• เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เมื่อสัญญาณของฤดูหนาวเริ่มย่างกรายเข้ามา ความรู้สึกอยากไปสัมผัสสายหมอกและลมหนาวอยากใกล้ชิดธรรมชาติ ก็เริ่มบังเกิดขึ้น หากมีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ขับรถไปเที่ยวเองเราจะไปที่ไหนดี ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกลมาก ได้สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบครบครัน มีจุดให้เราแวะเที่ยวหลายแห่ง  “ ไปเที่ยวเขาค้อ”  เพชรบูรณ์ คงไม่ที่ไหนจะเหมาะเท่านั้นอีกแล้ว ยิ่งช่วงเริ่มเข้าสู่ต้นฤดูหนาวมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายมาก

     

    1-cover

     

    ออกเดินทางกรุงเทพแต่เช้า รถติดอยู่ในกรุงนานพอสมควร ขับรถชมวิวไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมงกว่าจะถึงเขาค้อ จุดแรกที่ตั้งใจไว้ นั่นก็คือ ทุ่งกังหันลมเขาค้อ   การเดินทางมายังทุ่งกังหันลมใช้ทางเดียวกับหมู่บ้านเพชรดำ จากถนนสายหลัก 2196 หากมาจากแคมป์สนเลยแยกทุ่งสมอไป 3 กม. จะมีป้ายหมู่บ้านเพชรดำและป้ายบอกทางไปทุ่งกังหันลม  ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กม.ก็จะถึงทุ่งกังหันลม  หรืออาจจะใช้การนำทางจาก google maps  ก็สะดวกมากนำทางไปถึงเช่นกัน  ถนนลาดยางตลอดเส้นทางค่อนข้างสะดวก มีความโค้งชันในบางช่วงแต่ไม่มากนัก  ทุ่งกังหันลมเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 6.00 น. – 18.00 น. เมื่อมาถึงให้จอดรถไว้ที่มีลานจอดรถด้านหน้า  เพราะไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไป โดยเสียค่าจอดรถคันละ 20 บาท จากนั้นเดินไปตรงบริเวณทางเข้าทุ่งกังหันลม ชำระเงินคนละ 40 บาท  เป็นค่ารถรางนำชมเป็นรอบๆ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน  30 นาทีต่อรอบ  โดยจะมีจุดให้แวะชมวิวถ่ายภาพประมาณ  2 จุดใหญ่ๆ   บริเวณทางเข้าบริเวณจุดจำหน่ายตั๋ว เป็นที่ตั้งของ  ช้างดอยโก๊ะสตรอว์เบอร์รี่    ถัดลงไป คือ ระบียงกันหันลม ซึ่งสามารถชมวิวของกันหันลมได้อีกมุมหนึ่ง เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมองเห็นทิวน้อยใหญ่เขาเรียงรายสลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้า

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    ทุ่งกังหันลมเขาค้อ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดแห่งเขาค้อ  เมื่อเข้ามาในบริเวณเขาค้อ เพื่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวหลักบนเขาค้อ จะสามารถมองเห็นกังหันลมโดดเด่นได้อย่างง่ายได้  เนื่องจากจุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร   จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    นั่งรถรางมาจนถึงจุดแวะจุดแรก ซึ่งตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุด มีป้ายทุ่งกันหันลม และเห็นวิวภูเขาอยู่เบื้องหน้า ทุ่งกันหันลม  เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานลมจากกังหันลมขนาดใหญ่จำนวน 24 ต้น บนเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 60 เมกกะวัตต์ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลในทุกทิศทางเมื่ออยู่ในเขาค้อ  กังหันลมมีความสูง 110 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของวงพัดยาว 120 เมตร เป็นใบพัดกังหันลมที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าสะอาด สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีราว 140 ล้านหน่วย

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    ไปยังจุดชมวิวต่อไป พี่คนขับบอกว่ายังมีจุดสวยๆ ที่จะพาแวะอีก  1 จุด อยู่อีกฝั่งหนึ่ง เลยรีบวิ่งขึ้นรถ ซึ่งตามจริงแล้วหากใครยังถ่ายภาพไม่จุใจ สามารถอยู่ต่อได้ จากนั้นใช้บริการรถรางคันต่อไปที่มาถึง  เพราะรถรางต้องทำเวลาตามรอบเพื่อไปรับนักท่องเที่ยวชุดต่อไปค่ะ  นั่งรถผ่านมาถึงจุดนี้ บอกให้พี่คนขับจอดอีกแล้วค่ะ เนื่องจากไปเที่ยววันธรรมดา คนน้อยบนรถมีกันอยู่แค่ 6 คน เลยขอจอดง่ายหน่อย  มุมนี้สวยมากค่ะ เห็นวิวภูเขาเป็นฉากหลังด้วย พ่วงท้ายด้วยวอวดอกหญ้าพิ้วไหวด้านหน้า  ยืนชมวิวอยู่ได้ซักพัก เสียงพี่คนขับเรียกค่ะ เพราะต้องรีบทำรอบไปยังจุดสุดท้าย

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    มาถึงจุดแวะสุดท้าย ตรงนี้ก็สวยงามเช่นกันค่ะ เพราะมีทั้งทุ่งดอกดาวเรืองสีเหลืองสดใส  และไร่สตรอว์เบอร์รี เป็นฉากหน้า  เราบอกให้พี่คนขับไปก่อนได้เลยไม่ต้องรอ จะรอกลับรถรางคันต่อไป เพราะอยากถ่ายภาพตรงนี้นานๆ

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    ออกมาบริเวณทางเข้าติดกับทุ่งกังหันลม มีจุดน่าเที่ยวอีกหนึ่งแห่งคือ ไร่สตรอว์เบอร์รี GB  เข้าไปชมฟรี  ด้านหน้าจะเป็นร้านขายของที่ระลึกของไร่

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    นอกจากสตรอว์เบอร์รีที่ให้ได้ถ่ายภาพแล้ว ยังมีมุมชิงข้าให้เราได้เล่นชิงช้า รับลม มองวิวเขาได้อย่างสนุนสนาน  เล่นฟรีเช่นกันค่ะ  รวมถึงรถฟอร์มูล่าดอยด้วยแต่จะเสียเงิน  50 บาท

     

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

    เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ

     

    เกือบ 5 โมงเย็น เข้ามาเช็คอินยังที่พัก เขาค้อทะเลหมอก เป็นที่พักที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดชมทะเลหมอกอ่างเก็บน้ำรัตนัย ใกล้กับไปรษณีย์เขาค้อ  ซึ่งถือว่าสามารถเห็นทะเลหมอกในยามเช้าโดยง่าย เราจองบ้านพักแบบฟาโรห์ ซึ่งมี 2 ห้อง คือ ชั้นบนและล่าง ราคาหลังละ 1800 บาท (รวมอาหารเช้า) พักได้ห้องละ 2 คน  เป็นห้องแอร์  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่จะว่าไปแล้วมาเที่ยวเขาค้อในช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวอาจไม่มีความจำเป็นต้องพักห้องแอร์ก็ได้ค่ะ เพราอากาศเย็นมากอยู่แล้ว บ้านพักมีระเบียงชมวิวและดาดฟ้า ในยามเช้าสามารถเห็นทะเลหมอกได้จากหน้าที่พักเลยทีเดียว

     

    18-dsc_3186

     

     

     

     

    19-dsc_2898

    20-dsc_2900

    21-dsc_2906

     

    เช้าวันใหม่ตื่นมาตั้งแต่ตี 5 โดยมีเพลนว่าจะไปชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  จากบ้านพักใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที  เขาตะเคียนโง๊ะ  ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ  ที่สามารถ สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ  360  องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ  รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่าง

     

     

    การมาชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  ควรมาแต่เช้าตรู่ประมาณในช่วงเวลา  5.30-7.00 น. เพื่อมาเฝ้ารอแสงอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ พ้นออกมาจากขอบฟ้า ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะได้เห็นแสงสีหลากหลายทั้ง ม่วง ชมพู ส้ม ผสมกัน  รวมทั้งแสงไฟจากบ้านเรือนและที่พักบนเขาค้อ ที่อยู่ข้างล่าง  ส่วนฤดูไหนจะสามารถเห็นทะเลหมอกและแสงสีสวยที่เขาจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  ได้ง่ายที่สุดจากที่เคยเดินทางมาที่นี่หลายครั้ง  คิดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวตั้งแต่ปลายต.ค. – เดือนพ.ย. มีหมอกแลแสงสวยๆมาให้เห็นเกือบทุกวัน  เพราะในเดือนนี้ยังมีความชื้นจากหน้าฝนสะสมอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่ฝนเริ่มน้อยลง อากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้ได้ทั้งทะเลหมอกและแสงสีที่สวยงามซึ่งเป็นความลงตัวที่สุดอีกอย่างหนึ่ง  ส่วนในฤดูอื่นๆ นั้นต้องคอยมาลุ้นกันต่อไป  ฤดูฝนอาจมีหมอกมาให้เห็นแต่นั้นก็หมายถึงสภาพอากาศที่อาจไม่โปร่งใสนัก  ฤดูร้อนแห้งแล้วต้องคอยมาลุ้นกันเป็นวันๆ ไป ส่วนฤดูหนาวในช่วงเดือนธ.ค. –ก.พ. อากาศเริ่มแห้งลงก็ต้องมาลุ้นกันรายวันอีกเช่นกัน  โชคดีในวันที่เดินทางเราเลือกเดินทางในช่วงปลายพ.ย. ซึ่งทะเลหมอกและแสงสวยๆ มาเต็มมาก

     

     

    หากใครอยากมากางเต็นท์แบบติดหมอกที่บนเขาตะเคียนโง๊ะก็ย่อมได้ ที่นี่เค้ามีเต็นท์เอกชนให้บริการ หรืออาจจะเตรียมเต็นท์มาเองก็ได้ค่ะ แต่ต้องเตรียมอาหาร เครื่องดื่มมาเอง  มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้บริการ ข้างบนไม่ที่พักแบบบ้านพัก ไม่มีร้านอาหาร  แต่ตอนเช้ามีซุ้มขายกาแฟ มาม่า    ติดต่อสอบถามโทร 087  075 2467 , 098 746 3863 , 063 995 9822

     

     

    ยิ่งแสงสว่างมีมากขึ้น ทะเลหมอกก็เริ่มลอยฟูฟ่องห่มคลุมยอดขึ้นมาเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นการเฝ้ารออย่างมีความสุขที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของแสงสีที่เปลี่ยนไปตลอด รวมถึงทะเลหมอกด้วย ยิ่งสว่างมาขึ้นเราก็จะได้เห็นคลื่นสายหมอกสีขาวแทรกตัวอยู่ระหว่างภูเขาและต้นไม้น้อยใหญ่ได้อย่างชัดเจนขึ้น

     

     

    แสงพระอาทิตย์และสีทองฟ้าในวันนั้นช่างงดงามจับใจ  ชื่นชมอย่างมีความสุข แม้จะนั่งอยู่ที่เดิมก็ตาม เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่า แต่เหมือนเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่นาที ความสวยงามที่ได้เห็นทำให้เราลืมเวลาไปเลยที่เดียว

     

     

    หันไปมองนาฬิกาเกือบ 7 โมงกว่า เรารีบบอกลา เขาตะเคียนโง๊ะ เพื่อไปยังจุดชมทะเลหมอกอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือ จุดชมทะเลหมอกวัดกองเนียน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที  จุดนี้ คือ จุดชมวิวชื่อดังอีกจุดหนึ่งของเขาค้อ ซึ่งบางคนอาจเลือกมาชมทะเลหมอกที่จุดนี้เป็นจุดแรก แต่เราเลือกมาเป็นจุดที่ 2 เพราะมีความตั้งใจแต่แรกแล้วว่าอยากไปที่เขาตะเคียนโง๊ะก่อน

     

    38-dsc_3139

    39-dsc_3134

     

    เมื่อมาถึงพระอาทิตย์ขึ้นโผล่พ้นขอบฟ้าไปแล้ว แสงเริ่มจ้าแต่ความงดงามของทะเลหมอกและแสงที่ลอดผ่านไปยังทิวเขาก็ยังคงมีให้เห็น

     

    40-dsc_3122 41-dsc_3120

     

    จากวัดกองเนียน เรามายังจุดชมทะเลหมอกบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัยซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับไปรษณีย์เขาค้อ ถึงแม้จะเป็นเวลา 8.00 น. ก็ยังมีทะเลหมอกให้ได้ชม  จุดนี้ถือว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกยอดฮิต ที่สามารมองเห็นปุยหมอกสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีใสได้แบบกว้างไกล มองเห็นรีสอร์ทต่างๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างต้นไม้และทิวเขา บริเวณนี้มีที่พักเยอะพอสมควร เพราะตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่มองเห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารเล็กๆ บริการ นั่งทานข้าวต้ม เครื่องดื่มร้อนๆ ในยามเช้า มองวิวหมอกที่อยู่ตรงหน้าฟินจริง

     

    44-dew_3814

    45-dew_3815

    46-dew_3817

    48-dew_3819

     

    เดินลงไปข้างล่างมีป้าย สตรอว์เบอร์รี่ที่รัก มีแปลงดอกไม้เมืองหนาวอยู่ด้านล่าง เป็นแปลงดอกเก๊กฮวยและดอกเสี้ยนฝรั่ง

     

    51-dsc_3168

    51-dsc_3170

    52-dsc_3171

    53-dsc_3181

     

    กลับมายังที่พักของเรา เขาค้อทะเลหมอก ในเวลานี้ก็ยังมีทะเลหมอกให้เห็นจากที่พักเช่นกัน ทะเลหมอกในบริเวณนี้จะอยู่ถึงประมาณ 9 โมงกว่า จากนั้นก็เริ่มสลายตัวหายไป

     

    54-dew_3839

    55-dew_3833

    56-dew_3838

    57-dew_3832

     

    วิวที่มองจากโซนรับประทานอาหาร มองไกลๆ เห็นทุ่งกังหันลมด้วย

     

    58-dew_3835

    60dsc_3215

    49-dew_3822

     

    เช็คอินจากที่พักเก็บกระเป๋าไปเที่ยวยังจุดอื่น ที่ พิพิธภัณฑ์อาวุธและการสู้รบ จากสี่แยกรื่นฤดีตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 บนเส้นทางสู่อำเภอเขาค้อ เมื่อถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายขับต่อไป จะถึงพิพิธภัณฑ์อาวุธด้านหน้าทางเข้ามีระเบียงชมวิว 2 จุด อยู่ติดกัน มองเห็นวิวทิวเขากว้างไกลที่อยู่เบื้องหน้า  ยังคิดว่าหากมาในเวลาเช้าเพื่อชมทะเลหมอกน่าจะสวยมาก

     

    61-dew_3850

    62-dew_3856

     

    พิพิธภัณฑ์อาวุธฐานอิทธิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งบนเขาค้อซึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบในอดีต ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงอาวุธยุโธปกรณ์ เช่นปืนประเภทต่าง ๆ ที่ใช้ในการสู้รบทั้งปืนใหญ่ ปืนลูกโม่ ปืนครก อาร์ก้า ฯลฯ รถถัง รถบรรทุกทหาร เฮลิคอปเตอร์ และมีป้ายอธิบายรายละเอียดสำหรับผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้ยังมีบังเกอร์ และหลุมหลบภัยที่ได้ดัดแปลงเป็นห้องแสดงภาพ และรายละเอียดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น  หากต้องการเข้าไปชมด้านในเสียค่าบำรุงพื้นที่คนละ 10 บาท เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00 -17.00 น.

     

    63-dew_3864

    64-dew_3876

     

    นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีระเบียงชมวิวที่สามารถชมวิวทิวทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงาม

     

    65-dew_3872

     

    ระหว่างทางลงผ่านอนุเสาวรีย์ผู้เสียสละ

     

    67-dew_3879

     

    จานนั้นเราก็ขับรถไปยังเส้นทางเดินเพื่อกลับกรุงเทพ หากมาเที่ยวเขาค้อในช่วงฤดูหนาว สองข้างทางเราจะได้เห็นไร่สตรอว์เบอร์รี่ เยอะมาก ปลูกเรียงรายกันตลอดเส้นทางแบบเลือกแวะกันไม่ถูกเลยทีเดียว ส่วนจะเลือกแวะไร่ไหนก็ได้ตามใจชอบ  เราเลือกแวะที่ไร่นี้ค่ะ ไม่มีชื่อไร่ แต่เห็นวิวสวยมากแต่ไกลและป้ายว่า ใหญ่ที่สุด เลยแวะลงไปถ่ายภาพ มาเที่ยวช่วงพ.ย. ยังไม่มีลูกสตรอว์เบอร์รี่ มีแต่ไร่  ชาวบ้านบอกว่าจะออกผลาจะประมาณกลางเดือนธ.ค. – ม.ค. ส่วนที่ขายอยู่ด้านหน้าคือ รับมาจากไร่อื่น พิกัดร้านตั้งอยูริมถนนก่อนถึงเขาค้อทะเลภู

     

    68-dew_3895

    69-dew_3889

    70-dew_3893

     

    ปิดท้ายทริปกันที่  The Front By BN Farm ตั้งอยู่ใกล้กับปากทางขึ้นเขาค้อ  เป็นร้านกาแฟของไร่บีเอ็นค่ะ พักจิบเครื่องดื่มกันซักครู่

     

    72-dew_3909

    73-dew_3911

    74-dew_3912

    75-dew_3914

     

    จากนั้นเดินเข้าไปข้างในเพื่อชมแปลงดอกดาวกระจายสีเหลืองที่กำลังเบ่งบาน เสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาท เมื่อเข้าถึงก็แอบผิดหวังนิดหน่อย เพราะภาพจริงกับภาพถ่ายต่างกันมาก คือ ดอกไม้ค่อนช้างเตี้ยมากดูห่อเหี่ยวไปเยอะ แต่เมื่อถ่ายภาพรวมๆ กันก็ดูสวยในระดับนึง

     

    76-dew_3905

    77-dsc_3254

     

    เที่ยวเขาค้อ  2 วัน 1 คืน  แบบคุ้มเต็มอิ่มแค่เที่ยวแค่ในพื้นที่บนเส้นทางถนนเขาค้อ ยังอัดแน่นเต็มมาก ซึ่งจริงๆ แล้วบนถนนสาย 12 ยังมีจุดแวะอีกหลายแห่ง อย่าง พระธาตุผาซ่อนแก้วและร้านกาแฟขึ้นชื่อ การมาเที่ยวเขาค้อ ในแต่ละครั้งเราจะได้เห็นธรรมชาติของทะเลหมอกที่เปลี่ยนไปเสมอ เรียกว่าต้องคอยลุ้นตลอด ว่าจะเจอมั้ย ถ้าไม่เจอก็มาใหม่ประมาณนั้น สำหรับการมาเที่ยวเขาค้อครั้งนี้ ถือว่า มิชชั่นคอมพลีท ตามที่ตั้งใจไว้ได้เจอทะเลหมอกสวย อากาศดีๆ และท้องฟ้าสีสดใส  สำหรับเขาค้อนั้นให้มาเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ

     

    รีวิวฉบับเต็มทุ่งกังหันลม คลิ๊ก ทุ่งกังหันลมเขาค้อ 

    รีวิวฉบับเต็มทะเลหมอกเขาตะเคียนโง๊ะ คลิ๊ก   เขาตะเคียนโง๊ะ

     

    Tags : , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    One Response to “เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ”

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน