กลับมาอีกครั้ง กับ งานพืชสวนโลก หรืองานราชพฤกษ์ 2554 เคยไปงานนี้ตั้งแต่ที่เพิ่งเริ่มจัดในครั้งแรกเมื่อปี 2549 ผ่านมาหลายปี สำหรับในปีนี้ตั้งใจจะไปงานพืชสวนโลกให้ได้อีกครั้ง เพราะทราบมาว่าจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ 3 วโรกาสสำคัญของคนไทย คือ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2554 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลสมัยที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2555 และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในปี 2555 เพราะฉะนั้นในปีนี้ งานจึงจัดออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และอลังการมีสีสันมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ไปด้วยกันจึงไม่พลาดเก็บภาพมาฝากกัน
ในปีนี้งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 54 – 15 มี.ค 55 เกือบ ให้เราได้ชมกันอย่างจุใจกันถึง 4 เดือน เดินเข้ามาหน้างานก็จะเจอ ตุ๊กตามาสคอทน่ารัก สัญลักษณ์นำโชค คือ น้องคุณ ลมบิน ดินฉ่ำ น้ำใส ไออุ่น เห็นจากชื่อ ความหมายจะออกไปทางแนวเกษตรกรมมเล็กน้อย เพราะปีนี้ Concept ของงาน เน้นแสดงศักยภาพให้นานาประเทศได้ทราบถึงความสามารถของคนไทยด้านการเกษตรรวมถึงเป็นการเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีด้านพืชสวนให้แก่เกษตรกร นักวิชาการ เยาวชน และประชาชนทั่วไป ตามแนวพระราชดำริอยู่อย่างพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประตูทางเข้าประดับประดาด้วยรูปปั้นช้าง
ธงของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมแสดงในงานนี้
ซื้อบัตรเข้าชมก็จะมีให้เลือกหลายประเภทค่ะ ทั้งแบบเข้าชมแบบหมู่คณะ บัตรเข้าชมไม่จำกัดจำนวนครั้ง เราซื้อแบบเข้าชมงานครั้งเดียวราคา 200 บาท เข้ามาในงานแล้วอาจ นึกไม่ออกว่าจะเริ่มจากจุดไหนดี นู้นก็อยากไป นี่ก็อยากดู ละลานตาไปหมด แนะนำแบบนี้ค่ะ ซื้อตั๋วรถรางที่วิ่งพาชมงานราคา 30 บาท โดยรถจะจอดตามจุดหลักๆ ที่สำคัญ เราก็ลงตรงนั้นค่ะ ถ่ายภาพชมสวน ให้เต็มที่ หลังจากนั้นก็ใช้ตั๋วใบเดิม ขึ้นรถคันอื่นเพื่อไปชมบูทต่อไปได้อีก น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยด้วยค่ะ เดินชมเฉพาะจุดที่เค้าหยุดพอแล้ว ก่อนไปซื้อตั๋วรถเดินเข้ามาจากประตูก็จะเจอ สวนน้ำบาดาล อันดับแกรเข้าไปชมซักหน่อย ก็จะจำลองขั้นตอนการขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ
ตรงข้ามกับสวนบาดาล เป็นสวนที่ตกแต่งโดย สวนพฤกษศาตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ ชื่อว่า สวนดาษดา ตกแต่งด้วยดอกไม้และพืชพันธุ์เมืองหนาวนานาชนิด สวนนี้ดูจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก
มีหลายโซนและหลายมุมให้เราได้ชม
เดินมาอีกนิดก็จะเป็นการจัดแต่งสวนของบริษัทภาครัฐและเอกชนต่างๆ
กลับมาขึ้นรถรางชมงานต่อ ลงที่ซุ้มของโคนมไทยเดนมาร์ค เพราสะดุดตากับสไตล์การตกแต่งด้วยกล่องนมขนาดยักษ์ รวมทั้งรูปปั้นวัวน้อยน่ารัก
สวนของบริษัทโตโยต้า จะออกแนวโมเดรินหน่อย
โซนนี้เป็นของสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย มาในแนวคิดสวนเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน
สวนแห่งความสุขและรอยยิ้ม ของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เข้ามาชมแล้วก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงค่ะ
ข้างในนี้เป็นสวนนิทรรศการโลกแห่งแมลง
มาถึงอีกหนึ่งสวนที่ได้รับความนิยมเช่นกัน คือ สวนกล้วยไม้ ที่รวบรวมกล้วยไม้ หลากหลายพันธุ์
มาถึงสวนนานาชาติ ซึ่งจะคล้ายกับปีแรกแทบไม่แตกต่าง ทั้งสวนของจีน เคนย่า อินเดีย
และที่ได้รับความนิยมก็คงเป็นสวนของ ภูฐาน
และสวนเบลเยี่ยม
จากสวนเบลเยี่ยมถัดเข้าไปข้างในจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน พืชสวนโลก 2554 ที่เพิ่มขึ้นมา คือ กระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้า สามารถกินลมชมวิวโดยรวมของงานได้จากมุมสูง เสียค่าขึ้นกระเช้าคนละ 150 บาท
กลับมาขึ้นรถต่อ อีกนิดเดียวก็จะเจอ หอคำหลวง
เดินออกมาถึงลานกว้างหน้าหอคำหลวง ก็จะเจอซุ้มของ ชมรมรักษ์บินอิสระ ก็จะเจอนกแก้วสีสันสดใส สามารถให้อาหารได้ด้วย
มาถึงไฮไลต์ที่สุดของงาน Imagination light หรือ หรือสวนแสงแห่งจินตนาการ กับสีสันแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ซึ่งจะเริ่มเปิดประมาณ 1 ทุ่ม
ก็จะมีการตกแต่งไฟเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ โดยเฉพาะดอกบัว
แสงไฟที่ประดับประดาในยามค่ำคืน งดงามยิ่งนัก
สำหรับใครที่มาเชียงใหม่ หากแวะรับลมหนาวท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆแล้ว อย่าลืมแวะมาชมงาน ราชพฤกษ์ 2554 นะค่ะ ภายในงานยังมีการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย รับรองว่าประทับใจแน่นอน เพราะปีนี้งานจัดได้สวยงาม และน่าสนใจมากค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เว็บไซต์ของงานราชพฤกษ์ 2554 http://www.royalflora2011.com
Tags: งานพืชสวนโลก 2554, งานมหกรรมพืชสวนโลก, ราชพฤกษ์ 2554









































