• วันเดียวเที่ยวสุขใจ ลัดเลาะไปนครนายก

    นครนายก เมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่ เงียบสงบ เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นเมืองในฝันใกล้กรุงซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา  รวมถึงมีกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งครอบครัว ถ้าจะบอกว่าเป็นเมืองแห่งความสุขก็ไม่ผิดนัก ไปด้วยกันมีตัวอย่างเส้นทาง ท่องเที่ยวนครนายกแบบ  1 วัน ที่ให้ทุกท่านได้ตามรอยและขับรถเที่ยวเองได้ไม่ยากแถมได้เที่ยวครบรสมาฝากค่ะ

     

    เที่ยวนครนายก

     

    8.00 น. เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพ แวะวัดชื่อดัง วัดหลวงพ่อปากแดง

    วัดพราหม์มณี หรือ วัดหลวงพ่อปากแดงถือเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงของ จ.นครนายก หากใครมาเที่ยวแล้วต้องไม่พลาดมากราบไหว้ขอพรกับท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าไปไหว้หลวงพ่อปากแดง เราก็จะเจอช้างพลายทองอยู่ด้านหน้าเพื่อให้เราได้ลอดท้องช้างเพื่อสะเดาะคราะห์

     

    วัดหลวงพ่อปากแดง

     

    ในแต่ละวันมีสาธุชนจำนวนไม่น้อยตั้งใจเดินทางไปกราบนมัสการบนบานหลวงพ่อปากแดง เพื่อขอให้ตัวเองและครอบครัว ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง ปราศจากโรคภัย และเรื่องที่ไม่พลาด คือขอเลขเด็ด ขอให้ถูกหวยรวยทรัพย์

     

    วัดหลวงพ่อปากแดง

    วัดหลวงพ่อปากแดง

     

    หลวงพ่อปากแดง พระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์เป็นศิลปะสมัยล้านช้างจีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์ แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของ หลวงพ่อมี สีแดงสดเหมือนมีผู้นำลิปสติก ไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยันว่าเห็นปากท่านแดง แบบนี้มาตั้งแต่เกิด เป็นอันว่าหลวงพ่อมีปากสีแดงมานับร้อยปีแล้ว โดยไม่มีใครนำสี ไปทาแต่อย่างใด นับเป็นความแปลก ใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

     

    วัดหลวงพ่อปากแดง

     

    10.00 น. ขอพรพระพิฆเนศองศ์ใหญ่ ที่อุทยานพระพิฆเนศ

    อีกหนึ่งสถานที่โดดเด่นของจังหวัดนครนายกที่ไม่ควรพราด นั่นคือ อุทยานพระพิฆเนศ  ที่แห่งนี้มีพระพิฆเนศองค์ใหญ่ 2 องค์ตั้งอยู่ใกล้กันถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย องค์แรกคือ พระพิฆเนศปางประทานพร มีคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ให้เราขอพรได้เพียง 1ข้อ จากนั้นเดินวนรอบองค์ท่าน 3 รอบ แล้วจะสมหวัง จากนั้นไปกระซิบบอกเจ้าหนูซึ่งเป็นบริวารของพระพิฆเนศเพื่อย้ำเตือนท่านถึงพรที่เราขออีกครั้ง

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    ด้านหน้ามีองค์พระพิฆเนศจำลองอายุกว่า 100 ปี ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์ให้เราได้สรงน้ำอบไทย หลังจากนั้นเอามือของเราไปแตะไว้ที่มือของท่านแล้วขอพร

     

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    พระพิฆเนศอีก 1 องค์ ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน พระพิฆเนศประทับนอนปางไสยาสน์ประทานพร ลักษณะจะคล้ายๆกับองค์พระพิฆเนศที่ฉะเชิงเทรา มาถึงแล้วก็ไหว้ขอพรให้ครบทั้ง  2 องค์

     

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    ภายในอุทยานพระพิฆเนศมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ ขอพรอีกหลายแห่ง เช่นรูปปั้นฤาษีลิงดำปางต่างๆ

     

     

    รวมถึงรูปปั้นเหมือนกษัตริย์นักรบไทย ได้แก่ พระเจ้าตากสิน สมเด็กพระนเรศวร และ รัชกาลที่ 1

     

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ 108 ปางให้ชม  สำหรับใครที่นับถือและศรัทธาองค์พระพิฆเนศน่าจะถูกใจ เพราะจะได้รู้จักพระพิฆเนศปางต่างๆเกือบครบถ้วน

     

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    มีป้ายอธิบายว่าแต่ละองค์เป็นปางอะไร และโดดเด่นในการให้พรเรื่องใดบ้าง

     

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

    อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก

     

    11.00 น. พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ สวนพุทธชยันตี 2600 ปี

    จากอุทยานพระพิฆเนศขับรถออกมายังถนนสายหลักเส้นทางไปน้ำตกสาริกา จะได้เจอกับสถานที่ที่จะเรียกได้ว่าสวยงามและแปลกตา ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายกที่เปิดตัวได้ไม่นาน ชื่อว่า  พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ สวนพุทธชยันตี 2600 ปี  

     

    พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์

     

    พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์  ตั้งอยู่บนพื้นที่ 53 ไร่ แวดล้อมด้วยภูเขา มีสายน้ำไหลผ่านเมื่อเข้าไปในสถานที่แห่งนี้เราจะได้เห็นพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่าหน้าตัก 9 เมตร สูง 13.5 เมตร เป็นตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบมีการสร้างพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 90 ซม. อีก 1,250 องค์ เป็นตัวแทน พุทธสาวกแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งพุทธกาล

     

    พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์

    พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์

     

    ที่นี่จึงเหมือนเป็นตำราเรียนประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนาเล่มใหญ่สำหรับผู้สนใจ นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่เกิดขึ้น จริงเมื่อครั้งพุทธกาล

     

     

    11.30 น. กราบรูปเหมือนหลวงปู่มั่น วัดถ้ำสาริกา

    จริงแล้วจากพุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ ตั้งใจไปต่อกันที่น้ำตกสาริกา แต่เนื่องจากช่วงนี้น้ำตกยังไม่มีน้ำ ต้องรอให้เข้าฝนเต็มที่ประมาณเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป แผนเลยเปลี่ยนและเนื่องจากสมาชิกร่วมทางเคยรู้จักวัดนี้มาก่อนบอกว่าเป็นวัดที่หลวงปู่มั่น พระชื่อดังที่เคยมาบำเพ็ญเพียร ไหนๆก็อยู่ในเส้นทางจึงแวะเข้าไปเยี่ยมชม วัดถ้ำสาริกา ซักหน่อย  จอดรถไว้ที่ลานจอดรถจากนั้นต้องเดินขึ้นบันไดไปเพราะตัววัดตั้งอยู่บนภูเขา

     

     วัดถ้ำสาริกา

     

    เดินขึ้นบันไดมานิดเดียวมาเจอจุดแรกเป็นศาลาคอนกรีตที่มีต้นไทรใหญ่ปกคลุม เดิมที่ต้นไทรปกคลุมอยู่บนก้อนหินแต่ต่อมาทางวัดได้สร้างเป็นศาลาแทนที่  มองแล้วอัศจรรย์มาก

     

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     

    ภายในมีพระพุทธรูปและหลวงปูฤาษีลิงดำให้กราบไหว้ ขอพร

     

     วัดถ้ำสาริกา

     

    เดินขึ้นบันไดไปต่อเรื่อย มาหยุดตรงมุมด้านบนของต้นไทร รากต้นไม้ใหญ่แผ่สาขา งดงาม บรรยากาศภายในวัดก็เงียบสงบ รู้สึกถึงความร่มเย็นเมื่อได้มา

     

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     

    ภายในวัดถ้ำสาริกา มีลักษณะเป็นเพิงหินเล็กๆ ภายใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในหินประมาณ 3  เมตรไม่มีหินงอกหินย้อย  ซึ่งบริเวณช่องถ้ำเป็นที่ที่หลวงปู่มั่นเคยใช้เป็นที่วิปัสสนาบำเพ็ญธรรมสมัยก่อนในช่วงที่ท่านธุดงค์ ป่าภาคกลาง ด้านในถ้ำประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่มั่น ขนาดเล็กกว่าองค์จริงเล็กน้อย

     

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     

    บริเวณใกล้กันประดิษฐานพระประธานพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิ และรูปหล่อสมเด็จพระพุทธจารย์โต พรหมรังสี สำหรับให้ชาวบ้านหรือพุทธศาสนิกชนได้มาบูชากราบไหว้มีตู้กระจกซึ่งด้านในมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่มั่นซึ่งเท่ากับขนาดองค์จริง ประดิษฐานอยู่

     

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     

    เดินขึ้นบันไดไปถึงอุโบสถชั้นบนสุด  ซึ่งสร้างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หันไปข้างหลังก็จะเห็นวิวภูเขาและป่าเขียวขจี สดชื่นมาก

     

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     วัดถ้ำสาริกา

     

    ภายในอุโบสถมีพระประธานปางสมาธิ  แต่ที่สะดุดตาคือ ประติมากรรมฝาผนัง ซึ่งวาดได้อ่อนช้อยและงดงามมาก

     

     วัดถ้ำสาริกา

     

    13.00 น. แวะฝากท้องที่ส้มตำกลางน้ำ ใกล้วังตะไคร้

    ร้านอาหารในนครนายกที่อร่อยและขึ้นชื่อมีให้เลือกหลายร้าน แต่ไปด้วยกันนำเสนอร้านอาหาอีกหนึ่งบรรยากาศแปลกใหม่อยู่ตรงสะพานปูนใกล้วังตะไคร้  ตั้งชื่อเอง ว่าร้านส้มตำกลางน้ำ เพราะที่นั่งทานอาหารสุดเก๋ไก๋ กลางลำธารใสแจ๋ว เป็นน้ำที่มาจากอุทยานวังตะไคร้

     

    ร้านส้มตำกลางน้ำ นครนายก

    ร้านส้มตำกลางน้ำ นครนายก

     

    ร้านอาหารมีหลายร้าน  สามารถเลือกได้ตามใจว่าจะทานร้านใด ที่นั่งของแต่ละร้านก็จะแบ่งเป็นโซนของตัวเอง แต่อยู่กลางน้ำทุกร้าน นั่งทานส้มตำห้อยขาแช่น้ำตก เย็นสบาย

     

    ร้านส้มตำกลางน้ำ นครนายก

     

    ไปด้วยกันเลือกทานร้านน้องโอ๊ต ซึ่งอยู่ตั้งเกือบริมสุด มีเมนูมีให้เลือกเยอะไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง ส้ม น้ำตก และมีอาหารประเภทปลา กุ้ง  หลังจากรับประทานแล้วรสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่อาหารทุกจานออกเปรี้ยวไป แต่ยังดีที่ปลาและกุ้งสดมากเลยพอทานได้บ้างแต่ได้แจ้งทางเจ้าของร้านไปแล้วว่าลดเปรี้ยวลงหน่อยจะโอเคขึ้นเพราะวัตถุดิบสดอยู่แล้ว  ยังไม่เคยทานร้านอื่นใกล้เคียงไม่ทราบว่ารสชาติเป็นเหมือนกันมั้ย แต่ถ้าเน้นบรรยากาศทานแก้หิว นั่งชิว นั่นคือ ตอบโจทย์

     

    ร้านส้มตำกลางน้ำ นครนายก

     

    15.00 น. ร่มรื่นกลางสวน วังตะไคร้

    อุทยานวังตะไคร้  ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของนครนายก  ภายในตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และไม้ประดับต่างๆ ภายในเนื้อที่ 1,400 ไร่ มีธารน้ำที่ไหลมาจากซอกซอนผ่านโขดหินน้อยใหญ่ เหมาะในการเล่นน้ำ ถนนทางเข้าอุทยานวังตะไคร้สามารถขับรถเข้าไปได้ อยากแวะจอดตรงจุดไหนก็สามารถจอดได้ตามสะดวก  ข้อมูลวังตะไคร้อย่างละเอียดคลิ๊ก  http://www.paiduaykan.com/province/central/nakhonnayok/wangtakrai.html

     

    วังตะไคร้

     

    นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับการเล่นน้ำ ไม่ต้องห่วงว่า วังตะไคร้  จะไม่มีน้ำจะแห้ง เพราะน้ำมีให้เล่นตลอดปีแต่จะมากน้อยตามฤดูกาล

     

    วังตะไคร้

    วังตะไคร้

     

    ซุ้มขายอาหารเล็กๆ ริมลำธาร ส่วนใหญ่เมนูจะเป็นพวกส้มตำ ไก่ย่าง

     

    วังตะไคร้

     

    16.00 น. ชมวิวก่อนกลับกรุงที่เขื่อนขุนด่านปราการชล  

    อีกหนึ่งสถานที่ควรแวะนั่นคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ เนื่องจากแดดไม่ร้อนมากและเป็นช่วงที่แสงอ่อนกำลังดีเหมาะกับการถ่ายภาพ

     

    เขื่อนขุนด่านปราการชล

    เขื่อนขุนด่านปราการชล

    เขื่อนขุนด่านปราการชล

     

    ช่วงนี้ถือว่าน้ำแห้งไปเยอะมาก แต่ก็เป็นการดีอีกอย่างที่เราจะได้เห็นสันทรายสีน้ำตาลโค้งไล่ระดับไปมา ซึ่งก็ดูสวยงามไปอีกแบบ มองไปเห็นเรือหางยาวจอดอยู่ด้านล่าง เป็นเรือที่พานักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพเหนือเขื่อน

     

    เขื่อนขุนด่านปราการชล

     

    อีกมุมหนึ่งของเขื่อนขุนด่านปราการชลกับถนนที่ทอดยาวสุดตาท่ามกลางดอกหญ้าพลิ้วไหว

     

    เขื่อนขุนด่านปราการชล

     

    17.00 น.เดินทางกลับกรุงเทพ จบทริปเที่ยวนครนายกแบบ 1 วัน อิ่มทั้งบุญ และอิ่มทั้งความสวยงามของธรรมชาติ นครนายเดินทางง่ายไม่ไกล สำหรับใครต้องการมองหาที่พักผ่อนแบบสุขใจในเวลาสั้นๆ นครนายกมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้สัมผัสมากมายค่ะ

     

    หาที่พักนครนายกถูกกว่าจองกับโรงแรมโดยตรง คลิ๊ก ที่พักนครนายก

    วันเดียวเที่ยวสุขใจ ลัดเลาะไปนครนายก

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    5 Responses to “วันเดียวเที่ยวสุขใจ ลัดเลาะไปนครนายก”

    1. ไปมาตอนช่วงไหนครับ กำลังจะไปใน 13-14 มีค58 นี่ครับ ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบในภาพหรือเปล่า

    2. ขอแนะนำสถานที่อีกแห่งที่น่าท่องเที่ยวเล่นน้ ำปิคนิค ที่ วีฟาร์ม ด้านบนแก่งสามชั้น สามารถทำอาหารทานเอง เล่นน้ำ ขี่ม้า และ ล่องแก่ง ได้อีกด้วย แนะนำที่นี่ครับ ลองค้นหา วีฟาร์ม ที่ กูเกิ้ล ดูครับ

    3. รบกวนขอแผนที่เส้นทางด้วยได้มั้ยคะ จะเดินทางจากแก่งคอย สระบุรีค่ะ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

    4. ที่เที่ยวสวยมากๆ เลย

    5. ร้านอาหาร จังหวัดนครนายก ที่เที่ยวสวยๆเลย

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน