• เที่ยวหน้าฝน ยลทะเลหมอก ดอยเสมอดาว VS ขุนสถาน

    เที่ยวหน้าฝน ยลทะเลหมอก ดอยเสมอดาว VS ขุนสถาน  กับความเชื่อในแบบเดิมที่เรามักคิดอยู่เสมอว่า ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน หรือ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ. น่าน ต้องเที่ยวหน้าหนาวถึงจะใช่ จึงจะได้บรรยากาศ ฉันเดินทางไปดอยเสมอดาว ในช่วงหน้าหนาวบ่อยด้วยเหตุผลคือ อยากเจอทะเลหมอกสวยๆของที่นี่ซักครั้งเพราะคิดว่าไปเที่ยวฤดูหนาวอาจได้เจอทะเลหมอกเยอะกว่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ คลื่นมหาชนล้นหลาม  ทะเลหมอกก็ยังไม่เจอที่สวยโดนใจซักที  อช.ขุนสถานในช่วงหน้าหนาวเคยเดินทางผ่านไป 1 ครั้ง แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของสายหมอก  จนได้มีโอกาสเห็นรีวิวหนึ่งที่มาบอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจในท่องเที่ยวสถานที่ทั้งสองแห่งในฤดูฝน  ความคิดเปลี่ยนทันทีฤดูฝนที่คิดว่าไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวแต่กลับได้ความสวยงามของสายหมอกมากกว่าฤดูหนาวที่รอคอยเสียอีก

     

     

     

    การเดินทางจากกรุงเทพในตอนกลางคืนมุ่งหน้าสู่อำเภอนาน้อยที่ตั้งของ ดอยเสมอดาว ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน  ตลอดการเดินทางฝนตกโปรยปรายมาตลอดทั้งคืน มาถึงดอยเสมอดาวแต่เช้า ก่อนขึ้นไปถึงดอยเสมอดาวจะมีศาลาชมวิวริมทางเมื่อหันมองไปต้องหยุดรถอย่างกระทันหันเพราะไม่ลงไปเก็บภาพและชื่นชมบรรยากาศไม่ได้แล้ว ภาพที่สุด Unseen แบบนี้ ทะเลหมอกในหน้าฝนที่เราตามหาหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง

     

     

    หมอกลอยฟูฟ่องคลอดเคลียตามไหล่เขา อากาศอันแสนบริสุทธิ์หลังฝนตก  เสียงเพื่อนร่วมทางพึมพำ สวยจังไม่น่าเชื่อว่าหมอกจะเยอะขนาดนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ เรื่องจริง  ฉันชอบหมอกในฤดูฝนมากกว่าฤดูหนาวเพราะรู้สึกว่าสายหมอกจะลอยคลอเคลียกระจายไปตามไหล่เขามองแล้วชุ่มชื่นกว่า

     

     

    จากศาลาชมวิวขับรถขึ้นมาอีกนิดเดียวก็มาถึงดอยเสมอดาว อุทยานชาติศรีน่าน  ซึ่งในเวลานี้เป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แต่ดอยเสมอดาวกลับเงียบมาก คงมีเพียงแค่คณะของฉัน 10 คน และนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอีกแค่ 2 คน เท่านั้น

     

     

    ระหว่างเดินขึ้นไปถึงจุดชมวิวข้างบน มองไปยังทิวเขาฝั่งตรงข้ามเห็นกลุ่มทะเลหมอกลอยไปอย่างช้า ๆ นี่มันสวรรค์ชัด ชัด

     

    5 DEW_4693

    6 DEW_4691

     

    ตั้งแต่เที่ยวดอยเสมอดาว บอกได้เลยว่ายังไม่เคยเจอภาพบรรยากาศที่ดูสงบแบบนี้มาก่อน เพราะปกติมาเที่ยวหน้าหนาวบริเวณด้านล่างที่เห็นเป็นหญ้าโล่งๆจะเต็มไปด้วยทะเลเต้นท์ รถยนต์และฝูงชนมหาศาลแทบไม่ที่ให้ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์กันเลยทีเดียว

     

     

    แต่เมื่อมาเที่ยวหน้าฝน ดอยเสมอดาวมีพื้นที่ให้เราได้สัมผัสความงดงามของมันได้อย่างเต็มที่ราวกับว่าที่ตรงนี้คือ อาณาจักรส่วนตัว และที่สำคัญที่สุดไม่ได้เพียงแต่ทำให้เราได้มีที่ยืน แต่หน้าฝนทำให้เราได้พบเจอกับความเขียวขจีและทะเลหมอกสุดอลังการอีกด้วย

     

     

    ทะเลหมอกที่เกิดจากความชุ่มชื่นของป่าไม้และสายฝนจะแตกต่างกับหมอกในหน้าหนาวที่ออกจะฟุ้งหน่อยๆหรือไม่ก็จับตัวเป็นแพยาว

     

     

    ดอกหญ้าเขียวขจีพลิ้วไหวรับแสงแดดยามเช้าต้อนรับการมาเยือนของพวกเรา

     

    DEW_4699

     

    ต้นไม้ต้นนี้ ฉันเรียกว่า ต้นเดียวดาว หากใครเคยมาเที่ยวดอยเสมอดาวคงจำได้เหมือนเป็นซิกเนอเจอร์  ในยามนี้เริ่มผลิใบเขียวขจีเพื่อให้เข้าเพื่อนของมันอย่างพื้นหญ้าและภูเขา เป็นความสดชื่น สบายตา มองไปทางไหนก็เขียวไปหมด

     

     

    เก้าอี้ขอนไม้มีที่ว่างสำหรับพวกเราแล้วน่ะค่ะ อยากนั่งมองวิวพักผ่อนตรงไหนก็เลือกนั่งได้ตามสบาย

     

     

    การกระจายตัวของทะเลหมอกในฤดูฝน ทำให้เราได้รู้จักและมองเห็นทิวเขาชัดเจนขึ้น และทำให้เรารู้ว่าเบื้องล่างมีแม่น้ำไหลตัดผ่านด้วย

     

     

    การเดินทางมาในครั้งนี้คงต้องบอกว่า ฉันได้พบเจอความสวยงามของดอยเสมอดาวในแบบที่ตามหามานาน  ได้ทั้งความสงบ ความเขียว  ทะเลหมอก มันดูชุ่มฉ่ำ รักดอยเสมอดาวในฤดูฝนที่สุด

     

     

    จากดอยเสมอดาว เราเดินทางมาค้นหาทะเลหมอกยังจุดท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน นั่นก็คือ ผาชู้  มาถึงประมาณ 9 โมงกว่าเพราะมัวแต่เพลิดเพลินอยู่บนดอนเสมอดาว ทะเลหมอกอาจจะกระจายไปบ้างเล็กน้อยแต่ก็มีให้ชมเยอะเช่นกัน

     

     

    ทะเลหมอกลอยเหนือภูเขาภาพนี้เหมือนกับว่าเราอยู่ใกล้มันแค่เอื้อม บอกลาอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ที่พวกเรายกให้เป็นสุดยอดอลังการทะเลหมอกแห่งเมืองน่าน ไปต่อยังสถานที่ต่อไปนั่นคือ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน  อีกเรื่องหนึ่งคือ หากเรามาเที่ยวในหน้าฝนพวกซุ้มอาหารที่เปิดเรียงรายกันในฤดูหนาวจะไม่เปิดน่ะค่ะ แต่แนะนำให้ลงมาทานอาหารในตัวอำเภอนาน้อย เป็นร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ชื่อว่า ครัวธันวา   ตั้งอยู่หน้าบริเวณหน้าธนาคารออมสิน มีเมนูหลายอย่าง อาหารอร่อยและราคาไม่แพงมาก โทร 085 235 6254  081 765 2443

     

     

    จากตัวอำเภอนาน้อยเรามุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน นั่งรถชมวิวระหว่างทางเห็นทิวเขาสวย ก็จอดรถเก็บภาพไปเรื่อยๆ

     

     

    เส้นทางแห่งขุนเขาที่สวยงามของจ.น่านนอกจากเส้นทางอ.ปัว และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่ฉันยกให้สวยงามที่สุด เส้นทางขุนสถานยังเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่งดงาม ที่ทำให้เรามีความสุขและเพลิดเพลินไปกับการมองวิวไม่น้อยเลยทีเดียว

     

     

    ขับรถตามป้ายอุทยานซึ่งมีบอกตลอดทาง ใช้เวลาประมาณเกือบ 2  ชั่วโมงกว่า เราจะเห็นป้าย ทีทำการอุทยาน(ชั่วคราว)ขุนสถาน ให้เลี้ยวรถเข้าไปได้เลยค่ะ มาถึงในเวลานี้ฝนกำลังตกหมอกฟุ้งมาก คืนนี่พวกเราพักกันที่นี่ โดยจองบ้านพักล่วงหน้ากับทางอุทยานไว้ซึ่งมีเพียง  2 หลัง คือ บ้านดอยแม่จอก 1 พักได้ไม่เกิน 3 คน  กับดอยแม่จอก 2  พักได้  10 คน ค่าบริการที่พักแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะบริจาค สำหรับรายละเอียดการจองบ้านพักสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.paiduaykan.com/76_province/north/nan/khunsathan.html    ในส่วนอาหารหากไม่ได้เตรียมมาเองสามารถแจ้งกับทางอุทยานได้อาหารจะเป็นเมนูง่ายๆประมาณ 3 อย่าง  ได้แก่ ผัดผัก ต้มยำ น้ำพริกผักสด โดยต้องแจ้งล่วงหน้าว่าจะทานมื้อใดบ้าง สำหรับใครที่ชอบทานขนมขบเคี้ยวให้เตรียมมาเลยค่ะ เพราะอุทยานไม่มีขายรวมถึงร้านค้าบริเวณรอบนอกอุทยานก็หายากเช่นกัน

     

     

    บรรยากาศภายในบ้านพักบ้านดอยแม่จอก 1  หลังนี้เป็นหลังใหญ่นอนได้ 8 คน ข้างนอกเป็นห้องรวมนอนได้ 4 คน และมีห้องส่วนตัวอีก  2 ห้อง พักได้ห้องละ  3 คน  บ้านพักมีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่ 6 โมงเย็น –  ถึงประมาณเที่ยงคืน  มีเครื่องทำน้ำอุ่น

     

     

    ห้องพักแต่ละห้องเป็นแบบซีวิว นอนดูหมอกลอยผ่านไป ฟินสุดๆ

     

     

    ข้างบ้านพักมีศาลาชมวิวสำหรับนั่งเฮฮาปาร์ตี้ ชมวิวภูเขาสวย รวมถึงสายหมอกที่ลอยละล่องมาตลอด

     

     

    อากาศบนดอยสูงในฤดูฝนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทุก 5 นาที เดี๋ยวฝนตก หมอกฟุ้ง แดดออก เราต้องคอยเฝ้าสังเกตการณ์  ตลอดทั้งวันฉันเดินเข้าเดินออกระหว่างบ้านพักกับศาลาชมวิวอยู่หลายรอบ พอออกมาฝนตกกลับเข้าบ้านไปใหม่ พอแดดมาเดินไปถ่ายภาพต่อ  ซักพักหมอกฟุ้งเดินเข้าบ้านพัก  อากาศที่นี่บริสุทธิ์เย็นสบายน่านอนสุดๆ อยากนอนมากแต่ไม่อยากพลาดโอกาสในการเก็บภาพแม้แต่วินาทีเดียว

     

     

    พออากาศเริ่มเปิดมีแสงแดดส่องมาบ้างพอจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดเจนขึ้น กว่าร้อยกว่าทิวเขาที่รวมกันเป็นภาพที่สุดมหัศจรรย์แบบนี้กล้องถ่ายภาพยังไม่สามารถเก็บความงามมาได้สวยเท่ากับสายตาที่ได้เห็นภาพจริงในวันนั้น

     

     

    เมื่อแดดออกซักพักฝนก็ตกลงมาอีกครั้ง และเมื่อฝนหายไปก็ได้ภาพหมอกแบบนี้มา เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีกับสายหมอก ลุ้นกันตลอดจะมาในรูปแบบไหน

     

     

    และแล้วฟ้าก็เปิดอีกรอบ แสงอ่อนในยามบ่ายแก่ๆ มาพร้อมก้อนเมฆและท้องฟ้าสีฟ้า และความเขียวขจีของป่าไม้ เป็นอะไรที่ดูลงตัวและเข้ากันเป็นที่สุด

     

     

    ฉันเดินทางเที่ยวภาคเหนือเห็นภูเขามาก็เยอะ พูดได้เลยว่าภูเขาที่เมืองน่านสวยที่สุด ยิ่งเดินทางมาในฤดูฝนยิ่งสวยมาก

     

     

    การถ่ายภาพวิวธรรมชาติสำหรับตัวเอง 10% คือ อุปกรณ์ + 50 % คือ ฝีมือประสบการณ์ และอีก 40% คือ ธรรมชาติมอบให้

     

     

    ฉันนั่งอยู่ตรงศาลาชมวิวถึงจะเป็นการนั่งในที่เดิมแต่วิวทะเลหมอกที่ได้เห็นในแต่ละนาทีไม่เคยเหมือนเดิม หมอกลอยมาเยอะบ้างน้อยบ้าง แตกต่างกันไป

     

     

    บรรยากาศภายในอุทยานเงียบสงบ และมีความเป็นธรรมชาติมาก สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวในแนวนี้ อช. ขุนสถาน คือ อีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด

     

     

    อีกหนึ่งวันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพหลังจากผิดหวังจากบรรยากาศในยามเช้าที่อุทยานเพราะฝนตกหมอกฟุ้งมาก แต่เราก็ได้ภาพบรรยากาศของความสวยงามระหว่างทางมาแทนห่างจากอุทยานมาประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น เราก็จะได้เห็นแปลงผักกะหล่ำของชาวบ้านที่ปลูกกันริมทาง เป็นเส้นทางนี้เป็นเส้นทางฝั่งขุนสถานไปยัง จ. แพร่

     

     

    แถมด้วยสายหมอกคลอเคลียในยามเช้า

     

     

    มาถึงอีกหนึ่งจุดที่เป็นธรรมชาติสวยงามไม่แพ้กัน สามารถเห็นวิวภูเขาในมุมสูงได้แบบกว้างไกลสุดตา

     

     

     

    มีทางดินให้เราลงไปเดินชมวิวได้แบบใกล้ชิด

     

     

    สมาชิกชาวทริปหน้าตาอิ่มเอมกันสุดๆ

     

     

    ขุนเขาสูงใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าเหมือนมีแรงดึงดูดให้เราต้องหยุดมอง การท่องเที่ยวในฤดูที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำหรับฉันฤดูนี้คือ ฤดูแห่งการตามหาสายหมอก และฤดูนี้ก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังได้ความประทับใจกลับไปเต็ม เต็ม

     

     

     

    โปรแกรมท่องเที่ยวตามทริป 2 วัน 1 คืน 

    วันเดินทาง

    20.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพ

    วันแรก 
    06.00 น . ถึงอุทยานแห่งชาติศรีน่านชมบรรยากาศของสามหมอกฝนในยามเช้าของดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ จากนั้นไปต่อที่ผาชู้
    09.00 น.  รับประทานอาหารเช้า เดินทางต่อไปยังอช. ขุนสถาน
    12.00 น.  ถึงอช.ขุนสถาน เก็บสัมภาระพักบ้านพักอุทยาน
    14.00 น.  ขับรถชมวิวรอบๆ อุทยาน
    17.00 น.  เข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น

    วันที่สอง

    06.00 น. ตื่นแต่เช้าตามอัธยาศัย ชมทะเลหมอกในยามเช้า
    08.00 น. รับประทานอาหารเช้า เก็บสัมภาระ
    09.00 น. เตรียมเดินทางไปยังจ.แพร่
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    13.00 น. แวะวัดสุโทนชัยมงคลคีรี อ.เด่นชัย จ. แพร่
    14.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพ
    02.00 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

    Tags : , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน