• บินดีอยู่ดี เที่ยวเขาหลักหน้าฝนก็ฟินได้นะเออ

    ช่วงฤดูที่เค้าเรียกกันว่าเป็นหน้าโลว์ชีซั่นแห่งการเที่ยวทะเลใต้แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปเที่ยวไม่ได้ อย่างจังหวัดพังงา ถ้าเที่ยวเกาะไม่ได้แต่ยังอยากสัมผัสความชิวของทะเล เราก็เปลี่ยนมาพักผ่อนนอนเล่นกับที่พักดี ริมทะเล หาที่เที่ยวแบบเบาๆ ใน 1 วัน  เพื่อมาช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับการเดินทางสนุกยิ่งขึ้นได้ไม่ยาก สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เราเลือกใช้บริการแพคเกจบินดีอยู่ดี ของบางกอกแอร์เวย์ บินตรงไปยังภูเก็ต โดยจุดหมายหลักของเราคือ อยากไปพักริมทะเลที่เขาหลัก พังงา  ซึ่งในแพคเกจนี้ก็ตอบโจทย์เราได้ รายละเอียดแพคเกจคือ มีตั๋วเครื่องบินไปกลับ + รถรับส่ง พร้อมที่พัก 2 คืน สามารถเลือกโรงแรมได้มีให้เลือกประมาณ 4  โรงแรม โดยเราเลือกพักที่โรงแรมบิยอน รีสอร์ท เขาหลัก เนื่องจากเห็นบรรยากาศแล้วชื่นชอบเพราะเป็นโรงแรมที่ดูแล้วมี facility เหมาะกับคนที่พักผ่อนและอยู่ติดริมทะเล

     

    2-cover

     

    เดินทางมาเช็คอินแต่เช้า สำหรับใครที่มีโอกาสได้บินบ่อยอย่าลืมสมัคร Flyer bonus เพื่อสะสมแต้ม สมัครฟรีในเว็บ ง่ายมากไม่ถึง 10 นาที  เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ที่เว็บ  www.flyerbonus.com  ถือว่าเป็นการสะสมแต้มเพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ ไว้ แถมได้รับน้ำหนักสัมภาระเพิ่มอีก 10 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าให้มากที่สุด ซึ่งตอนเช็คอินก็แจ้งเลขหน้าบัตรแก่พนักงานเพื่อสะสมแต้มได้เลยค่ะ   หลังเช็คอินเรียบร้อยแล้วก็มานั่งพักทานอาหารว่างที่ Bangkok airways boutique lounge พื้นที่กว้างขวาง มีให้เลือกนั่งหลายมุม

     

    2 DSC_2872

    3 DSC_2852

     

    มีอาหารว่างเป็นขนมหลากหลายชนิด ที่ขาดไม่ได้คือ ข้าวต้มมัดอันลื่อชื่อ  เครื่องดื่ม ทั้งร้อนและเย็นให้เลือก ที่แปลกใจคือ มีป๊อบคอนด้วย ลองทานแล้วก็อร่อยดี เค็ม ๆ   มันส์ ๆ ระหว่างรอเครื่องออกก็ทานให้เพลินกันไป

     

    4 DSC_2849

    5 DSC_2848

    6 DSC_2856

    7 DSC_2855

     

    บนเครื่องก็ยังเสริฟ์อาหารต่อก็ยั่งอิ่มจาก lounge ยังไม่ทันได้ย่อยต้องมาทานต่ออีกแล้ว เรียกว่าบินดี สมชื่อแพคเกจ

     

    8 DEW_1346

    9 DEW_1352

     

    บินมาถึงสนามบินภูเก็ตเครื่องลงปุ๊บฝนก็ตกลงมาปั๊บตามสไตล์การท่องเที่ยวในฤดูฝน  และทริปนี้เราได้รับการดูแลจาก travel agent บริษัท ภูเก็ต ดรีม ดิสทิเนชั่น ซึ่งเป็น land operator ในเส้นทางภูเก็ต เขาหลัก ไม่ว่าคุณจะสำรองแพ็คเกจกับ travel agent ใดที่เข้าร่วมรายการก็จะได้รับการบริการพิเศษจากบริษัทเอเยนต์ที่เข้าร่วมเข้ากับแพคเกจนี้ค่ะ  โดยทางบริษัทมีรถตู้มารอรับเพื่อไปส่งยังโรงแรมที่เขาหลัก ทั้งคันก็มีกันแค่ 2 คน นั่งไปแบบ VIP สุดๆ

     

    10 DEW_1366

     

    เกือบ 2 ชั่วโมงเรามาถึง ที่พัก  Beyound resort  ตั้งอยู่ที่เขาหลัก เป็นรีสอร์ทที่ตกแต่งอย่างสวยงามสไตล์วิลล่าแบบไทยร่วมสมัย บรรยากาศสบายติดริมทะเล มาถึง Lobby เช็คอินพร้อม welcome drink   ทานแล้วสดชื่นขึ้นมาซักหน่อย

     

    11 DEW_1844

    12 DSC_2887

     

    ที่พักของเราทั้ง 2 คืน เป็นห้องแบบสแตนดาร์ด แต่เป็นสแตนดาร์ดที่กว้างมากคล้ายกับห้องสูท มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ทั้งโซนรับแขก และห้องแต่งตัวก็แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน บินดีก็ตอบโจทย์ไปแล้ว คราวนี้ อยู่ดี ก็เริ่มตอบโจทย์ ถามน้องพนักงานว่าปกติห้องนี้คืนละเท่าไหร่ ได้คำตอบว่าในช่วงหน้าโลว์ตั้งแต่ พ.ค. – ต.ค. คืนละ 5,175  บาท (รวมอาหารเช้า 2 ท่าน) เลยนั่งคำนวณราคาแป๊บกับราคาของแพคเกจนี้คนละ 9100 บาท ก็ถือว่าค่อนค้างคุ้ม สำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบสบายและชอบนอนเล่นอยูแต่ในที่พัก

     

    13 DEW_1503

    14 DEW_1505

    15 DEW_1507

    17 DSC_3046

    18 DSC_3055

    19 DSC_3044

     

    ครึ่งวันในช่วงบ่ายค่อนข้างว่างเลยขอให้น้องพนักงานพาชมห้องแบบต่างๆ นอกจากห้องที่เราพักมีห้องแบบไหนบ้าง เผื่อมาเที่ยวเขาหลักจะมีโอกาสมาใช้บริการอีก ห้องแบบแรกก็คือ Palm Villa Elite with Pool  ซึ่งตั้งอยู่ในโซนด้านหลังของโรมแรมจะไม่ได้อยู่ฝั่งติดทะเล เห็นห้องนี้กรี๊ดมากแอบชอบเป็นการส่วนตัว กว้างขวาง โอ่อ่า ด้านหลังเปิดไปมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ยังกับบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งเลยทีเดียว  ไม่ต้องออกไปไหน พักผ่อน นอนเล่นอยู่แต่ในที่พักก็มีความสุขที่สุดแล้ว สอบถามราคามาได้ความว่าคืนละ  9,552 บาท  (รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน) น่าจะเหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนแบบครอบครัวหรือมาฮันนีมูนมาก

     

    20 DEW_1399

    21 DEW_1390

    22 DSC_2954

    23 DSC_2935

    24 DSC_2996

     

    ห้องอีกแบบคือ  Bedroom Pool Villa มีทั้งแบบติดหน้าหาดและไม่ติดหน้าหาด เรามาชมแบบแนบชิดติดทะเลกันดีกว่าหน้าพักมาก จากห้องพักก็เห็นทะเลอยู่ตรงหน้า บ้านหลังนี้มี 2 ห้อง ในหลังเดียวกัน คือ ห้องแบบเตียงคู่และเตียงเดียว  ซึ่งแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกจากกันอย่างชัดเจน ด้านหลังมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่กลางแจ้ง สำหรับแขกที่ชื่นชอบการนอนอาบน้ำสัมผัสแบบธรรมชาติ

     

    26 DEW_1812

    27 DEW_1829

    28 DEW_1825

    29vDEW_1824

     

    ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำขนาดเล็กไว้แช่น้ำนอนมองทะเลในช่วงสาย และมองพระอาทิตย์ตกในยามเย็น โรแมนติกดีแท้ ห้องนี้คืนละ  16,350 บาท ราคาสูงที่สุดในบรรดาห้องพักทั้งหมดเพราะดูจากสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งวิวบรรยากาศแล้วราคาน่าจะประมาณนี้

     

    30 DEW_1819

     

    ชมห้องแล้วมาชมบรรยากาศโดยรวมของโรงแรมบ้าง ว่ามาที่นี่แล้วถ้าไม่ออกไปที่ไหน เราสามารถทำอะไรในโรงแรมได้บ้าง  พื้นที่โดยรวมของโรงแรมต้นไม้เยอะร่มรื่น

     

    31 DEW_1482

    32 DEW_1467

    34 DEW_1464

     

    มาเที่ยวพังงาหน้าฝน ไม่ต้องกลัวว่าฝนจะตกทั้งวันเพราะพนักงานบอกเราว่า อากาศที่นี่เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวหยุดสลับกัน เวลาฝนหยุดก็มีช่วงแดดออกฟ้าใสให้เราได้เดินไปสัมผัสบรรยากาศของทะเลบกันที่หน้าหาดของโรงแรม

     

    34 DSC_2930

     

    สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีทั้งหมด  5 สระ ติดทะเล หากไม่อยากนอนเล่นอยู่ในห้องนานๆก็ออกมาเล่นน้ำหน้าหาดได้ค่ะ

     

    35 DEW_1421

    36 DEW_1429

     

    หรือมานั่งเล่น นอนเล่นริมหาด จิบเครื่องดื่มฟินกันไปหน้าหาดของโรงแรมทรายค่อนข้างขาวสะอาดและหาดก็เป็นส่วนตัวมีเฉพาะแขกของโรงแรมเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

     

    37 DEW_1439

    38 DEW_1477

    39 DEW_1517

     

    หากเมื่อยอยากผ่อนคลายก็มานอนนวดสปา ทำเล็บ ที่สปาของโรงแรมแต่คิวค่อนข้างยาวพอสมควรต้องจองคิวกันล่วงหน้านิดนึง เพราะแขกค่อนข้างเยอะโดยคิดราคาเป็นชั่วโมง

     

    40 DEW_1471

    41 DSC_3024

    42 DSC_3009

    43 DSC_3014

     

    ข้างห้องสปามีฟิตเนสให้บริการฟรี ต้องบอกว่าเป็นโรงแรมที่ไม่ต้องออกไปเที่ยวไหน พักผ่อนอยู่แต่ในนี้ได้ทั้งวัน

     

    44 DSC_3030

     

    ค่ำคืนกับมื้อเย็นมีให้เลือกทั้งบุฟเฟ่ต์หมูกระทะริมทะเลในราคาย่อมเยาว์คนละ 399 บาท

     

    45 DSC_3076

    46 DSC_3080

    47 DSC_3120

    48 DSC_3084

    49 DSC_3095

     

    หรืออยากดินเนอร์ใต้แสงเทียนในบรรยากาศแบบพิเศษกับคนพิเศษ ก็เลือกเป็นแบบชุดนี้ก็ได้ค่ะ เป็นชุดทั้งอาหารคาวหวาน 4 ชนิด ตั้งแต่ จานแรกคือ อาหารเรียกน้ำย่อย เนื้อกุ้งล๊อปสเตอร์พร้อมสลัด+น้ำซุปซึ่งเป็นน้ำซุปไก่พร้อมไข่และชีท จานต่อมาอาหาร main เป็นชุดเนื้อสเต็ก ถ้าไม่ทานเนื้อก็ให้แจ้งพนักงานล่วงหน้าค่ะ และจานสุดท้ายเป็นของหวาน คือ วนิลาฟรุตไอศกรีม ทั้งหมดนี้ในราคาท่านละ 1399 บาท

     

    50 DSC_3089

    51 DSC_3099

    52 DSC_3108

    53 DSC_3115

     

    อาหารเช้าในห้องอาหารของโรงแรม เรามาฝากท้องที่นี่กันทุกเช้า ซึ่งอาหารเช้าก็มีให้เลือกทานหลายชนิดทั้งแบบไทยและแบบฝรั่ง คือ ไลน์อาหารเยอะมาก

     

    54 DSC_3135

    55 DSC_3141

    56 DSC_3129

    57 DSC_3131

     

    วันที่สองในครึ่งวันเช้าขอออกไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมบ้าง โดยเราเลือกเช่ารถพร้อมคนขับให้มารับที่โรงแรมประมาณ 8.30 น. โปรแกรมของเราคือล่องเรือชมวิวที่คลองสังเน่ห์ และเที่ยวเมืองเก่าตะกั่วป่า ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมประมาณ 40  นาที รถที่มารับเป็นรถเก๋งโดยราคาค่าเช่าใช้เกือบทั้งวัน คือ 2 พันบาท สำหรับใครที่มาเขาหลักและไม่อยากขับรถเองสามารเรียกใช้บริการได้ค่ะที่โทร  081 691 7431

     

     

    คลองสังเน่ห์ หรือ  Little Amazon ตะกั่วป่า ตั้งอยู่ใน  อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีถือว่าเป็น Unseen แห่งใหม่ของพังงา ที่ไม่ควรพลาดมาชมความอัศจรรย์ของผืนป่าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพพืชพรรณแปลกๆที่ขึ้นอยู่ตามริมฝั่ง ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหลด้วยความหลากหลายแบบนี้เอง นักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสผืนป่าแห่งนี้จึงตั้งฉายาว่าเป็น Little Amazon นั่นเอง  เรือที่ใช้มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบคายัคพาย ลำลาพ 500  นั่งได้ 2 ท่าน และแบบเรือติดเครื่องยนต์ลำละ 750 บาท นั่งได้ 2 คน  ซึ่งจริงแล้วถ้ามาเที่ยวก็อยากแนะนำให้เป็นเรือพายมากกว่าจะได้ ไม่เป็นการส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ด้วย แต่คนพายบอกว่าเรือยนต์จะใช้ต่อเมือมีนักท่องเที่ยวมาเยอะต้องการทำเวลาก็จะเร็วกว่า

     

     

    ไฮไลต์ของการล่องเรือชมความความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ คลองสังเน่ห์  คือการได้ชมต้นไทรโบราณอายุนับร้อยปีที่ แผ่กิ่งก้านสาขา อยู่ริมคลอง บางช่วงก็ห้อยระย้าตรงหน้าเหมือนม่านอุโมงค์ต้นไทรให้ล่องนั่งเรือผ่านไป  ถือว่าเป็นภาพที่แปลกตาที่เรา สามารถหาชมได้เฉพาะที่คลองสังเน่ห์แห่งนี้เท่านั้น รวมถึงต้นไม้น้ำอย่างเช่น  ต้นตีนเป็ดน้ำ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับล่องเรือก็คือช่วงที่น้ำขึ้นตั้งแต่ในช่วงเวลา 9 โมงกว่า – 11 โมง ในช่วงเวลานี้ไม่ร้อนมาก และหากพ้นช่วงเวลานั้นไปแล้วน้ำจะเริ่มขึ้นอาจท่วมรากไทรจนมองเห็นได้ไม่ชัด

     

     

    อีกหนึ่งไฮไลต์ของการล่องเรือ คือการได้ชมงู ทั้งงูเขียว งูปล้องทอง งูเหลือม ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าจะอันตรายเพราะเราล่องดูงูอยู่ห่างมาก เค้าไม่ทำร้ายเราถ้าเราไม่ไปทำร้ายเค้าก่อนค่ะ และในช่วงกลางวันงูจะนอนหลับนิ่ง ขดกับต้นไม้เพื่อรอเวลาออกหากินในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมีนกเงือก สัตว์สงวนหายากซึ่งจะมากินลูกไทร  นกกระสาและนกอีก หลายชนิด ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งจะบินมาหาอาหารกิน หากมาในช่วงจังหวะที่ดีก็มีโอกาสได้เห็นนกเหล่านั้นบินโฉบ ไปมาผ่าน ตรงหน้าอีกด้วย

     

     

    ด้วยความลึกลับแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์และความสวยงามทำให้ที่นี่เคยใช้เป็นฉากถ่ายภาพยนตร์เรื่องแม่นาคพระโขนง ที่ใหม่ ดาวิกา และมาริโอ้ แสดงนำ

     

     

    นั่งเรือไปเรื่อยๆ ก็เจอคุณลุงท่านนี้นั่งเรือออกมาตกกุ้งแม่น้ำไปทานเองที่บ้าน “ ได้กี่ตัวแล้วค่ะลุง” เราทักทาย แกตอบด้วยรอยยิ้มเบาๆ ว่า “เพิ่งมายังไม่ได้ซักตัวเลย ต้องรอก่อน”

     

     

    ใช้เวลาล่องเรือชมวิวไปตามริมคลองประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ไปต่อยัง เมืองเก่าตะกั่วป่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคลองสังเน่ห์ เมื่อเริ่มเข้าสู่เมืองเก่าจุดแรกที่เราต้องผ่านคือ สะพานเหล็ก  เป็นสะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำตะกั่วป่า ที่บ้านโคกขนุน ความยาว 200 เมตร กว้างพอรถมอเตอร์ไซค์สวนกันได้ ตามประวัติบอกว่า บริษัท จุติ บุญสูง โคกขนุน จำกัด สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2511 จากเหล็กเรือขุดแร่ เพื่อให้ความสะดวกแก่คนงานและประชาชน ก่อนหยุดกิจการไป ในทำเลที่นี่เหมาะสมชมทิวทัศน์สวยงาม ถือเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งของเมืองตะกั่วป่า

     

    67 DSC_3310

     

    อีกแห่งที่มีเสน่ห์ในแง่ของวิถีชีวิตไม่แพ้กัน ก็คือ ตัวเมืองตะกั่วป่าเก่า หรือ  ตลาดใหญ่ หากเราเคยคุ้นเคยกับตึกเก่าของเมืองภูเก็ต ที่นี่ก็มีลักษณะที่คล้ายกันแต่อาจจะมีให้ชมน้อยกว่า ชุมชนเก่าตะกั่วป่าเคยคึกคักและรุ่งเรืองเมื่อหลายสิบปีก่อน จากการเข้ามาทำเหมืองแร่ของชาวจีนกลุ่มหนึ่ง สีสันที่น่าสนใจและเป็นมนต์เสน่ห์ อย่างมากก็คือ ตึก อาคาร บ้านเรือน ที่ก่อสร้างตามสไตล์ชิโน-โปรตุกีส แบบโบราณ

     

    70 DEW_1727

    71 DEW_1728

    72 DEW_1731

     

    สภาพปัจจุบันของพื้นที่ชุมชนบนถนนศรีตะกั่วป่าตั้งอยู่ริมคลองตะกั่วป่ามีถนนสายสำคัญ 5 สาย คือ ถนนศรีตะกั่วป่า ถนนอุดมธารา ถนนกลั่นแก้ว ถนนมนตรี 2 และถนนหน้าเมือง โดยมีถนนศรีตะกั่วป่าเป็นถนนสายหลัก และเป็นศูนย์กลางที่ตั้งของชุมชนมีอาคารรูปแบบชิโน-โปรตุกีส อยู่อย่างหนาแน่นและค่อนข้างสมบูรณ์

     

    73 DEW_1742

    74 DEW_1752

    75 DEW_1765

     

    ถัดมาจากถนนศรีตะกั่วป่าขับรถตรงไปตามถนนเรื่อยๆไปยัง ถนนเสนานุชิต เพื่อไปยังวัดเสนานุชรังสรรค์ วัดเก่าแก่ที่งดงามของชุมชนเก่าตะกั่วป่า  เดิมชาวบ้านเรียกวัดใหม่กำแพง   ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเสนานุชรังสรรค์

     

    78 DEW_1754

     

    ย้อนกลับมายังทางแยกวัดเสนานุชรังสรรค์ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไป 50 เมตร จะถึงสถานที่สำคัญอีก แห่งนั่นคือ บ้านขุนอินทร์”สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2460 เป็นบ้านอยู่อาศัยของ ร.อ.ท. ขุนอินทรคีรี หลานพระยาเสนานุชิต ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วป่า และดำรงตำแหน่งนายอำเภอตะกั่วป่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2464 – 2469 อาคารแห่งนี้ก่อสร้างโดยช่างฝีมือชาวจีน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของตระกูล ณ นคร  ตึกขุนอินทร์เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม คือเป็นอาคารรูปทรงชิโนโปรตุกีสประยุกต์ เดิมหลังคามุงด้วยกระเบื้องหลังเต่า ภายหลังตึกแห่งนี้ชำรุดทรุดโทรมลงจึงได้ดำเนินการซ่อมแซมตามรูปแบบเดิมและมุงหลังคาด้วยกระเบื้องลอน

     

    76 DEW_1763

     

    จากบ้านขุนอินทร์เลยมาอีกนิดมาถึง   อาคารโรงเรียนเต้าหมิง   ในอดีตสร้างขึ้นโดยพื่อให้บุตรหลานของคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองตะกั่วป่าได้เล่าเรียนหนังสือ  สร้างโดยช่างฝีมือชาวจีน เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม อาคารรูปทรงชิโนโปรตุกีสประยุกต์ หลังคามุงสังกะสี  ปัจจุบันยังเปิดสอนในวันเสาร์และอาทิตย์

     

    77 DEW_1770
    ชมความสวยงามของตัวเมืองตะกั่วป่าเก่าได้พักใหญ่ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องนั่งพัก ทาขนมจีน อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของทางใต้ เราเลือกทานที่ร้านขนมจีนป้าม่อมซึ่ง ติดริมถนนสายหลักตั้งอยู่ใกล้กับที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า ตามคำแนะนำของคนขับรถว่าให้ช่วยหาร้านขนมจีนอร่อยๆ ให้ซักร้าน ก็เลยพามาที่ร้านนี้ ผักเครื่องเคียงเยอะมาก สำหรับคนชอบทานผักเปรมสุดสุด

     

    79 DEW_1796

    80 DSC_3321

     

    เที่ยวสนุกตลอดครึ่งวันเช้า ช่วงบ่ายเราก็แวะมาพักผ่อนนอนเล่นกันที่โรงแรมกันต่อ เก็บบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกยามเย็นหน้าโรงแรมมาฝากกัน ถึงแม้เข้าช่วงมรสุมคลื่นลมจะแรงไปบ้าง แต่เสน่ห์ของความเป็นทะเลก็ยังคงมีให้เราได้สัมผัส บริเวณหน้าหาดมีปูเสฉวนวิ่งไปมาเยอะมาก

     

    81 DEW_1566

    82 DEW_1559

    84 DSC_3368

     

    เช้าวันใหม่ก็ยังคงพักผ่อนอยู่ในห้องพักเพื่อรอเวลาเที่ยงรถตู้จากบริษัททัวร์เจ้าเดิมมารับแล้วพาไปแวะซื้อของฝากจากนั้นก็ไปส่งยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องตอน 4 โมง เย็น ซึ่งก็ต้องเผื่อเวลาการเดินทางไว้ซักหน่อยเพราะจากที่พักไปยังสนามบินก็ประมาณ 2 ชั่วโมง  เข้าเกทมานั่งเล่นจิบขนมกันที่ lounge ภูเก็ตกันซักหน่อย ถือว่ามานั่งพักทานขนมเครื่องดื่ม รอเวลาเครื่องออกก็โอเคอยู่ 3 วัน 2 คืน แบบบินดีอยู่ดี ที่เขาหลัก พังงา เป็นช่วงเวลาที่ยอมรับว่าได้พักผ่อนคลาย กิจกรรมมีไม่มากเกินไปแต่ก็ไม่ได้เหงาซะเลยทีเดียว เพราะยังมีเวลาให้เราได้ free day  1 วัน ที่จะเลือกไปไหนแบบเบาๆ ตามใจเรา เที่ยวเขาหลัก พังงาหน้าฝนกับแพคเกจนี้ก็ฟินได้เหมือนกันบินไปภูเก็ตโดยปกติราคาตั๋วและ ที่พักก็ค่อนข้างแพงตลอดทั้งปีอยู่แล้ว  สำหรับใครที่สนใจอยากทราบละเอียดในแพคเกจนี้ก็มีให้เลือกหลายแบบตามงบประมาณและความชอบ  โดยราคาเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท  สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.bangkokair.com/app/webroot/packages/01.html

     

    85 DEW_1856

    86 DEW_1862

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก