• ปังค่า…อยากให้มา

    เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอปง จังหวัดพะเยา   สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก  ภูลังกา รีสอร์ท  ไปอำเภอปง ต้องไปพักที่ภูลังกา หรือไม่ก็บ้านทะเลหมอก ที่ตื่นเช้าจะได้พบเห็นทะเลหมอกล่องลอยมาทักทายถึงหน้าที่พัก แต่ถ้าลองเปลี่ยนมาที่อื่นที่ตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกันบ้าง  ที่พักแบบสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดได้ว่าน่าจะดีที่สุดในย่านนี้  มีร้านกาแฟเล็กๆ ให้บริการเครื่องดื่ม มีร้านอาหารบรรยากาศดีและเมนูผักสดกรอบให้ได้ทาน  พร้อมท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่า ฉันอยากให้ทุกคนลองมาพักที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า

     

    1 cover

     

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ตั้งอยู่ในอำเภอปง จังหวัดพะเยา เส้นทางเดียวกับภูลังการีสอร์ท  จากถนนสายหลักเลี้ยวซ้ายเข้าไปยังวนอุทยานแห่งชาติภูลังกา   เป็นอีกหนึ่งโครงการหลวงที่มีบ้านพักสะดวกสบาย ท่ามกลางสวนเกษตรและแปลงดอกไม้   เมื่อมาถึงหน้าศูนย์ฯ จะพบกับร้านกาแฟเล็กๆ ขายเครื่องดื่มประเภท กาแฟ ชา ชาเขียว โกโก้   ด้านหน้าจัดตกแต่งเป็นสวนย่อมขนาดย่อม หากมาเที่ยวในฤดูหนาวพื้นที่บริเวณสวนจะเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ไม้ประดับเมืองหนาว นานาชนิด โดยเฉพาะ มะเขือเทศการ์ตูนและฟักทองยักษ์  ไม้ผลและไม้ประดับขึ้นชื่อของที่นี่  แต่ฉันมาเที่ยวในฤดูฝนไม้ดอกจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นไม้ประดับสีเขียวแทน  ให้ความสดชื่นไปอีกแบบ

     

    2 DSC_6727

    3 DEW_0818

     

    ร้านอาหารของศูนย์ฯ บรรยากาศดี  แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ พร้อมให้บริการแก่ผู้มาเยือน แต่ถ้าไม่ได้พักและไม่ใช่ฤดูหนาวควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อที่แม่ครัวจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบไว้

     

    4 DEW_0822

    5 DSC_6719

     

    บ้านพักแสนสะดวกสบาย เป็นห้องพักตากอากาศหลังใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี  ท่ามกลางขุนเขาและความสวยงามของยอดดอยภูลังกา บ้านพักหากเห็นราคาแล้วจะตกใจ  เริ่มต้นที่หลังร้อยเท่านั้น หลังนี้ราคา 800 บาท พักได้ถึง  3  คน ห้องพักเป็นแบบพัดลมไม่มีแอร์ เพราะอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้าง มีห้องครัวเล็กๆ สำหรับประกอบอาหาร   นอกจากนี้ยังมีลานกางเต็นท์ ให้ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นอย่างเต็มอิ่ม สามารถรองรับเต็นท์ได้หลายสิบหลัง มีห้องจัดประชุมสัมมนา ห้องคาราโอเกะ บริการทั้งแบบส่วนตัวและหมู่คณะ

     

    6 DEW_0857

    7 DEW_0859

    8 DSC_6502

    9 DSC_6503

    10 DSC_6507

     

    ในฤดูฝนถึงแม้ไม้มีดอกไม้เมืองหนาว แต่บริเวณสวนหน้าบ้านพักมีดอกบานชื่น บานสะพรั่งสีสันสวยงาม เต็มไปด้วยเหล่าบรรดากองทัพผีเสื้อนับร้อย หลากสีสัน หลากสายพันธุ์ บินว่อนดอมดมหาน้ำหวานจากดอกไม้

     

    11 DEW_0784

    12 DEW_0807

    13 DEW_0778

    14 DEW_0832

     

    ไฮไลท์ของการมาท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า  คือ การเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกผัก  ไม้ดอกไม้ผล   ซึ่งจะสลับปลูกเวียนกันไปตามฤดู  แปลงผักมีให้ชมกระจายอยู่รอบพื้นที่ทั้งแปลงที่อยู่ติดกับศูนย์ และถัดออกมาในบริเวณด้านนอก ซึ่งการมาเที่ยวชมแปลงผักต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทางค่ะ   มาเที่ยวฤดูฝนผักที่ปลูก ส่วนใหญ่ คือ พริกหวานหลากสีสัน ผลอวบอิ่มน่ารับประทาน มี ทั้งสีเขียว แดงเหลือง ครบทุกสี

     

    15 DSC_6535

    16 DSC_6532

    17 DSC_6534

    18 DSC_6544

    19 DSC_6548

     

    ถัดไปเป็นแปลงปลูกเมล่อนลูกโต ซึ่งน้องเจ้าหน้าที่บอกว่าอีกไม่กี่วันสามารถเก็บผลผลิตนำไปขายได้

     

    20 DSC_6596

    21 DSC_6598

     

    นั่งรถต่อไปชมแปลงผักต่อ จุดนี้เป็นโรงเรือนปลูกผักของชาวบ้าน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ดูแลของโครงการหลวง ทั้งหมด ซึ่งในฤดูฝนเน้นปลูกคะน้าเป็นหลัก  หากมาถึงฤดูหนาวจะเปลี่ยนเป็นผักเมืองหนาวอย่าง  ตระกูลผักสลัด ทั้งหลาย

     

    22 DEW_0850

    23 DSC_6582

     

    มาถึงแปลงทดลองปลูกต่อไป ตั้งอยู่บนที่สูงท่ามกลางหุบเขา ซึ่งผักที่ปลูกในโรงเรือนเวลานี้ คือ พริกหวาน เช่นกัน

     

    24 DSC_6591

    25 DEW_0853

    26 DEW_0856

     

    น้องเจ้าหน้าที่บอกว่า มีจุดชมวิวอยู่จุดหนึ่งสวยอยากพาไป ถ้ามาช่วงเช้าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและสายหมอกบาง  น้องบอกว่าชอบมาถ่ายภาพชมวิวที่นี่ แต่เรามาในช่วงบ่าย แม้อาจไม่ได้เห็นหมอกและพระอาทิตย์ตามที่น้องบอก แต่ได้เห็นวิวภูเขาแค่นี้ก็พอใจแล้ว หากมองลงไปเบื้องล่างจะเห็นที่ทำการการศูนย์ฯ อยู่ไกลริบๆ รู้สึกว่าลัดเลาะมาไกลและอยู่บนที่สูงมาก

     

    27 DSC_6612

     

    เส้นทางระหว่างไปชมแปลงผัก  เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับนั่งรถเล่นมองวิวทิวเขาเพลินๆ

     

    28 DSC_6616

     

    หลังจากชมแปลงผักแล้ว จุดต่อไปคือ มุ่งหน้าไปยังบ้านปางค่าใต้  ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของโครงการหลวงปังค่า เพราะทราบมาว่าที่นี่มีชาวไทยภูเขาซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ   มาถึงปุ๊บ เจอครอบครัวชาวไทยภูเขา แต่งกายเป็นชุดประจำชนเผ่ารอ เพราะมีการแจ้งไว้ล่วงหน้าอยากเห็นการแต่งกายในชุดชนเผ่าด้วย ทางเจ้าหน้าที่โครงการหลวงเลยประสานงานให้และพาเรามาที่นี่ค่ะ  ชาวไทยภูเขา ที่บ้านปางค่าใต้ ส่วนใหญ่ คือ ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน หรือเย้า  ถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศจีนแถบแม่น้ำแยงซี “เมี่ยน” เป็นชื่อที่ทางราชการตั้งให้ หรือบางครั้งจะเรียกว่า “อิ้วเมี่ยน” แปลว่า มนุษย์   ตอนแรกแอบสงสัยทำไมของชนเผ่านี้ดูต่างไปจากชนเผ่าอื่นที่เราเคยเห็น ดูผิวพรรณหน้าตาออกไปทางชาวจีน เหตุเพราะบรรพบุรุษมีเชื้อสายทางนี้นี่เอง

     

    29 DSC_6646

     

    สำหรับชุดแต่งกายประจำชนเผ่าเห็นครั้งแรกรู้สึกสะดุดตา ลวดลายปักผ้าละเอียดและดูต่างจากชุดประจำชนเผ่าอื่นเครื่องแต่งกายจัดเต็มมาก จึงได้ทราบว่า ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ได้สมญานามว่า เป็นราชินีแห่งผ้าปัก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ปกติลวดลายผ้าปักทั่วไปจะสวยเด่นเฉพาะผ้าด้านหน้าที่ใส่โชว์ เนื้อในผ้านั้นอาจมีรอยเย็บหรือรอยปักที่ไม่เรียบร้อยนัก แต่ถ้าเป็นการปักผ้าของชาวเมี่ยน ทั้งข้างนอกและข้างในลายปักจะสวยเหมือนกัน จึงทำให้ราคาของผ้าปักค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้ความละเอียดของฝีมือในการปักจริงๆ แว่วว่าราคาบางชุดแตะไปที่หลักหมื่นเลยทีเดียว   ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะเป็นช่วงไหว้บรรพบุรุษ ถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่ เหมือนปีใหม่ของเรา จะมีการเฉลิมฉลอง คึกคักครื้นเครง หากเรามาบ้านป่างค่าในช่วงนี้จะเห็นชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่าทั้งหมู่บ้าน เรียกว่าใครมีแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรจะงัดออกมาโชว์กันแบบจัดเต็มทั้งหมด

     

    35

     

    ที่นี่มีสินค้าหัตถกรรมชาวไทยภูเขาให้เลือกซื้อ  ทั้งผ้าพิมพ์ลาย เครื่องเงิน  ของที่ระลึกจากผ้าปัก  อย่างเช่นกระเป๋า และพวกกุญแจชาวเขาน่ารักมาก ตกอันละ 70-120 บาท

     

    30 DSC_6620

    31 DSC_6617

    32 DSC_6695

     

    ก่อนกลับขอเก็บภาพสองหนูน้อยเป็นที่ระลึกซักหน่อย แก้มใส่ น่ารัก ว่านอนสอนง่าย ชวนไปถ่ายภาพตรงไหนไม่งอแงเลยค่ะ  พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า น้อง 2 คน นี้ เป็นดาราประจำหมู่บ้าน ถ่ายรายการและลงหนังสือมาหลายเล่ม

     

    32DEW_0895

    33 DEW_0894

    34

     

    มื้อเย็นที่ศูนย์ ฯ  ผลผลิตส่งตรงจากโครงการหลวงมีให้ทานตามฤดูกาล เพราะฉะนั้น ผักที่เราได้ทาน ก็มีพริกหวานสี  คะน้า  ที่เราไปชมเมื่อช่วงบ่ายนั่นเอง แถมด้วยต้มยำไก่เล็กน้อยไว้ซดน้ำซุปให้รื่นคอ

     

    37 DSC_6701

    38 DSC_6702

    39 DSC_6707

     

    มื้อเช้า เดินไปสั่งกาแฟที่ร้าน หอมกรุ่นรับความสดชื่นของสายฝนในยามเช้า หากมาเที่ยวภูลังกา ลองเปลี่ยนที่นอนมานอนที่ศูนย์ฯ ดูบ้างค่ะ ที่นี่สามารถพักและเที่ยวได้ทุกฤดู   ที่พักคิดหลักร้อยราคาเดียวทุกฤดูเช่นกัน  ปังค่า อยากให้มา ถ้ามาแล้วรับประกันว่าจะได้เข้าถึงความรู้สึกเป็นส่วนตัวแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง

     

    40 DSC_6734

     

    รายละเอียดท่องเที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า

    ศูนย์ฯมีบริการบ้านพักรับรอง จำนวน 4 หลัง พักได้ 2-12 คน ราคา 800-2000 บาท และมีเต็นท์พร้อมถุงนอนไว้สำหรับ ให้นักท่องเที่ยวเช่า ราคา 200 บาท พักได้ 2 คน/เต็นท์  เป็นห้องพักตากอากาศหลังใหญ่ท่ามกลางขุนเขาและความสวยงาม ของพืชพรรณเมืองหนาว สัมผัสอากาศเย็นสบาย ชมวิถีชีวิตชนเผ่ากับอาชิพเกษตรที่ได้รับการส่งเสริม นอกจากนี้ยังมีลานกางเต็นท์ ให้ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นอย่างเต็มอิ่ม สามารถรองรับเต็นท์ได้หลายสิบหลัง มีห้องจัดประชุมสัมมนา ห้องคาราโอเกะ บริการทั้งแบบ ส่วนตัวและหมู่คณะ พร้อมเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารและกาแฟสดจากโครงการหลวงฯ
    อาหาร
    – มื้อเช้า ราคา 60 บาท/คน
    – มื้อกลางวัน  ราคา 150 บาท/คน
    – มื้ออาหารเย็น  ราคา 150 บาท/คน
    – อาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 บาท/คน
    การโอนเงิน: มัดจำ 50 % ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี มูลนิธิโครงการหลวง (ปังค่า-ท่องเที่ยว)
    เลขบัญชีเลขที่ 402-042994-5
    ติดต่อสอบถาม โทร.054-401023, 088-410-9089
    อีเมล์: pk7019rpf@gmail.com
    Facebook: www.facebook.com/pages/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า
    การเดินทาง

    จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางอำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาบริเวณกิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1148 (เชียงคำ-น่าน)จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 9 ให้ตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร จนถึงศูนย์ฯ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง  การเดินทางที่จะขึ้นดอยภูลังกาต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก