• หลงรัก..เมืองปัว

    ไปเที่ยวอำเภอปัว น่าน กัน อะไรนะ ปัว มีอะไร  ในอดีตบางคนนี่แทบไม่รู้จักเมืองนี้เลย เพราะปกติพูดถึงน่านจะนึกถึง  ดอยเสมอดาว  เที่ยวในตัวเมืองน่าน บ่อเกลือ อช. ขุนสถาน ดอยภูคา  แทบไม่มีใครนึกถึงปัว แต่ในปัจจุบันหลังจากที่มีภาพความสวยงามและเป็นธรรมชาติของอำเภอนี้ปรากฎในสื่อออนไลน์มากขึ้น กลายเป็นว่าใครๆ ก็ อยากไปเที่ยวปัว  เพราะอำเภอนี้ยังมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก วิวสวย  อากาศดี  ผู้คนน่ารัก มีที่เที่ยวมากมาย แล้วเราพลาดได้อย่างไร

     

    cover

     

    เริ่มวางแผนกับเที่ยวอำเภอปัว

    รู้จักเมืองปัว

    เมืองปัว  ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน โดยห่างจากตัวอำเภอเมืองน่าน 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า  คำว่า ปัว เพี้ยนมาจาก พลัว   ปัว เป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม เป็นที่อยู่ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่างเช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้  ในช่วงฤดูทำนาเราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบาง  ในฤดูหนาวก็จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น  สองฟากถนนสายหลักเป็นกลุ่มบ้านไม้ริมถนนรวมถึงซอกซอยที่เชื่อมถึงกันหมดที่ต่างซุกซ่อนชีวิตเรียบง่ายและเป็นหนึ่งเดียวกัน

     

    1

     

    การเดินทางไปปัว

    โดยรถส่วนตัว

    จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 จนถึงจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปจนถึงจังหวัดพิษณุโลก จากจังหวัดพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอเด่นชัย (จังหวัดแพร่) จากเด่นชัยใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านจังหวัดแพร่ไปจนถึงตัวจังหวัดน่านและจากตัวอำเภอเมืองน่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 ถึงอำเภอปัว รวมระยะทางประมาณ 728 กิโลเมตร

    รถโดยสารประจำทาง

    จากกรุงเทพ

    สายกรุงเทพ – ทุ่งช้างจะผ่าน อ.ปัว ลงหน้าธนาคารกสิกรไทยสาขาปัว หากจะไปจุดใดในอำเภอปัวก็ต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถโดยสารปัจจุบันมี 3 บริษัท คือสมบัติทัวร์,เชิดชัยทัวร์และบขส. มีทั้ง รถ ป.1 ป.2 และวีไอพี

    จากตัวเมืองน่าน

    เมื่อมาถึงตัวเมืองน่าน ขึ้นรถสองแถวคันสีฟ้าสาย น่าน – ปัว  ได้ที่สถานีขนส่งน่าน

    ระยะเวลาท่องเที่ยว

    2 วัน 1 คืน กับการให้เวลาที่เมืองปัว อาจดูเป็นระยะเวลาที่สั้นไป แต่ถ้าไม่ได้เที่ยวแบบเอ้อระเหยอะไรมาก  เวลาแค่นี้น่าจะเพียงพอที่จะไปตามสถานที่ต่างๆตามที่เราได้เพลนไว้โดยเน้นเฉพาะในตัวเมืองและบริเวณใกล้เคียงซึ่งใช้เวลาเดินทางถึงกันไม่นานมาก เพลนของเรา คือ  วัดภูเก็ต วัดพระธาตุเบ็งสกัด วัดร้องแง วัดบ้านต้นแหลง  วัดปรางค์ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ วังศิลาแลง  พักที่โฮมสเตย์บ้านตานงค์   หากใครอยากไปสถานที่อื่นด้วยก็ปรับตามความเหมาะสมได้ เพราะถ้ามาถึงอำเภอปัวจริงๆจะรู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ใกล้กันมากแต่ละแห่งใช้เวลาเดินทางถึงกันไม่เกิน  5-20 นาที  ก่อนเดินทางศึกษาหาข้อมูลดูแผนที่ว่าที่เที่ยวแต่ละแห่งอยู่ตรงไหนบ้าง  แต่เมื่อมาถึงปัวไม่ต้องห่วงว่าจะไปไหนไม่ถูกเพราะมีป้ายบอกสถานที่ตลอดและเพื่อความปลอดภัยไม่หลงทาง เราเลือกใช้  google maps ประกอบการนำทางด้วยก็จะง่ายเป๊ะขึ้น รวมถึงการสอบถามเส้นทางกับชาวบ้านวิธีนี้ดูจะแน่นอนที่สุด

    แผนที่เมืองปัวจากเทศบายตำบลปัวไว้เป็นแนวทาง

     

    mappua

     

    มาเที่ยวปัวช่วงไหน

    จริงแล้วเมืองปัวเป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเที่ยวหน้าหนาวดีกว่าอากาศหนาวเย็นสบาย  แต่โดยส่วนตัวเคยไปทั้งหนาวและฝน ตอบเลยว่าถ้าอยากเห็นเมืองปัวในแบบที่สวยที่สุดควรมาหน้าฝนช่วงฤดูทำนาตั้งแต่กลางเดือน กย – ตค   คือ ถ้ามาหน้าหนาวก็จะได้แค่อากาศหนาวไม่ได้วิวทุ่งนาเขียวขจีเต็มเมือง ซึ่งเรามองว่าวิวทุ่งนาและเขาเขียวขจีเป็นจุดเด่นอีกอย่างของเมืองนี้ พื้นที่ของอำเภอปัวเกือบทั้งเมืองประชากรประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ตลอดสองข้างเต็มไปด้วยแปลงคันนา  เหมือนเราไปเที่ยวแม่กลางหลวง แม่แจ่ม หากไปในช่วงไม่มีนาข้าวก็ไม่มีอะไรน่าชมมากเท่าช่วงที่มีนาข้าวเพราะไฮไลต์ของเค้าคือสิ่งนี้  หรือเราไปเที่ยวทะเลหน้าฝนถามว่าเที่ยวได้มั้ยก็เที่ยวได้เพียงแต่ความสวยของทะเลหน้าฝนจะไม่สวยเต็มที่เหมือนฤดูท่องเที่ยวของมันอย่างหน้าร้อน

     

    2

    3

     

    สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอปัว

    แวะชมวิวอำเภอปัวที่วัดภูเก็ต

    จากอำเภอปัวเรากลับรถที่เทสโก โลตัส แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนที่ไปโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ผ่านลำดวนผ้าทอขับตรงไปจะเจอป้ายวัดภูเก็ต ตามที่บอกเที่ยวปัวไม่ต้องกลัวหลงเพราะมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง  เรามาที่นี่ทำไม ตอบ เพื่อมาชมวิวนาข้าวในมุมนี้ ซึ่งต้องเรียกว่า มุมมหาชนแห่งปัว  เห็นชื่อแล้วอาจจะแปลกใจกันเล็กน้อยว่าชื่อวัด น่าจะอยู่ในจังหวัดภูเก็ต มากกว่าที่จะอยู่ในจังหวัดน่าน  ซึ่งตามจริงแล้ววัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมูบ้านเก็ต แต่ด้วยวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือ เรียกว่า “ดอย” หรือ “ภู” จึงตั้งชื่อว่า “วัดภูเก็ต” หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย

     

     

    วัดภูเก็ต  ถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม จุดเด่น คือ มีระเบียงชมวิวซึ่งมองเห็นทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลังเป็นภูเขาของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่งอยากเห็นบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นเคล้าสายหมอกก็มากันแต่เช้าซัก 6 โมง  แต่หากอยากมาถ่ายภาพทุ่งนาในบรรยากาศแบบไม่ย้อนแสงได้ท้องฟ้าสีฟ้าก็ควรแวะมาช่วงบ่ายแก่ๆ  เรามาถึงตอนเช้าช่วงสายจะย้อนแสงไปซักหน่อย มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์และจิตรกรรมฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” ที่ศักดิ์สิทธิ์หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก

    ข้อมูลและภาพเพิ่มเติมคลิ๊ก วัดภูเก็ต ปัว 

     

     

    ด้านล่างมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย  ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทาน นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารจากลานข้างบนผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้ และสามารถมองเห็นฝูงปลาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน

     

    นอกจากนี้ภายในวัดยังมี เทมเพิล สเตย์   ชื่อ ว่า ภูเก็ตสนธยา เทมเพิลสเตย์ หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆคือเป็นลักษณะของ โรงแรมธรรมะ เป็นอาคารที่พักสำหรับผู้ที่มาปฎิบัติธรรมหรือนักนักท่องเที่ยวที่สนใจ  อาคารซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดชมวิว สามารถเห็นวิว ทุ่งนาเขียวขจีได้จากห้องพักโดยสร้างเป็นอาคารขนาด 4 ชั้น มี 8 ห้องนอน โดยในชั้นที่ 4 จะเป็นห้องปฏิบัติธรรม และที่น่าสนใจคือ ตัวโรงแรมจะสร้างอยู่ใต้โบสถ์ของวัดภูเก็ต เนื่องจากวัดภูเก็ตสร้างอยู่บนเนินเขา และมีการสร้างโรงแรมขึ้นบริเวณเชิงเขาด้านล่าง ของโบสถ์ ทำให้บริเวณลานโบสถ์กลายเป็นดาดฟ้าของโรงแรม และการที่เรียกว่าโรงแรมธรรมะ เพราะมีการจัดห้องพักในลักษณะ เดียวกับโรงแรม ซึ่งผู้ที่เข้ามาพักจะได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมร่วมกับการพักผ่อน โรงแรมธรรมะของวัดภูเก็ตถือเป็นแห่งแรก ในประเทศไทย วัดภูเก็ต อำเภอปัว น่าน  http://www.watphuket.com/  ติดต่อ เทมเพิล สเตย์  โทร 089 552 4503  084 046 9745

     

     

    ตูบนาไทลื้อ & ตูบนากาแฟ น่าน

    ตูบนาไทลื้อ & ตูบนากาแฟ ตั้งอยู่หน้าวัดภูเก็ต  อำเภอปัว  จังหวัดน่าน  เป็นทั้งที่พักโดยใช้ชื่อว่า ตูบนาไทลื้อ ส่วนร้านกาแฟตั้งอยู่ติดกับที่พัก ชื่อว่าตูบนากาแฟ  ในบรรยากาศริมทุ่งนา สามารถมาพักผ่อนนอนตูบบนไทลื้อ จิบกาแฟริมทุ่งนา  เดินเล่นบนสะพานไม้ไผ่ ให้อาหารปลา ทานข้าวแบบขันโตก แต่งตัวไทลื้อถ่ายรูปสุดเก๋

    รีวิวฉบับเต็ม คลิ๊ก  ตูบนาไทลื้อ & ตูบนากาแฟ น่าน

     

     

    จิบกาแฟริมนาในบรรยากาศไทลื้อ “ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ  ”

    มาถึงอำเภอปัว  ต้องแวะมาจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน ที่ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋  ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม  เมื่อได้เห็นต้องร้องว้าวน่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า  พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋  เก๋ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร การเดินทาง จากวัดภูเก็ตย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิมมาถึงร้านลำดวนผ้าทอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟไทลื้อ  ชมรีวิวของร้านกาแฟฉบับเต็มคลิ๊ก ร้านกาแฟไทลื้อ ปัว

     

     

    ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาแลง  อำเภอปัว จังหวัดน่าน  เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ  ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ  ผ้าทอไทลื้อ นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เมื่อมาถึงหน้าร้านลำดวนผ้าทอเราจะได้พบกับเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายหลากหลายแบบที่นำมาประยุกต์ได้อย่างสวยงาม  จำหน่ายในราคาย่อมเยาว์  150 -300 บาท  สำหรับคนที่ชอบผ้าไทยเรียกได้ว่าเห็นราคาและแบบแล้วต้องรีบวิ่งปรี่เข้าไปชมและเลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันบ้าง พื้นที่ด้านหลังร้านลำดวนผ้าทอ เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟบ้านไทลื้อ  บรรยากาศโดยรวมตกแต่งตามสไตล์ของชุมชนชาวไทลื้อผสมล้านนา ภายในร้านมีการนำข้าวของเครื่องใช้โบราณ เช่น ครก กระบุง กระจาด ตะเกียง โบราณ มาประดับตกแต่ง  เมนูเครื่องดื่มมีหลากหลายชนิด ทั้ง กาแฟมอคค่า เอเพรสโซ่  ชานม  ชาดำเย็น  ชามะนาว ฯลฯ มุมนั่งดื่มกาแฟเป็นกระท่อมมุงด้วยหลังคาจาก ตั้งอยู่ริมนาข้าวเห็นวิวภูเขา สามารถเลือกนั่งพักผ่อนตามใจชอบ อยากนั่งตรงไหนก็จัดไปได้เลยมีหลายหลังให้เลือก  มีทางเดินไม้ทอดยาวเชื่อมถึงกันหมดทุกหลัง จิบกาแฟไปมองวิวสีเขียวโอบล้อมด้วยภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า บรรยากาศสบายมีลมเย็นพัดมาตลอด ผ่อนคลายมาก

     

     

    มาถึงปัวแล้วอย่าลืมแวะมาสัมผัสบรรยากาศชิล ชิล  นั่งชมวิวนาข้าว  มองภูเขา จิบกาแฟ ในสไตล์พื้นบ้านที่ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากร้านกาแฟเดิมที่เราเคยเจอ ที่ร้านกาแฟไทลื้อ  ลำดวนผ้าทอ

     

     

     

    ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ชมสถาปัตยกรรมของช่างน่าน  วัดพระธาตุเบ็งสกัด

    จากร้าน Little La Cuisine กลับมายังถนนสายหลักของเมืองปัว  ผ่านธนาคารกสิกรไทย กลับรถตรงเกาะกลางเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 1256 จะเจอทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนครเข้าไป ประมาณ 200 เมตร และแยกซ้ายอีก 200 เมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที เรามาถึง  วัดพระธาตุเบ็งสกัด ความสำคัญของวัดนี้คือ นอกจากชมวิหารเก่าแก่ตามสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีองค์พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน เป็นสถาปัตยกรรมของช่างน่าน วัดตั้งอยู่บนเนินสูงมองเห็นหมู่บ้านอยู่เบื้องล่าง ด้านหลังเป็นเนินเขา หากมาช่วงฤดูฝนจะมองเห็นนาข้าวเขียวขจีของหมู่บ้านเบื้องล่าง

     

     

     วัดร้องแง  ชมวิหารเก่าแก่ศิลปะไทลื้อ

    ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพระธาตุเบ็งสกัด เรานั่งรถผ่านถนนที่เป็นถนนหนทางภายในหมู่บ้าน  ระหว่างทางจะได้เห็นภาพทุ่งนาเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยขุนเขาทอดยาวไปไกลสุดตา จะสังเกตว่าบ้านเรือนในเมืองปัว บางบ้านถึงจะสร้างใหญ่โตแค่ไหนแต่ก็ยังคงความรูปแบบที่เรียบง่ายแบบล้านนาไว้ และส่วนใหญ่เกือบทุกหลังไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็จะตั้งอยู่แนบชิดกับทุ่งนา

     

    DEW_2005

    DEW_2020

     

    ขับรถมาเรื่อยๆผ่านสะพานปูน เห็นวิวข้างทางแล้วอดใจไม่ไหวต้องจอดรถลงมาเก็บภาพ เป็นเมืองที่สวยและธรรมชาติมากจริงๆ

     

    DEW_2022

     

    DEW_2027

    DEW_2033

     

     

    วัดร้องแง  วัดโบราณของอำเภอปัว มีวิหารเก่าแก่โดดเด่นและงดงามด้วยวิหารศิลปะไทยลื้อ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเก่าแก่ ของเมืองน่าน  ลักษณะของวิหารหน้าบันเป็นลายพันพฤกษา วิหาร มีหลังคาคลุมต่ำ วัดร้องแงได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่7 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดีเด่น

     

    ภายในวิหารมีพระประธานปางมารวิชัย ผนังหลังองค์พระมีจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและมีราชชาดก ฝีมือของช่างพื้นถิ่น

     

     

    ด้านหน้าวัดมีทางเดินผ่านทุ่งนาไปยัง หอเทพญารินทร์เจ้าหลวงช้างเผือกงาเขียว ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน  ในช่วงฤดูทำนา วิวระหว่างทางเดินเห็นวิวทุ่งนาแทรกไปกับบ้านของชาวบ้าน

     

     

    เจ้าหลวงช้างเผือกงาเขียว  เป็นบรรพบุรุษของชาวไทลื้อบ้านร้องแง จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า  เจ้าหลวงช้างเผือกงาเขียว เดิมเป็นเจ้าเมืองรินทร์อยู่แคว้นสิบสองปันนาและได้ติดตามพญาแสนแก้ว กษัตริย์แคว้นสิบสองปันนามาทำสงคราม แล้วได้พาแม่ทัพนายกองและบริวารอพยพหนีข้าศึกมาตั้งเรือนใกล้แม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของปัวในปัจจุบัน แต่ข้าศึกก็ยังตามมาราวีอีก เจ้าหลวงช้างเผือกงาเขียวจึงได้เกณฑ์กำลังพลเพิ่มเติมต่อสู้กับข้าศึกจนถอยร่นและพ่ายแพ้ไปในที่สุด ครั้นเมื่อเจ้าหลวงถึงแก่กรรมจึงได้มีการสร้างหอและอนุสาวรีย์ไว้เป็นที่สักการะบูชา

     

    DEW_2061

    DEW_2077

     

    ด้านหลังหอเจ้าหลวงสามารถเห็นวิวทุ่งนาได้แบบกว้างไกลซึ่งงดงามมาก ภาพที่่ถ่ายมายังไม่สามารถถ่ายทอดความงามได้เหมือนกับที่ตาเห็น นี่แหละความเป็นธรรมชาติของปัวในแบบที่ฉันหลงรัก

     

    DEW_2070

     

    ทักทายต้นดิกเดียม  ที่วัดปรางค์  

    วัดปรางค์ ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดดหันหน้าเข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ ประหลาดต้นนี้เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND   การเดินทางจาก อ.ปัว ใช้ถนนข้างงร้านสุเกียวพานิช พบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายพบวัดปรางค์ทางขวามือ

     

     

    ชมวัดศิลปะไทลื้อ ที่หาชมได้ยาก วัดบ้านต้นแหลง

    วัดบ้านต้นแหลงตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดปรางค์ ห่างกันไม่ไกลมาก จากวัดปรางค์ขับตรงไปยังตลาดเก่าประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาไปราว 1.5 กม. จะพบทางแยกซ้ายก่อนข้ามสะพาน ปากทางนี้มีป้ายบอกไปบ้านต้นแหลง ไปอีกราว 1 กม.จะถึงวัด  เป็นอีกหนึ่งวัดที่แสดงออกถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทลื้อที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ลักษณะของวิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำซ้อนกัน ๓ ชั้น ลักษณะเดียวกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อแถบสิบสองปันนา ประตูทางเข้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีสิงปั้นคู่นั่งเฝ้าอยู่  วัดต้นแหลงได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทล้านนา ที่สมควรได้รับการเผยแพร่ ประปี 2552 ประเภทอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

     

     

    เที่ยวฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ชิมพิซซ่าเห็ด  ชมวังศิลาแลง

    ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ( บ้านผาเก๊าะน้ำกูน) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 20  นาที ซึ่งไม่ถือว่าไกลมาก ใช้เส้นทางเดียวกับวัดภูเก็ต ซึ่งมีป้ายบอกตลอดทาง  เป็นอีกหนึ่งที่พักที่เหมาะ ไปสูดโอโซน มองวิวทุ่งนากว้างไกลได้แบบเต็มอิ่มจากหน้าที่พักในบรรยากาศแบบส่วนตัว   นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการเป็นร้านอาหารอีกด้วยเมนูส่วนใหญ่เน้นไปทางเมนูเห็ดทั้งหลาย เนื่องจากที่นี่ คือ ฟาร์มเห็ดที่ผลิตเชื้อเห็ดที่ใหญ่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอปัวและของจังหวัดน่าน  เลยมีการนำเห็ดมาเป็นส่วนประกอบของเมนูต่างๆ  ใครที่มาถึงปัวถึงแม้ไม่ได้มาพักค้างคืนก็ไม่ควรพลาดมาลิ้มลองสารพัดเมนูเห็ดและพิซซ่าแสนอร่อยเมนูขึ่นชื่อของที่นี่

