• แอ่วหนองคาย Unseen บ้านม่วง

    หนองคาย  ฉันเคยมาแวะมาในจังหวัดนี้เพียงครั้งเดียว ในครั้งนั้นเรียกได้ว่าเพียงแค่ผ่าน เนื่องจากเป็นเส้นทางกลับจากการไปเที่ยวจังหวัดอื่นทางภาคอีสานจึงแวะพอเป็นพิธี  ฉันแทบไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนี้แบบจริงจัง รู้แต่ว่าที่นี่มีหลวงพ่อพระใส  พระธาตุกลางน้ำ สะพานมิตรภาพไทยลาว และตลาดท่าเสด็จ  แต่ในโลกที่การสื่อสารแบบออนไลน์ได้เข้าถึงแบบประชิดตัว วันหนึ่งนั่งคลิ๊กหาข้อมูลท่องเที่ยวไปตามปกติ มาสะดุดตากับสถานที่แห่งหนึ่ง  ต. บ้านม่วง อ.สังคม  หนองคายมีสถานที่แบบนี้ด้วยหรือ ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อ แต่จะสวยจริงเหมือนดั่งในรูปที่เห็นหรือไม่คงต้องไปสัมผัสและพิสูจน์ด้วยตัวเองซักครั้ง  เข้าสู่ตัวเมืองหนองคายหาอาหารมื้อเข้าทาน แวะสักการะ หลวงพ่อพระใส  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวหนองคาย

     

    DSC_0294

    DSC_0289

     

    หลังจากนั้นมุ่งหน้าสุ่จุดหมายต่อไป วัดผาตาเสื้อ ต.ผาตั้ง อ. สังคม  ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางจะเข้าสู่ที่พัก ถือโอกาสแวะขึ้นไปซักหน่อย  เส้นทางขึ้นไปยังวัดผาตากเสื้อ คดเคี้ยวเล็กน้อย ช่วงแรกเป็นถนนราดยางอย่างดี แต่ช่วงสุดท้ายเป็นถนนดินแดง แต่รถทุกชนิดสามารถขึ้นไปได้

     

    DSC_0351

     

    จุดเด่นของวัดนี้ ก็คือ เราสามารถชมวิวในมุมสูงของลำน้ำโขงที่ไหลพาดผ่านบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้แบบไกลสุดตา

     

    DSC_0334

     

    เที่ยงกว่าพวกเราก็เตรียมเดินทางไปยัง ต.บ้านม่วง อ.สังคม  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่ฉันเรียกได้ว่า สุด Unseen หลายแห่ง เข้าสู่ที่พัก บ้านไม้ริมโขง  บ้านพักในบรรยากาศแบบสบายติดแม่น้ำโขง ในอำเภอสังคมมีที่พักอยู่ประมาณ 4-5 ที่ ส่วนใหญ่ก็จะติดลำน้ำโขง เบอร์ติดต่อ 042-441560 086-6306176

     

    DSC_0395

    DSC_0389

     

    ที่พักของที่นี่ก็จะมีแบบที่ติดริมโขงและไม่ติดริมโขง คณะฉันจองแบบติดริมโขงไว้ทั้งหมด ที่พักห้องละ 600 บาท นอนได้ 2 คน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งแอร์ ทีวี ตู้เย็น  เครื่องทำน้ำอุ่น

     

    DSC_0363

     

    มีระเบียงหันมานั่งเล่นชมวิวของแม่น้ำของได้แบบกว้างไกลสุดตา  ที่นี่มีแอร์แต่ฉันแทบไม่ได้เปิดเพราะแค่เปิดกระจกนอนเล่นอยู่ในห้องก็มีลมพัดเย็นสบายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา  นั่งชมวิวไปก็รู้สึกว่าบรรยากาศแบบนี้เหมือนกับเชียงคานในสมัยก่อนที่นักท่องเที่ยวยังไม่เริ่มรู้จัก บรรยากาศแบบชาวบ้าน  เงียบ สงบ น่ามานอนพักผ่อน ปั่นจักรยานเลียบโขงท่องเที่ยว ชิว ชิว ซัก 1 อาทิตย์

