• ตามหานาข้าวสีทอง ตอนที่ 1 แม่กลางหลวง บ้านตีนผา ป่าปงเปียง

    ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมารู้สึกว่าจะมีทริปไปนาข้าวบ่อยมากแต่ส่วนใหญ่ภาพนาข้าวที่ได้ไปสัมผัส ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะมีแต่สีเขียวและสีเขียว  ฉันตั้งใจว่าจะลองเปลี่ยนบรรยากาศจากสีเขียวมาเป็นนาข้าวสีทองบ้าง หลังจากรอช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ปลายเดือน ต. ค. ซึ่งเป็นช่วงที่นาข้าวเริ่มกลายเป็นสีทอง จึงกลับไปยังสถานที่คุ้นเคยอีกครั้ง “ นาข้าวแม่กลางหลวง แม่แจ่ม @ ดอยอินทนนท์  ”


    ทริปนี้ใช้เวลาเดินทางในช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียง 2 วัน 1 คืน หลายคนเคยถามว่าไปเชียงใหม่และไปถึงดอยอินทนนท์แถมไปตั้งหลายแห่ง มีเวลาแค่นี้เพียงพอหรือตอบได้เลยว่าเกินพอ หรืออาจเป็นเพราะว่าฉันไปบ่อยมากจนรู้สึกเคยชินกับที่แห่งนี้ไปแล้วก็เป็นได้ ฉันมาถึงดอยอินทนนท์ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตั้งใจมาชมทะเลหมอกที่จุดชมวิว ก.ม. 41  เคยเห็นจากภาพถือว่าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินทนน์  จุดชมวิวจุดนี้อยู่ก่อนถึงพระมหาธาตุเจดีย์สังเกตจากหลักกิโลได้ง่ายมาก  แต่เมื่อมาถึงแอบผิดหวังเล็กน้อยไม่เห็นหมอกอย่างที่ควรจะได้เห็นอีกอย่างมีการก่อสร้างถนนเลยอาจมีสิ่งกีดขวางนิดหนึ่ง

     

     

    แผนเปลี่ยนในทันทีเมื่อไม่เห็นทะเลหมอกตรงบริเวณนี้ แต่แอบเห็น ทะเลหมอกลอยอยู่ ณ บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ ฉันไม่รอช้าก่อนที่หมอกจะสลายไปรีบบึ่งรถไปยังพระมหาธาตุเจดีย์ในทันที

     

    ดอยอินทนนท์

     

    และแล้วก็ไม่ผิดหวังเห็นทะเลหมอกเยอะมากลอยคลอเคลียอยู่ตามไหล่เขา เคยขึ้นมาที่พระมหาธาตุเจดีย์หลายครั้งแต่ส่วนใหญ่จะมาช่วงเที่ยงหรือบ่าย แต่ครั้งนี้มาแต่เช้าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นภาพนี้ที่นี่  ฉันร้องเรียกเพื่อนที่มาด้วยให้รีบวิ่งมา ได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้จะเคยเห็นทะลเหมอกมาเยอะ สวยกว่านี้ก็เคยเห็นมาแล้ว แต่การที่เราได้เห็นภาพอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจมาก่อนและไม่คิดว่าจะได้เห็นมันน่าตื่นเต้นแบบนี้นี่เอง

     

    ดอยอินทนนท์

    ดอยอินทนนท์

     

    ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าเป็นสัญญาณบอกว่าหน้าหนาวกำลังใกล้มาถึงแล้ว ยืนมองลงมาเบื้องล่างเห็นทะเลหมอกลอยละล่องอยู่เหนือภูเขา

     

    ดอยอินทนนท์

     

    ฉันว่า ณ เวลานี้น้องคนนี้คงมีความสุขมากกับการได้นั่งทอดอารมณ์ดูวิวไปเรื่อย

     

    ดอยอินทนนท์

     

    ไม่ว่าจะนั่ง ยืน  หรือเดินไปทางไหน ก็สามารถเห็นทะเลหมอกได้ตลอด อารมณ์ลอยเหมือนเราลอยอยู่เหนือเมฆและอยู่ใกล้กับทะเลหมอกแค่เอื้อม

     

    ดอยอินทนนท์

    เต็มอิ่มกับทะเลหมอกและรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ก็มาถึงภารกิจสำคัญในคือ ตามหานาข้าวสืทอง  10 โมงกว่า จากพระมหาธาตุก็ย้อนกลับมายัง บ้านแม่กลางหลวง ซึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 28  แม่กลางหลวงในช่วงเวลานี้นาข้าวเป็นสีทองเหลืองอาร่ามไปทั่วหุบเขา แดดแอบแรงหน่อยๆ หากใครอยากมาดูนาข้าวสีเหลืองให้มาช่วงปลายเดือนต.ค. – ต้นเดือน พ.ย. เป็นแค่ช่วงเวลาอันสั้นเพราะหลังจากนั้นจะเก็บเกี่ยวแล้ว

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    มุมเดิมที่เคยถ่ายภาพมาเมื่อเดือน ก.ย. ณ จุดนี้จำได้ว่ายังเป็นสีเขียวอยู่ แต่ในเวลานี้ปลายเดือนตุลาคมนาข้าวก็เปลี่ยนสีไปเรียบร้อย

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    เมล็ดข้าวสีทองเจริญเติบโตเต็มที่รอวันเก็บเกี่ยวซึ่งชาวบ้านบอกว่าส่วนใหญ่แล้วที่แม่กลางหลวงจะเก็บเกี่ยวข้าวประมาณช่วงต้นเดือนพ.ย. ของทุกปี เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นภาพนาข้าวสีนี้แค่เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    สมาชิกร่วมทริปแต่ละคนกระจัดกระจายไปเก็บภาพอยู่ตามแต่ละมุมของทุ่งนาเหลืองอาร่าม งานนี้ถึงแดดจะร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่นลุยเต็มที่

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    ริ้วลายนาข้าวบางจุดก็ยังไม่สีทองซะทีเดียว

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    ฉันเดินขึ้นไปตามเส้นทางไปเรื่อยๆ บอกตามตรงเลือกเก็บมุมมาไม่ถูกเลยทีเดียวเพราะมันสีเหลืองอาร่ามไปหมด

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    เดินมาทางฝั่งอินทนนท์ คีรีมายา เพื่อมองวิวนาข้าวในมุมสูงสีเหลืองไปทั้งทุ่งเช่นกัน

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    ฉันเคยคิดอยู่เสมอว่านาสีเขียวสวยกว่าสีเหลือง ทำให้เวลาไปเที่ยวนาข้าวขั้นบันไดมักจะเลือกไปในข่วงฤดูฝนเสมอแต่เมื่อได้มาเห็นภาพนี้ความคิดเปลี่ยน ต่อไปฉันคงเริ่มถ่ายภาพนาข้าวที่อื่นในช่วงที่เป็นสีทองบ้าง

     

    นาข้าวสีทองแม่กลางหลวง

     

    หลังจากหายตื่นเต้นกับนาข้าวขั้นบันไดที่แม่กลางหลวงแล้ว จุดหมายต่อไป คือ แม่แจ่ม เก็บสัมภาระยังที่พัก โรงแม่แจ่ม ด้วยความคุ้นเคย มาทีไรจะมาพักที่นี่ตลอด  แต่หลังจากเห็นที่พักอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า มนต์เมืองแจ่ม เห็นวิวรวมถึงตัวที่พักแล้วก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาครั้งหน้าฉันไม่พลาดที่นี่แน่ บ่ายสามโมงกว่าพวกเราไปยังจุดหมายต่อไปนั่นคือ บ้านตีนผาและไปเก็บแสงเย็นกันที่บ้านป่าปงเปียง  ฉันเคยไปทั้งสองที่ในช่วงฤดูฝนแต่ครั้งนั้นพักที่แม่กลางหลวง การเดินทางไปจากเส้นทางฝั่งดอยอินนทนนท์ผ่านน้ำตกก้านทรายเหลืองซึ่งทางเส้นนั้นออฟโรดและไกลกว่ามาก  แต่ครั้งนี้พักที่แม่แจ่ม ไปจากทางแม่แจ่มจะใกล้และสะดวกกว่ามาก เส้นทางไม่ขรุขระทางดีกว่าเส้นทางจากดอยอินนทนนท์  แต่ถึงอย่างไรต้องใช้รถสองแถวหรือรถกระบะไปอยู่ดีเพราะเส้นทางเส้นสุดท้ายตรงบ้านตีนผาไปป่งปงเปียงทางไม่ค่อยดีเท่าใดนัก รถเก๋ง รถตู้หมดสิทธิ์เข้าไปแน่ ฉันเลือกใช้บริการรถสองแถวสีเหลืองนำเที่ยวแม่แจ่มซึ่งเพื่อนแนะนำมาพาไปบ้านตีนผาและป่าปงเปียง  ค่าบริการวัน  1000 บาท   ทางในช่วงแรกยังเป็นถนนราดยาง

     

    แม่แจ่ม

     

    วิวอีกฝั่งของแม่แจ่มระหว่างทางไปบ้านตีนผาและบ้านป่าปงเปียง สวยงามาก ฟ้าเป็นสีฟ้าตัดกับภูเขาและนาข้าวสีเขียวที่เริ่มจะออกรวงรอวันเป็นสีเหลืองต่อไป มาแม่แจ่มช่วงนี้คือ ปลาย ต ค ยังไม่เป็นสืเหลืองซะทีเดียว  น่าจะเหลือเต็มที่คือช่วงกลาง พ.ย.

     

    แม่แจ่ม

    แม่แจ่ม

     

    สีสันของต้นไม้ใบหญ้าและภูเขาช่างตัดกันดีแท้ เที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาวได้ทั้งความเขียวขจีและพืชไร่ที่กำลังเริ่มเปลี่ยนสี

     

    แม่แจ่ม

     

    พืชไร่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้าวโพด ปกติจะเห็นแต่ต้นสีเขียวแต่ในเวลานี้เก็บเกี่ยวไปเรียบร้อยเหลือแต่ต้นข้าวโพดแห้งโทนน้ำตาลตัดกับสีภูเขา

     

    แม่แจ่ม

    แม่แจ่ม


    ฉันชอบถ่ายภาพในแนวนี้มากเน้นการตัดกันของสี

     

    แม่แจ่ม

     

    ผ่านวิวสวยระหว่างทางในแม่แจ่ม บ่ายสี่โมงกว่ามาถึงบ้านตีนผาเส้นทางมีลักษณะเป็นอย่างที่เห็นถือว่าดีกว่าหน้าฝนมาก

     

    บ้านตีนผา

    บ้านตีนผา

     

    บ้านตีนผา ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม เป็นหมู่บ้านเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นขาวเขาปกากะญอ มองจากข้างบนเห็นวิว มีนาข้าว มองไล่ไปเป็นหมู่บ้านแทรกตามต้นไม้เจียวขจี ถัดไปก็เป็นภูเขา  รู้สึกว่าเป็นวิวที่สุดยอดมาก

     

    บ้านตีนผา

     

    นาข้าวที่นี่จะสลับสีบางแปลงยังเขียว บางแปลงเหลือง และบางแปลงก็เก็บเกี่ยวไปแล้ว

     

    บ้านตีนผา

    บ้านตีนผา


    แสงยามบ่ายตกกระทบภูเขา เห็นก้อนเมฆลอยมากระทบอลังการดีแท้

     

    บ้านตีนผา

     

    มองไปเห็นชาวบ้านกำลังเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวอยู่ไกลๆ

     

    บ้านตีนผา

     

    เขียวเหลืองตัดกันได้จริง

     

    บ้านตีนผา

     

    แบบไล่โทนสีก็มีน่ะ

     

    บ้านตีนผา

    บ้านตีนผา

     

    ซูมเข้ามาใกล้บ้าง

     

    บ้านตีนผา

    บ้านตีนผา

     

    ใกล้เวลาเย็นเข้ามาทุกทีรีบไปต่อยัง บ้านป่าปงเปียง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านตีนผาเพียงนิดเดียว มาเจอวิวจุดแรกถึงกับต้องหยุด สวยงามมากถึงแม้ว่าจะเคยเห็นมาแล้วในช่วงสีเขียว แต่เมื่อมาอีกครั้งในช่วงปลายฝนวิวที่เห็นตรงหน้าก็ตื่นเต้นไม่น้อย ไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหนกัยบ้านเรามีนาข้าว สวยๆ ให้อีกเยอะ

    ป่าปงเปียง

    ป่าปงเปียง

     

    ยิ่งมีแสงยามเย็นมากระทบด้วยแล้วยิ่งเสริมเสน่ห์ให้ดูสวยมากขึ้น

     

    ป่าปงเปียง

    ป่าปงเปียง

    ป่าปงเปียง


    “ รีบไปเถอะครับ ข้างบนสวยกว่านี้เยอะ “  เสียงคนขับรถสองบอกพวกเรา และแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ณ จุดชมวิวสูงสุดของบ้านป่าปงเปียงเป็นจุดที่สวยที่สุดมาที่นี่ถ้าโชคดี มีเมฆเล็กน้อยและฝนไม่ตก 70 เปอร์เซ็นต์ได้เห็นแสงแบบนี้แทบทุกคน  บ้านป่าปงเปียงที่ฉันเคยมาเมื่อสองปีก่อนจากที่เคยเงียบสงัดมีแค่ฉันกับเพื่อนแค่เพียงกลุ่มเดียวยืนถ่ายภาพกันในตอนนั้น  แต่มาตอนนี้พวกเราได้พบกับบรรดาเพื่อนๆตั้งกล้องรอถ่ายภาพมากมาย กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักถ่ายภาพไปแล้ว

     

    ป่าปงเปียง

    ป่าปงเปียง

    ป่าปงเปียง

     

    เกือบค่ำแล้วนั่งรถกลับมาเส้นทางเดิมคิดว่าจะเก็บกล้องพักไม่ถ่ายภาพอะไรแล้ว แต่ในช่วงวินาทีที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าหันไปเห็นแสงแบบนี้ระหว่างทาง หยุดรถแทบไม่ทัน มาทริปนี้ฉันรู้สึกว่าได้เห็นอะไรที่เกินความคาดหมายไปเยอะ

     

    ป่าปงเปียง

     

    ภาพแสงสุดท้ายของในวันแรกของการเดินทางที่ ป่าปงเปียง ทำให้ฉันและเพื่อนเคลิบเคลิ้มไปกับแสงที่แทบไม่ได้เจอมานานมากตลอดช่วงการเดินทางท่องเที่ยวในหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันมักบอกตัวเองเสมอว่าการได้ภาพที่ถูกใจมาซักใบมีกล้องหรืออุปกรณ์ดีไม่เพียงพอแต่คุณต้องได้รับโอกาสนั้นจากธรรมชาติด้วย จบทริปวันแรกด้วยความประทับใจ อย่าลืมชมรีวตอนจบ ฉันจะพาไปรู้จักมุมอีกมุมหนึ่งในแม่แจ่ม ที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักค่ะตามมาอ่านที่ http://www.paiduaykan.com/travel/ricefields2/

     

    ป่าปงเปียง

     

    ทริปนี้เดินทางทางวันที่ 27-28 ต.ค. 55

     

    ข้อมูลท่องเที่ยวอย่างละเอียด


    คลิ๊ก แม่กลางหลวง

    คลิ๊ก บ้านตีนผา

    คลิ๊ก บ้านป่าปงเปียง

    Tags : , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน