• เที่ยวหน้าฝน พาชมทุ่งกระเจียวสีชมพู อ.ช. ไทรทอง

    หน้าฝนบรรยากาศสดชื่น  ป่าเขาเขียวขจี หมู่มวลดอกไม้เริ่มบานชูช่อรับความชุ่มฉ่ำของสายฝน  ในช่วงเดือนตั้งแต่ปลายมิย.ปลายก.ค.  ของทุกปี  จะได้พบความงดงามของทุ่งดอกกระเจียวสีชมพู บานเคล้าสามหมอกของละอองฝน ซึ่งในจังหวัดชัยภูมิมีทุ่งดอกกระเจียวอยู่ 2 แห่ง คือ ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม ซึ่งอยู่ใกล้และเป็นจุดหลักของการจัดงาน เทศกาลทุ่งดอกกระเจียวบาน จึงทำให้นักท่องเที่ยว มุ่งหน้าไปเที่ยวที่นี่เสียเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้ในแต่ละปีที่ป่าหินงามจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ต่างมุ่งกันมาชมความงามของ ทุ่งดอกกระเจียว จนบางครั้งอาจอาจจะดูแน่นเกินไปซักนิด  ไปด้วยกันจะพาทุกท่านมาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ ทุ่งดอกกระเจียวอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุดของชัยภูมิและมีความเป็นธรรมชาติยังสามารถสัมผัสบรรยากาศในแบบเดิมของความเป็นทุ่งดอกกระเจียว

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

     

    มาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวเพื่อให้ได้บรรยากาศของสายหมอกก็ควรจะมาแต่เช้ามืดค่ะ ประมาณ 6 เช้าโมงเช้า โดยอาจจะเลือกพักที่บ้านพักของอุทยานแห่งชาติไทรทอง หรืออาจจะเลือกพักที่พักเอกชนที่อยู่รอบนอกอุทยานก็ย่อมได้ค่ะ มีให้เลือกประมาณ 3 – 4 แห่ง สามารถติดต่อรถขึ้นไปชมทุ่งดอกกระเจียว คิดราคาคนละ 60 บาท แต่ต้องรอให้ครบคนรถถึงจะออก หรือหากจะเหมาทั้งคันก็ 600 บาท ติดต่อได้ที่คุณดาว โทร 080 198 5248 , 087 958 5395 รถจะมาส่ง ณ จุดเริ่มเดินเท้าไปยังทุ่งดอกกระเจียวทุ่งต่างๆ ระยะทางไปกลับ 4 ก.ม. เป็นเส้นทางเดินวนกลับมายังจุดเดิม  ซึ่งอุทยานแห่งชาติไทรทอง จะมีทั้งหมด  5 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะอยู่ห่างกันพอสมควร  แต่ระยะทาง 4 ก.ม. อาจดูเหมือนไกล แต่เส้นทางเดินก็เป็นเส้นทางเรียบ ไม่ต้องปีนป่ายขึ้นเขา เดินชมธรรมชาติเพลินๆไปเรื่อย แต่ เตรียมน้ำเตรียมขนมเล็กน้อยก็น่าจะดี

     

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เดินผ่านทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เราจะเจอ แต่ดอกกระเจียวแทบไม่มีให้เห็นจึงเลือกเดินผ่านเพื่อไปยังทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 2  เดินมาได้ซักพักไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  ก็มาถึงทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 2  วันที่ไปสายหมอกบางๆ ยังไม่เยอะเท่าไหร่นัก เมื่อก่อนทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง จะอนุญาติให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความงามของดอกกระเจียวได้ถึงในทุ่ง แต่ปัจจุบันเมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักและมาเที่ยวมากขึ้น ทางอุทยานได้ทำรั้วกั้นเหมือนป่าหินงามไว้เรียบร้อยแล้ว ก็แอบเสียดายนิดหน่อยเพราะเคยมาเมื่อครั้งก่อน คิดว่าการที่ได้เข้าไปสัมผัสกับทุ่งดอกกระเจียวแบบใกล้ชิด คือ เสน่ห์ของทุ่งดอกระเจียวไทรทอง ที่แตกต่างกับป่าหินงาม ทำให้ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ตอนแรกตั้งใจจะมาถ่ายภาพแบบมาโครให้เต็มที่แต่ผิดแผนเล็กน้อยเพราะเข้าไปในทุ่งไม่ได้ ก็พยายามถ่ายมาได้เท่าที่ขาจะสามารถก้าวเข้าอาณาเขตที่รั้วกั้นเข้าไปได้ โดยที่ไม่ทำให้ดอกกระเจียวต้องบอบช้ำ เลือกละลายฉากหลังให้เบลอๆ ตาม step เพื่อความโดดเด่นของสีชมพูของดอกกระเจียว

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 2  ไม่กว้างมากนัก  แต่ความสดใสของเจ้าดอกสีชมพูในยามเช้าพร้อมสายหมอกบางๆ ก็ทำให้เราสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับมันได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    บางครั้งก็มีแสงแดดอ่อนๆ จากดวงอาทิตย์ส่องกระทบมายังทุ่งดอกกระเจียวและต้นหญ้า ระยิบระยับ  เห็นแล้วก็สดชื่น

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    กลีบดอกกระเจียว เหมือนดอกอัญชัญมาก

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    สิ่งที่คู่กับเจ้าดอกกระเจียวที่เรามักพบเห็นอยู่บ่อยๆ นั่นคือ  ใยแมงมุม เจ้าแมงมุมน้อยศิลปินเอก ก็ช่างบรรจงชักใยได้อย่างสร้างสรรค์ ชวนให้เก็บภาพ

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    มีหลากหลายแบบทั้งแบบเป็นวงกลม ห้อยระย้า

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    หรือจะมาแบบสายใยบางๆ แบบนี้ก็ดูสวยไปอีกแบบ

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เผยโฉมหน้าเจ้าแมงมุม ผู้อยู่เบื้องหลังการชักใย สีสรรค์สวยงามตัดกับสีชมพูของดอกกระเจียว


    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    น้องตั๊ก ก็เป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ จะแอบซ่อนตัวในกลีบดอกกระเจียวแบบนี้

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เข้าใกล้ให้เห็นแบบชัดกันซักหน่อย แบบของเราก็รู้งาน อยู่นิ่งไม่ขยับตัวไปไหน ให้กดชัตเตอร์จนเพลิน

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    จากนั้นก็เดินดุ่มๆ ไปเรื่อย ประมาณเกือบ 1  กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าไปยังทุ่งดอกระเจียวกลุ่มที่  1 ซึ่งป็นกลุ่มไฮไลต์ อยู่ไกลสุดและกว้างสุด ความพิเศษของทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มนี้ คือ สามารถมองเห็นวิวของชัยภูมิซึ่งอยู่เบื้องล่างได้ ถ้าในวันนั้นหมอกไม่บังจนมิดเสียก่อน  ณ ทุ่งดอกกระเจียจุดนี้ มีห้องน้ำ และร้านขายน้ำและเครื่องดื่ม มาม่า ขนมชบเคี้ยว ถ้ามาเหนื่อยๆ ก็หาอะไรทานรองท้องได้  ณ จุดนี้มีสถานที่กางเต้นท์ด้วย

     

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    แอบส่องแมลงระหว่างทางเดิน

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    สายแล้วเริ่มมีนักท่องเที่ยว ทยอยกันมาแต่ก็ยังถือว่าไม่เยอะ

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    สีชมพูบานเต็มท้องทุ่ง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    หานางแบบมาสร้างสีสรรค์ซักหน่อย

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เต็มอิ่มกับทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่  1 แล้ว ก็เดินกลับ ระหว่างทางก็ถ่ายภาพโลกของต้นไม้ ใบหญ้าและแมลงเล็กๆ ระหว่างทาง

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เจ้าตัวนี้อำพรางตัวได้เนียนมากๆ

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    มาถึงทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 4 ทุ่งดอกกระเจียวขาว ต้นเล็กๆ  บานแทรกอยู่ตามต้นหญ้า ยังไม่บานเต็มที่

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    เดินกลับมาถึงจุดเดิม แวะพักชมวิว สูดอากาศที่จุดชมวิวผาพ่อเมืองซักหน่อย เลยจากผาพ่อเมืองไปขึ้นไปอีกนิดก็จะเป็น จุดชมวิวผาหำหด ค่ะ แต่ไม่ได้ขึ้นไป เพราะมาครั้งก่อนเคยขึ้นไปแล้วและได้ยินเสียงคนเยอะมาก ขอชมวิวอยู่ตรงนี้ดีกว่า

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

     

    ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวทุ่งดอกกระจียว หากใครอยากสัมผัสความงามของทุ่งสีชมพูในแบบธรรมชาติ เชิญได้ที่ ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง ค่ะ

     

    ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ทุ่งดอกระเจียวไทรทอง

    Tags : ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน