• หนีร้อน ไปนอนพัก ชมทะเลสวยเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

    ช่วงนี้อากาศร้อน  จะเน้นพาเที่ยวชมบรรยากาศของทะเลซักหน่อย สารภาพเมื่อก่อนเป็นคนไม่ชอบทะเลเลย เพราะความทรงจำของทะเลที่มีมาตั้งแต่เด็ก คือ ทะเลน้ำขุ่นๆ คลื่นๆแรง มีความคิดว่าทะเลก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกที่ จนได้มีโอกาสมาเที่ยว เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นทะเลสวย น้ำใส หาดทรายขาวละเอียด จากไม่ชอบทะเล ก็เปลี่ยนเป็นรักทะเลไทยขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าในประเทศไทยจะมีทะเลสวยๆ แบบนี้ หลายปีผ่านไป ยังบอกตัวเองอยู่เสมอว่าซักวันเราจะกลับไปที่นี่อีกครั้ง แล้วก็ได้กลับมาเป็นครั้งที่ 2 

     

    cover

    อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จะประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่หลายเกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะไข่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง ราวี เกาะหินงาม เกาะดง เกาะหินซ้อน เกาะกระ ฯลฯ แต่บางคนมักจะเรียกรวมแบบติดปากว่า หลีเป๊ะ ซึ่ง จริงแล้ว เกาะหลีเป๊ะเป็นเพียงเกาะหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยาน ฯ เท่านั้นค่ะ แต่ที่นี่เปรียบเสมือนศูนย์กลางท่องเที่ยวของตะรุเตา มีที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร และทริปทัวร์ท่องเที่ยว ดำน้ำต่างๆ จะเรียกว่ามีสิ่งอำนาวยความสะดวกครบครันก็ว่าได้ การเดินทางมาท่องเที่ยว เกาะหลีเป๊ะ สามารใช้บริการบ.ทัวร์ ซึ่งจะจัดการให้เราหมดทุกสิ่งอย่าง หรือถ้าจะเที่ยวเองไม่ง้อทัวร์แบบเราก็ย่อมได้ เริ่มจากนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพไปลงที่อำเภอละงู ถึงประมาณ 7 โมง เช้า หลังจากนั้นก็นั่งมอเตอร์ไซต์ 40 บาท ไปลงตลาดละงูเพื่อต่อสองแถวไปท่าเรือปากบาราเพื่อนั่งเรือ แต่ทำไปทำมาไม่อยากรอเลยนั่งมอเตอร์ไซต์ จากไปยังท่าเรือปากบาราไปเลยค่ะ ราคา 60 บาท เรือที่ให้บริการมีหลายบริษัทจะออกพร้อมกันเวลา 11 .00 – 11.30 น. ค่าเรือซื้อแบบตั๋วไปกลับ 1000 บาท โดยปกติระหว่างทางจะมี 2 จุด น่าสนใจที่น่าจะแวะ คือ เกาะตะรุเตา และเกาะไข่ แต่บางบริษัทก็ไม่จอดหรือจอดแค่เกาะไข่ หรือบางทีก็จอดแค่ตะรุเตา อยากแวะตรงไหนก่อนซื้อตั๋วต้องถามให้ดีค่ะ จะได้ไม่พลาด สำหรับเราตอนแรกจะซื้อผ่านเน็ตแต่ถามแล้วไม่แวะทั้งสองที่เกือบทุกบริษัท เลยตัดสินใจไปซื้อที่ท่าเรือในวันเดินทางเลย เพราะจำได้ว่ามาครั้งก่อนเรือจอดแวะให้ มาตะรุเตาทั้งที่ไม่ได้แวะเกาะไข่ ถือว่ามาเสียเที่ยวน่ะค่ะ และก็ได้แวะสมใจเรือจอดแวะให้แค่ 15 นาที เท่านั้น ต้องทำเวลาสุดๆ

     

    เกาะไข่ สตูล

    เกาะไข่ สตูล

     

    เกาะไข่  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก น้ำสวย ใส และ หาดทรายยังขาวเหมือนเดิม อาจเป็นเพราะเกาะไข่เหมือนเป็นทางผ่านให้นักท่องเที่ยวมาชมความงามเพียงชั่วครู่ ความเจริญร้านค้าทางอุทยานยังไม่อนุญาติให้เข้ามาถึง เพราะบนเกาะนี้ไม่มีคนอยู่เลย จะมีก็แต่พวกเรานักท่องเที่ยวที่แวะมาทักทายแล้วก็จากไปเท่านั้น

     

    เกาะไข่ สตูล

     

    แต่ถึงแม้ เกาะไข่ จะเป็นเพียงแต่ทางผ่านไปยังเกาะชื่อดัง อย่าง เกาะหลีเป๊ะ แต่ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนพลาดไม่ได้ เพราะซุ้มประตูหินที่เราเห็นอยู่นี้ คือ สัญลักษณ์ของจังหวัดสตูล เพราะฉะนั้นมาเที่ยว อช. ตะรุเตาแล้วไม่ได้แวะก็เหมือนขาดอะไรบางอย่างเหมือนมาเที่ยวทะเลแล้วไม่เห็นเรือหรือคลื่นประมาณนั้น

     

    เกาะไข่ สตูล

     

    ใส นิ่ง สงบ ได้ท้องฟ้าสวยๆ อากาศดี ถูกใจทุกมุมมอง

     

    เกาะไข่ สตูล

    เกาะไข่ สตูล

     

    หลายคนอาจเคยได้ยินตำนานแสนโรแมนติกของเกาะไข่ มาบ้างว่า ” หากใครที่มาเกาะไข่ และมาได้มากับคนรักหรือแฟน และ ได้เกินลอดซุ้มประตูหินด้วยกัน จะได้แต่งงานกัน ” จริงหรือไม่ต้องลองมาพิสูจน์กันดูค่ะ

     

    เกาะไข่ สตูล

     

    ครบ 15 นาทีแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นเรือเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ เกาะหลีเป๊ะ

     

    เกาะไข่ สตูล

     

    นั่งเรือผ่านน้ำทะเลใสสีเขียวมรกตตัดกัน สวยดีค่ะ

     

    เกาะไข่ สตูล

     

    นั่งเรือจากท่าเรือปากบารา ประมาณ 2 ขั่วโมงกว่า ก็มาถึง เกาะหลีเป๊ะ เรือสปีดโบ๊ทจะไม่ได้ไปจอดส่งถึงหน้าหาดค่ะ เราต้องลงตรงโป๊ะเรือและขึ้นเรือหางยาว หรือ Taxi boat ซึ่งตั้งอยู่หน้าหาดพัทยา จุดศูนย์กลางของเกาะหลีเป๊ะ ราคาเที่ยวละ 50 บาท เพื่อแยกย้ายกันไปตามหาดและที่เราพักอยู่ โดยปกติแล้วเกาะหลีเป๊ะจะมีที่พักกระจายอยู่ตามหาดต่างๆ ได้แก่ หาดพัทยา หาดชาวเล หรือ sunrise beach หาดประมงหรือ sunset beach ซึ่งจะอยู่คนฝั่งกันและห่างกันพอสมควร

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    สำหรับเราพักที่ วาริณทร์ บีช รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่หน้าหาดพัทยา หลังจากเก็บสัมภาระพักผ่อน ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ฝนก็เทลงทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้ ก็ได้แต่นอนพักอยู่ในรีสอร์ท เย็นๆ ฝนซาก็ลองเดินเล่นหาอะไรทาน ชมบรรยากาศ และหาเรือหางยาวที่จะเหมาะไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ เข้าไปบริเวณ walk street ของหลีเป๊ะซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ ที่พัก ก็เจอบริษัททัวร์มากมายค่ะ ลองถามดูเหมาะเรือหางยาวทั้งวันเที่ยวตามเกาะต่างๆ ราคา 2000 บาท เลย ตกลงแบบไม่รอช้า แต่ปรากฎว่าเช้าวันถัดไปเจอนักท่องเที่ยวอีกกรุ๊ปติดต่อเหมาจากรีสอร์ทโดยตรงทั้งวันแค่ 1200 บาท เอง ถูกกว่าเห็นๆ เพราฉะนั้นถ้ามาหลีเป๊ะก็ลองติดต่อเช่าเรือที่รีสอร์ทน่าจะได้ราคาที่คุ้มกว่าค่ะ

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    ได้เรือเรียบร้อยแล้วก็เดินหาอะไรรับประทานกันซักหน่อย มาทะเลก็ต้องหาอาหารทะเลตามระเบียบมาเจอร้านนี้ค่ะ ดูอาหารและเมนู น่ารับประทานดี ส่วนราคาก็ไม่ต้องพูดถึงก็ต้องสูงกว่าปกติอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในราคาที่พอรับได้ สั่งมา 3 อย่าง ผัดยอดมะพร้าวกุ้ง หอยหลอดผัดฉ่า ปลาหมึกย่าง ข้าวเปล่า 2 จาน พร้อมโค้ก ทั้งหมดราคา 600 บาท แต่รสชาติอาหารอร่อยใช้ได้ทีเดียว โดยเฉพาะเมนูหอยหลอดผัดฉ่า ปกติเคยเห็นแต่หอยหลอดตัวเล็ก แต่ที่ เกาะหลีเป๊ะ หอยตัวใหญ่มากกก

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    ตบท้ายด้วยของหวานหนึ่งเมนูยอดฮิต ที่เกาะหลีเป๊ะ โรตี มีหลากหลายหน้าให้เลือก

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    เช้าวันใหม่อากาศเริ่มดีขึ้นมานิดหนึ่ง เตรียมตัวไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ที่อยู่รอบเกาหลีเป๊ะ ค่ะ สำหรับทริปท่องเที่ยวตามเกาะของเราเน้นถ่ายภาพตามหาด ไม่เน้นดำน้ำ เกาะแรกที่ไปถึงตามโปรแกรมท่องเที่ยวเกาะ ที่นิยมกันก็คือ เกาะรอกลอย

     

    เกาะรอกลอย

     เกาะรอกลอย

     

    เกาะรอกลอย สำหรับตัวเองแล้ว ยกให้เป็นเกาะที่ น้ำสวยใส และหาดทรายขาว ที่สุด ใน อช. ตะรุเตาค่ะ สวยใส สงบ เกาะหลีเป๊ะ อย่างมาก เป็นอีกหนึ่งเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือนักพักผ่อน ชมวิว

     

    dew_8167

     เกาะรอกลอย

     

    หาดทรายขาวโค้งวน ตัดกับน้ำทะเลสีเขียว มองเห็นแนวโขดหินและปะการัง ได้ชัดเจน

     

     เกาะรอกลอย

     เกาะรอกลอย

     

    มาถึงช่วงสายนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะเท่าไร่ แต่ถ้ามาช่วงเที่ยง อาจเยอะกว่านี้มาก

     

     เกาะรอกลอย

     เกาะรอกลอย

     

    เรือโดยสารที่เหมามาเที่ยว จอดนิ่งสงบท่ามกลางผืนน้ำ

     

     เกาะรอกลอย

     เกาะรอกลอย

     

    ชมความงามกันจนอิ่มใจก็ถึงเวลาต้องไปต่อแล้วค่ะ เรือวิ่งไปอย่างช้าๆ ผ่านน้ำทะเลสวยๆ โอ้ยอยากจะกรี๊ด เหมือนโขดหินและแนวปะการังที่ใต้ผืนน้ำ ใกล้กับเราแค่เอื้อม แต่จริงแล้วคงลึกเอาเรื่องเลยทีเดียว

     

     เกาะรอกลอย

     เกาะรอกลอย

     

    ตามโปรแกรมต้องแวะเกาะดง หรือ อ่าวลิง แต่นั่งเรือเฉียดผ่านๆ เห็นว่าหาดไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะ เกาะรอกลอย ก็สวยสุดๆ แล้วบอกคนเรือให้ขับเรือผ่านไป เพื่อไปยังอีกจุดหมาย เกาะหินงาม

     

     เกาะหินงาม

     

    อากาศครึ้มๆ อีกแล้ว เดินเล่นนั่งดูเค้าเรียงหินให้ครบ 12 ก้อน ตามคำบอกเล่าที่บอกไว้ว่า หากเรียงได้ครบ 12 ก้อนอยากได้อะไรก็อธิษฐานแล้วจะสมหวัง

     

     เกาะหินงาม

    dew_8282

     

    เกาะหินงาม ตลอดทั้งหาดจะไม่มีหาดทรายมีแต่หินสีดำและก็จะเห็นแต่ภาพหินเรียงกันแบบนี้ตลอด เหมือนกลายเป็นสัญลักษณ์ของ เกาะหินงาม ไปแล้วก็ว่าได้

     

    เกาะหินงาม

     

    จากนั้นแวะมาเกาะต่อไปซึ่ง อยู่ไม่ไกลกัน และอยู่ใกล้กับเกาะหลีเป๊ะที่สุด เกาะอาดัง ค่ะ ตอนแรกตั้งใจว่จะขึ้นไปยังจุดชมวิวผาชะโด เพื่อถ่ายภาพเกาะหลีเป๊ะในมุมสูงแต่ฝนตก อากาศไม่เป็นใจซะงั้น เลยแต่เก็บภาพที่ชายหาดมาบ้างเล็กน้อย

     

    หนีร้อน ไปนอนพัก ชมทะเลสวยเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

     

    รอจนฝนหยุดตก ขากลับก็ให้เรือแวะไปยังหาด sunset ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมาท์เท่น รีสอร์ท หาดทางฝั่งนี้จะสงบ คนไม่พลุกพล่าน และน้ำทะลสวยใส กว่าหาดพัทยา มากค่ะ ตอนแระตั้งใจจะจองที่นี่แต่ที่พักเหลือแต่ห้องพัดลมเลยอด ที่หน้าหาดถือว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกด้วยค่ะ แต่ครั้งนี้มาเจออากาศแบบนี้คงไม่ได้เจอบรรยากาศแบบนี้แน่ๆ

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    มุมประจำยอดฮิตจากเมาท์เท่น

     

    เกาะหินงาม

     

    นักท่องเที่ยวส่วนใหญก็จะเป็นชาวต่างชาติ มีคนไทยน้อยมาก

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    พ่อลูกเล่นน้ำด้วยกัน เป็นภาพที่น่ารักอีกภาพหนึ่งเลยค่ะ

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    เก็บภาพได้ซักพักฝนเริ่มตกลงมาอีกแล้ว ได้เวลานั่งเรือกลับไปยังที่พัก ที่หาดพัทยา

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    เช้าวันใหม่อีกวัน ได้เวลากลับแล้วค่ะ เรือกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือปากบารา จะมี 2 รอบ คือ 9 โมงเช้า และ บ่ายโมง เราเลือกกลับรอบบ่ายโมง เพราะรถทัวร์ ที่จะเดินทางไปยังกรุงเทพ จะมาถึงที่ละงูประมาณ สามโมงครึ่งที่ สี่โมง ทันเวลาพอดิบพอดี ระหว่างรอขึ้นเรือก็เก็บภาพบรรยากาศหน้าหาดพัทยาไปเรื่อยๆ ค่ะ

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    ร่มชายหาดสีสันสดใส แต่จะใสกว้านี้ถ้าอากาศโปร่งใส

     

    เกาะหลีเป๊ะ

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นอนอาบแดด

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

    จบทริปท่องเที่ยวทะเลอันดามัน ณ อุทยานแห่งชาติตะรุเตากันด้วยภาพนี้ค่ะ เรือโดยสารที่จอดเรียงรายกันหน้าหาดพัทยา จุดศูนย์กลางท่องเที่ยวของ เกาะหลีเป๊ะ ถือเป็นอีกหนึ่งทริปที่เรียกได้ว่ามาย้อนความทรงจำเดิมหลังจากหายไปนานหลายปี หลายคนบอกว่าหลีเป๊ะเปลี่ยนไปมาก ใช่ค่ะ สำหรับเราเมื่อเปรียบเที่ยบกับครั้งแรกที่มา ก็เห็นเป็นเช่นนั้น เพราะมีรีสอร์ทและความเจริญต่างๆ เข้ามามากขึ้น แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่อย่างไรสำหรับตัวเองมองยังไงก็ยังไม่เปลี่ยนหรือเปลี่ยนน้อยมาก คือ ความสวยงามและความใสของทะเลที่นี่ ยังงดงามเหมือนเดิมค่ะ

     

    เกาะหลีเป๊ะ

     

     

    หาที่พักเกาะหลีเป๊ะ คลิ๊ก 15 ที่พักเกาะหลีเป๊ะติดทะเล 

     

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน