• เที่ยวอีสาน 3 จังหวัด อุดร หนองคาย บึงกาฬ

    ไปด้วยกันจะพาไปม่วนกันที่ 3 จังหวัด ขึ้นชื่อแห่งภาคอีสานซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวกำลังมาแรงฮิตติดลมบนกันอยู่ในขณะนี้  ไม่ว่าจะเป็นทะเลบัวแดง วัดป่าภูทอก อุดร ฯ  เกล็ดพญานาคริมโขง ภูห้วยอีสัน หนองคาย  และภูทอก บึงกาฬ ทริปนี้ต้องขอเรียกว่าเป็นการเดินทางสายแข็ง เที่ยวกันแบบไม่ลืมหูลืมตา  อุบส์ ! ! ตั้ง 3 จังหวัดเที่ยวได้ยังไง  ในเวลา 2 วัน 1 คืน  ไม่ใช่เรื่องยากถ้าหัวใจอยากจะเดินทาง

     

    1เที่ยวอีสาน

     

    สวัสดียามเช้า ทะเลบัวแดง อุดรธานี

    เป้าหมายแรก  คือ  ทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี   การเดินทางเข้าสู่จ.อุดร แยก อ. กุมภวาปี ขับเลยแยกนั้นไปประมาณ 10-15 กม แล้วให้ยูเทิร์นตรงปั๊ม cosmo ที่อยุ่ทางขวามือ ขับย้อนกลับทางเดิมประมาณ 2 กม เลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มีป้ายบอกทางไป บ.นาดี จากนั้นก็จะมีป้ายบอกทางไปทะเลบัวแดงที่ชัดเขน ขับตามป้ายไป จนถึงทางเลี้ยวขวาเข้าสู่บ้านเดียม ก็จะเจอกับจุดที่จัดงานเทศกาลทะเลบัวแดง บริเวณนี้มืที่จอดรถ มีร้านอาหาหลายร้านเปิดกันแต่เช้าตรู่  พวกเรามาถึงที่นี่ตอน 6 โมง หลังจากหาอาหารเช้ารองท้องกันเล็กน่อย ก็เตรียมลงเรือไปชมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า มาถึงจุดขึ้นเรือไปชมทะเลบัวแดงก็ติดต่อเรือได้ที่ท่าเรือเลยมีเรือให้บริการหลายแบบ เราเลือกนั่งเรือหางยาวราคาลำละ 300 บาท นั่งได้ 2 คน เพราะเรือหางยาวจะสามารถชมดอกบัวได้ใกล้ชิดกว่าเรือใหญ่ นั่งเรือชมบัวถ้าจะให้ดีควรมาแต่เช้าเพราะดอกบัวจะเริ่มบานตั้งแต่ 6 โมง ถึงประมาณ 11 โมง หลังจากนันก็จะเริ่มหุบไม่สวยแล้ว หากใครอยากมาชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นด้วยก็ต้องเริ่มกันแต่ยังไม่สว่างประมาณ 6 โมง

     

    1 DEW_0224

     

    เมฆปกคลุมค่อนข้างเยอะ ฟ้าครึ้มไปหน่อย พระอาทิตย์ขึ้นช้าแต่ยังดีที่ยังมาปรากฎให้เราเห็น

     

     

    ความงดงามของทะเลบัว มีให้ชมตั้งแต่กลางเดือนธ.ค.-ก.พ. ของทุกปี ช่วงปีหลังมาชมดอกบัวในช่วงปลายเดือนธ.ค. น่าจะสวยแน่นที่สุด และจะค่อยน้อยลงไปเรื่อยๆ ช่วงที่เราเดินทางคือ ปลายเดือน ม. ค. ดอกบัวมีให้ชมน้อยแล้ว

     

     

    วิถีชีวิตของชาวบ้านออกเรือทอดแหจับปลา ยังคงเป็นวิถีที่อยู่คู่กับบึงหนองหานไม่เปลี่ยนแปลง ดูบัวไปมองชาวบ้านหาปลาไปก็ได้อารมณ์แบบบ้าน บ้าน ดีน่ะ

     

     

    เรือลำแล้ว ลำเล่า วิ่งผ่านไปมาจะเรียกได้ว่าบางช่วงจังหวะก็มาเหมือนกับกองทัพนักท่องเที่ยวมาออกศึกยังไงไม่รู้ จำได้ว่าตอนมาในสมัยแรกที่เพิ่งเริ่มมีเทศกาลบัวแดงใหม่ๆ ไม่เยอะแยะมากมายเท่านี้

     

     

    นั่งเรือหางยาวก็ดีอย่างนี้ค่ะ ตามที่บอกเรือจะลำเล็กและเตี้ย ประชิดดอกบัวได้แบบใกล้ชิด

     

     

    ผืนทะเลบัวอันกว้างไกลที่ได้รับการยกย่องจากซีเอ็นเอ็น ยกให้เป็น 1 ใน 10 ทะเลสาบที่สวยงามและแปลกที่สุดในโลก

     

     

    นอกจากดอกบัวสีชมพูแล้วก็จะได้พบกับดอกแหนสีเหลืองบานสะพรั่งแซมไปกับดอกบัวสีชมพูและพืชน้ำสีเขียว

     

     

    ในเวลานี้ ดอกบังแดงคือ นางเอก ดอกแหนก็เปรียบเสมือนเพื่อนนางเอก

     

     

    ป้ายทะเลบัวแดงใหญ่โตตั้งอยู่บริเวณจุดขึ้นลงเรือ  ถึงแม้จะดูเป็นที่เที่ยวแบบบ้านๆ แต่ก็อินเทรนด์กับเค้าเหมือนกันน่ะค่ะ

     

     

    สัมผัสป่าห่มศรัทธา วัดป่าภูก้อน

    จากทะเลบัวแดงใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เวลาเกือบเที่ยงก็มาถึงวัดป่าอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางดินแดนแห่งผืนป่าสงวน  วัดป่าภูก้อน

     

     

    วัดป่าภูก้อน เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงเมื่อได้รับการโปรโมท ในโครงการ Dream destinations  ของท ท ท ทภาพวัดในมุมสูงเคล้าสายหมอกกลางผืนป่าใหญ่ คือ ภาพที่เชิญชวนให้คนอยากรู้จักวัดนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่เราอาจจะไม่ทราบกันมากนักว่าวัดนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธารซึ่งกำลังถูกทำลาย มีพุทธบริษัททำการขอที่พื้นที่บริเวณนี้เพื่อสร้างเป็นวัดเพื่อรักษาพื้นที่แห่งนี้ไว้และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย

     

     

    พระวิหารที่สวยงามสะดุดตาของวัดป่าภูก้อน  โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า

     

     

    ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี  พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน   ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี

     

     

    อัศจรรย์เกล็ดพญานาคริมโขง วัดผาตาเสื้อ จ. หนองคาย

     จากจ.อุดร เราก็ข้ามจังหวัดมายังหนองคาย 1 ชั่วโมงจากวัดป่าภูก้อนในช่วงบ่ายสามโมงเราก็มาถึงวัดผาตากเสื้อ เพื่อมาชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ  เกล็ดพญานาคริมโขง ก่อนถึงวัดเพียงเล็กน้อยจะมีจุดชมวิวสามารถเห็นริ้วลายของดินที่คล้ายกับเกล็ดพญานาคในยามน้ำลดได้อย่างชัดเจนแบบไม่มีต้นไม้หรืออะไรมาบัง

     

     

    มองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็คือ ประเทศลาว

     

     

    ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้อย่างน่าพิศวง ซึ่งเราจะพบเห็นได้ในช่วงฤดูแล้งยามน้ำลด

     

     

    นอกจากริ้วลายรูปเกล็ดพญานาคแล้ว ริ้วของสันทรายในบ้างช่วงก็สวยงามแปลกตาไม้แพ้กัน  ถ้าเราเคยนั่งรถเที่ยวชมวิวจังหวัดริมฝั่งของในช่วงน้ำลด เราก็จะได้เห็นภาพของสันทรายแบบนี้อยูบ่อยๆ

     

     

    จากจุดชมวิว ไปต่ออีกนิดเดียวก็จะถึงจุดชมวิวของ วัดผาตากเสื้อ มีจุดชมวิวของวัดอีกหนึ่งจุดมองไปทางซ้ายมือจะมองเห็นวิวแม่น้ำโขงวาดยาวโค้งเป็นคุ้งน้ำ กลางแม่น้ำมีเกาะ ขนาดใหญ่ ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นริ้วรายของเกล็ดพยานาคได้เช่นกันแต่อาจไม่ชัดเจนเท่าจุดชมวิวที่ผ่านในจุดแรก

     

     

    มาถึงหนองคาย ต้องมาดูทะเลหมอกที่ ภูห้วยอีสัน

    ก่อนหน้านี้เราอาจจะไม่รู้ว่า หนองคายก็มีทะเลหมอกด้วย มาเที่ยวก็คงได้แต่ชมวิวริมโขง เดินเที่ยวตลาดท่าเสด็จ ไหว้หลวงพ่อพระใส ประมาณนี้  แต่ถ้าเราจะชับรถเลยจากในเมืองเรียบโขงมาที่ ตำบลบ้านม่วง อ. สังคม กันซักนิด เราก็จะได้พบกับความงดงามของทะเลหมอกสุด Unseen ของภาคอีสานได้แบบเหลือเชื่อ เช้าวันใหม่ในอีกวันของพวกเราจึงต้องมากล่าวคำทักทาย สวัสดีในยามเช้ากันที่นี่ ภูห้วยอีสัน

     

     

    การเดินทางมาก็ไม่ยากอย่างที่คิดหากพักในอ. สังคม ซึ่งมีที่พักอยู่หลายที่ ก็ใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็มาถึงจุดขึ้นรถซึ่งเราจะต้องโดยสารรถอีแต๋นของชาวบ้านขึ้นไป ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวขึ้นไปให้จอดรถไว้ข้างล่าง  โดยจุดขึ้นรถจะมีอยู่ 2 แห่ง คือ  หน้าอ.บ.ต. บ้านม่วง โทร 042 414 871 087 219 5500 อีกจุด คือ ครัวไม้น้ำ 085-0017411 ซึ่งทั้งสองแห่งจะแยกออกจากกัน หากใช้บริการรถอีแต๋นโดยขึ้นที่ อ บ ต บ้านม่วง รถจะพาขึ้นไปยังจุดชมวิวสูงสุด ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลโดย อ บ ต บ้านม่วง แต่ถ้าใช้บริการ รถของครัวไม้น้ำ รถก็จะพาขึ้นไปชมวิวยังจุดชมวิวของครัวไม้น้ำ ซึ่งอยู่ถัดลงมาอีก ตอนแรกไม่ทราบเลยว่ามีการแบ่งจุดขึ้นรถกันแบบนี้ด้วย นึกว่าสามารถขึ้นรถได้ที่ อ บ ต บ้างม่วงเพียงแห่งเดียว เพราะมาครั้งแรกเมื่อตอนเปิดภูห้วยอีสันใหม่ๆ จำได้ว่าให้ขึ้นที่ครัวไม้น้ำแห่งเดียว แต่ต้องเข้าใจเมื่อสถานที่ท่องเที่ยวนั่นเป็นที่รู้จักมากขึ้นอะไรหลายอย่างก็คงเปลี่ยนไป เราเลือกใช้บริการรถอีแต๋นของ อ.บ.ต. บ้านม่วง นั่งรถขึ้นมาได้ประมาณ 20 นาที ก็มาถึงจุดชมวิวซึ่งรถอีแต๋นของ อ บ ต จะมาจอดให้ชมกันตรงนี้ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุด

     

     

    นักท่องเที่ยวมาเฝ้ารอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นกันอย่างคึกคัก ไม่ได้มาที่นี่แค่ 2 ปี ปรับภูมิทัศน์และพื้นที่ใหม่จนจำไม่ได้เลยทีเดียว

     

     

    เบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสันสามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงซึ่งหากวันใดที่สายหมอกบางเบาสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าสะท้อนไปยังพื้นน้ำและเกาะแก่ง ได้ชัดเจน

     

     

    จากที่ตอนแรกไม่มีหมอก ยืนรอไปซักพักสายหมอกบางก็ค่อยๆเริ่มลอยมาคลอเคียตามหุบเขา หมอกที่นี่จะมาให้ชมไม่เหมือนกันค่ะ อย่างวันที่ไปหมอกค่อนข้างน้อยสามารถเห็นลำน้ำด้านล่างได้อย่างชัดเจน แต่วันไหนที่เจอหมอกเยอะก็จะไม่เห็นวิวของแม่น้ำโขง สำหรับเราความสวยงามมันคนละแบบ มีหมอกเยอะก็เคยเห็นมาแล้วในครั้งแรกก็จะเป็นความงามอีกแบบหนึ่ง มาครั้งนี้เจอหมอกน้อยก็ได้ภาพมาในอีกมุมมองหนึ่ง

     

    38 DEW_0243

     

    จากจุดชมวิวของ อ.บ. ต. บ้านม่วง พวกเราก็เดินฝ่าฝุ่นมาในเส้นทางที่ค่อนข้างลาดชัดเพื่อมาชมจุดชมวิวของครัวไม้น้ำ ซึ่งอยู่ด้านล่าง จุดชมวิวของครัวไม้น้ำอยู่ใกล้ชิดหมอกมากกว่า

     

     

    มีต้นหญ้าพลิ้วไหวมาประกอบฉากเคล้าแสงด้วย จากป้ายจุดชมวิว ก็เดินลงมาสัมผัสดอกหญ้าแบบใกล้ชิด

     

     

    แสงอาทิตย์เริ่มจ้าขึ้นทำให้เห็นสายหมอกเป็นสายๆได้งดงามมากขึ้น

     

     

    ยกให้ดอกหญ้าเป็นตัวเอกไปเลยงานนี้

     

     

    แสนจะเพลิดเพลินใจบรรยากาศแบบนี้ถ่ายภาพพอร์ตเทรต ฟุ้งฟิ้ง มุ้งมิ้ง กันอย่างสนุกสนาน

     

     

    ได้เวลากลับแล้วเดินลงไปรอรถอีแต๋นข้างล่าง ต้องบอกไว้ก่อนมารถของใครก็ต้องกลับรถของเจ้านั้นค่ะ เรามารถของอ. บ. ต. บ้างม่วง ก็ต้องเดินกลับไปรอรถที่ปากทางเข้า ส่วนตรงนี้เป็นที่จอดรถของ ครัวไม้น้ำ ยังสามารถชมวิวสวยด้านข้าง ได้

     

     

    เดินลงมาเรื่อยๆ มารอรถ ซักพักรถของ อ.บ.ต. ก็ผ่านมาลงมา ได้เวลาโบกมือลาภูห้วยอีสัน กับความประทับใจในเช้าวันนี้ไม่เสียแรงที่ตื่นกันแต่เช้านั่งรถจากตัวเมืองหนองคายเพื่อมาชมทะเลหมอกที่นี่

     

     

    ข้ามจังหวัดมาพิชิตภูทอก เสียวแต่คุ้ม

    จากอำเภอสังคมเข้าสู่ตัวเทองหนองคาย และเข้าสู่จ.บึงกาฬ กว่า 5 ชั่วโมง ที่เราข้ามจังหวัดเพื่อมาที่นี่ คิดในใจคงไม่มีใครที่จะเดินทางแบบนี้ แต่เราก็เลือกที่จะเดินทางและก็มาถึงจนได้ในเวลา 14.00 น. ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร หรือ วัดภูทอก อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บรรไดเวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม เรามาเริ่มต้นเส้นทางพิชิตภูทอกกัน

     

     

    เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-2 ซึ่งยังไม่ได้เสียวอะไรมาก เป็นบันไดขึ้นสูงผ่านต้นไม้แบบนี้ไปเรื่อยๆ ได้เหงื่อและแอบเหนื่อบเบาๆ

     

     

    เดินขึ้นบันไดมาจะพบทางแยกที่จะขึ้นไปยังชั้น 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาปฏิบัติธรรม หากเราไปทางขวาทางก็ชันและเสียวเห็นวิวด้านล่าง แต่ถ้าเราไปทางซ้าย จะไม่เสียวเป็นการเดินลัดเลาะโขดหินไปเรื่อยๆ ครั้งที่แล้วเดินขึ้นไปทางขวาชันมากไปไม่รอดถึงชั้น 5  ขาสั่นซะก่อน ครั้งนี้เลยเลือกเดินขึ้นทางซ้ายจะดีกว่า

     

     

    ขึ้นมาถึงชั้น 5 ถือว่าเป็นชั้นที่สำคัญที่สุดมีศาลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูป กุฏิพระ และเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์จวน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวัดป่าภูทอกด้วย พื้นที่ข้างในสะอาดกว้างขวางดูแล้วร่มเย็นมากเหมาะสำหรับการนั่งสวดมนต์ปฏิบัติธรรมสำหรับนักแสวงบุญ

     

     

    จากนั้นเราก็เดินผ่านชั้นหิน สำหรับเราไฮไลต์ของของการเดินพิชิตภูทอก อีกอย่างคือ การได้เดินชมริ้วลายหินสวยงามแปลกตาที่อยู่รอบทางเดิน

     

     

    ตลอดตามช่องทางเดินจะมีถ้ำเล็กๆอยู่หลายจุด เช่น ถ้ำพญาค ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤาษี ฯลฯ

     

     

    ลวดลายหินที่สวยงามระหว่างทางเดินรอบชั้น 5

     

     

    เมื่อเดินมาเรื่อยๆเราก็จะพบกับ สะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหารอันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะแปลกและ น่าอัศจรรย์ที่สุดคล้าย กับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า คือ เป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ไม่ตกลงมาเพราะตั้งอยู่อย่างได้ฉากกับพื้นโลกพอดี ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร

     

    77 DEW_3454

     

    จากพุทธวิหารมองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน

     

     

    จากชั้น 5 มีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา  ชั้นนี้สูงและเสียวเอาการเลยที่เดียว มองเห็นหินพระธาตุอินแขวนอยู่ไกล ไกล

     

     

    เดินไปขาสั่นไปแอบเสียวสุดๆ อย่าพยายามมองลงไปยังพื้นด้านล่างเพราะอาจมทำให้เราขาอ่อนได้  แต่ก็ต้องยอมรับว่าในความงดงามของวิวและความสวยงามของหิน  ส่วนชั้น 7 ไม่ได้ขึ้นไปเพราะคนที่ดูแลบอกว่ามองไม่เห็นวิวอะไรเป็นป่ารกทึบ เลยขอหยุดที่ชั้น 6 มองวิวสวยและเสียวน่าจะดีกว่า

     

     

    ข้ามอีสาน ชมเสน่ห์ริมโขงในที่ไฮไลต์ของทั้ง 3 จังหวัดครบแล้ว เป็นทริปที่ต้องเรียกว่าสมบุกสมบันในการนัง่รถกันพอสมควร ด้วยระยะเวลาอันสั้นด้วยแต่ด้วยความอยากเที่ยว อยากไปให้ถึง  ข้อจำกัดที่มีอยู่จึงกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย  อยากให้ได้มาตามเส้นทางนี้กันซักครั้ง เป็นเส้นทางน่าเที่ยวที่มีธรรมชาติสุดอเมซิ่ง  เป็นเส้นทางที่ทำให้เราได้รู้ว่าแค่ศรัทธาก็สามารถสร้างบางอย่างขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อและน่าอัศจรรย์

     

     

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    ทะเลบัวแดง  http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/udonthani/buadaeng.html

    วัดป่าภูก้อน   http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/udonthani/watpaphukon.html

    เกล็ดพญานาคริมโขง วัดผาตากเสื้อ   http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/nongkhai/watphataksue.html

    ภูห้วยอีสัน  http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/nongkhai/phuhuayesan.html

    ภูทอก บึงกาฬ   http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/bungkan/watphutok.html

    Tags : , , , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน