การทำนาข้าว คือ อีกหนึงอาชีพของเกษตรไทย จากพื้นที่ทำการเกษตรธรรมดาในวันนี้ นาข้าวถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาค้นหา ทั้งนาข้าวที่ปลูกในพื้นราบ และนาข้าวขั้นบันไดที่ลัดเลาะตามไหล่เขาหรือเนินเขาสูงที่เมื่อก่อนกว่าจะได้เห็นภาพนาข้าวขั้นบันไดต้องไปชมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรืออินโดนีเซีย แต่ในวันนี้ไม่ต้องเดินทางไปไกลบ้านเราก็มีนาข้าววิวอย่างเทพให้ได้ชมเหมือนกัน แต่จะมีที่ไหนบ้างตามมาชมกันเลย
1 แม่แจ่ม เชียงใหม่
เมื่อพูดถึงอันดับหนึ่งแห่งนาข้าวขั้นบั้นไดที่ดังก่อนใคร นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม คือชื่อที่ถูกนึกถึงและเป็นจุดหมายปลายทางในอันดับต้นๆ เมืองเล็กกลางหุบเขาอันทรงเสน่ห์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เงียบสงบ เรียบง่ายไม่เคยเปลี่ยน ในช่วงฤดูทำนาตั้งแต่เดือนก.ย.ตลอดสองข้างทางในอ.แม่แจ่ม สามารถพบเห็นวิวอันเขียวขจีของนาข้าวตลอดทุกเส้นทาง เมื่อถึงช่วงเดือนพ.ย. นาข้าวเหล่านั้นก็กลายเป็นสีทองเหลืออร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว จะเรียกได้ว่าแม่แจ่มเป็นตัวแม่แห่งนาข้าวขั้นบันไดก็คงไม่ผิด
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก แม่แจ่ม
2 จุดหลักที่สามารถชมนาข้าวขั้นบันไดในตัวอำเภอแม่แจ่มในมุมสูง จุดแรกคือ นาข้าวขั้นบันไดบ้านกองกาน ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดพระพุทธเอ้น เลยวัดกองกาน ในจุดนี้เราจะได้เห็นปฎิมากรรมนาข้าวขั้นบันไดที่ลดหลั่นกัน ยิ่งมาในยามเย็นที่แสงอุ่นของดวงอาทิตย์สาดส่อง มองแล้วงดงามยิ่งนัก
จุดที่สองคือ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปาน จะอยู่ตรงเส้นทางเข้ามาในเมืองแม่แจ่ม ถือว่าเป็นจุดชมวิวนาข้าวขั้นบันไดที่สวยอีกจุดหนึ่งที่เราจะสามารถชมบ้านเรือนของเมืองแจ่มแทรกตัวไปกับภูเขาและ นาข้าว การเดินทางจากวงเวียนหน้าเทศบาลแม่แจ่มแยกไปทางโรงรียนราชประชานุเคราะห์จากนั้นตรงไปเรื่อยประมาณ 5 กิโลขึ้นไปทางโครงการวิวอินนทนนท์ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปานถือว่าเป็นจุดชมที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของแม่แจ่ม
2 นาข้าวขั้นบันไดบ้านตีนผา
หมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของดอยอินทนนท์ ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มประมาณ 8 กิโลเมตร ที่นี่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านขาวเขาปกากญอ ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชนเผ่าที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายแล้ว ยังได้พบกับธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามของนาข้าวขั้นบันไดและพืชทางเกษตร เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ที่ปลูกลดหลั่นบนภูเขาสูงสลับกันลูกแล้วลูกเล่า
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านตีนผา
3 นาข้าวขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง
หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันไดและไร่ข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความอุดมสมบูรณ์ของภูเขา หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกและแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านป่าบงเปียง
4 แม่กลางหลวง เชียงใหม่
เมื่อเอ่ยถึงนาข้าวขันบันไดแม่แจ่มแล้ว ลืมไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถึงคู่ซี้ที่เติบโตมาพร้อมกัน นั่นก็คือ นาข้าวขั้นบันไดแม่กลางหลวง บ้านแม่กลางหลวง ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดบนดอยอินทนนท์ ประมาณเดือนก.ย. – กลาง ต.ค . ช่วงหน้าฝนต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางในฤดูฝน ปลายต.ค. – ต้นพ.ย. เป็นช่วงที่ต้นข้าวออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืองอร่าม
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก แม่กลางหลวง
แม่กลางหลวงในช่วงปลายเดือนต.ค. รวงข้าวกลายเป็นสีทองพร้อมเก็บเกี่ยว
ความสุขที่แสนวิเศษของการได้มาเที่ยวที่แม่กลางหลวง นั่นคือ การได้มานอนบ้านพักแบบโฮมสเตย์แนบชิดกับนาข้าวเคล้าสายหมอกฝน ซึ่งมีให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง เช่น บ้านพักของพี่สมศักดิ์ แม่กลางหลวงวิว อินทนนท์ คีรีมายา
นอกจากมาชมนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่าของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับธรรมชาติ พร้อมชิมกาแฟ เลิศรสฟรี ถูกใจในรสชาติก็สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากที่บ้านได้
5 นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน เชียงใหม่
นาข้าวขั้นบันไดในเส้นทางท่องเที่ยวดอยอินทนนท์อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่กลางหลวง นั่นก็คือ บ้านผาหมอน เป็นหมู่บ้านขนาดกลางตั้งอยู่กลางหุบเขาล้อมรอบไฮไลต์เด็ด คือ การได้มานอนเล่นพักผ่อนแบบส่วนตัวที่ รีสอร์ทชุมชน (Bamboo Pink House) เป็นบ้านที่อยู่บนสันดอยมองเห็นทิวทัศน์นาข้าวขั้นบันไดกลางหุบเขาที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสงบ บ้านผาหมอนช่วงนาข้าวสีเขียว ควรเดินทางมาช่วงกลางเดือนก.ย. – กลาง ต.ต. และช่วงสีทองคือ ช่วง ปลายเดือนต.ค. –ต้น พ.ย. หลังจากนั้นชาวบ้านจะเก็บเกี่ยว
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านผาหมอน
มุมพักผ่อนสุดชิวแบบส่วนตัว
นอกเหนือจากนอนเล่นพักผ่อนชมนาข้าวบันไดแล้วยังสามารถท่องเที่ยวรอบหมู่บ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตประจำวันชาวกะเหรี่ยง อาทิ การทอผ้า ทำการเกษตร ดูแปลงเกษตรปลอดสาร แปลงดอกไม้ ผลไม้เมืองหนาว ถือเป็นการออกกำลังกายเล็กๆ ที่บ้านผาหมอนมีจักรยานให้ปั่นฟรีจอดอยู่หลายคัน
ไม่ใช่เพียงแต่เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศของบ้านพักแต่บรรยากาศในการรับประทานอาหารก็เยี่ยมที่สุด โต๊ะทานอาหารเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เจอการใส่ใจเรื่องนี้ได้จากบ้านพักของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ จาน ชาม ช้อน ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม เมนูอาหารก็จะเป็นอาหารง่ายๆ เช่น ผัดผัก ยำปลากระป๋องผักสด ไข่เจียว ต้มยำไก่บ้าน แต่รสชาติอร่อยมาก เรียกได้ว่าเมื่อมาถึงบ้านผาหมอนเราจะได้ความประทับใจในทุกเรื่อง
6 นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน
โครงการหลวงแม่ลาน้อย โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและยังบริสุทธิ์อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันไดภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทางรวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษที่ปลูกตลอดทั้งปี
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก โครงการหลวงแม่ลาน้อย
วิวสวยๆระหว่างทางไปโครงการหลวง
นาข้าวขั้นบันไดที่นี่บรรยากาศเป็นธรรมชาติในแบบไม่ต้องปรุงแต่ง มองไปทางไหนเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของภูเขา
นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อยเมื่อกลายเป็นสีทองมองไปแล้วคล้ายกับซาปา เวียดนาม
นอกจากจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บ้านห้วยห้อม เริ่มจากพาชมไร่กาแฟ กาแฟบ้านห้วยหอมจะปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและแซมไปกับต้นไม้ชนิดอื่นให้ขึ้นตามไล่เขาและตามทางไปเรื่อย เพราะการปลุกแบบนี้จะทำให้ต้นกาแฟไม่ตายง่าย กาแฟห้วยห้อมถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับจากสตาร์บัค ที่นี่เค้าให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีไม่อั้น ชิมแล้วรสชาติถูกใจซื้อกลับบ้านหรือซื้อเป็นของฝากได้
ชมฟาร์มแกะ ที่ชาวบ้านจะนำขนของมันมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผ้าขนแกะ หมวก ผ้าห่ม และสบู่รกแกะ สินค้าโอท๊อป
7 โครงการหลวงขุนแปะ เชียงใหม่
