• ดอยผาฮี้ เสพธรรมชาติ ชมภูเขา ละมุนรสกาแฟ

    ดอยผาฮี้   แหล่งปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่อของเชียงราย ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมส่งขายตามร้านกาแฟต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงในเรื่องของกาแฟเท่านั้น แต่ถ้าพูดถึงวิวทิวทัศน์ของบ้านผาฮี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะที่ตั้งอยู่บนดอยสูงโอบล้อมด้วยทิวเขาที่สวยงามและมีรูปร่างแปลกตา มีร้านกาแฟและทีพัก มองเห็นมวิวเบื้องหน้าเป็นภูเขาและผืนป่าเขียวขจี มีมุมนั่งเล่นห้อยขาชมวิวสุดเก๋ ให้พักผ่อนสัมผัสบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ มีเสน่ห์มากมายขนาดนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

     

     

    ดอยผาฮี้ ตั้งอยู่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สำหรับการเดินทางที่สะดวกที่สุด คือ จากตัวเมืองเชียงรายเข้าสู่อำเภอแม่สาย มายังดอยผาหมี จากดอยผาหมีประมาณ 7 กิโลเมตร ก็มาถึงดอยผาฮี้  สำหรับเส้นทางจากทางแยกเข้าบ้านผามีไปจนถึงผาฮี้นั้นป็นเส้นทางถนนราดยางตลอดสาย รถทุกชนิดสัญจรได้ แต่เส้นทางบางช่วงแคบและชันเล็กน้อย ต้องขับด้วยความระมัดระวัง เมื่อเห็นป้ายหมู่บ้านผาฮี้ นั่นหมายถึงว่าเราได้มาถึงดอยผาฮี้แล้ว ให้เลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้านได้เลย

     

     

    หมู่บ้านผาฮี้ เป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ถนนทางเข้าหมู่บ้าน บางช่วงก็จะแคบและเพิ่มความชันเข้าไปด้วย  บ้านผาฮี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สามารถเดินชมบรรยากาศรอบหมู่บ้านได้แบบสบายๆ บ้านแต่ละหลังจะปลูกเรียงลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ที่เขียวขจี  วิวเบื้องหน้าคือ ทิวเขาที่สลับซับซ้อน ของดอยผาหมีและดอยตุง

     

     

    เมื่อมาถึงภายในหมู่บ้านผ่านป้ายชื่อบ้านผาฮี้แล้ว จุดแรกที่เราจะเจอ คือ จุดชมวิวของหมู่บ้านเป็นระเบียงชมวิวกว้าง และมีชิงช้าของชาวอาข่าตั้งอยู่บริเวณนี้ด้วย

     

     

    ดอยผาฮี้ คือ แหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ คือ ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า มูเซอร์แดง มูเซอร์ดำ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้มีถางป่าจนหัวโล้นแล้วปลูกฝิ่น ข้าวโพด จนกระทั่งในปี 2531 เมื่อโครงการพัฒนาดอยตุง ได้เข้ามาในหมู่บ้าน ส่งเสริมให้ชาวบ้านเลิกทำไร่เลื่อนลอย และสอนให้ชาวบ้านเรียนรู้ที่จะอาศัยร่วมกับป่า ห้ามไม่ให้ตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกาแฟกันมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาวอาข่าผาฮี้ ที่หันมาปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลักทั้งหมู่บ้าน โดยส่งเสริมให้ปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าซึ่งให้ผลดีในพื้นที่สูงจนโด่งดังไปทั่วโลก โดยชูสโลแกน “ปลูกกาแฟดีกว่าปลูกฝิ่น” ทำให้ที่นี่มีร้านกาแฟมากมายหลายร้านที่ให้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ด้วย ซึ่งแต่ละร้านมาใน concept เดียวกัน คือ นั่งจิบกาแฟห้อยขา และมีร่มสีสันสดใสภายในร้าน มองทิวเขาที่เรียงรายเบื้องหน้า แต่ละร้านก็จะใช้สีที่แตกต่างกันออก แถมยังมีชุดขาวไทยภูเขาอาข่าให้ใส่ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ฟรีอีกด้วย เริ่มจากร้านแรก ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับจุดชมวิว ร้านกาแฟผาฮี้ ร้านนี้ใช้ร่มสีแดงและเป็นทั้งร้านกาแฟและที่พัก วิวดีมากที่สุด เพราะตั้งอยู่บนสุด มองเห็นวิวได้เกือบทั้งหมู่บ้าน

     

     

    ร้านต่อมาที่ตั้งอยู่ในโซนเดียวกัน ติดกับจุดชมวิว คือ ดอยผาฮี้ คอฟฟี่ & โฮมสเตย์ ร้านนี้วิวดีเช่นกัน แต่จะตั้งอยู่อีกฝั่งเน้นเป็นวิวภูเขามากกว่า

     

     

    ติดกับจุดชมวิวดอยผาฮี้ มีที่พักอีกหนึ่งแห่ง คือ ผาฮี้แคมปิ้ง เป็นที่พักแบบเต้นท์ มีวิวเบื้องหน้าคือ ภูเขา จัดว่าวิวดีเลยค่ะ ใครชอบแนวนี้ลองมาพักได้

     

     

    ถัดไป คือ ร้านกาแฟ หมื่อแล ชื่อแปลกมาก เป็นร้านที่ตกแต่งน่ารัก มีสองชั้น ที่สามารถมองเห็นวิวของบ้านผาฮี้ได้ สวยงามอีกร้านหนึ่ง วิวจะคล้ายกับร้านกาแฟดอยผาฮี้ เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่ร้านหมื่อแล จะอยู่ถัดลงมาบริเวณกลางหมู่บ้าน

     

     

    บริเวณชั้นสองของร้านหมื่อแล มองเห็นวิวสวยมาก

     

     

    ต่อไปลงไปข้างล่างหมู่บ้านอีกนิด คือ ดอยผาฮี้โฮมสเตย์ ที่พักและร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านนี้ใช้ร่มสีม่วง มองเห็นวิวเป็นวิวภูเขา

     

     

    ถัดจากร้านร่มม่วง  คือ ร้านกาแฟภูผาฮี้  ที่พักและร้านกาแฟแห่งแรกที่ทำให้ ดอยผาฮี้ เป็นที่รู้จัก ใช้ร่มสีเขียว ชื่อที่พักและร้านกาแฟแต่ละร้านจะคล้ายกันมากเพราะใช้คำว่า ผาฮี้ เกือบทุกร้าน ต้องแยกให้ออกกันเลยทีเดียว ว่าที่ไหนอยู่ตรงไหน

     

     

    ติดกับร้านกาแฟภูผาฮี้ คือ ผาฮี้ วัลเลย์ ที่พักของเราในคืนนี้  ที่พักจะมีดีไซน์ที่แตกต่างจาก ทุกที่ เพราะที่พักส่วนใหญ่จะเป็นห้องที่อยู่ในตึก แต่ที่นี่เป็นบ้านกระท่อมไม้ไผ่ แบบเป็นหลังแยกออกจากกัน วิวแนบชิดติดภูเขากันเลยทีเดียว มีร้านกาแฟและร้านอาหารอยู่ด้านหน้า

     

     

    ภายในห้องพัก ค่อนข้างกว้าง เป็นบ้านส่วนตัว 2 ชั้น ชั้นบนเป็นชั้นลอย มีเตียงนอนให้ สามารถพักได้สูงสุด ประมาณ 4 คนที่พักดอยผาฮี้ทุกที่จะคิดราคา อยู่ในเรท คนละ 750 – 900 บาท พร้อมอาหารเช้า เย็น และชุดดริปกาแฟ  ส่วนผาฮี้วัลเลย์ คิดราคาคนละ 900 บาท มาคนเดียวคิดราคา 1200 บาท ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำในตัวที่กว้างมาก มีเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อม มีระเบียงส่วนตัวเป็นวิวของสวนกาแฟและภูเขา 

     

     

    อาหารมื้อเย็นของที่พัก จัดมาแบบเต็ม เป็นเซ็ทอาหารชนเผ่าอาข่า 8 อย่าง รสชาติอร่อยมาก

     

     

    ช้าวันใหม่ ณ ดอย ผาฮี้ เราเลือกขึ้นไปชมวิว ที่ร้านกาแฟผาฮี้ ซึ่งเล็งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน วิวตรงนี้น่าจะชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยที่สุดเพราะสามารถมองเห็นวิวได้ทั้งหมู่บ้าน รวมถึงวิวของภูเขาด้วย และไม่ผิดหวังจริงๆ วิวสวยมาก เจ้าของที่พักใจดี จัดชุดดริปกาแฟให้ดื่มฟรีมาหนึ่งชุดอีกด้วย

     

     

    หลังจากนั่งชมวิวที่ร้านกาแฟผาฮี้ แล้ว เราเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวอีกหนึ่งจุด ตั้งอยู่ถัดจากร้านกาแฟผาฮี้ มีทางเดินไม้ไผ่ และระเบียงสำหรับนั่งชมวิว ที่มองเห็นวิวได้สวยงามไม่แพ้กัน

     

     

    ได้เวลากลับไปยังที่พัก ผ่านร้านหมื่อแล อีกรอบ บรรยากาศดี๊ ดี

     

     

    บรรยากาศยามเช้าหน้าที่พักของเรา ผาฮี้ วัลเลย์ เก๋กู๊ด ไม่แพ้กัน แต่ต้องรอสายประมาณสัก 8 โมง แสงถึงจะส่องมาถึง

     

     

    ชุดดริปกาแฟจากที่พักพร้อมอาหารเช้า และที่ขาดไม่ได้ ต้องสั่ง คือ เมนูพิซซ่า ที่รสชาติดี แป้งบางนุ่ม หมอชีส มาก

     

     

    บรรยากาศของผาฮี้ วัลเลย์ หลังฝนตกใหม่ ๆ จะได้เห็นสายหมอกลอยไปมาเหนือหุบเขา

     

     

    ประมาณ 9 โมง เราไปยังสะพานไม่ไผ่ผาฮี้ ซึ่งอยู่ล่างสุดของหมู่บ้าน   เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดมาเยือนเมื่อมาถึงดอยผาฮี้ ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอยู่จุดเดียวกันกับร้านคอฟฟี่ฮิลล์ผาฮี้ จุดเด่น คือ สะพานทางเดินไม้ไผ่ ทอดยาวรายล้อมไปด้วยไร่กาแฟ ประดับด้วยร่มหลากสีสันสดใสแขวนห้อยไว้ด้านบนตลอดแนว ตลอดทางเดินไม้ไผ่ สามารถเดินชมวิวถ่ายรูปกันเพลินๆ เมื่อมาถึงด้านบนสุดมีระเบียงชมวิว หอคอยรักไม้ไผ่ สามารถยืนชมวิวของภูเขาและสายหมอกด้แบบพาโนรามา แนะนำหากมาใชนช่วงเวลาเช้ายามพระอาทิตย์ขึ้นมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่า หรือมาในช่วงฝนตกใหม่ๆก็จะเห็นสามหมอกลอยคลอเคลียผ่านไปมาในหุบเขาได้อย่างสวยงาม

     

     

    การเดินทางมาเที่ยวสะพานไม้ไผ่บ้านผาฮี้ จะมีบริการรถรับส่ง โดยมีค่ารถไป – กลับ คนละ 60 บาท รวมค่าบำรุงสะพานไม้ไผ่แล้ว สามารถแจ้งกับร้านกาแฟหรือโฮมสเตย์ที่พักให้ส่งรถมารับได้  ที่สะพานไม้ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปเนื่องจากสะพานอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน เส้นทางเป็นทางดินแคบๆ รถใหญ่สวนกันไม่ได้ จากหมู่บานผาฮี้มาถึงสะพานใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

     

     

    มาถึงแล้วเริ่มเดินชมบรรยากาศกันได้ สะพานไม้ไผ่เป็นสะพานทอดยาวพาดผ่านไร่กาแฟประดับด้วยร่มหลากสีสัน  เดินบนสะพานก็จะเห็นต้นกาแฟอยู่ด้านข้างตลอด มีความเป็นธรรมชาติมาก  ระหว่างทางเดินยิ่งสูงขึ้นก็จะได้เห็นวิวของภูเขาและสายหมอก รวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้านผาฮี้ แทรกตัวอยู่ในภูเขาอยู่ไม่ไกล

     

     

    เดินขึ้นมาสักพักไม่นานจะถึงหอคอยรักไม้ไผ่ ซึ่งเป็นจุดสูงสุด ที่สามารถเห็นวิวของร่องเขาที่หากมองจากหมู่บ้านผาฮี้ที่เราขึ้นรถมาก็จะเห็นร่องเขาตรงนี้แบบไกลๆ แต่ถ้าชมจากจุดชมวิวนี้จะมองได้ใกล้มากขึ้น ยิ่งมาเที่ยวในช่วงเช้าหรือหลังฝนตก มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ พาดผ่านภูเขาได้แบบสวยงาม

     

     

    ชมวิวบนหอคอยแล้วเดินลงไปข้างล่างผ่านร่มหลากสี เพื่อไปยังจุดชมวิวอีกหนึ่งจุดที่อยู่ด้านล่าง คือ สะพานไม้ไผ่บ้านผาฮี้ เป็นระเบียงที่มีป้ายชื่อสะพานไม้สีสันสดใส

     

     

    จากจุดชมวิวจะมองเห็นบรรยากาศของที่พักและลานกางเต้นท์ของ ร้านคอฟฟี่ฮิลล์ผาฮี้ ซึ่งให้บริการบ้านพักและร้านกาแฟ อาหาร ใครมาเที่ยบ้านผาฮี้สามารถมาพักได้

     

     

    ส่วนร้านกาแฟตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน และยังคงคอนเซ็ปต์นั่งห้อยขาภายใต้ร่มสีสด เหมือนกับร้านกาแฟอื่นๆ ในหมู่บ้านผาฮี้ ซึ่งร้านนี้คือ สีม่วงเหลือง และมีเครื่องแต่งกายชนเผ่าให้ใส่ถ่ายรูปฟรีเหมือนกัน  สะพานไม้ไผ่เปิดให้บริการเข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบธรรมมชาติ ภูเขาและสายหมอกได้แบบใกล้ชิด แวะมาที่สะพานไม้ไผ่แห่งนี้กันได้

     

     

    ดอยผาฮี้ อีกหนึ่งดอยที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเชียงราย ที่ไม่อยากให้พลาด ซึ่งบางคนก็เลือกที่จะมาเที่ยวแบบแวะพักชั่วคราว  จิบเครื่องดื่ม แต่สำหรับเราเลือกที่สัมผัสบรรยากาศแบบเต็มที่ เลือกพัก 1 คืน ได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นรอยยิ้มและอัธยาศัยไมตรีของชาวบ้าน ได้เห็นความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย  ความสุขใจแบบง่ายๆ จึงบังเกิดขึ้นเมื่อได้มาเที่ยว

     

     

    หาที่พักดอยผาฮี้เพิ่มเติมจากในรีวิวมีอีกหลายแห่ง คลิ๊ก

    13 ที่พักดอยผาฮี้ มองภูเขา เคล้าสายหมอก

     

     

    การเดินทางไปดอยผาฮี้

     

    โดยรถส่วนตัว

    เส้นทางแรก จากตัวเมืองเชียงราย

    จะตัวเมืองเชียงรายมุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่สาย ผ่านร้านจันกะผัก เข้าซอยเดียวกับทางขึ้นดอยผามีจะอยู่เลยร้านมานิดนึง มีป้ายติดไว้ด้านหน้าซอยชัดเจน จากดอยผาหมีไปต่อยังดอยผาฮี้อีก 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงราย 1 ชั่วโมงครึ่ง  ถนนลาดยางตลอดสายรถทุกชนิดสัญจรได้ แต่เส้นทางจากดอยผาหมีไปยังดอยผาฮี้ บางช่วงแคบและชันเล็กน้อย

    เส้นทางที่สอง  จากดอยตุง

    จากดอยตุงผ่านฐานปฎิบัตการดอยช้างมูบมายังดอยผาฮี้ เส้นทางนี้จะแคบและชันกว่าเส้นทางแรก  ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

    โดยรถประจำทาง

    จากกรุงเทพนั่งรถทัวร์กรุงเทพ-แม่สาย  ทั้งของบริษัทขนส่ง และสมบัติทัวร์ เมื่อมาถึงบ ข ส แม่สาย หรือจากตัวเมืองเชียงรายให้นั่งรถตู้ที่ บ ข ส เชียงราย สายเชียงรายมาจัน แม่สาย มาลงที่ขนส่งแม่สาย  ราคาคนละ 50 บาท จากนั้นติดต่อให้รถมารับ

    รถรับส่งดอยผาฮี้ และผาหมี

    สามารถใช้บริการรถรับส่ง ดอยผาฮี้ได้ ที่ พี่เตี้ย โทร 093 214 2592 ถ้ารับจากขนส่ง คิดราคาเที่ยวละ 700 บาท จากดอยผาหมีเที่ยวละ 300 บาท รับจากสนามบินพร้อมนำเที่ยวตามจุดระหว่างทางเที่ยวละ 1400 บาท ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงสอบถามก่อนเดินทาง

    โดยเครื่องบิน

    บินตรงมาลงเชียงราย หากไม่มีรถส่วนตัวจากสนามบินนั่งรถแท็กซี่สนามบินไปลง บ ข ส เชียงราย จากนั้นต่อรถตู้เชียงราย แม่จัน แม่สาย ราคาคนละ 50 บาท ไปลงสถานีขนส่งแม่สาย ทางที่พักมีรถมารับถึง บ ข ส แม่สาย จากนั้นติดต่อให้รถที่ได้แจ้งเบอร์ไว้มารับได้เลย

     

    Tags : , , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน