• ตีโพน 9 หอ ทั่วเมืองพัทลุง

    “จะร้อยพันแม้นหมื่นเสียงตะโกน ฤๅจะสู้เสียงแข่งโพนที่เมืองลุง ”  โพนหรือกลอง ถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงมาช้านาน ชาวพัทลุงมีความเชื่อว่าโพนเป็นสิ่งมงคลและศักดิ์สิทธิ์ มาถึงพัทลุงไม่ควรพลาดมาตีโพนให้ครบทั้ง 9 หอ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล  โพนมงคล 9 หอ ตั้งตามสถานที่สำคัญของเมือง

    โพน อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนพัทลุงมายาวนาน วิธีการทำโพน และลีลาท่าทางการตีโพนของคนเมืองพัทลุงจะไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆ คือมีทั้งความสวยงามและความแข็งแรงเข้มแข็ง ในอดีตผู้คนในจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะในชุมชนในหมู่บ้าน ได้สร้างโพนไว้ที่วัด เพื่อใช้เป็นเครื่องตีบอกเวลา และเป็นเครื่องแจ้งเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง เช่น น้ำท่วม คนร้ายบุกเข้าปล้นหมู่บ้าน เป็นต้นวัดจะตีโพนแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อจะได้ออกไปช่วยเหลือ 

     

    หอที่ 1  โพนก้องฟ้า วัดอินทราวาส (วัดท่ามิหรำ)
    ประวัติ โพนแห่งวัดอินทราวาส (ท่ามิหรำ) อ.เมือง จ.พัทลุง (ชื่อเดิม – ฟ้าลั่น) สร้างขึ้นโดยพระครูกาแก้ว พระปลัดประคอง ธมฺมปาโล และพระครูธรรมบาลชูศักดิ์ ชุตินฺธโร เมื่อพ.ศ.๒๔๙๗ ชนะเลิศในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๖-๒๕๔๐ เป็นที่โจษจันกันในหมู่นักเลงโพน ทุกเพศทุกวัยคุณสมบัติ รูปทรงสวยงาม เสียงดัง มีเสน่ห์
    ความเป็นมงคล ชนะมารร้ายทั้งหลาย
    บริกรรม : อรหัง พระพุทธเจ้าเป็นผู้ไกลจากกิเลส
    ภาวนา / รำลึก : ทานบารมี นึกถึงการทำบุญให้ทานที่ตนเองได้ทำไปแล้วด้วยความภูมิใจ และกำหนดในใจว่าจะทำต่อไปอย่างมีเมตตา

     

     

    หอที่ 2 โพนพสุธาสนั่น สวนกาญจนาภิเษก
    ประวัติ โพนแห่งจังหวัดสงขลา (ชื่อเดิม – สุธาลั่น) ข้างโพนมีรอยระบุปีที่สร้าง คือ พ.ศ.๒๔๗๑ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของนายพ่วง จุลพูน โพนสุธาสนั่น เป็นโพนที่มีเสียงยืด ทุ้ม มีจุดเด่นที่รูปทรงสวยงาม สมส่วน เคยชนะเลิศโพนสนามภูธรและรองชนะเลิศถ้วยพระราชทาน
    คุณสมบัติ : เสียงดังแผ่ไปไกล
    ความเป็นมงคล : ความมั่นคงในชีวิต แคล้วคลาด เจริญในทรัพย์
    บริกรรม : สัมมาสัมพุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง
    ภาวนา / รำลึก : ศีลบารมี ระลึกว่าตนเองได้ปฏิบัติชอบตามศีล ๕ ข้อ ได้แล้วเพียงใด
    พยายามจะปฏิบัติต่อไปอย่างไร เพื่อความปลอดภัยยั่งยืนของตนเองและครอบครัวความสงบสุขของสังคมอธิษฐานเสร็จแล้ว ท่านจะมีจิตใจอิ่มเอม สดชื่น

     

     

     

    หอที่ 3 โพนขวัญเมือง หน้าศาลาจตุรมุข
    ประวัติ สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๖ ไม่ทราบนามผู้สร้าง ท้ายที่สุดอยู่ในความรับผิดชอบของนายฉกรรจ์ ศารานุรักษ์ ที่เป็นผู้ตี เคยชนะเลิศระดับตำบล-หมู่บ้านมาทุกปี และประสบความสำเร็จสูงสุด ในการแข่งขันโดย ชนะเลิศได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ จึงไม่ไปแข่งขันที่สนามใดเลยจวบจนปัจจุบัน
    คุณสมบัติ : เสียงดัง ไพเราะ จนเป็นที่ยกย่องของชาวเมือง
    ความเป็นมงคล : การสละกิเลส ความสงบสุข
    บริกรรม : วิชชาจรณสัมปันโน พระพุทธเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้และประพฤติ
    ภาวนา / รำลึก : เนกขัมมะบารมี ระลึกถึงการที่ตนเองเคยละกิเลส ความอยากได้ที่เป็นทุกข์ ตั้งใจว่าจะมีชีวิต ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง อธิษฐานเสร็จแล้ว จะทำให้จิตใจโปร่งเบา

     

     

    หอที่ 4 โพนเรืองเดชา สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ๘๐ พรรษา
    ประวัติ โพนแห่งวัดควนปรง อ.เมือง จ.พัทลุง (ชื่อเดิม – โครงพุก) สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์คง เจ้าอาวาสประมาณ พ.ศ.๒๔๑๘ โพนโครงพุก ใช้ตีบอกเวลายาม เช้า-เที่ยง-เย็น และในกรณีสำคัญๆ หรือยามฉุกเฉิน เสียงจะดังไปทั่วเขตเทศบาลฯ และใกล้เคียง เพราะเวลาตีอยู่บนเนินสูง มีความขลัง บนบานตามความเชื่อ มักสัมฤทธิ์ผล
    คุณสมบัติ : เสียงดัง เร้าใจ ไพเราะ
    ความเป็นมงคล : มีเดชเดชะ ศักดิ์สิทธิ์ ดั่งเสียงประกาศิต
    บริกรรม : สุคโต พระพุทธเจ้าเสด็จไปดีแล้ว
    ภาวนา / รำลึก : ปัญญาบารมี ตั้งใจว่าการดำเนินชีวิตจะต้องใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ใจเย็นรอบคอบ
    อธิษฐานเสร็จแล้ว จะทำให้จิตใจสบาย มั่นใจในตนเองมากขึ้น

     

     

    หอที่ 5 โพนมหามงคล หน้าเขาวังเนียง
    ประวัติ โพนแห่งวัดไทรห้อย ต.ท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง (ชื่อเดิม – ไอ้ยอม) สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๓๒ เป็นโพนคู่แข่งของโพนโครงพุก ความพิเศษของโพนไอ้ยอมคือในอดีตเมื่อมีการสร้างถนนที่ต้องตัดผ่านที่ดินซึ่งเจ้าของไม่อนุญาต เกิดกรณีพิพาทขึ้น เพียงแต่ได้ยินเสียงโพนไอ้ยอมเท่านั้น ข้อพิพาทนั้นก็ยุติลง
    คุณสมบัติ : เสียงดังมีเสน่ห์ ไพเราะ เร้าใจ
    ความเป็นมงคล : นำมาซึ่งความเจริญด้าน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
    บริกรรม : โลกะวิทู พระพุทธเจ้าเป็นผู้แจ้งโลก
    ภาวนา / รำลึก : วิริยะบารมี ตั้งใจว่าจะมีความพากเพียร ความกล้าในทางที่ถูก เพื่อความเจริญสุขของตนเอง ครอบครัว และสังคมภาวนาเสร็จแล้ว จะมีจิตใจที่เข้มแข็ง มั่นใจ

     

     

     

    หอที่  6  โพนมนต์เทวัญ  ศูนย์ภูมิปัญญาผู้สูงอายุ
    ประวัติ โพนแห่งวัดควนปริง ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน(ชื่อเดิม – ไอ้เคียน) สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์ ชัย  อินฺทสโร และหลวงพ่อ ยิ้ม  ขนฺติโก  เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ มีจุดเด่นที่เสียงกังวาน หนักแน่นและมีความขลังด้วยอาคมคาถา 
    คุณสมบัติ :  เสียงดังกังวาฬ  ไพเราะดั่งเสียงสวรรค์
    ความเป็นมงคล :  เป็นผู้ไม่ทำบาปทั้งปวง
    บริกรรม :  อนุตติโร  ปุริสทัมมะสารถี พระพุทธเจ้าเป็นผู้ฝึกบุรุษได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
    ภาวนา / รำลึก :  ขันติบารมี  ตั้งใจว่าจะเป็นคนที่มองคนในแง่ดี  ยกย่องคนดีด้วยใจ 
    ภาวนาเสร็จแล้ว จะรู้สึกพอใจตนเอง  พอใจสิ่งแวดล้อม มีความสุข

     

     

    หอที่  7  โพนอนันตชัย  สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9
    ประวัติ โพนแห่งวัดท่าสำเภาใต้ อ.เมือง จ.พัทลุง(ชื่อเดิม – อีโด) สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ เป็นโพนบอกเวลาเช้า-เย็น เหตุฉุกเฉิน มีอายุมากเสียงดังก้องกังวาน ไม่เป็นสองรองใครเรื่องเสียง แม้อาจจะไม่ได้ชนะเลิศสนามใหญ่หรือสนามกลาง กระนั้นก็ติดรองชนะเลิศทุกปีส่วนสนามภูธร ระดับตำบล-หมู่บ้าน ยากที่คู่แข่งจะผ่านไปได้
    คุณสมบัติ :  เสียงดังรูปงาม ชนะมาตลอด
    ความเป็นมงคล : การได้รับการยอมรับนับถือ
    บริกรรม :  สัตถา  เทวมนุสสานัง  พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์
    ภาวนา / รำลึก :  สัจจะบารมี  รำลึกถึงวจีกรรมของตนเอง โดยพิจารณาว่าตนเองเคยกล่าววาจาที่ไม่ถูกต้อง  หลอกลวงให้ผู้อื่นลำบากบ้างหรือไม่ ต่อไปนี้ตั้งใจจะเป็นผู้มีวาจาที่ถูกต้อง คิดถูกต้อง

     

     

    หอที่  8  โพนพิชิตไพรี  ถ้ำมาลัยเทพนิมิตร 
    ประวัติ ทำจากไม้ท่อนเดียวกับโพนไอ้เคียนแห่งวัดควนปริง (ชื่อเดิม-ไอ้เคียนทอง) สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ เป็นเรื่องแปลกที่เมื่อถึงฤดูกาลแข่งโพนในช่วงเทศกาลออกพรรษา มักจะได้ยินเสียงโพนดังขึ้นเอง เหมือนกับจะบอกเหตุว่า โพนในสังกัดจะต้องชนะ  เคยชนะเลิศระดับจังหวัด ๒ ปีซ้อน
    คุณสมบัติ :  เสียงดัง รูปร่างสมส่วน งดงาม
    ความเป็นมงคล : ทางเมตตา มหานิยม ชนะมารทั้งปวง
    บริกรรม :  พุทโธ  พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้  ผู้ตื่น และเบิกบานแล้ว
    ภาวนา / รำลึก :  เมตตาบารมี ระลึกตนเองเคยให้ความเมตตาแก่ผู้อื่นเพียงใดกำหนดในใจว่าจะมีความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข ช่วยให้เขาพ้นทุกข์
    อธิษฐานเสร็จแล้ว จะรู้สึกเป็นสุขใจ โลกนี้น่าอยู่ผู้คนน่ารัก

     

     

     

    หอที่  9  โพนศรีไพศาล  หาดแสนสุขลำปำ
    ประวัติ โพนแห่งวัดควนปันตาราม (ปันแต) ต.ปันแต อ.ควนขนุน(ชื่อเดิม-ก้องสุธา) 
    เนื่องจากเป็นโพนขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก จึงเก็บไว้ ต่อมาพระครูสงวน  ฉนฺทโก นำมาหุ้มและตกแต่งใหม่ ทำให้เบาขึ้นกว่าเดิม จึงได้นำเข้าแข่งโพนอีกครั้งหนึ่ง ปี๒๕๔๗ ได้รองชนะเลิศโพนขนาดใหญ่
    คุณสมบัติ :  เสียงดังกังวาน ลักษณะสง่างาม
    ความเป็นมงคล : ในทางมีโชค ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
    บริกรรม :  ภควา พระพุทธเจ้าเป็นผู้มีโชคและเป็นผู้จำแนกแจกธรรม
    ภาวนา / รำลึก :  อุเบกขา ระลึกว่าเคยทำไม่ดีโดยการไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ใครหรือไม่ตั้งใจว่า เพื่อความสุขของตนเอง และผู้อื่น ต่อไปนี้จะมีความเที่ยงธรรม ยุติธรรม เป็นกลาง ไม่ลำเอียง มนุษย์ สัตว์เป็นเพื่อนร่วมทุกข์  จะต้องคอยดูแล 
    อธิษฐานเสร็จแล้ว จะมีความสุขใจหน้าตาอิ่มเอิบ จิตใจมีความปิติ  

     

     

    Tags :

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รีวิวคาเฟ่และร้านอาหาร