถของทางโฮมสเตย์จะดีกว่า รถของโฮมสเตย์ส่วนใหญ่มารับ 2 รอบ คือ บ่ายสองโมงกับบ่ายสาม

    สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับบ้านห้วยกุ๊บกั๊บก่อนมาพัก

    – ที่นี่ใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลไม่ได้มีไฟฟ้าใช้ตลอด จะมีให้ใช้ในช่วงบ่ายถึงเช้า

    – ไม่มีน้ำประปามีแต่น้ำที่รองเก็บไว้ในถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ถ้าน้ำยังไม่เต็มเพียงพอก็จะจ่ายน้ำไม่ได้ ตอนเราไปพักน้ำไม่ไหลตลอดค่ะ อาศัยใช้น้ำที่ทางโฮมสเตย์รองใส่ถังไว้ เพราะฉะนั้นพกทิชชู่เปียกมาเผื่อไว้ด้วยจะดีมาก

    -สัญญาณโทรศัพท์อ่อนมากทุกค่าย บางค่ายไม่มี เราใช้ค่ายสีเขียวมีคลื่นบ้างแต่น้อยมาก จะโพสต์หรือเล่นอินเตอร์เน็ตช้ามากจนถึงเข้าไม่ได้เลย

    -ใครจะมาทานหมูกะทะบนดอย ให้เตรียมมาเองทางที่พักไม่มีบริการ มีแค่อุปกรณ์เป็นเตาถ่านให้ยืม หรือจะมาซื้อจากร้านขายของชำในหมู่บ้านบนดอยมีน้ำ น้ำแข็ง เครื่องดื่มขาย กาแฟดริปหรือกาแฟสดไม่มีขายนะคะ อยากดริปให้เตรียมอุปกรณ์มาเอง ทางที่พักมีแค่กาแฟซองสำเร็จรูป โอวัลตินให้ 

     – ในปัจจุบัน โฮมสเตย์เกือบทุกแห่ง ไม่มีบ้านพักแบบแยกออกไปเป็นหลังส่วนตัว เหมือนโฮมสเตย์บนดอยอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ไผ่แบบเรือนแถวติดกันประมาณ 4-5 ห้อง เพราะฉะนั้นอาจจะได้ยินเสียงเกือบทุกอย่าง จากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่มาพักในพื้นที่เดียวกัน 

    ***ใครยังรักความสบาย ชอบความเป็นส่วนตัว หรือขาดสัญญาณโทรศัพท์ไม่ได้ ไม่แนะนำให้มาที่นี่ค่ะ แต่ถ้าใครพร้อมปรับตัว และชอบความเป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง ชอบนั่งมองวิวภูเขาชมหมอก แพคกระเป๋ามาได้เลย

     

     

     

    นั่งรถโยกไปมาประมาณ 30 นาที ก็มาถึงบ้านห้วยกุ๊บกั๊บ  หมู่บ้านของชาวไทยภูเขาชนเผ่ามูเซอที่ยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม  บรรยากาศภายในหมู่บ้านถนนเป็นดินแดง มีถนนคอนกรีตบ้างบางช่วง บ้านเรือนเป็นบ้านไม้และบ้านไม้ไผ่ยกสูง ตั้งบนเนินเขาลดหลั่นกันไป

     

     

    ในหมู่บ้าน มีร้านขายของชำ 2 ร้าน  ใครอยากกินหมูกระทะ ทางโฮมสเตย์ไม่มีชุดหมูกระทะขาย แต่มีอุปกรณ์ให้ใช้โดยคิดค่าทำความสะอาด 200 บาท  สามารถมาซื้อวัตถุดิบในร้านขายของได้มีครบ แต่ถ้าจะเตรียมมาเองก็ได้ค่ะ

     

     

    บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ มีโฮมสเตย์ให้บริการหลายแห่ง เราเลือกพักที่ อาบูดายา โฮมสเตย์ ซึ่งตอนนี้มีบ้านพักโซนใหม่ คือ บ้านสานฝัน เป็นบ้านพักที่มีห้องน้ำในตัวเพียงแห่งเดียวของโฮมสเตย์ในหมู่บ้านนี้ เราเลยเลือกพักที่นี่ ราคาคิดเป็นห้องคืนละ 1500 บาท (รวมอาหารเช้า) ไม่รวมค่ารถรับส่งคนละ 200 บาท และอาหารเย็น สำหรับการติดต่อจองที่พัก สามารถเข้าไปในสอบถามในเพจของ อาบูดายา โฮมสเตย์ โดยตรงพิมพ์ชื่อนี้ใน google เจอแน่นอนค่ะ 

     

     

    ที่พักเป็นแบบเรือนแถวติดกัน อาจไม่เหมาะกับคนที่รักความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบเสียงดัง เพราะไม่ว่าจะทำอะไร เดิน นั่ง พูดเสียงดังหรือเบา จะได้ยินทั้งหมด เพราะเป็นบ้านไม้ ไม่เก็บเสียงแม้แต่นิดเดียว โฮมสเตย์ที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บเกือบทุกแห่ง เป็นห้องแบบนี้ทั้งหมด  ทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน ถึงแม้ห้องจะแยกกันแต่เหมือนอยู่บ้านเดียวกัน

     

     

    โซนนี้ คือ บ้านหลังเดิมของอาบูดายา ห้องพักเรือนแถวติดกัน ห้องหนึ่งพักได้หลายท่าน ใช้ห้องน้ำรวมที่อยู่ข้างล่าง ส่วนระเบียงชมวิวอันเดิม ตอนนี้ทำใหม่เป็นแบบนี้แทน กว้างขวางรองรับคนได้มากขึ้น ลานตรงนี้อนุญาติให้กางเต๊นท์ได้ มีนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์อยู่ ราคาคนละ 700 บาท (ราคานี้รวมอาหาร 2 มื้อ เช้าเย็น และรถรับส่ง) 

     

     

    ระเบียงชมวิวของบ้านสานฝัน กว้างขวางมองเห็นวิวภูเขาอยู่เบื้องหน้าสวยงาม มีที่นั่งผิงไฟตรงกลางไว้จุดไฟนั่งคุยในยามค่ำ บ่ายสามแดดจะแรงหน่อย  กิจกรรมของการอยู่ที่นี่จนถึงเย็น ไม่เดินชมบรรยากาศหมู่บ้าน ก็นั่งชมวิวหน้าที่พัก หากใครหิวสั่งอาหารกับน้องที่ดูแลโฮมสเตย์ได้ อาหารเป็นแบบจานเดียวง่าย ๆ เช่น ข้าวไข่เจียว กระเพรา ผัดผัก ผัดผักบุ้ง ผัดพริกแกง ส่วนน้ำแข็ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มมีขาย 

     

     

    ช่วงเย็นแดดเริ่มร่ม นักท่องเที่ยวที่มาพักทั้งหมด พร้อมใจกันนำเสื่อมาปูนั่งนอนกันบริเวณลานระเบียงเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตก มาที่นี่คนแปลกหน้าจะกลายเป็นคนรู้จักในทันที เพราะต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกันแบบเลี่ยงไม่ได้  สำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวและไม่ชอบเสียงดังอย่างเรา เตรียมใจมาล่วงหน้าแล้ว เพราะบ้านไม่มีแบบพักแยกออกไปเป็นหลังเหมือนโฮมสเตย์บนดอยที่อื่น เพราะฉะนั้นถ้าเจอเสียงดัง   ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเข้าใจ nature ­ของสถานที่  อีกอย่างบ้านพักไม่ได้มีกฎห้ามเสียงดังเกินเวลา สามารถพูดคุยนั่งกินได้ยันสว่างถ้าไหว  แต่ถ้าไปสถานที่มี nature เงียบสงบส่วนตัว ตั้งใจมาเพื่อพักผ่อน มีกฎชัดเจน แล้วเจอเสียงดัง อาจไม่ค่อยสบอารมณ์นัก  ที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ทุกคนจะได้รู้จักกัน อยู่ไปสักพักได้ทักทายพูดคุย เล่าเรื่องเที่ยว บรรยากาศสนุกและครื้นเครงเหมือนกันค่ะ  โชคดีที่แขกที่มาพักในวันเดียวกันอัธยาศัยดีทุกคน

     

     

    น้องสองคนนี้พักห้องติดกัน และนั่งรถขากลับไปด้วยกัน ได้มีโอกาสพูดคุยถามไถ่ว่ามาจากไหน ถามว่าจะไปไหนต่อจากนี้ ตอบว่ายังไม่รู้เลย ว่าจะไปไหน อาจไปน่าน  คำตอบโดนใจเรามาก อารมณ์แบบทัวร์นกขมิ้น ค่ำไหนนอนไหน ไปตามที่ฉันพอใจ

     

     

    ยามเย็น คือ ช่วงเวลาที่สวยงามอีกช่วงหนึ่ง ทุกคนจะได้ชมวิวของพระอาทิตย์ตกและแสงสวยจากลานระเบียงหน้าบ้าน จะนั่งทานข้าว จิบเครื่องดื่ม นอนอยู่เฉยๆ อะไรก็ว่ากันไป

     

     

    ชุดหมูกระทะของน้องที่มาพักอีกกลุ่มหนึ่ง เชื้อเชิญให้เรามาทานร่วมกัน กลุ่มนี้มากัน 3 คน บอกว่าเดินไปซื้อเนื้อ ผัก จากเซเว่นในหมู่บ้านมา น้องเรียกร้านขายของชำ ว่าเซเว่น “ผักสดมากพี่ คิดดูยังมีคราบดินติดอยู่ที่ผัก สดมั้ยละ “ ความเมาท์ของน้องทำให้เราขำ แต่ผักคอนเฟิร์มว่าเขียวสดอวบน่าทานจริง เอามาห่อเนื้อหมูทานแบบเกาลีได้เลยค่ะ  เห็นภาพชุดหมูกระทะจากเซเว่นดอย เป็นเรื่องเดียวที่เกินคาดหมายของบ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ร้านค้าบนดอย มีของขายขนาดนี้เลยเหรอ เนื้อหมู เบคอน ไส้กรอก น้ำจิ้ม แบบครบชุด   

     

     

    เช้าแล้วทุกคนตื่นมาชมทะเลหมอกหน้าระเบียงโดยพร้อมเพรียงกัน ทะเลหมอกวันนี้ ค่อนข้างน้อยจะไม่ค่อยรวมตัวกันหนามาก เพราะฝนเพิ่งตกไปตอนตี 5 จะกระจายตัวออกคล้ายหมอกฝนไป แต่ยังไงสำหรับเรายังเป็นความรู้สึกที่ชิลอยู่ดี น้องๆลากที่นอนของที่พักมานอนชมวิวหน้าระเบียง เราเลยได้อาศัยไปนั่งถ่ายรูปบิดขี้เกียจด้วย

     

     

    ประมาณ 8 โมงกว่า หมอกเริ่มมามากขึ้น เริ่มเห็นแสงอาทิตย์มากขึ้น แต่ละคนวนเวียนเก็บภาพในมุมเดิม

     

     

    ภาพของน้องสองคนนี้ มองแล้วได้ฟีลลิ่งของการมาเที่ยวธรรมชาติดีค่ะ น้องยืนชมวิวอยู่ที่เดิม พูดคุยกันเงียบๆอยู่นานมาก ดื่มด่ำบรรยากาศสุดๆ 

     

     

    อากาศเย็นในตอนเช้า เหมาะสำหรับการเดินออกมาชมวิวในหมู่บ้านสักหน่อย หลังจากเมื่อวานไม่ได้เดินออกมา เห็นภาพแล้วไม่รู้จะใช้คำไหนนอกจากว่า ยังดิบและยังเรียบง่ายมาก เป็นวิถีของคนบนดอยท่องเที่ยว ที่เคยเห็นเมื่อสิบปีก่อนตอนเริ่มเที่ยวใหม่ๆ แต่ในปัจจุบันดอยเหล่านั้นความเจริญเริ่มเข้าถึงถนนหนทางดี เราจึงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพแบบนี้บ่อย แต่ได้มาเห็นที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บอีกครั้ง ในอนาคตข้างหน้า ถ้ากลับมาที่นี่ หมู่บ้านนี้จะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง เพราะเริ่มมีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยอะมาก ที่พักถูกจองเต็มทุกแห่งเกือบทุกวัน ถึงจะดิบแต่ไม่ธรรมดา

     

    เดินมานิดเดียวเจอที่พักสุดฮอตอีกแห่งหนึ่งของบ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ชื่อว่า บ้านซุกกิ๊ก วิวสวยค่ะ อยู่ในระดับเดียวกับภูเขาและสายหมอก เหมือนเราอยู่ใกล้มาก ที่นี่มีที่พักทั้งแบบบ้านและเต้นท์ ห้องน้ำรวมทั้งหมด เราว่าเต้นท์วิวดีมากค่ะ แถมที่พักยังมีเก้าอี้นั่งแบบแคมป์ปิ้ง และไฟล์ชีทด้วย ได้ฟีลมาก ถามราคาคิดคนละ 650 บาท รวมอาหารเช้า เย็น และรถรับส่งค่ะ

     

     

    วิวทะเลหมอกจากโซนกางเต้นท์ของบ้านซุกกิ๊ก มองเห็นทะเลหมอกใกล้มาก ที่นี่จะอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่า อาบูดายา แต่วิวสวยไม่เบา อาบูดายา ถือว่าตั้งอยู่ในพื้นที่สูงสุด หากมองจากอาบูดายาจะเห็นเต้นท์ของบ้านซุกกิ๊กไม่ไกล

     

     

    ติดกับบ้านซุกกิ๊ก คือ บ้านสวนแม่นาหมี่ วิวดีเหมือนกัน ไว้เป็นทางเลือก สำหรับคนที่สนใจมาเที่ยวบ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ราคาส่วนใหญ่ เท่าที่สอบถาม คือ คนละ 650 บาท  รวมอาหารเช้า เย็น และรถรับส่ง บ้านพักที่เราพัก เป็นแบบห้องมีห้องน้ำในตัว ราคาสูงขึ้นมาหน่อย แต่ในอนาคตเชื่อว่า ต้องมีโฮมสเตย์เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง และสร้างสะดวกสบายขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจมาเที่ยวเยอะ

     

     

    เดินสำรวจหมู่บ้านแล้ว กลับมาทานอาหารเช้า มีข้าวต้ม ไข่ต้ม กาแฟ โอวัลติน นั่งทานไปชมวิวไป แสงแดดเริ่มสาดส่องลงมากระทบกับสายหมอก ได้เวลา 9 โมง เก็บของเตรียมลงไปยังข้างล่าง รอบลงไปแล้วแต่ว่าจะลงไปพร้อมกลุ่มไหน เราเลือกลงไปรอบแรก คือ เวลา 9 โมง รอบนี้มี 3 กลุ่ม ที่ลงพร้อมกัน 

     

     

    บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ หมู่บ้านบนดอยที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ ในเรื่องวิว เราอาจเห็นทะเลหมอกและวิวสวยมาเยอะ เลยอาจไม่ได้คิดว่าที่นี่จะสวยกว่าที่อื่นมาก แต่สิ่งที่ได้มีโอกาสเห็นและได้สัมผัส คือ ความติดดินบนดอยที่แท้ทรู ที่อาจหาไม่ได้จากการไปเที่ยวดอยที่เปิดให้เที่ยวที่ไหนในเวลานี้ ที่พักที่ก่อเกิดมิตรภาพใหม่ ทำให้เปิดใจในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกได้ว่า ถ้าคุณเป็นนักเดินทาง รักที่จะเดินทางต้องเปิดใจ ให้มีความสนุกและอยู่ให้ได้กับทุกที่

     

     

    Tags : , , , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รีวิวคาเฟ่และร้านอาหาร