โครงการหลวงขุนแปะ ยังมีธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับมาเที่ยวพักผ่อน มีจุดท่องเที่ยว ที่น่าสนใจหลายจุด แต่จุดท่องเที่ยวหลัก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวโครงการหลวงขุนแปะ คือ การไปชมนาขั้นบันได ระหว่างทางและรอบโครงการหลวง ฯ เป็นพื้นที่กว้างลดหลั่นตามความสูงชันโดยนาข้าวจะเขียวขจีในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูทำนา ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ย – กลาง ต ค และเป็นสีทองในช่วงปลายเดือนตค. ชมแปลงปลูกพืชสมุนไพรภายในศูนย์ฯ นอกจากนี้ยังมี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะเน้นกิจกรรมการเที่ยวชมแปลงส่งเสริมผลผลิต เช่น ดอกไฮเดรนเยีย ซึ่งโครงการหลวงขุนแปะ เป็นโครงการหลวงที่มีพื้นที่ปลูกดอกไฮเดรนเยียมากที่สุดของโครงการหลวงทั้งหมด
แปลงดอกไฮเดรนเยีย
นาข้าวขั้นไดรอบโครงการหลวง
8 นาข้าวขั้นบันไดโครงการปิดทองหลังพระ น่าน
นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยแนวทางของโครงการ ก็คือ เริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า แสวงหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน จากความร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านทำให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นสีเขียวของนาข้าวที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขาอันงดงาม
ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก โครงการปิดทองหลังพระ
นาข้าวขั้นบันไดครอบคลุมหลายหมู่บ้าน ตั้งแต่บ้านสะจุก สะเกี้ยง บ้านบวกอุ้ม บ้านเปียงซ้อ ตลอดเส้นทางที่นั่งรถ เราจะได้พบเห็นกับ ความเขียวขจีของนาข้าวขั้นบันไดแซมด้วยพืชไร่อย่างข้าวโพด ท่ามกลางความความเขียวขจีของต้นไม้และความอลังการของภูเขาที่เรียงรายกันสลับซับซ้อน งดงามยิ่งนัก การมาเที่ยวชมนาข้าวขั้นบันไดหากต้องการความเขียวขจี และความชุ่มชื้น สามารถมาได้ในช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ส่วนในช่วงปลายต.ค. – พ.ย. ซึ่งเป็นหน้าหนาวก็จะได้สัมผัสอากาศหนาวและนาข้าวสีเหลืองทองเริ่มออกรวง
สายหมอกยามเช้าบริเวณจุดชมวิวใกล้เกษตรที่สูงบ้านสะจุกสะเกี้ยง
9 อำเภอปัว น่าน
อำเภอปัว ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน โดยห่างจากตัวอำเภอเมืองน่าน 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คำว่า ปัว เพี้ยนมาจาก พลัว ปัว เป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม เป็นที่อยู่ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่างเช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ในช่วงฤดูทำนาเราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบาง ในฤดูหนาวก็จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น สองฟากถนนสายหลักเป็นกลุ่มบ้านไม้ริมถนนรวมถึงซอกซอยที่เชื่อมถึงกันหมดที่ต่างซุกซ่อนชีวิตเรียบง่ายและเป็นหนึ่งเดียวกัน
ร้านกาแฟไทลื้อ ร้านกาแฟชื่อดังแห่งเมืองปัว
10 อำเภอทุ่งเสลี่ยม สุโขทัย
ทุ่งเสลี่ยม อีก 1 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าใดนัก อยู่ห่างจากอำเภอเมืองสุโขทัยประมาณ 68 กิโลเมตร ประกอบด้วยกลุ่มชุมชนใหญ่กลุ่มหนึ่งซึ่งขยายตัวมาจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแค่ 70 กิโลเมตร ทุ่งเสลี่ยมเป็นชุมชนโบราณที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนาค่อนข้างสูง มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยแนวสันเขาทำให้อำเภอนี้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม วิถีชีวิตของผู้คนทุ่งเสลี่ยมได้อาศัยร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดำรงชีวิตจึงทำให้มีวัดวาอารามมากมาย ประชาชนส่วนใหญ่มีอุปนิสัยรักสงบ ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของเกษตรกรไทย แล้วอำเภอเล็กที่คนมองข้ามอำเภอนี้มีอะไรดึงดูดใจขนาดถึงกับทำใหต้องรีบแพคเก็บกระเป๋ามาเที่ยวบ้าง ตอบได้เลยว่ามีเยอะมาก เยอะจนอาจทำให้เราคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว รีวิวเพิ่มเติม คลิ๊ก ทุ่งเสลี่ยม
รู้จักนาข้าวสวยๆในเมืองไทยกันแล้ว เลือกกันได้หรือยังค่ะว่าฝนนี้เตรียมแพคกระเป๋าไปเที่ยวที่ไหนกันดี
Tags : นาข้าวขั้นบันได, นาข้าวขั้นบันไดน่าน, นาข้าวขั้นบันไดเชียงใหม่, รวมเรื่องเที่ยว