• พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย แสมสาร

    พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย  ตั้งอยู่ริมทะเลในบริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร  อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  ตรงข้ามกับอาคารขายตั๋วที่จะไปเที่ยวเกาะแสมสาร ก่อตั้งขึ้นโดยกองทัพเรือเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงด้านธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์สัตว์ศาสตร์ทางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพันธุกรรมพืชต่างๆ ในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 อาคาร ตั้งเรียงรายอยู่เนินเขา โดยมีจุดชมวิวอยู่ที่อาคาร 5 ซึ่งเป็นไฮไลท์ของการมาชมพิพิธภัณฑ์ฯ สามารถมองเห็นวิวทางทะเลที่สวยงามในมุมสูง ของท้องทะเลสัตหีบ และเกาะชื่อดัง ได้แก่ เกาะแสมสาร เกาะขาม  ท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้า

     

    1%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0

     

    จุดเริ่มต้นของการเดินเท้าไปยังจุดชมวิว อยู่ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อตากสิน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจุดจำหน่ายตั๋วไปเกาะแสมสาร  ระหว่างอาคาร1 ถึงอาคารที่ 5  ได้จัดทำเป็นทางเดินขั้นบันไดขึ้นไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้   ระหว่างทาง คือ  อาคารต่างๆ  สามารถแวะชมนิทรรศการที่จัดแสดงภายในอาคารซึ่งเป็นห้องแอร์

     

    2-dew_1900

    3-dew_1813

     

    อาคารที่ 1 เทิดพระเกียรติมหาราช  จัดแบ่งเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรกนำเสนอถึงที่มาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในฐานะที่ทรงเป็น ”เจ้าฟ้านักอนุรักษ์”  ส่วนที่ 2 จัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างหิน ดิน และชีวิต บอกเล่าเรื่องราวของฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ที่คณะสำรวจของโครงการฯ ค้นพบในจังหวัดต่างๆ และฟอสซิลจากท้องทะเลของไทย เช่น เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงระบบนิเวศทางทะเล และความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลที่ส่งผลต่อภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน

    อาคารที่ 2 ปวงปราชญ์ร่วมรวมใจ  ในส่วนนี้คุณจะได้รู้จักกับระบบนิเวศของป่าชนิดต่างๆ ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ ป่าดึกดำบรรพ์ และป่าชายเลน อีกทั้งพันธุ์พืชที่ถูกค้นพบเฉพาะในประเทศไทยตามเกาะต่างๆ  นอกจากนี้ยังจะได้เข้าไปอยู่ในอาณาจักรของผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปลวก เห็ด รา จุลินทรีย์ดิน สัตว์หน้าดิน หรือสัตว์ในดิน ซึ่งสัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้คือหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร เป็นกระบวนการหมุนเวียนพลังงานที่ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ  ส่วนอาคารที่  3-4 ปิดปรับปรุง

     

    4-dew_1898

    5-dew_1891

    6-dew_1894

    7-dew_1897

    8-dew_1889

     

    ก่อนถึงจุดชมวิวไต่ระดับบันไดขึ้นมาสูงขึ้น อากาศค่อนข้างอบอ้าวพอสมควร แนะนำควรพกน้ำดื่มติดตัวมาด้วย

     

    9-dew_1818

     

    จุดชมวิวระหว่างทางก่อนถึงจุดชมวิวสูงสุด มุมนี้จะได้เห็นหมู่บ้านชาวประมงช่องแสมสาร  อยู่เรียงรายติดท้องทะเล

     

    9-dew_1819

    10-dew_1823

    11-dew_1824

     

    จากจุดเริ่มเดินเท้า ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงจุดชมวิวสูงสุด  ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ 5 เมื่อได้เห็นภาพท้องทะเลอันสวยงามที่อยู่ตรงหน้า หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง  ข้างบนมีลมทะเลพัดเข้ามาตลอดเย็นสบายมาก

     

    12-dew_1830

    13-dew_1831

    14-dew_1888

     

    ความสวยงามและอัศจรรย์ใจ ของเกาะ 3 เกาะที่เรียงราย สวยงามราวกับภาพวาด  ซ้ายมือ คือ เกาะแรด ตรงกลาง คือ เกาะแสมสาร ขวามือที่เห็นเป็นเกาะเล็กอยู่ไกลๆ คือ เกาะขาม

     

    15-dew_1858

     

    เกาะแสมสาร มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด สามารถมองเห็นความใสของน้ำทะเลและหาดทรายสีขาวได้แบบชัดเจน

     

    17-dew_1832

     

    บริเวณนี้ คือ พื้นที่โล่งมีทุ่งหญ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดมา ท้องทะเลสีฟ้า กับท้องฟ้าใส เป็นภาพที่มองแล้วมีความสุข ความเหนื่อยล้าที่ต้องเดินขึ้นบันไดมาหลายขั้นค่อยหายไปอย่างช้าๆคุ้มแล้วที่ได้เดินขึ้นมา

     

    19-dew_1827

    20-dew_1848

     

    ภายในอาคารของจุดชมวิวเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ  จัดเป็นพื้นที่โล่งและอาคารเรือนกระจก สำหรับนั่งพักผ่อนชมวิว แบบเย็นๆ

     

    21-dew_1863

    22-dew_1864

    23-dew_1879

     

    ข้างนอกเป็นระเบียงชมวิว สามารถเดินไปชมวิวได้แบบชัดเจนขึ้น  สะพานที่เชื่อมไปในทะเล คือท่าเรือจุกเสม็ด  ข้ามไปยังเกาะแสมสารนั่นเอง

     

    24-dew_1883

    25-dew_1868

    26-dew_1870

    27-dew_1873

     

    น้ำทะเลมีความใสมากจริงๆ ถึงแม้จะมาเที่ยวในช่วงฤดูฝน แต่ก็ยังสามารถชมทะเลได้แบบสวยงาม

     

    28dew_1872

     

    อีกมุมหนึ่งเห็นความโค้งของอ่าว มองเห็นเวิ้งหาดอยู่ไกลๆ คือหาดน้ำใส อีกหนึ่งหาดขึ้นชื่อของสัตหีบ

     

    29-dew_1875

     

    พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย  เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่สวยงามของบ้านแสมสาร สัตหีบ เมื่อมาถึงแล้ว น่าจะเดินขึ้นไปชมวิวกันซักหน่อย รับรองว่าจะมีความตื่นตาตื่นใจ ร้องว้าว กับวิวทะเลที่ได้เห็นแน่นอน

     

    19-dew_1846

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย  เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00-17.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ  เสียค่าชมผู้ใหญ่คนละ  50 บาท  เด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์คนละ   20 บาท ชาวต่างชาติคนละ  100 บาท ทหารเรือนอกเครื่องแบบแสดงบัตรประจำตัวคนละ  30 บาท

     

    การเดินทาง

    รถยนต์ส่วนตัว
    ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ ฯ – ระยอง
    จากมอเตอร์เวย์กรุงเทพ ฯ สุดทางที่ถนนตัดสายบายพาสอ้อมเมืองชลบุรี ขับรถตรงไปทางระยองผ่านทางแยกต่างระดับ ที่เบี่ยงซ้ายไปแหลมฉบังอาจจะ เปลี่ยนเส้นทางใช้ถนนสายนี้ไปทางถนนสุขุมวิทก็ได้ แต่แนะนำให้ ขับรถตรงไปทางระยอง ถึงทาง แยกต่างระดับให้เลี้ยวซ้ายไประยอง และสังเกตป้ายบอกทางไปสัตหีบ พอถึงสามแยกสัตหีบ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนสาย 331 ผ่านสนามบินอู่ตะเภาถึงสี่แยกไฟแดงบ้านกิโลเมตร 10 ขับรถตรงไปตามเส้นทางไปท่าเรือ สัตหีบ (ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด) ไปนิดนึงให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านช่องแสมสาร สังเกตป้ายบอกทางไปวิหารหลวงพ่อดำและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ให้ขับไปทางป้ายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

    จากเส้นถนนสุขุมวิท
    จากบางนาขับรถตรงไประยอง ผ่านชลบุรี บางแสน ศรีราชา พัทยา สัตหีบจากสามแยกสัตหีบไปถึงกิโลเมตร 6 มีสามแยกใหญ่ให้เลี้ยวขวาไปตาม ทางไปท่าเรือสัตหีบ ถึงสามแยกถนนตัดจากที่ มาจากบ้านกิโลเมตร 10 เลี้ยวขวาและใช้เส้นทางเดียวกับ การเดินทางเส้นทางที่ 1 ใช้ถนนสาย 331 แล้วใช้เส้น ทางเดียวกับเส้นทางแรก

    รถโดยสารสาธารณะ
    นั่งรถกรุงเทพ – ระยอง (สายเก่า  สายใหม่ไม่ผ่าน) บอกคนรถว่าลงที่ตลาดสัตหีบ เมื่อถึงตลาดสัตหีบแล้ว ให้ต่อรถสองแถว สีน้ำเงิน ที่ด้านหน้ารถมีป้ายเขียน ว่า แสมสาร เพื่อความมั่นใจให้ถามคนขับว่าไปท่าเรือเขาหมาจอ หรือไปที่ศูนย์อนุรักษ์การดำน้ำไหม เพราะรถคันนี้จะไปส่งที่หน้าศูนย์ฯ
    3.โดยรถตู้
    จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นั่งรถตู้สายสัตหีบให้ไปลงที่ตลาดสัตหีบ แล้วต่อสองแถวแบบเดียวกันกับการเดินทางโดยรถทัวร์

     

    Tags : , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน