มาไขความงามของชื่อที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ห้วยแม่ขมิ้น
ห้วยแม่ขมิ้น ห้วยแม่ขมิ้น
ห้วยแม่ขมิ้น       
      เช้าตรู่ของวันใหม่ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราพลพรรคชอบ
เที่ยวและรักการถ่ายภาพ ได้ตั้งตาตั้งตารอวันนี้มานานเกือบ 1 เดือน ความ
ตื่นเต้นบวกกับความคันไม้คันมืออยากดชัตเตอร์การรวมตัวของการเดินทาง
ในครั้งนี้นอกจากได้มาเที่ยวพักผ่อนไปในตัวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความใฝ่ฝัน
ของฉัน คืออยากมีโอกาสได้ถ่ายน้ำตกสวยๆกับเค้าสักครั้ง และน้ำตกห้วย
แม่ขมิ้น
ก็คือจุดหมายปลายทางของความฝันครั้งนี้  พวกเราเดินทางด้วยรถ
4WD  ถึงเมืองกาญจนบุรีผ่านเข้าอ.ศรีสวัสดิ์   ขับรถตามทางไปเรื่อยๆ ก็
็เริ่มเข้ามาใกล้เขตอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์เข้าไปทุกทีอย่างที่บอกไว้ว่า
ความตั้งใจของฉันคือ จะมาชื่นชมความงามของเจ้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
เท่านั้น

     ฉันไม่รู้เลยว่าในระหว่างที่เดินทางนั้นจะได้ของแถมอันงดงามจากธรรมชาติ คือ เจ้าดอกไม้สีชมพูข้างทางที่บานเคล้ากับสายหมอกจาง
ที่มองดูแล้วก็ช่างเหมือนกับดอกซากุระยังไง ยังงั้น ปกติถ้าเราอยากดูเจ้าดอกซากุระเมืองไทย เราก็จะไปกันแถวๆ ภาคเหนือแต่นี่ไม่ต้อง
ไปไกลมาเมืองกาญจนบุรีเราก็เห็นบรรยากาศแบบนี้ได้  ฉันและเพื่อนๆตื่นเต้นกันไม่น้อยและอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพงามๆนี้ไว้ คิดอยู่ในใจ
ว่าเจ้าดอกไม้สีชมพูนี้คงเป็นเหมือนประตูเบิกทางที่คอยบอกเราว่าอีกไม่ช้าเราก็จะได้สัมผัสกับผลงานของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่รอเราอยู่
ู่ข้างหน้า น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เส้นทางสู่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นค่อนจะลำบากนิดหน่อย หากจะขับรถไปถึงตัวน้ำตกโดยตรง บางคนจึงเลือก
ที่จะใช้เรือในการเดินทางมาที่นี่  บางคนขับรถมาแล้วก็มาขึ้นแพขนานยนต์  แต่สำหรับพวกเรานั้นเลือกที่จะขับรถสู่เส้นทางที่สุดแสนจะ
ท้าทายแก่การเดินทางยิ่งนัก  นั่งไปก็ต้องทำตัวแข็งคอยทรงตัวไป จากปากทางเข้าอุทยานฯ ไปประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่ช้าเราก็ถึงที่ทำการ
อุทยานฯ  เก็บของจัดสัมภาระกันเรียบร้อยแล้ว จุดที่กางเต็นท์ของที่นี่มีหลายจุด จะมีอยู่จุดหนึ่งเป็นลานสนามหญ้ากว้างมองลงมาเห็น
วิวของเขื่อนศรีนครินทร์สวยจริงๆ และ ณ จุดนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่เราสามารถรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลย

   
  
น้ำตกห้วยขมิ้นแห่งนี้ มีทั้งหมด 7 ชั้น ด้วยกัน ชั้น1 ดงว่าน ชั้น 2 ม่านขมิ้น
ชั้น 3 วังหน้าผา ชั้น 4 ฉัตรแก้ว ชั้น 5 ไหลจนหลง ชั้น6 วังผีเสื้อ ชั้น 7 ร่มเกล้า
ในการเดินชมน้ำตกนั้น สามารถเดินได้หลายทางแล้วแต่ว่าจะเลือก
ชมน้ำตกชั้นใดก่อน พวกเรามาถึงที่น้ำตกก็ใกล้เที่ยงแล้วจึงเลือกชมน้ำตก
ชั้นที่ 1- 4 ก่อน เพราะอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ  แต่ที่แน่ๆ ชั้นที่ว่ากันว่าสวย
ที่สุดก็คือ ชั้น 4  ฉัตรแก้วนั่นเอง ซึ่งเป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้ทำการอุทยานมาก
ที่สุด น้ำตกชั้นนี้จึงเป็นเป้าหมายแรกในการถ่ายรูปของเรา ก็สวยสมกับที่ว่า
กันไว้จริงๆค่ะเพราะ ตัวน้ำตกดูสวยงามใหญ่โตสูงไล่ระดับมาเป็นชั้นๆ สายน้ำ
ไหลลัดเลาะมาตามชั้นหินปูนมาสู่เบื้องล่าง มีต้นไม้เขียวๆี่ขึ้นประดับตัวน้ำตก
ดูแล้วช่างต้นไม้ช่างตัดกับสายน้ำตกสีขาวๆสร้างความร่มรื่นและชื่นฉ่ำหัวใจ
ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว

     หลังจากนั้นเราก็เดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทางอุทยานได้จัดไว้บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น ระหว่างทางเดินก็จะเห็นธารน้ำตก
น้อยใหญ่อยู่ข้างทางเป็นแห่งๆ เดินไปเรื่อยๆก็ถึงน้ำตกชั้นที่ 3 คือ วังหน้าผา ก็สมกะชื่อเพราะลักษะจะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผา
หินสูง ระดับน้ำของก็อยู่ในระดับที่พอดีที่สามารถลงแช่น้ำให้เย็นสบายฉ่ำใจกันไปเลย รับรองได้เลยว่านักท่องเที่ยวที่มาที่นี่คงอิ่มอก
อิ่มใจกับการเล่นน้ำในทัศนียภาพที่แตกต่าง เพราะน้ำตกแต่ละชั้นมีความสวยงามโดดเด่นที่ต่างกัน ว่ายน้ำเล่นชั้นนี้เสร็จก็ขึ้นจากน้ำเดิน
ไปเล่นในชั้นถัดๆไป  ซึ่งจะแตกต่างจากน้ำตกที่พวกเราเคยพบเห็นกันทั่วไป ที่จะน้ำตกจะเป็นพื้นที่เดียวกัน ยืนชมนักท่องเที่ยวเข้าไปยืน
อยู่ตรงการสายน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาสูง ซักพักก็เดินมาถึงน้ำตกชั้นต่อไปคือ ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น  น้ำตกชั้นนี้ไม่สูงมานัก ลักษณะ
เหมือนขั้นบันไดเล็ก ๆมีทั้งหมด 2 ชั้น แล้วก็บริเวณที่เป็นพื้นน้ำกว้างใหญ่กว่าชั้นอื่นๆ ที่สามารถว่ายน้ำเล่นได้อย่างสบาย ฉันคิดอยู่ในใจว่า ที่มาของชื่อน้ำตกชั้นนี้  คงหมายถึง มีพื้นน้ำที่มีบริเวณกว้างกว่าชั้นอื่นหรือเปล่าน่า จะผิดจะถูกหรือไม่ก็จินตนาการกันไปได้เรื่อยๆ เพราะอย่างว่าชื่อน้ำตกแต่ละชั้นก็ช่างไพเราะชวนให้นึกถึงที่มาว่าทำไมถึงได้ชื่ออย่างนั้นหนอ   


ชั้นที่ 1 ดงว่าน

ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น

ชั้นที่ 3 วังหน้าผา
      
ฉัตรแก้ว ม่านขมิ้น วังหน้าผา แล้วก็จบด้วยชั้นที่สุดท้ายของวันนี้  ดงว่าน น้ำตกชั้นที่ 1 ของห้วยแม่ขมิ้น ฉันประทับใจน้ำตกชั้น
นี้มากเนื่องจากมีมุมให้เล่นน้ำรวมถึงมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะ  ที่น้ำตกชั้นนี้พวกเราแก๊งถ่ายรูปก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ลักษณะของน้ำตก
ไหลลดหลั่นเล่นระดับได้อย่างสวยงาม กดชัตเตอร์ 1 ครั้ง มาดูรูปก็อดไม่ได้ที่จะกดในมุมที่ซ้ำๆกัน  แต่ก็ไม่ลืมจะไขชื่อน้ำตกนี้ ดงว่าน
ี้หรือจะเป็นเพราะเป็นจุดสุดท้ายที่ทั้งน้ำตกชั้นที่ 4 , 3 , 2 ไหลลงมารวมกัน เลยเหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของการไหลมามารวมตัวกันของ
น้ำตก ชื่อ ดงว่าน จึงเป็นชื่อเรียกของเจ้าน้ำตกชั้นนี้ เดินชมความงามของน้ำตกทั้ง 4 ชั้น เรียบร้อยแล้ว หันไปมองนาฬิกา 5 โมงกว่าๆ
เดินชมน้ำตกจนเพลินจนลืมดูเวลาไปเลย พวกเราทั้งหมดเดินกลับไปสู่ที่พักผ่านทางเดิมที่มาครั้งแรกผ่านน้ำตกทั้ง 4 ชั้น ระหว่างทาง
กลับก็อดที่จะชื่นชมความงามอีกครั้งถือเป็นการบอกลาเจ้าน้ำตกแต่ละชั้นไปด้วย  กลับมาถึงที่พักพวกเรานั่งรวมตัวร้องเพลงเล่นกีตาร์
์กันหน้าบริเวณจุดกางเต้นท์ ฟังเสียงกีตาร์เคล้าเสียงน้ำตกนี่ช่างสุนทรียดีแท้  พวกเราหลับตาไปด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า แต่ในใจเต็มอิ่มไป
ด้วยมิตรภาพและความสุขเตรียมพร้อมที่จะรับความสุขที่เพิ่มขึ้นในเช้าวันใหม่กับน้ำตกอีก 3 ชั้น ที่รอให้พวกเราได้ยล น้ำตกชั้น 5
ไหลจนหลง ชั้น6 วังผีเสื้อ ชั้น 7 ร่มเกล้า ที่พวกเราพร้อมไปลุยต่อในวันพรุ่งนี้

ชั้นที่ 5 ไหลจนหลง

ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ

ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า


่       น้ำตกชั้น 5 ไหลจนหลง คือจุดหมายแรกของเช้าวันใหม่ ทางเดินขึ้นของน้ำตกค่อนข้างชันเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทำให้เราต้องละความ
พยายามที่จะไปเก็บภาพสวยๆของมาให้ได้  ฉันเคยอ่านบทความที่พูดถึงเรื่องราวของน้ำตกชั้นนี้แห่งหนึ่งบอกว่า
       “ น้ำตกชั้นที่มีความพิเศษคือ หลักจากที่น้ำตกแยกจากลำห้วยสายหลังแล้ว กลับไหลตกลงหลุมยุบ ทำให้สายน้ำหายไป บริเวณหลุมยุบดังกล่าว เมื่อฝนตกลงมาทำให้หินปูนเกิดการชะล้าง ลึกกร่อน เป็นโพรง เป็นรูเล็กๆ ทำให้สายน้ำที่ไหลมาบริเวณนี้ มุดลอดได้สะดวก แต่ไม่สามารถมองเห็นธารน้ำได้ น้ำตกชั้นนี้จึงไม่ไหลรวมกับน้ำตก ชั้นที่ 4 3 2 และ 1 แต่จะไหลไปโผล่บริเวณเลยน้ำตกชั้นที่ 1 ไปแล้ว และไหลกลับลงห้วยเหมือนเดิม และเมื่อเราได้ไปเห็นแล้วก็ประจักษ์แจ้งกับตา เพราะว่าไม่เห็นสายน้ำเลยจริงๆ ดูแล้วก็แปลกและฮาดีที่น้ำตกแต่ดันไม่มี”
      ฉันเดินต่อมาอีกประมาณ 1 ก.ม. ก็มาถึงน้ำตกชั้นที่ 6 "ดงผีเสื้อ" ถามเจ้าหน้าที่ที่บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้ว่าทำไมจึงชื่อว่า ดงผีเสื้อ
เนื่องจากมีผีเสื้อบินไปบินมาอยู่ที่นี่เยอะ เราจึงร้องอ๋อ ก็ชื่อก็บอกอยู่ว่าดงผีเสื้อไม่น่าถามเลยเนอะเรา ลักษณะของน้ำตกก็จะไหลลงมา
จากชั้นหินปูนที่ค่อนข้างกว้าง หากใครต้องการที่อยากให้น้ำตกไหลลงมากระทบกับตัว แนะนำว่าชั้นนี้มีหลายมุมให้ทุกท่านยืนรอเลยเชียว
และเราก็มาถึงน้ำตกชั้นสุดท้ายชั้นที่ 7 ที่มีชื่อเรียกว่า"ร่มเกล้า" พวกเราเดินชมน้ำตกกันครบทั้ง 7 ชั้น ก็ถึงเวลาเตรียมเก็บสัมภาระกลับ
ไปกรุงเทพ ถึงแม้รถของเราจะเคลื่อนออกจากน้ำตกไปได้ไกลมากแล้ว แต่เสียงดังของน้ำตกยังแว่วดังอยู่ในหูของพวกเรา พร้อมกับ กลิ่นไอของสายน้ำและความงามยังคอยย้ำเตือนให้พวกเราตั้งใจว่าซักวัน จะต้องกลับมาอีกครั้ง 

      
ข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

 ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น : 
  เยี่ยม แย่ ยิ้มใหญ่ ยิ้มน้อย เขิน หยอกล้อ ตกใจ ร้องไห้ สงสัย ขอโทษ หดหู่ อย่าน่ะ ต่อว่า โอเค
ชื่อ :   *
อีเมลล์ : 
 หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง
 
 ความคิดเห็น


www.paiduaykan.com แหล่งชุมนุมของคนชอบเที่ยว
Copyright 2006 ,All rights reserved.