15 ที่เที่ยวกรีนเนอรี่ซีซั่น ไปสูดอากาศสดชื่นในเมืองน่านกันเถอะ!

น่าน เป็นเมืองเล็กๆ ในขุนเขาที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่รักความสงบและธรรมชาติ โดยปราศจากความวุ่นวายจ้อกแจ้กจอแจ หรือแสงสีอย่างในเมืองใหญ่ๆ เชื่อได้เลยว่าเสน่ห์ความน่ารักของเมืองน่านนั้นน่าจะถูกใจใครหลายคนไปเต็มๆ อย่างแน่นอน และโดยเฉพาะหากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาศเย็นสบายและชุ่มฉ่ำ ซึ่งทำให้ธรรมชาติโดยรวมของเมืองนี้เต็มไปด้วยความเขียวขจีสดชื่นสายตามากกว่าในฤดูไหนๆ ถ้าใครอยากได้บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับการไปพักผ่อนแบบชิลล์ๆ ขอบอกเลยว่าช่วงเวลาที่เมืองน่านเต็มไปด้วยสีเขียวแบบนี้ละ ใช่เลย! ว่าแล้วก็ลองมาดูกันหน่อยซิว่าที่เที่ยวเมืองน่านในฤดูฝนจะสวยโดนใจซักแค่ไหน และถ้าคุณเห็น 15 แหล่งท่องเที่ยวที่เรารวบรวมมาให้แล้วถูกใจ แนะนำให้รีบจองตั๋วจาก Traveloka กันก่อนได้เลย เพราะมีโปรตั๋วเครื่องบินราคาดีๆ ให้คุณเลือกกันได้ในทุกวัน แล้วไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหา เพราะรับรองว่าทุกใบใช้ได้จริง! แล้วถ้าอยากสอบถามข้อมูลใดๆ เค้าก็มีบริการ call center ให้คุณติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดเลยด้วยนะ ได้ตั๋วชัวร์ในราคาดีๆ แถมยังมีเซอร์วิสเริ่ดๆ ให้อีก จองก็ง่าย สะดวกสบายในคลิกเดียว ช้าอยู่ทำไม กดจองเลยเถอะ แล้วไปเที่ยวกัน!

 

จองตั๋วเครื่องบินไปน่าน กับ Traveloka ได้ที่นี่ https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Nan.NNT/1

 

 

15 ที่เที่ยวกรีนเนอรี่ซีซั่นในน่าน

ดอยภูคา

 

1.ดอยภูคา

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งนับเป็นเขตพื้นที่อุทยานที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน โดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 8 อำเภอ โดยรวมแล้วถึง 1,065,000 ไร่ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน และยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่านานาชนิด นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญในจังหวัดน่านซึ่งใช้หล่อเลี้ยงเกษตรกรมากมาย ไฮไลท์ของอุทยานแห่งนี้อยู่ที่การมีต้นชมพูภูคา ซึ่งจัดเป็นพันธุ์ไม้หายากมากชนิดหนึ่งของโลก และเชื่อกันว่าเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในบริเวณอุทยานฯ แห่งนี้ หากคุณเป็นคนที่รักต้นไม้ใบหญ้า ชอบการเดินป่าขึ้นเขาแบบไม่สมบุกสมบัน อย่าได้พลาดที่นี่กันเลยเชียว

 

ดอยภูแว

 

2.ดอยภูแว

ดอยภูแว เป็นอีกหนึ่งยอดเขาที่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา แต่มีเส้นทางการเดินที่ท้าทายกว่าเยอะ ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่ชอบการเดินเขาแบบได้อรรถรสจริงจังกันซักหน่อย เพราะต้องพิชิตยอดดอยสูง 1,837 เมตร โดยใช้เส้นทางที่เดินผ่านหมู่บ้านชาวเขา และเส้นทางที่ตัดผ่านป่ากันพอประมาณ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงขึ้นไป ใครอยากได้บรรยากาศลุยพอประมาณ สนุกสนานกับการกางเต๊นท์แค้มปิ้งกินข้าวกันท่ามกลางธรรมชาติ น่าจะถูกใจที่นี่ เพราะแม้จะดูไม่ง่าย แต่ทิวทัศน์และบรรยากาศงามๆ ที่คุณจะได้เห็นกันแบบเต็มตาเต็มที่นั้น ถือว่าคุ้มเลยทีเดียว

 

ภูลังกา

 

3. ภูลังกา

เป็นพื้นที่รอยต่อที่อยู่ระหว่างจังหวัดน่านและพะเยา ไฮไลท์ที่ทำให้หลายคนติดตาตรึงใจอยากมาเยือนที่นี่ คงต้องยกให้กับผืนนาสีเขียวๆ ซึ่งมีทิวทัศน์แปลกตาอยู่ตรงที่ภูเขาหินปูนซึ่งผุดขึ้นมาอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบเรียบกว้างขวาง ยิ่งถ้าคุณมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ต้นไม้และท้องนาเขียวขจี แถมหากโชคดีได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมบริเวณแถบนี้ในช่วงเช้าๆ นะ ถือว่าฟินมาก วิวสวย เดินทางง่าย มีที่พักสะดวกสบาย ไปเลยค่ะ อย่ารอ!

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

รูปจาก https://web.facebook.com/pg/ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ-142498919115418/photos/

 

4.ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

สำหรับใครที่อยากเดินทางสบายๆ ได้พักผ่อนในบรรยากาศดีๆ แถมมีอาหารอร่อยให้กินแบบจุใจ อย่าพลาดที่นี่ไปเลยเชียว ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอปัว ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยแบบชิลล์ๆ ในจังหวัดน่าน โดยเริ่มจากการเป็นฟาร์มเพาะเห็ดขนาดใหญ่แบบครบวงจร แล้วขยายต่อจนมีร้านอาหารและที่พักท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ ป่าไผ่ และนาข้าว เมนูเด็ดๆ ของที่นี่มีทั้งอาหารไทยซึ่งใช้วัตถุดิบหลักเป็นเห็ดสดจากฟาร์ม และยังมีเมนูอินเตอร์แบบพิซซ่าเห็ดที่ว่ากันว่ามาถึงแล้วต้องโดน! เริ่ดแค่ไหนต้องหาเวลาไปลองกันเองแล้วละ

 

วังศิลาแลง

 

5.วังศิลาแลง

ความเก๋ของทิวทัศน์ที่นี่ ได้รับการขนานนามกันว่าเป็น ‘แกรนด์แคนยอนแห่งเมืองปัว’ กันเลยทีเดียว ด้วยลักษณะสภาพธรรมชาติที่เป็นธารน้ำของลำน้ำกูนไหลเลาะผ่านซอกหินและหน้าผา เป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ซึ่งว่ากันว่าพื้นที่แถบนี้เกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลก ตลอดเส้นทางจะพบวังน้ำถึง 7 วัง ในช่วงน้ำหลากอาจจะมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างไหลแรงและอาจจะต้องระมัดระวังในการเดินลงไปยังด้านล่าง แต่จะได้ความยิ่งใหญ่ตระการตาต่างไปจากหน้าแล้งซึ่งน้ำจะน้อยแต่ใสกว่า และอาจจะลงไปเล่นน้ำได้ เรียกว่าไปฤดูไหนก็อย่าได้พลาดที่นี่ไปก็แล้วกัน

 

ดอยเสมอดาว

 

6.ดอยเสมอดาว

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอ ด้วยเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 583,750 ไร่ ดอยเสมอดาวถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เดินทางง่าย เพราะสามารถขับรถยนต์ขึ้นไปได้เลย นักท่องเที่ยวจึงนิยมขึ้นไปกางเต็นท์นอนดูดาวกันบนบริเวณยอดดอยแห่งนี้ โดยในคืนที่ท้องฟ้าเป็นใจ อาจจะมองเห็นทางช้างเผือกได้แบบเต็มๆ ตาจากบนยอดดอยเลยทีเดียว สวย ฟิน เดินทางง่าย โรแมนติก อากาศดี ต้องยกให้ที่นี่เลย

 

ดอยสวนยาหลวง

 

7.ดอยสวนยาหลวง

เป็นอีกหนึ่งดอยที่อยู่ในเขตพื้นที่ต่อเนื่องกันระหว่างจังหวัดน่านและพะเยา ยอดดอยแห่งนี้มีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตร เป็นอีกหนึ่งดอยที่ต้องอาศัยการเดินทางแบบสมบุกสมบันกันนิดหน่อย เนื่องจากอาจจะต้องขึ้นรถโฟร์วีลของชาวบ้านที่ชำนาญเส้นทางบุกตะลุยขึ้นมา เส้นทางสู่ยอดดอยนั้นยังถือว่าไม่สะดวกสบาย และหากอยากได้บรรยากาศของการกางเต็นท์บนยอดดอย ก็ต้องขอแนะนำว่าให้เตรียมความพร้อมกันไปให้ดี เนื่องจากบนยอดดอยแห่งนี้ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอะไรมากนัก แต่สำหรับนักล่าดาวต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจ ในวันฟ้าเปิดอากาศแจ่มใส เชื่อเลยว่าจะได้กดชัตเตอร์กันแบบรัวๆ อย่างแน่นอน

 

ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา

 

8.ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ่อเกลือ โดยเป็นพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ ภายหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรบ่อเกลือสินเธาว์ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้กัน โดยทรงต้องการให้เกิดการพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในละแวกนี้ให้ดีขึ้น ด้วยการเริ่มฟื้นฟูและอนุรักษ์ผืนป่า และวางแนวทางให้ชาวบ้านสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้แบบอาศัยพึ่งพากัน และยังมีการพัฒนาด้านการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในแถบนี้ ปัจจุบัน ที่นี่มีทั้งพระตำหนักภูฟ้า มีร้านค้าสวัสดิการเพื่อจำหน่ายข้าวของต่างๆ จากชาวบ้าน มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงมีพื้นที่ชมวิวที่สวยงาม นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนสบายๆ ที่อยากให้ลองแวะมาเที่ยวกันดู

 

น้ำตกสะปัน

 

9.น้ำตกสะปัน

เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่มีความสูงโดยประมาณ 3 ชั้น ความสูงอยู่ที่ประมาณ 3 – 6 เมตร และนับเป็นน้ำตกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ จากบริเวณจุดจอดรถ ต้องเดินตามเส้นทางมาอีกประมาณ 20 นาที รอบด้านน้ำตกแห่งนี้ยังเงียบสงบและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย น้ำตกนี้มีน้ำไหลให้ชมได้ตลอดปี ในช่วงฤดูฝนอาจจะมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ซึ่งแม้จะสวยงามตื่นตา แต่ควรต้องใช้ความระมัดระวังในการเที่ยวชมด้วยเช่นกัน

 

ร้านตูบนาไทลื้อ

 

10 ร้านตูบนาไทลื้อ

ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิลล์กลางทุ่งนาเขียวขจี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดภูเก็ต ในอำเภอปัว ความชิลล์ของที่นี่คือการเป็นคาเฟ่สไตล์ล้านนาที่บรรยากาศดี๊ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูที่นาข้าวรอบด้านเขียวขจี หรือออกรวงเป็นสีทองเต็มพรืดกว้างไกลสุดสายตา เหมาะจะนั่งชิลล์รับลมสบายๆ จิบเครื่องดื่มท่ามกลางบรรยากาศแสนจะผ่อนคลาย หรือถ้าติดใจเค้าก็ยังมีที่พักให้บริการ นอกจากนั้น ยังมีชุดแบบไทลื้อให้ได้ลองใส่ถ่ายรูปไปอวดเพื่อนกันด้วยนะ เชื่อเหอะว่ามาแล้วคุณจะต้องติดใจ

 

ดอยสกาด

 

11.ดอยสกาด

ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่สงบ ไม่วุ่นวาย แต่ยังมีความสะดวกสบายอยู่พอสมควร ดอยสกาดแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ บนดอยนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่าลั้วะ มีเส้นทางรถยนต์ที่ขับขึ้นมาได้แบบชิลล์ๆ หมู่บ้านที่นี่จะปลูกไล่เรียงกันไปตามพื้นที่เนินเขา มีที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้บริการ และแน่นอนว่าขึ้นดอยมาขนาดนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องมีร้านกาแฟให้คุณได้นั่งจิบกาแฟดริปและชาคุณภาพดีในบรรยากาศที่แสนจะเพลิน จิบไป ชมวิวทิวเขาเขียวๆ สุดสายตา พร้อมนั่งรับลมเย็นๆ สดชื่นใจ ไม่มาแล้วจะเสียดายนะคุณ

 

น้ำตกผานางอิง

 

12.น้ำตกผานางอิง

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเชียงกลาง สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถยนต์ มีทางเดินเลาะเลียบริมน้ำตกที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับสายน้ำและธรรมชาติ บางจุดสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ในช่วงฤดูน้ำหลากอาจต้องใช้ความระมัดระวังและพิจารณาในเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะน้ำจะเยอะและไหลแรงกว่าในหน้าแล้ง แม้อาจจะลงเล่นไม่ได้ แต่ในฤดูนี้น้ำตกจะมีความตื่นตาตื่นใจมากกว่า ที่นี่ถือว่ายังเป็นน้ำตกที่เงียบสงบและไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก หากคุณชอบชมธรรมชาติแบบเต็มๆ ตา ไม่มีผู้คนวุ่นวาย ปักหมุดที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจไว้ได้เลย

 

บ้านสะปัน

13.บ้านสะปัน

อีกหนึ่งพื้นที่ในอำเภอบ่อเกลือ ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่รอบๆ ด้านของที่นี่เต็มไปด้วยนาข้าวเขียวขจีโอบล้อมไปด้วยขุนเขา บริเวณนี้เป็นชุมชนเล็กๆ ที่แสนสงบและให้ความรู้สึกสุดจะสโลว์ไลฟ์ ในช่วงฤดูฝนที่ข้าวเติบโตเขียวขจีถือว่าเป็นช่วงที่ความสวยของที่นี่อยู่ในระดับพีคกันเลยเชียว วิวนาข้าวเขียวๆ มีลำธารไหลผ่าน ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรมาแวะพักใจในโฮมสเตย์เล็กๆ สบายๆ ซักคืนสองคืนเลยเชียว

 

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

 

14.อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

อยู่ในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ด้านในพื้นที่อุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลายรูปแบบให้แวะชมกันเลยละ ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ริมสองฝั่งแม่น้ำน่านที่สามารถล่องแพเที่ยวชมกันได้ และยังมีน้ำตกขนาดใหญ่เล็กอีกหลายแห่ง นอกจากนั้น ยังมีทั้งดอยกู่สถาน ดอยแม่จอก และกาดวัว ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ในมุมสูงที่จะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาสลับซับซ้อนและทะเลหมอกในยามเช้าได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในยามที่อยู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ด้วยนะ ถือว่ากำลังเป็นช่วงพีคเลยเชียว

 

นาข้าวขั้นบันได

 

15.นาข้าวขั้นบันได

จังหวัดน่านถือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีการทำนาข้าวขั้นบันไดกันมากในอันดับต้นๆ แห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยนะ โดยนาขั้นบันไดของเมืองน่านนั้น จะสามารถหาชมกันได้ตั้งแต่ในเส้นทางรอยต่อจากอำเภอบ่อเกลือไปยังอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นนาข้าวขั้นบันไดในโครงการปิดทองหลังพระ และนาขั้นบันไดในพื้นที่บ้านสะจุก สะเกี้ยง ที่อยู่ถัดออกไป และจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่สภาพทางธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ ขอบอกเลยว่ามีโอกาสควรแวะไป โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งเป็นช่วงที่รวงข้าวเขียวขจีจะเปลี่ยนเป็นสีทองนะ ยิ่งสวยจับใจ ได้เห็นแล้วจะต้องตะลึง!

 

แม้น่านอาจจะเป็นเมืองผ่านหรือเมืองนอกสายตาสำหรับใครหลายคน แต่จริงๆ แล้วเสน่ห์ของเมืองเล็กสุดน่ารักแห่งนี้ ยังคงซุกซ่อนตัวอยู่ในอีกหลากหลายรูปแบบ และเชื่อได้อย่างหนึ่งว่า หากคุณเป็นคนที่ชอบแสวงหาการท่องเที่ยวที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางวงล้อมของธรรมชาติ อันเต็มไปด้วยความสงบ สบาย ชอบการปล่อยชีวิตให้ไหลเรื่อยไม่เร่งร้อนไปแบบสโลว์ไลฟ์ห่างไกลจากความวุ่นวายและแสงสี น่านนี่ละ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของคุณเลย!


ผู้เขียน

นักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพ อยากส่งต่อเรื่องราวของการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

icon folderหมวดหมู่