     

    DSC_0372

     

    อากาศเย็นสบาย เงียบสงบ ฉันเผลอหลับไปตอนนั้นไม่รู้ได้ ตื่นมาอีกทีบ่ายสามโมงกว่า ถึงเวลาที่พวกเราต้องเดินทางไปยัง ภูโลน ฉันทราบข้อมูลมาว่าที่นี่คือ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ ต. บ้านม่วง อ.สังคม  ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักไปประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร หลังจากสอบถามข้อมูลที่ตั้งและการเดินทางจาก ครัวไม้น้ำ โทร  085 001 7411 ที่นี่เป็นศูนย์กลางอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในทุกเรื่องทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ติดต่อเรือ รถอีแต๋นของชาวบ้านไปยังจุดต่างๆ รวมถึงบริการอาหาร ที่พักแบบกางเต้นท์  ต้องแจ้งไว้ก่อนว่าหากเราไปถึงแต่ละจุดแล้วติดต่อเองลำบากพอสมควรเพราะสัญญาณโทรศัพท์ในบ้านม่วงทุกค่ายหาได้ยากเดี๋ยว มา เดี๋ยวหายตลอด ถ้ามาตั้งหลักที่นี่จะสะดวกขึ้น ทางเจ้าของร้านเองก็ยินดีและพร้อมที่จะให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวตลอดค่ะ พวกเราใช้ประมาณ  5 นาที จากครัวไม้น้ำมาถึงหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งตามคำแนะนำเส้นทาง เพื่อใช้บริการรถอีแต๋นของชาวบ้านขึ้นไปยัง ภูโลน  เส้นทางก็จะเป็นดังที่เห็นในภาพค่ะ รถเก๋ง รถตู้แนะนำให้จอดไว้ด้านล่าง และใช้บริการรถชาวบ้านดีกว่า คิดค่าบริการเพียงคันละ 100-200 บาท รถนั่งได้ 5 คน  ถือว่าเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน ชาวบ้านที่นี่ก็น่ารักมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับพวกเราอย่างเป็นมิตร

     

     

     

    ลักษณะของ ภูโลน เต็มไปด้วยหญ้าสีเหลืองแห้งขึ้นปกคลุมทั่วภูเขาซึ่งเราจะได้เห็นในหน้าหนาวหรือหน้าแล้ง จึงเป็นที่มาของชื่อ ภูโลน คำว่าโลน หมายถึง  โล้น นั่นเอง

     

     

    เดินมาสุดปลายภูเขา ก็จะเห็นวิวแม่น้ำโขงและเกาะแก่ง จริงแล้วเมื่อเรามาถึงบ้านม่วง ตลอดเส้นทางถนนเรียบโขงจะได้เห็นภาพเกาะ สันทราย โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ  ซึ่งจะเห็นได้ชัดขึ้นในหน้าแล้งในเวลาที่แม่น้ำโขงลดระดับลง นั่งอยู่ในรถหันมองไประหว่างทางรู้สึกอยากลงแวะชมวิวถ่ายภาพระหว่างทางไปเรื่อยๆ

     

     

    มองลงไปข้างล่างยังเส้นถนนที่ขึ้นมา เห็นต้นไม้เปลี่ยนสีสวยงาม

     

     

    รอชมพระอาทิตย์ตกจากสภาพอากาศในเวลานี้พวกเราคงไม่ได้มีโอกาสเห็นเป็นแน่   แต่โชคดีคณะของเราได้มีโอกาสเจอกับนายกอ.บ.ต. บ้านม่วง คุณศิริศักดิ์ เบ้าแก้ว  และคุณมิท จากเว็บหนองคายนิวส์ แนะนำและจะพาคณะของเราไปยังสถานที่อีกแห่งที่ไม่ได้อยู่ในเพลนของทริป ที่หนองปลาบึก  คุณศิริศักดิ์  บอกว่าจุดนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตยตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

     

     

    พวกเราเปลี่ยนแผนตามที่นายกอ.บ.ต. บ้านม่วง แนะนำ ระหว่างทาง ตรงทางขึ้นภูโลนเจอต้นยางเปลี่ยนสี วิวคล้ายกับต่างประเทศตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนขึ้นไปว่าขากลับต้องมาเก็บภาพระหว่างทางซักหน่อย

     

    DSC_0499

    DSC_0490

     

    จากภูโลนไม่ถึง 10 นาที พวกเราก็มาถึง หนองปลาบึก  จุดชมวิวทิวทัศน์มองเห็นลำน้ำโขงเป็นหลุมและเกาะแก่ง  ฉันมองลงไปแลดูคล้ายสามพันโบก ที่อุบลราชธานี เพียงแต่ที่นี่มีพื้นที่เล็กกว่ามาก  ท่านนายกอ.บ.ต. บ้านม่วง พาคณะเรานั่งเรือหางยาวข้ามไปยังพื้นที่ที่เป็นเกาะ  จริงแล้วท่านบอกพวกเราว่ายังไม่เคยพานักท่องเที่ยวกลุ่มไหนข้ามมาถ่ายภาพตรงนี้  คณะเราถือเป็นคณะแรกอยากให้ช่วยกันโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวบ้านม่วงให้เป็นที่รู้จัก  จากที่เคยเห็นการทำงานของท่านจากสื่อออนไลน์ที่คอยบุกเบิกและประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก รู้สึกนับถือในความตั้งใจและความทุ่มเท เมื่อได้มีโอกาสเจอท่านด้วยตัวเองยิ่งชื่นชม ไม่ว่าคณะฉันจะไปจุดไหน เช้ามืด  บ่ายเย็น จะเจอท่านคอยต้อนรับ คอยให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นการเอง

     

    ไม่ถึง 5  นาทีเรือข้ามมาถึงฝั่ง  ณ เวลานี้อากาศยังขมุกขมัว ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน ยังไงก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์เป็นแน่

     

     

    แต่สุดท้ายเราจะเอาแน่นอนอะไรกับธรรมชาติ ในสถานที่จุดเดิมที่ขมุกขมัวในตอนแรก เมื่อใกล้พลบค่ำ มันได้เปลี่ยนไปเป็นแสงสีนี้อย่างรวดเร็ว เสียงร้องเฮอย่างดีใจจากสมาชิกทุกคนดังขึ้น “  แสงมาแล้ว  แสงมาแล้ว ” กล้องทุกตัวพร้อมเก็บภาพเสี้ยวนาทีประทับใจลงในเมมโมรี่การ์ด

     

     

    แสงสีส้มแดงอมม่วงหน่อย  ภาพที่เห็นเป็นแสงสีของสถานที่จริง ซึ่งฉันไม่ได้ปรับแต่งภาพเพิ่มเติมทั้งสิ้น   กล้องยังถ่ายทอดออกมาได้สีไม่สวยเท่าของจริงที่เห็นด้วยสองตา

     

     

    พื้นดินแห้งแตกกระแหง คือองค์ประกอบในการถ่ายภาพที่ฉันนำมาใช้เป็นฉากหน้าภาพมีอะไรที่น่าสนใจขึ้น

     

     

    ถ่ายรูปสมาชิกในทริปมาแต่ละคนมีความสุข อย่างน้อยทริปนี้พวกเราก็ได้เก็บความประทับใจหลับฝันดีกับบรรยากาศของแสงสุดท้ายยามเย็น ที่หนองปลาบึก

     

     

    ตื่นมาแต่เช้าเดินทางจากที่พักตั้งแต่ตี 5 ไปยังครัวไม้น้ำขึ้นรถอีแต๋นเพื่อขึ้นไปชมทะเลหมอก ณ ภูห้วยอีสัน ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของบ้านม่วง  เนื่องจากสถานที่ข้างบนไม่ได้กว้างเพียงพอสำหรับจอดรถได้หลายคัน อีกทั้งเส้นทางไม่ค่อยดีเป็นหลุ่มบ่อ จึงไม่อนุญาติให้นำรถส่วนตัวขึ้นไปต้องจอดไว้ที่ครัวไม้น้ำแล้วใช้บริการรถอีแต๋นขึ้นไป  ค่าบริการรถอีแต๋นไปกลับคนละ 50 บาท นั่งได้  5 คน  สามารถติดต่อได้ที่ครัวไม้น้ำ ทะเลหมอกหนาแน่น อีสานบ้านเราก็มีให้ชมกว้างไกลสุดตาสวยงามอลังการไม่แพ้ภาคเหนือ  เป็นอัศจรรย์แห่งทะเลหมอกที่เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ Unseen ไฮไลต์ของการมาท่องเที่ยวในบ้านม่วงเลยก็ว่าได้

    ปัจจุบัน ภูห้วยอีสันได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ของจุดชมวิสใหม่ สามารถเข้าไปชมภาพอัพเดทได้ที่  ทะเลหมอกห้วยอีสัน  http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/nongkhai/phuhuayesan.html

     

     

    เบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสัน สามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงซึ่งหากวันใดที่สายหมอกบางเบาก็จะสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าส่องกระทบไปยังพื้นน้ำและเกาะแก่งได้ขัดเจน

     

    DSC_0738

     

    ระหว่างเส้นทางสามารถชมทะเลหมอกได้ประมาณ 3 จุด โดยแต่ละจุดจะมีมุมมองที่สวยงามแตกต่างกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เวลา 05.30 น.- 08.00 น. จุดที่ฉันถ่ายภาพมา คือ จุดที่สามซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด

     

     

    จากตอนแรกเห็นแต่ภูเขาสีเขียวในเวลานี้หมอกคลอเคลียค่อยๆ ลอยไปตามไหล่เขา

     

     

    หลังจากเก็บภาพทะเลหมอกด้านบนจนเป็นที่พอใจ ก็เดินลงมาตั้งใจจะไปเก็บภาพทะเลหมอกจุดแรก  ระหว่างทางเจอมุมสวย ที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อีกจุดหนึ่ง

     

     

    มาถึงจุดชททะเลหมอกจุดแรก ตอนนี้หมอกเริ่มฟุ้งลอยปกคลุมต้นไม้และไหล่เขา

     

     

    ดอกหญ้าพริ้วไหว สามารถพบเห็นได้ตลอดเส้นทางของจุดชมทะเลหมอกจุดแรก

     

     

    แต๊ก แต๊ก  เสียงรถ VIP มารับพวกเราแล้ว เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ บางครั้งเห็นรถอีแต๋นวิ่งไปวิ่งไปมา ใฝ่ฝันอยากขึ้นไปนั่งซักที ฉันว่ามันเป็นพาหนะที่นั่งแล้วได้ feel  มาก ท่านนายกอ.บ.ต. บ้านม่วง ถามฉันว่า ไม่ลำบากไปใช่มั้ยครับเที่ยวและนั่งรถแบบนี้  เพราะบางคนอาจไม่ชอบเที่ยวสไตล์แบบนี้ ฉันตอบท่านไปว่า “ ชอบค่ะชอบเที่ยวแบบนี้ และเคยนั่งรถลำบากกว่านี้มาเยอะ อันนี้ธรรมดามาก ” ฉันไม่รู้ว่าใครจะคิดอย่างไร แต่ลองคิดดูว่าเที่ยวนั่งรถสบายคงไม่ใช่เรื่องยาก  แต่ในชีวิตนี้คงหาโอกาสได้ยากหรือจะเรียกได้ว่าหาโอกาสไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะได้นั่งรถอีแต๋นท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติไปตามท้องถนนแบบไม่ต้องฝ่ารถติดที่วุ่นวาย ฉันว่าในเวลานี้ใครๆ ต่างโหยหาและอยากกลับคืนสู่ความเรียบง่าย  อย่างน้อยนอกจากเราจะได้เที่ยวเจอสถานที่ท่องเที่ยวสวยแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือและกระจายรายได้ให้ชาวบ้านด้วย  ฉันเห็นหน้าชาวบ้านแต่ละคนดูมีความสุขที่ได้เห็นนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน บ้านของเขาไม่เงียบเหงาอีกต่อไป

     

     

    แต่การท่องเที่ยวบ้านม่วง หนองคาย ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวอีกเยอะ หนึ่งในนั้นคือ นั่งเรือชมเกาะกลางน้ำและชมวิวลำน้ำโขง จริงแล้วถ้าจะให้ดีลงจากชมทะเลหมอกห้วยอีสัน มารับประทานอาหารเช้าที่ครัวไม้น้ำ ก็สามารถนั่งเรือชมวิวต่อได้เลยเพราะจุดขึ้นเรือก็เริ่มจากที่ครัวไม้น้ำ ส่วนใหญ่แล้วก็จะขึ้นเรือกันในเวลาเช้าเพราะไม่ร้อนมาก แต่คณะฉันเลือกกลับไปพักผ่อนเก็บสัมภาระยังที่พักก่อน ประมาณเที่ยงกว่าก็กลับมาขึ้นเรือ เวลานี้ร้อนได้ใจเลยทีเดียว  ค่าเรือท่องเที่ยวชมเกาะกลางน้ำลำละ 300 บาท นั่งได้เต็มที่ลำละ  5 คน  ระยะเวลาไปกลับในการล่องเรือเกิน 1 ชั่วโมง

     

     

    จากอากาศร้อนๆแต่พอเรือวิ่งลมเย็นพัดมาสัมผัสใบหน้า ในเวลากลางวันแบบนี้เกือบเคลิ้มหลับไปได้เหมือนกัน

     

     

    สันทรายสีขาวที่โผล่ขึ้นมาเหนือพิ้นน้ำแซมด้วยหญ้าเขียวและต้นไม้เล็ก ตัดกับสีท้องฟ้าอ่อน  มองแล้วสบายตา

     

     

    นั่งเรือมาได้ซักพักก็เห็นเกาะกลางน้ำ จุดหมายของเราอยู่ไม่ไกลแล้ว

     

     

    เกาะกลางน้ำเล็กๆ เต็มไปด้วยหินที่ถูกกัดเซาะด้วยกระแสะน้ำท่ามกลางหาดทรายสีน้ำตาล ประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาได้อย่างแปลกตา

     

     

    ในเวลานี้คงไม่ต้องบอกว่าร้อนแค่ไหน

     

     

    แต่ความร้อนในเวลานี้ไม่ได้ทำให้พวกเราหยุดชะงักหรือหมดสนุก เพราะความมหัศจรรย์ของแก่งหินดึงดูดให้เดินขึ้นไปค้นหาความสวยงามต่อไปเรื่อยๆ

     

     

    เดินไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อเก็บภาพในมุมที่แตกต่างกันไป

     

     

    เดินมาถึงแก่งหินข้างบนมองลงมายังสมาชิกที่เดินอยู่ข้างล่าง เหมือนพวกเรากำลังติดเกาะ

     

     

    จบทริป 2 วัน 1 คืน ที่หนองคาย ระยะเวลาอาจน้อยเกินไปสำหรับการซึมซับและเก็บเกี่ยวความสวยของที่นี่  ฉันไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันสถานที่ท่องเที่ยวอื่นหรือไม่ แต่ในเวลานี้อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสกับความ Unseen ทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง  มานั่งรถอีแต๋นเที่ยว  นั่งเรือพายของชาวบ้าน  ชมวิวริมโขง มาสัมผัสชีวิตแบบ slowly แล้วคุณจะชอบและหลงรัก  บ้านม่วง อำเภอสังคม  จังหวัดหนองคาย

     ทริปนี้เดินทาง 23-24 ก.พ. 56 

     

    Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน