ไปด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณ เอ๋ย เที่ยวเช้าไปเย็นกลับฉบับนี้ ไปด้วยกันจะพาเพื่อนๆ ไป เยือนถิ่นขุนแผน สักการะหลวงพ่อโต ชมมังกรยักษ์ ช้อปปิ้งและกินที่ตลาดสามชุก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สถานที่ท่องเที่ยวทั่งสามแห่งถือได้ว่าหากเข้ามาถึงเมืองสุพรรณแล้วมาได้แวะไปเหมือนมาไม่ถึง เมืองสุพรรณ ทริปนี้ อิ่มบุญ แถมได้อิ่มท้อง ครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยว ตามมาเที่ยวกันเลยดีกว่าค่ะ

เริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพประมาณ 9 โมงเช้า วิ่งเส้นทางงามวงศ์วาน บางบัวทอง มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองสุพรรณ มีป้ายบอกตลอดทางไม่กลัวหลง เพียง 2 ชั่วโมง ก็มาถึงจุดหมายแรก วัดป่าเลไลย์ เพื่อมาไหว้หลวงพ่อโต องค์ใหญ่ ที่ ให้เป็นสิริมงคลกับชีวิต ก่อนมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายอื่นๆ ต่อไป

วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดเก่าแก่สมัยอู่ทอง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองสุพรรบุรีมาเป็นเวลาช้านาน ใครผ่านไปมายังจังหวัดสุพรรณบุรีก็มักจะต้องเข้าไปสักการะเสมอ เราอาจจะเคยคุ้นชื่อ วัดป่าเลไลย์ ตามใน เรื่ง วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน กันมาบ้าง ตามประวัติ วัดป่าเลไลย์เป็นวัดที่ขุนแผนได้มาอาศัยบวชเรียนสมัยเป็นสามเณรกับสมภารที่เก่งกล้าทางอาคมชื่อสมภารมี หลงพ่อวัดป่าเลไลยก์เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้าน จนขุนแผนเทศน์ได้เก่งทั้งที่อายุยังน้อย

พระวิหารหลวงพ่อโต ด้านหน้าจะมีรูปปั้นขุนแผน และนางพิม ขนาบซ้ายขวา นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระราหู พร้อมบทบูชา อยากสะเดาะเคราะห์ด้วยการบูชาพระราหู ก็มาสวดขอพรได้ค่ะ

เมื่อเข้ามาด้านในวิหารก็ตะลึงในความใหญ่และงดงามของ องค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ประทับนั่งห้อยพระบาทปางป่าเลไลยก์ สูงประมาณ 23.48 ม. เดิมหลวงพ่อโต เป็นปางปฐมเทศนา ต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ และทำเป็นปางป่าเลไลย์ ดังที่เป็นอยู่ กล่าวว่า ภายในองค์พระบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ด้วยกัน

จากวัดป่าเลไลย์ ก็เดินทางมายัง ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของหรือพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธ์มังกร ที่นี่โดดเด่นด้วยมังกรขนาดใหญ่มหึมา ที่มองเห็นมาจากฝั่งถนนแต่ไกล มังกรยักษ์สร้างตามหลักความเชื่อ คือ หน้าต้องเป็นอูฐ ตาเหมือนกระต่าย มองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มีเขาของกวาง หูของวัว ตัวของงู เกล็ดของปลา ขาของเสือ อุ้งเท้าของเหยี่ยว สีของลำตัวเลียนแบบเครื่องกังไสโบราณ


ยิ่งใหญ่อลังการมากมาย

ภายใต้ตัวมังกรใหญ่ เป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร”ภายในจัดแสดงเรืองราวประวัติศาสตร์จีน ตั้งแต่สมัยตำนานการสร้างโลกยุคแรกเริ่มทางประวัติศาสตร์ เสียค่าชมค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 299 บาท เด็ก 149 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 499 บาท เด็ก 299 บาท

ถัดจากพิพิธภัณฑ์ เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ที่รวมเทพเจ้าศักดิ์ สิทธิ์ให้เรากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นศิริมงคล

บริเวณใกล้เคียงก็บรรยากาสสิ่งก่อสร้างต่างๆให้ความรู้สึกเหมือนกับเดินอยู่ในประเทศจีน

ด้านหน้ามีรูปปั้นของเทพเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์

อาคารด้านหลังสร้างได้อย่างงดงาม

สถานีต่อไปของการมาเที่ยวสุพรรณในวันนี้ หากไม่มา เที่ยวตลาดสามชุก ตลาดชื่อดังของเมืองสุพรรณถือว่ายังมาไม่ถึง หิวแล้วต้องหาอะไรทานให้อิ่มท้อง ก่อนเดินช้อปปิ้ง รู้จักทีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นยักษ์ ตั้งอยู่สามชุกซอย 2 ?เจ้าแรก เจ้าเดียวของเมืองสุพรรณ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพิสูจน์ความใหญ่และรสชาติความอร่อย? เลยถือโอกาสมาชิมบ้างว่าลูกชิ้นยักษ์รสชาติต่างกับลูกชิ้นธรรมดาอย่างไร

ใหญ่ ยักษ์สมชื่อ สั่งมาแต่กินไม่หมดต้องห่อกลับบ้านเพราะ ที่นี่พนักงานในร้านทุกคนจะมีถุงใส่ลูกชิ้นติดต่อ พร้อมห่อทุกคน ท่าทางลูกค้าจะใส่กลับบ้านกันบ่อย

ตลาดสามชุกมีอาณาบริเวณไม่ได้กว้างมากนัก เดินง่ายๆสบายๆ แป๊บเดียวทั่ว มีซอยเล็กๆแยกออกไปอีกประมาณ 3-4 ซอย เท่าที่ดูซอย 2 จะเป็นซอยที่ดูคึกคัก เป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาวัยรุ่นที่สุด เพราะเต็มไปด้วยของเล่น และของโบราณแนวๆ มากมาย


เริ่มจากร้านโกเก๋ ที่รวมทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับโกเก๋ ที่มักจะฮิต ติดปากกับประโยคที่ว่า โก๋เก๋ มันส์ทุกเม็ด

ที่นี่มีของที่ระลึกที่น่าสนใจและดูแปลกตามากมาย ทั้งเสื้อ แมกเนต พวกกุญแจ และตุ๊กตาโก๋เก๋ น่ารักดี


ร้านที่น่าสนใจอีกร้านคือ ร้านมหาสนุก ที่รวมของเล่นโบราณที่เราคุ้นเคยมากมาย เลือกซื้อกันสนุกสมชื่อร้าน


กระเป๋าอาราเล่ แปลกไม่เหมือนใครแอบซื้อกลับบ้านมาด้วย

ของเก๋ๆ แบบแปลกๆตามร้านที่อยู่ในซอย 2

เดินชะแว่บผ่านไปเจอโรงแรมที่เก่าที่ คิดว่าคงเป็นโรงแรมที่เดียวในตลาดสามชุก ชื่อว่าโรงแรมอุดมโชค ด้านหน้าโรงแรมมีจักรยานโบราณสุดเก๋ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นด้วย


และก็มาถึงพระเอกของงานนี้ ร้านบ้านโค้ก อีกหนึ่งร้านชื่อดังที่เหมือนจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปเสียแล้ว ใครมาก็ต้องเก็บภาพหุ่นผู้หญิงอวบอั๋น สุดเซ็กซี่ ที่ตั้งอยู่ในร้านกันแทบทุกคน และหากต้องการเข้าไปชมข้างในจะเสียค่าบริการคนละ 5 บาท


ร้านบ้านโค้ก เป็นร้านที่เก็บรวบรวมของที่ระลึก จากผลิตภัณฑ์จากโค้กตั้งแต่ ขวด กระป๋อง โค้ก และของที่ระลึก สิ่งของต่าง ๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถูกใจคนรักโค้กจริงๆ

กระป๋องและขวดโค้กหลากแบบ

ของประดับตกแต่งภายในร้าน เท่ห์และเก๋ามากมาย


ขึ้นไปบริเวณชั้น 2 จะรวบรวมของที่ระลึกจากโค้ก

ออกจากร้านบ้านโค้ก ก็ซอกแซกไปตามตรอกซอกซอย อื่นๆ ลองมาสำรวจกันดีกว่า ว่าตลาดสามชุกมีอะไรน่ารับประทานกันบ้าง ที่เห็นอยู่ตลอดระหว่างทาง ก็คงหนีไม่พ้นของขนมสาลี่ สีสันสดใส ขนมขึ้นชื่อของเมืองสุพรรณ



ห่อหมอหม้อร้านดัง


และร้านนี้ภูมิใจนำเสนอ หลน หลน คุณยาย มีหลนให้เลือกหลายประเภท ?ใส่ถ้วยเล็กพร้อมผักเครื่องเคียง ให้ลองชิมความอร่อยตั้งแต่หลนปูเค็ม ปูม้า ไข่เค็ม ปลาอินทรีย์ ?ชิมแล้วอร่อยมากทุกรส ซื้อกลับบ้านไปหลายถุง


ข้างๆกันจะเป็น ขนมถั่วแปบแป้งสด ที่ทำกันสด ร้อนๆ กันบนหม้อดินนี่แหละค่ะ ยืนดูคนขายทำขนมจนเพลิน

ในซอบเดียวกันก็มาถึงร้านนี้ค่ะ เห็นป้ายหน้าร้านครูกุ๊กแนะนำเชียวน่ะค่ะ ร้านนี้ขายเมี่ยงปลาทู ลูกค้าเยอะพอสมควร

ปิดท้ายกันพอหอมปากหอมคอ ด้วยอาหารขึ้นชื่อต้นตำรับ ข้าวห้อใบบัว ตลาดสามชุก หน้าตาน่ารับประทานมาก

ท่องเที่ยวเมืองสุพรรณ ทั้งได้ไหว้พระทำบุญ ชมสิ่งมหัศจรรย์ และปิดท้ายด้วยรับประทานของอร่อยๆ เป็นอีก 1 หยุดของการพักผ่อนที่คุ้มค่า ครบเครื่องทุกรสค่ะ


ภาพท่องเที่ยวตลาดสามชุก
Tags: ข้าวห่อใบบัว สามชุก, มังกรยักษ์, ร้านบ้านโค้ก สามชุก, วัดป่าเลยไลย์, สามชุก, หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์, เที่ยวสุพรรณบุรี, เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ, โปรแกรมเที่ยววันเดียว

















































ไปมาแล้วแต่มะดั้ยไป สามชุก มังกรสวรรค์ สวยมากมายจิง ๆ ๆไปตอนตรุษจีน พอดีอะจร้า