    รีวิวและภาพฉบับเต็ม คลิ๊ก ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ 

     

     

    ร้านอาหารเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ต่างๆ อีกสิ่งหนึ่งที่วิเศษที่สุด คือ วิวด้านหน้าเป็นภาพทุ่งนากว้างไกล มองแล้วผ่อนคลายสบายตา ซึ่งในส่วนของที่พักจะตั้งอยู่ไม่ไกลกันมองเห็นวิวทุ่งนาได้จากห้องพักเช่นกัน

     

     

    มีเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นให้บริการ สั่งโกโก้มาทานต้องขอบอกว่าอร่อยมากได้รสชาติเข้มข้นของความเป็นโกโก้แท้ๆ ปกติทานโกโก้เย็นตามร้านกาแฟมาร้านแห่งทั้งแบบราคาแพงและถูก  บอกได้เลยว่าโกโก้ที่นี่อร่อยที่สุดอารมณ์เหมือนกำลังกินผงโกโก้แท้ ส่วนกาแฟเพื่อนร่วมทริปก็บอกว่าอร่อยเช่นกัน สรุปเครื่องดื่มผ่านทั้งรสชาติและราคา

     

     

    เมนูแนะนำอันดับแรกที่ต้องสั่งคือ พิซซ่าเห็ด เป็นเมนูขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของที่นี่เลย เรียกว่าเป็นเมนูในตำนาน  พิซซ่าแป้งบางกรอบอร่อย โรยหน้าด้วยเห็ดหอม เห็ดเข็มทอง และชีส ซึ่งหอมมากมาก รสชาติ คือ อร่อยดีงามมากที่สุด ไม่ต้องใส่ซอสเพิ่มก็อร่อย  โดยปกติเป็นคนไม่ชอบทานพิซซ่าเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าเลี่ยน แต่พิซซ่าหน้าเห็ดของที่นี่ทานแล้วไม่รู้สึกแบบนั้นเลยคะ อยากจะเบิ้ลต่ออีกซักสองสามชิ้น

     

     

    ส่วนเมนูอื่น เช่น  เห็ดหอมทอดซีอิ้ว เห็ดออริจิผัดกุ้ง  ยำสามเห็ด   ต้มยำปลาคังใส่เห็ด ปลาทับทิมทอด รสชาติก็อร่อยทุกเมนูเช่นกันคะ มาทานแล้วรับรองเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ได้ทานอาหารอร่อยๆ แถมได้มองวิวนาข้าวสีเขียวที่อยู่เบื้องหน้าไปด้วย คงไม่มีอะไรจะฟินไปกว่านี้แล้ว

     

    Untitled-1

     

    อิ่มท้องกันเรียบร้อยแล้ว  ไม่ไกลจากฟาร์มเห็ดบ้านหัวยน้ำ เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของอ.ปัว คือ วังศิลาแลง ห่างกันประมาณ 500 เมตรเท่านั้น สามารถเดินจากที่พักไปได้เลย หรืออาจจะขับรถลงไปอีกนิดก็ทุ่นแรงไปได้เยอะ  สามารถนำรถไปจอดตรงฝายเก็บน้ำจากนั้นเดินต่อไปอีกไปประมาณ  100 เมตร เส้นทางเดินผ่านป่าเป็นทางดินแคบรกซักนิดหน่อย

     

     

    วังศิลาแลง ได้รับการขนานนามให้เป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว”  มีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ ประกอบด้วยวังน้ำและโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง รวมระยะทางมากกว่า 400 เมตร ในช่วงฤดูแล้งสีน้ำจะใสมองเห็นความสวยงามของวังน้ำและโตรกผาได้อย่างชัดเจนและสามารถเล่นน้ำได้ แต่เรามาเที่ยวในฤดูฝนน้ำเลยจะขุ่นและไหลเชี่ยวไปซักหน่อย วังศิลาแลงที่เรามาชมจะเป็นในส่วนต้นๆคะ ชาวบ้านบอกว่าถ้าเดินเข้าไปอีกจะมีให้ชมอีก แต่ดูจากระยะทางเดินที่เป็นป่ารกและค่อนข้างชันแล้ว  เราเลยเลือกชมความงามอยู่แค่จุดแรกน่าจะโอเค

     

     

     ฝากท้องที่  Little la cusine  

    มาถึงเมืองเหนือ ทำไมไม่ทานอาหารพื้นเมือง แต่กลับเลือกมาทานในร้านอาหารเมนูฝรั่งที่อย่างร้าน  Little La Cuisine  ต้องบอกก่อนว่าปัวมีร้านอาหารน้อยมากคะ ส่วนใหญ่เป็นร้านริมทางเล็กๆ  ร้าน Little La Cuisine  ถือว่าเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อ การตกแต่งร้านโอเค รสชาติเยี่ยมอีกร้านของปัว แว่วมาว่าเชฟไปร่ำเรียนมาจาก กอร์ดองเบลอ เมนูอาหารจะเน้นไปทางเมนูสเต๊ก สปาเก็ตตี้ ซึ่งเป็นอาหารจานเดียว  รวมถึงเครื่องดื่ม เบเกอรี่ต่างๆ  การเดินทางมาที่ร้านเมื่อมาถึงปัวสังเกตร้านเซเว่นไว้จะอยู่ก่อนถึงธนาคารต่างๆ  ขับผ่านเซเว่นไปนิดนึงจะเจอทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายขับลงไปตามทางเนินผ่านโรงหนังปัวเก่า ร้าน Little La Cuisine จะอยู่ติดกับโรงหนัง  สามารถจอดรถหน้าร้านหรือด้านหลังร้านก็ได้มีลานจอดรถ ไปไม่ถูกถามชาวบ้านได้คะว่าโรงหนังปัวอยู่ตรงไหน  ร้านเป็นร้านเล็กๆ ติดแอร์ บรรยากาศสบาย  เจ้าของร้านและพนักงานก็น่ารักคะ

     

    DEW_1939

    DEW_1942

     

    เมนูทั้งหมดที่เราสั่งมาทาน ส่วนใหญ่จะเป็นสปาเก็ตตี้แบบต่างๆ เช่น สปาเก็ตตี้แซลมอน สปาเก็ตตี้เขียวหวาน  รวมถึงสเต๊กหมู ทุกคนคอนเฟริมเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก  รสชาติดีทานแล้วไม่รู้สึกเลี่ยน ส่วนเบเกอรี่และเครื่องดื่ม ก็เช่นกัน  ร้านนี้แนะนำต้องมาทานให้ได้

     

    Little-La-Cuisine

    Little-La-Cuisine1

     

     “ ท้องขจี เขียวทุ่ง แปลงคันนา สุดลูกตา ฟ้าไกล ไพรเมฆมัว อำเภอหนึ่ง ซึ่งงาม นามว่าปัว ถ้าได้ทัวร์ ชัวร์ว่ารัก มักเมืองปัว”

    Tags : , , , , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    3 Responses to “หลงรัก..เมืองปัว”

    1. ไปแอ่วบ่อเกลือ ดอยภูคาแนะนำรถโดยสารเน้อจ้าว ถ้าใครไม่คุ้นเส้นทาง ขับรถเองอันตราย โทรหารถโดยสารเบอร์นี้เลยจ้าว 0898356884

    2. กาลาง กค 59 เริ่มทำนาข้าวหรือยังคะ

    3. ขอบคุณสำหรับบทความ และการนำเที่ยว ที่จัดทำได้ดีมากครับ จะเก็บไว้เป็นข้อมูลในการท่องเที่ยว ภาพสวย ให้รายละเอียดที่พัก และทางเลือก และข้อมูลทางวัฒนธรรม อ่านเพลินมาก ยอดเยี่ยมครับ

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน