• เที่ยวสินมานะฟาร์ม ชิมหอยนางรม พักชิวกลางทะเล

    จะมีความสุขแค่ไหนหากในช่วงเวลาหนึ่ง ได้หลบหนีความวุ่นวาย ไปนอนสัมผัสลมเย็น ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกลางทะเลในมุมที่ไม่เหมือนใคร  ได้ชิมหอยนางรมสดจากฟาร์ม ความสุขทั้งหมดหาได้ไม่ยากหากคุณได้มีโอกาสมาที่  สินมานะฟาร์ม  ฟาร์มสเตย์กลางทะเลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

    coversin1

    สินมานะฟาร์มสเตย์  ฟาร์มสเตย์กลางทะเลที่มีชื่อเสียงของ อ.บ้านดอน จ. สุราษฎร์ธานี  ที่นี่เป็นฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม และหอยแครง เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาการเลี้ยงหอย การวางอวน การเก็บหอยเพื่อส่งขาย  นอกจากนี้ยังให้บริการที่พักแบบฟาร์มสเตย์เพื่อสัมผัสธรรมชาติรับลมเย็น กลางทะเลอีกด้วย  การเดินทางไม่ยาก สินมานาะฟาร์ม ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 25 กม เมื่อมาถึงอ.บ้านดอน ก็ไปที่ทำการของสินมานะฟาร์ม  ทางฟาร์มก็จะมีเรือให้บริการไปที่ขนำกลางทะเลซึ่งจัดไว้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 30 นาที  ข้อมูลที่พัก ราคา และรายละเอียดต่างๆ ของ สินมานะฟาร์ม  http://paiduaykan.com/province/south/suratthani/sinmanafarm.html

     

    DSC_4183

     

    ระหว่างนั่งเรือก็นั่งกินลมชมวิวของอ่าวบ้านดอน  จะเห็นบ้านกระท่อมเล็กๆ ซึ่งภาษาใต้จะเรียกว่า ขนำ เป็นเหมือนที่พักชั่วคราว ชาวบ้านที่บ้านดอนส่วนใหญ่ก็จะประกอบอาชีพประมง เลี้ยงหอยนางรมและหอยแครง ส่วนไม้ที่เห็นปักอยู่หลายอันนั่นก็คือ ไม้ที่ปักไว้สำหรับเลี้ยงหอยนางรม

     

     

    ฟาร์มสเตย์ ของ สินมานะฟาร์ม  ตั้งอยู่โดดเด่นกลางทะเลเห็นมาแต่ไกล

     

     

    สินมานะฟาร์มสเตย์ มีทั้งหมด 3  ชั้น  ด้านล่างสุดจะเป็นที่เลี้ยงหอยนางรม ส่วนชั้นที่  2  สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนชมวิว รวมถึงรับประทานอาหาร  คาราโอเกะ ทำกิจกรรมต่างๆ  ชั้นที่ 3 เป็นที่พัก  ที่นี่จะเป็นฟาร์มสเตย์ที่สร้างแบบโอเพ่นเปิดรับลมและเห็นวิวได้รอบทิศ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็จะสามารถนั่งกินลมชมวิวได้ทั้งหมด

     

     

    มุมด้านหน้ามุมนี้เป็นมุมโปรดของฉันเลยก็ว่าได้  ใครว่าอยู่กลางทะเลจะร้อน เหนียวตัว ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะที่นี่มีลมพัดเข้ามารอบทิศตลอดเวลา อากาศดีและเย็นมาก เย็นจนหนาว ไม่ต้องมีแอร์ มีพัดลมเพราะลมธรรมชาติเย็นและบริสุทธิ์กว่ามาก บรรยากาศจะเรียกว่าสบายรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับมานอนเล่นพักผ่อน หรือจะนั่งนิ่งพักสายตามองวิว ทิวเขา เรือวิ่งไปมา ก็ชิวไม่น้อย

     

     

    เมื่อมองตรงไปก็จะเจอวิวแบบนี้

     

     

    มาดูชั้นที่ 3  บ้างซึ่งเป็นโซนของที่หลับนอน เรียบง่ายสะอาดสะอ้าน มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม อยากนอนตรงไหนก็ลากมาวางได้ตามสบาย ทุกจุดลมพัดเข้ามาตลอด

     

     

    ชั้นนี้ก็มีมุมน่ารักๆให้นั่งเล่นชมวิวรับลมรอบด้านเช่นกัน

     

     

    นั่งพักผ่อนแสนสบาย จนเวลาเย็นเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ตกมาให้ชมกันซักหน่อย แสงสีทองกระทบแผ่นน้ำระยิบระยับ มองเห็นขนำกลางทะเลเรียงรายอยู่ไกลๆ

     

     

    มีมุมชิงช้าชมพระอาทิตย์ อย่างที่บอกที่นี่จัดมุมให้เราได้พักชิวเยอะมาก อาจไม่ได้หรูหรา แต่สำหรับฉันมันคือความเรียบง่ายที่ผสมกันได้อย่างลงตัว

     

     

    พระอาทิตย์ดวงโตคล้อยต่ำลาลับขอบฟ้า ฉันนั่งเก็บภาพมองพระอาทิตย์หายไปกับพื้นน้ำเกือบทุกช็อต มองแล้วรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอยากบอกไม่ถูก

     

     

    มาถึงกิจกรรมไฮไลต์ ชิมหอยนางรมสด ตามคำขวัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในประโยคสุดท้าย “ หอยใหญ่ ไข่แดง “   จะมีน้องพนักงานของฟาร์มมาสาธิตอธิบายการกินหอยนางรมสดแบบถูกวิธี  กินอย่างไรให้ได้รสชาติความอร่อย  หอยนางรมสุราษฎร์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามป้ายที่เขียนไว้ “ ขาว นวล อ้วน สะอาด  ”

     

     

    แกะหอยนางรมจากเปลือกกันสดๆ  หลังจากนั้นใช้อุปกรณ์ตักหอยจากเปลือก บีบมะนาวลงไปถือแช่ไว้สั่นๆซักหน่อยให้น้ำจากตัวหอยนางรมออกมา น้องพนักงานบอกว่าน้ำที่ออกมาจากตัวหอยจะช่วยให้หอยนางรมหวานอร่อยขึ้น  กินหอยนางรมมาเยอะก็เพิ่งเคยได้กินแบบที่เก็บมาจากฟาร์มสดๆแบบนี้แอบติดใจเลยทีเดียว

     

     

    ทางฟาร์มจะมีให้ชิมคนละตัว หากใครต้องการทานเพิ่มก็สั่งพิเศษ คิดราคาตัวละ 25 บาท พร้อมเครื่องเคียง  ฉันสั่งเพิ่มมา 10 ตัว จัดเต็ม

     

     

    หน้าตาอาหารมื้อค่ำ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น sea food ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาหมึก  แต่สำหรับรสชาติอาหารถ้าให้บอกตามตรง คือมื้อที่ฉันเจอวันนั้น อาหารทะเลไม่สดเท่าไหร่  รสชาติอาหารโดยรวมยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะน้ำจิ้ม sea food ไม่ค่อยแซ่บแต่ก็ถือว่าพอทานได้ ในราคาแพคเกจคืนละ 800 บาท  ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มสุดคุ้ม

     

     

    หลังจากอิ่มท้องก็มีหนังตะลุงให้ได้ชม เป็นหนังตะลุงจากคณะเทพสินผ่องแก้ว  หนังตะลุงชื่อดังของเมืองสุราษฎร์ที่นั่งเรือจากฝั่งมาเล่นให้เราชมกันถึงกลางทะเล  ฉันดีใจมากที่ได้มีโอกาสดูหนังตะลุงอีกครั้งหลังจากที่เคยดูบ่อยมากในสมัยเด็ก  ใครว่าการการแสดงหรือการละเล่นพื้นบ้านน่าเบื่อ สำหรับฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกลับชอบและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ดูและถ่ายภาพการแสดงเหล่านี้ เพราะเราไม่ได้หาดูได้กันได้ง่ายๆ

     

     

    หลังจากดูหนังตะลุงจบก็พักผ่อนกันตามอัธยาศรัย ใครอยากร้องคาราโอเกะก็ร้อง ใครอยากไปนอนรับลมเย็นก็มีที่ให้นอนเยอะ หลับสนิท ตื่นมาแต่เช้าเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในอีกด้านหนึ่งของที่พัก ในยามเช้ามีสายหมอกบางคลอเคลียไปตามทิวเขา

     

     

    ได้ครบทุกรสชาติตอนเย็นนั่งชมพระอาทิตย์ตก ตอนเช้ามายืนชมพระอาทิตย์ขึ้น

     

     

    รออยู่ได้ซักพักพระอาทิตย์ดวงโตก็โผล่ขึ้นมาทักทาย

     

    DEW_3630

     

    หลายคนอาจมีจุดหมายและทางเลือกในการหาสถานที่พักผ่อนที่แตกต่างกัน แต่ถ้าอยากได้ความรู้สึกเหมือนเราได้นอนสบายๆอยู่ที่บ้าน ได้ปลดปล่อย ได้ทิ้งตัวลงนอนพัก เสมือนตรงนี้คือที่ของเรา สำหรับฉัน สินมานะฟาร์มสเตย์ คือ อันดับแรกที่นึกถึง

     

     

    ทริปเดินทางวันที่ 22-23 มี.ค. 56 

    Tags : , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก