• หลงเสน่ห์ แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน

    แม่ลาน้อย เห็นชื่ออาจจะรู้สึกว่าที่นี่คือที่ไหน มีอะไร  ชื่อไม่คุ้นเคยและช่างห่างไกลจากสารระบบการท่องเที่ยวของฉันยิ่งนัก แต่แล้วในวันหนึ่งโลกของการแชร์ข้อมูลในสังคม  Social network  ได้นำพามารู้จักกับที่นี่  ฉันเริ่มรู้ว่า แม่ลาน้อย มีนาข้าวขั้นบันได มีโครงการหลวง มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขา ชมสวนกาแฟและฟาร์มแกะที่บ้านห้วยห้อม  ที่นี่มีอะไรมากมายขนาดนี้เลยหรือ แต่นั้นเป็นเพียงภาพและตัวอักษรเท่านั้น เหนือสิ่งอื่นใดหลังจากที่ฉันได้รับรู้ข้อมูลของที่นี่มาบ้างก็ไม่รอช้ารีบบอกกับตัวเองว่าต้องแพคกระเป๋าไปทำความรู้จักสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเองซักหน่อย อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    cover2

    2 วัน 1 คืน กับการเดินทางไป แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน อาจจะดูเหมือนแอบโหดเล็กน้อย  ฉันและคณะเดินทางออกจากกรุงเทพในช่วงค่ำ ใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง ผ่าน อำเภอลี้ จังหวัดพูน อำเภอฮอดและแม่สะเรียง เข้าสู่อำเภอแม่ลาน้อย เส้นทางคดเคี้ยวพอสมควร  เที่ยวหน้าฝนถึงแม้จะต้องเจอฝนตกแต่สำหรับฉันฝนไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้เราหมดสนุกและกังวลเท่าไหร่นัก ในทางกลับกันยิ่งชอบเพราะมองไปทางไหนก็จะได้เจอแต่ความเขียวขจี แถมเมฆหมอกฝนที่คลอเคลียตามไหล่เขาเป็นภาพที่มองแล้วรู้สึกสดชื่น ภาพนี้เป็นวิวระหว่างทางก่อนเข้าไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย

     

    เมฆหมอกค่อยๆลอยผ่านภูเขามาเป็นระยะ เป็นภาพบรรยากาศแรกของแม่ลาน้อยที่ได้เห็น  ถามว่าวิวแบบนี้ฉันเห็นบ่อยมั้ยตอบได้เลยว่าเป็นภาพที่เห็นบ่อยจนชินตามาก เพียงแต่ไม่ได้คิดว่าจะมาเห็นภาพแบบนี้ที่ริมถนนธรรมดา ณ แม่ลาน้อยเท่านั้นเอง  นี่ขนาดแค่วิวระหว่างทางยังสวยขนาดนี้ฉันรู้สึกว่าที่นี่มีอะไรที่ไม่ธรรมดาซะแล้ว

     

     

    เพลิดเพลินกับเก็บภาพดูหมอกฝนค่อยๆ ลอยผ่านทิวเขาไปอย่างช้าๆ

     

     

    วิวระหว่างทางอีกจุดหนึ่งที่เราได้เจอสวยงามไม่แพ้กัน

     

     

    11.30 น.  คือ เวลาที่มาถึงจุดหมาย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงาม ที่นี่จะเป็นที่พักของเราในคืนนี้  ภายโครงการหลวงมีบ้านพักรับรองแบบเรียบง่าย มีที่นอนเครื่องนอน เครื่องทำน้ำอุ่นและห้องน้ำในตัว  ข้อมูลโครงการหลวงแม่ลาน้อยอย่างละเอียด คลิ๊ก ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย

     

     

    หน้าตาอาหารที่ทางโครงการหลวงเตรียมให้ในแต่ละมื้อมี ประมาณ 3 อย่าง  ตักเพิ่มได้จนกว่าจะหมด  มีผักสดจากโครงการให้เราได้กินทุกวัน

     

     

    จุดประสงค์หลักของการมาเที่ยวใน โครงการหลวงแม่ลาน้อย อันดับแรก คือ ตั้งใจมาดูนาข้าวขั้นบันได ซึ่งจะเริ่มเขียวสวยและเต็มพื้นที่ในช่วงเดือนกันยายน  แต่ถ้าใครอยากจะมาชมตอนนาข้าวเป็นสีทอง ถามเจ้าหน้าที่บอกว่าสีทองให้มาในช่วงปลายเดือนตุลาคม บรรยากาศของนาข้าวขั้นบันไดภายในที่ทำการของโครงการแค่ยืนตรงระเบียงก็ได้เห็นภาพนี้แล้ว เขียวขจีไกลสุดตา

     

     

     

    ฝนยังคงตกมาตลอดทั้งวันระหว่างรอฝนหยุดเข้าไปดูแปลงปลูกผักของโครงการหลวง แปลงนี้ยังเป็นต้นกล้ารอวันเจริญเติบโต

     

     

    เจ้าต้นนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นผักหรือเปล่าขึ้นแซมไปกับต้นว่านหางจระเข้

     

     

    สายฝนชุ่มฉ่ำกระทบกับยอดใบไม้

     

    DEW_7105

     

    ฝนยังคงตกเป็นระยะ ฉันหยิบเสื้อกันฝนมาใส่เพื่อลุยลงไปยังทุ่งนาด้านล่างมีไกด์ตัวน้อยนำทางอยู่ไม่ห่าง เด็กชาวเขาที่นี่เป็นมิตรและดูจะชื่นชอบมากที่มีคนต่างท้องถิ่นมาเยี่ยมเยือน  ก่อนมาถึงโครงการตลอดเส้นทางที่รถวิ่งผ่านหมู่บ้าน จะมีเสียงทักทายจากเด็กๆ ยกมือไหว้กล่าวคำว่าสวัสดีค่ะ / ครับ  ฉันแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมเด็กชาวเขาที่แม่ลาน้อย ถึงได้น่ารักกันขนาดนี้ บ้านหนูน้อยห่างไกลความเจริญอยู่กลางหุบเขาคดเคี้ยว แต่ไม่ห่างไกลจากคำว่า ” มารยาทที่ดีงาม ”

     

     

    หนูน้อยสองคนนี้ดูจะชอบถ่ายรูปเป็นพิเศษขอให้เป็นแบบก็เป็นอย่างไม่รีรอ ถ่ายภาพเสร็จก็วิ่งมาดูภาพตัวเองหลังกล้องหัวเราะชอบใจ

     

     

    เดินไปตามถนนดินแดงมองทุ่งนาที่อยู่รอบตัว  เคยเห็นทุ่งนาและนาข้าวขั้นบันไดมาหลายแห่งแต่ที่ โครงการหลวงแม่ลาน้อย ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุงแต่ง

     

     

    มองไปทางไหนเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของต้นข้าวและภูเขา ฉันหวังแต่เพียงว่าขอให้ความบริสุทธิ์นี้คงอยู่กับที่นี่ไปนานๆ  อย่าให้ต้องแปรปลี่ยนไปตามความเจริญของวัตถุที่อาจกำลังจะคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า

     

     

    ฉันเคยดูวีดีโอท่องเที่ยวเมืองน่ารักของ ท ท ท มีแม่ลาน้อยอยู่ในลิตส์เมืองน่ารักด้วย ดูวีดีโอก็ว่าอำเภอนี้น่ารักแล้ว แต่ไม่เท่ากับการได้มาสัมผัสด้วยความรู้สึกจริง ที่นี่ไม่ได้เพียงแต่งดงามด้วยบรรยากาศ แต่งดงามด้วยรอยยิ้มและความเป็นมิตรของผู้คน ตลอดทางเจอชาวบ้านสะพายตะกร้าข้างหลังเดินสวนไปมา ได้ยินคำทักทายไถ่ถามตลอดว่า “ มาจากไหนกัน ”  “ ฉันถามว่า “ ผักที่อยู่ข้างหลังนี้เอาไปทำอะไรค่ะ ”  ก็จะได้คำตอบว่า “ เก็บผักเอาไปเลี้ยงหมูที่บ้าน ” ได้ยินประโยคนี้แล้วรู้สึกว่าวิถีชีวิตยังเป็นแบบดั้งเดิมอยู่มาก มาที่นี่เราจะหลงรักความน่ารักของชาวบ้านโดยไม่รู้ตัว

     

     

    ชาวบ้านที่แม่ลาน้อย  มีหลายหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกะเหรี่ยงเชื้อสายปกากะญอ อาชีพหลัก คือ เกษตรกร  ทำนา ปลูกผัก  ซึ่งยึดถือตามแนวพระราชดำริของในหลวง คือ อยู่อย่างพอเพียง

     

     

    คุณลุงชาวเขาถือผักหรือผลไม้อะไรซักอย่างลูกกลมใหญ่ลูกหนึ่ง คุณลุงบอกว่า มันคือแตงกวา พวกเราเรียกกันว่าแตงกว่ายักษ์  คุณลุงนั่งปอกมันอย่างตั้งใจแล้วแจกให้ทุกคนกิน

     

     

    ความมีน้ำใจไม่ได้มีแต่เฉพาะคนพื้นที่เดียวกันแต่เผื่อแผ่มาถึงฉันและเพื่อนที่กำลังยืนถ่ายภาพอยู่และมองเจ้าลูกแตงกวายักษ์อย่างแปลกใจ “ กินด้วยกันมั้ย ลองดูซิ อร่อยน่ะ “  คุณลุงชวนพร้อมปอกแตงกวาที่ละชิ้นแจกพวกเราทุกคน  ฉันลองกินรสชาติอร่อยแปลกดี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกินแตงกว่าชิ้นนี้ได้อร่อยขึ้น  คือ พวกเราทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นถือแตงกวาอยู่ในมืิอ  พูดคุยหยอกล้อ หัวเราะด้วยกัน เราต่างที่มา พูดกันบางทีรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่เราก็อยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นมิตร

     

     

    ฉันยืนคุยกับคุณลุงซักพักก็เดินเข้าไปในแปลงผักของโครงการหลวงซึ่งเห็นอยู่ไม่ไกล

     

     

    ผักที่ปลูกในโครงการหลวงแม่ลาน้อยส่วนใหญ่จะเป็น  red oak , และเจ้าต้นสีเขียว ซึ่งฉันจำไม่ได้แล้วว่ามันชื่ออะไร

     

     

    ความสุขของเด็กเมืองกรุงและเด็กชาวเขาต่างกัน  เด็กชาวเขาได้วิ่งเล่นตามท้องนา เล่นน้ำฝนอยู่กับธรรมชาติ แค่นี้ก็สุขใจแล้ว ” พอเพียงที่เพียงพอ”

     

     

    ระหว่างที่อยู่ในแปลงผัก ฝนตกหนักมาก ฉันหลบฝนไปไหนไม่ได้ แต่พี่สาวใจดีหลังจากเก็บวัชพืชดูแลผักเรียบร้อยแล้วก็เอาพลาสติกมาคลุมให้เด็กน้อยกันฝน และไม่ลืมที่จะหยิบยื่นพลาสติกนั้นมาให้ฉันและน้องอีกคนหนึ่งด้วย “ความมีน้ำใจที่ไม่ต้องปรุงแต่ง” สามารถพบได้จากชาวบ้านแม่ลาน้อยเกือบทุกคน

     

    DEW_7333

     

    จบทริปวันแรกที่โครงการหลวงแม่ลาน้อยเช้าวันใหม่ไปต่อยัง  บ้านห้วยห้อม ผ่านถนนคดเคี้ยวเห็นสายหมอกบางที่แทรกอยู่ตามไหล่เขา

     

     

    และด้วยเส้นทางเข้าไปยังหมู่บ้านในหน้าฝนบางช่วงถนนไม่ดี เป็นดินโคลนเละมาก เจ้าหน้าที่บอกว่ารถตู้ไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเราจึงใช้บริการรถของการโครงการหลวง ซึ่งเป็นรถส่งผักของโครงการ โดยให้ค่าน้ำมันและค่าตอบแทนเป็นสินน้ำใจตามเหมาะสม

     

    DSC_0450

     

     

    หมู่บ้านห้วยห้อม อยู่ห่างจากโครงการหลวงแม่ลาน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขาของอำเภอแม่ลาน้อย อยู่ในเขตรับผิดชอบของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยเป็นหมู่บ้านที่อาชีพหลักคือปลูกข้าว ที่นี่มีเสาวรส และกาแฟพันธุ์อาราบิการ์ ที่รสชาติเข้มข้น  มีการเลี้ยงแกะ  มีที่พักแบบโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก บ้านห้วยห้อม

     

    มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เริ่มจากพาชมไร่กาแฟ ซึ่งพี่มะลิวัลย์ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะและกาแฟ บอกว่ากาแฟบ้านห้วยหอมจะปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและแซมไปกับต้นไม้ชนิดอื่น ให้ขึ้นตามไล่เขาและตามทางไปเรื่อย เพราะการปลุกแบบนี้จะทำให้ต้นกาแฟไม่ตายง่าย

     

     

    เมล็ดกาแฟ เม็ดใหญ่มาก

     

     

    กาแฟห้วยห้อมถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับจากสตาร์บัค  ที่นี่เค้าให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีไม่อั้น  ชิมแล้วรสชาติถูกใจซื้อกลับบ้านหรือซื้อเป็นของฝากได้

     

     

    ชมสวนและชิมกาแฟแล้วก็มาถึงกิจกรรมต่อไป คือ ไปชมฟาร์มแกะ พี่มะลิวัลย์นำทางเราไปเช่นเคย

     

     

    ระหว่างทางก็ให้ความรู้ ให้ข้อมูลของหมู่บ้านและต้นไม้ต่างๆ กับพวกเราไปด้วย

     

     

    เส้นทางของการไปดูแกะผ่านนาข้าว มองเห็นบ้านหลังเล็กหลังน้อย ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลๆ นึกอิจฉาชาวบ้านที่นี่เล็กน้อย โชคดีจังที่ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้

     

     

    เดินมาประมาณ เกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงฟาร์มแกะเลี้ยงอยู่บนที่สูงมาก

     

     

    ฟาร์มแกะที่นี่เป็นแกะที่เลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์จริงๆ ไม่ได้เป็นแกะที่เลี้ยงเพื่อสร้างภาพอะไรทั้งสิ้น

     

     

    ชาวบ้านจะนำขนของมันมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผ้าขนแกะ หมวก ผ้าห่ม และสบู่รกแกะ  ซึ่งพี่มะลิวัลย์บอกว่าต้องส่งให้กรมปศุสัตว์เป็นคนทำแล้วจะส่งกลับมาให้หมู่บ้านขายเป็นสินค้าโอท๊อป

     

     

    แกะบ้านห้วยห้อม เป็นแกะที่พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมคือ “การทำผ้าทอขนแกะ” ทรงพระราชทานให้ความช่วยเหลือด้านการปรับปรุงพันธุ์ โดยทรงโปรดฯให้เจ้าหน้าที่นำพันธุ์แกะจากต่างประเทศ มาทำการผสมพันธุ์แกะพื้นเมือง จนได้แกะลูกพันธุ์ตัดขน การเลี้ยงแกะที่บ้านห้วยห้อม เลี้ยงด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนฟาร์มใหญ่ หญ้าก็ตัดมาจากข้างฟาร์ม  เลี้ยงตามธรรมชาติ

     

     

    ลูกแกะตัวน้อย สีขาวสะอาด

     

     

    ให้อาหารน้องแกะ

     

     

    วิวทิวทัศน์ระหว่างกลับจากฟาร์มแกะเห็นถนนทอดยาวสู่หมู่บ้านไกลสุดตา

     

     

    ชาวบ้านกำลังปั่นขนแกะเพื่อให้เป็นเส้นด้ายเพื่อนำไปทอผ้าเป็นผ้าขนแกะลายต่างๆ

     

     

    ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากขนแกะก็มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ฯลฯ ราคาไม่แพง มีให้เลือกทั้งหลักสิบ หลักร้อย ผ้าทอขนแกะที่นี่จัดเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามโครงการพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวบ้าน ผ้าขนแกะจึงเป็นหัตถกรรมที่สร้างชื่อเสียงแก่ ห้วยห้อมมาช้านาน

     

     

    ชมขั้นตอนการทำผ้าขนแกะแล้ว ก็มาเดินเล่นชมวิถีชีวิตในหมู่บ้าน  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ มีการแต่งการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งยังคงประเพณีและวัฒนธรรมของชาวบ้านไว้และ ที่สำคัญชาวบ้านและเด็กๆที่นี่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก

     

     

    รอยยิ้มใสของเด็กน้อยดูแล้วช่างเป็นร้อยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาจริงๆ

     

     

    ส่วนน้องคนนี้ คือ ขวัญใจของฉัน  แอบหอมแก้มไปหลายครั้ง  ดูการโพสต์ท่าน้องซะก่อนทำเองไม่ต้องบอก

     

     

    ระหว่างทางที่กลับมาจากบ้านห้วยห้อมก่อนเข้าโครงการหลวงจะเห็นความสวยงามของนาข้าวขั้นบันได้ ที่ลดหลั่นกันเป็นชั้น ถึงแม้ฉันจะเคยเห็นภาพนาข้าวขั้นบันไดมาเยอะจนอาจจะเรียกว่าชินตา แต่เมื่อมาเห็นนาข้าวขั้นบันไดที่นี่ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เพราะนาข้าวขั้นบันไดไม่ได้มีริ้วลายทอดยาวไปทางเดียวกันทั้งหมด แต่จะเป็นการสลับกันไป จุดนี้หันซ้ายอีกจุดหันไปอีกทางลดหลั่นกัน มีต้นไม้เขียวขจีคอยแต่งเติมแทรกตามแต่ละจุด ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

     

     

    แม่ลาน้อย มีนาข้าวขั้นบันไดสวยเว่อ ผักสดอร่อยเว่อ ชาวเขาเป็นมิตรเว่อ เด็กน้อยก็น่ารักเว่อ ทั้งหมดคือคำจำกัดความที่ฉันรู้สึกต่อที่นี่  แล้วคุณละอยากพบกับความเว่อทั้งหมดนี้บ้างมั้ย

     

     

    โปรแกรมท่องเที่ยวแม่ลาน้อยตามทริปนี้

    วันเดินทาง
    21.30 น.   ออกเดินทางจากกรุงเทพ

    วันแรก
    11.30 น.  ถึงโครงการหลวงแม่ลาน้อย รับประทานอาหารกลางวัน
    14.00 น.   เที่ยวชมนาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อย และแปลงผัก
    18.00 น.  รับประทานอาหารเย็น

    วันที่สอง
    08.30 น.   เดินทางไปบ้านห้วยห้อม  เที่ยวสวนกาแฟ และฟาร์มแกะ ชมการทอผ้าขนแกะ นำเที่ยวโดยไกด์ท้องถิ่น
    12.00 น. กลับโครงการหลวงรับประทานอาหารกลางวัน

    14.00 น  เดินทางกลับกรุงเทพ

    วันที่สาม

    02 .00 น. ถึง กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

     

    Tags : , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก