• เที่ยวทุ่งกระมัง ชัยภูมิ ท่องซาฟารีเมืองไทย

    เมืองไทยมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์น่าไปพักผ่อน ท่องธรรมชาติอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้น คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ. ชัยภูมิ สถานที่ที่ไปด้วยกันจะขอเรียกว่ายังมีธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์   มาที่นี่เราจะได้พบกับความอุดสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิดแบบใกล้ชิด จะเรียกว่าเหมือนเราได้มาท่องซาฟารีแห่งเมืองไทยก็ย่อมได้  เรามาพักผ่อนและเดินทางไปฟังเสียงบทเพลงของป่าไม้และสัตว์ป่ากันที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ. ชัยภูมิ ด้วยกันค่ะ

     

    ทุ่งกะมัง ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

     

    ทริปนี้ใช้เวลาเพียง 2 วัน 1 คืน เป็นการเดินทางไปพักผ่อนในระยะสั้น โดยออกจากกรุงเทพดึกซักหน่อยประมาณ 4 ทุ่มกว่า ตั้งใจจะไปเก็บบรรยากาศในยามเช้าที่มอหินขาวก่อน แต่เมื่อไปถึงอากาศปิด ฝนตก แผนเลยเปลี่ยนเป็นมาเที่ยวที่ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงามแทน หลังจากเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวแล้ว ช่วงบ่ายแก่ๆพวกเราก็เดินทางมาถึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว  ระหว่างที่นั่งรถเข้ามาในเขตฯเราจะได้พบกับผืนป่าเขียวขจีตลอดข้างทาง ยิ่งมาในหน้าฝนก็จะได้พบกับความชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น เมื่อมาถึงปากทางเข้าก็ทำการแลกบัตรประชาชนหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะวิทยุบอไปยังที่ทำการว่ามีชื่อเราจองที่พักเข้ามาหรือไม่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าจองมา ก็เสียค่าธรรมเนียมและให้บัตรผ่านเข้าไปได้ ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดนิดนึงค่ะ เพราะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่อนุรักษ์และค่อนข้างเปราะบาง และทางเขตฯเองก็ไม่อยากให้ใช้คำว่าท่องเที่ยว แต่อยากให้ใช้คำว่า มาเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติดีกว่า  จากปากทางเข้าประมาณเกือบชั่วโมงก็มาถึงที่ทำการฯเพื่อติดต่อเรื่องบ้านพักที่จองไว้  สำหรับใครที่ต้องการพักแรม การติดต่อจองบ้านพักต้องโทรมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯจากนั้นทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15–30 วัน  ซึ่งทางคณะเราได้ทำเรื่องของจองมาเรียบร้อยแล้ว ที่พักไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่จะเป็นการให้ค่าบำรุงตามแต่เราจะสะดวก  สำหรับข้อมูลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและรายละเอียดในการจองบ้านพัก คลิ๊ก  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

     

     

    เส้นทางอันร่มรื่นภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เขียวขจีเต็มไปด้วยต้นไม้ ตลอดเส้นทางที่รถวิ่งผ่านฉันเปิดหน้าต่างรถ รับลมเย็นและอากาศอันบริสุทธิ์ให้เข้ามาสัมผัสหน้า เป็นความอิ่มเอมที่ได้เข้าป่าฟังเสียงธรรมชาติ  ระหว่างเส้นทางมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยวิ่งผ่านหน้ารถอย่างรวดเร็วให้ความรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นว่ามันคือ ตัวอะไรน่ะ  เที่ยวป่าฤดูไหนดีที่สุด ฉันก็คงยังตอบเหมือนเดิมว่า หน้าฝน แจ่มสุดๆ

     

    ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

     

    บ้านพักของพวกเราในคืนนี้ ชื่อ เรือนพักรับรอง 8 เป็นบ้านแบบเรือนแถวยาว พักได้ห้องละ 2-3 คน มีประมาณ 9 ห้อง บ้านพักที่นี่จะเป็นบ้านไม้ทั้งหมดสภาพไม่ได้ใหม่มากออกโทรมนิดหน่อยข้างในมีเพียงฟูกที่นอนและผ้าห่ม ไม่มีน้ำอุ่น  บ้านพักอาจไม่ได้เหมาะกับคนรักสบายและชอบสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไฟปั่น 6 โมงเย็น-3 ทุ่ม แต่สำหรับใครอยากได้บรรยากาศที่เข้าถึงธรรมชาติ แสนสงบท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี  อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เรียกว่าบริสุทธิ์จริงๆ  มาที่นี่ตอบโจทย์

     

    ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

    เขียว จ.ชัยภูมิ

     

    บ้านพักอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงเป็นบ้านไม้เหมือนกัน บรรยากาศ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่  ธรรมชาติมาก

     

     

    บอกตามตรงว่าตอนแรกเมื่อมาถึงเห็นบ้านพักยังแอบเซ็งเล็กน้อยด้วยความที่เรายังติดเทคโนโลยี ไฟก็ปิดเร็ว แล้วจะทำอะไร สัญญาณก็ไม่มี เน็ตก็เล่นไม่ได้ เฟสบุค โซเชี่ยลทั้งหลาย โดนตัดขาดไปชั่วคราว แต่เชื่อมั้ยค่ะ 3 ทุ่ม หลับทันทีและหลับง่ายมาก เพราะบรรยากาศเงียบจิง อากาศก็เย็นสบายมาก ไม่มีตื่นกลางดึก หลับยาว ตื่นมาอีกครั้งคือ เช้า รู้สึกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

     

     

    ไม่ไกลจากที่พักเป็นที่ตั้งของอาคารรับรอง สำหรับไว้ทำกิจกรรมและรับประทานอาหาร ในวันที่เดินทางมีน้องๆเยาวชนมาออกค่ายด้วย  ในส่วนของอาหารถ้าไม่ได้เตรียมมาเองมีบริการครัวสวัสดิการโดยต้องแจ้งล่วงหน้าตอนจองห้องพัก ทางแม่ครัวจะเตรียมรายการอาหาร ให้เองตามความเหมาะสม  ส่วนค่าอาหารนั้นคิดเป็นรายมื้อต่อหัว  ฉันฝากท้องไว้กับที่นี่ 2 มื้อ คือ มื้อเย็นมีอาหาร 5 อย่างง่ายๆ เช่น ผัดผัก  น้ำพริก ต้มยำไก่  ไข่เจียว  ผลไม้ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่คนละ  140 บาท   และมื้อเข้าเป็นข้าวต้ม กาแฟ ราคาหัวละ 90 บาท

     

     

    บริเวณอาคารรับรองก็จะมีเจ้าเนื้อทรายเดินไป คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวมาก เหมือนมันรู้ว่าที่นี่จะมีอาหารให้ เลยมาอยู่กันตรงนี้มากเป็นพิเศษ

     

     

    มีลานกางเต้นท์ให้บริการตั้งอยู่หลังอาคารรับรอง  อยากได้ฟีลแบบแคมปิ้งก็จัดเลย

     

     

    4 โมงกว่า ได้เวลาที่เราจะไปท่องซาฟารี ตะลุยทุ่งกะมังกันแล้ว ถนนจากหน้าบ้านพักไปยังทุ่งกะมัง

     

     

    ไม่ถึง 3 นาที ก็จะเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่เราจะได้เห็นฝูงเนื้อทรายนับสิบๆตัวกำลังเดินเล็มหญ้าหาอาหารอยู่กลางทุ่งหญ้า เห็นครั้งแรก8ามรู้สึกเหมือนเราอยู่ในดินแดนซาฟารี  นี่เราไม่ต้องเข้าป่าลึกไปส่องสัตว์ แค่ขับรถออกมาจากบ้านพักมานิดเดียวเราก็ได้เห็นภาพแบบนี้มันเป็นความรู้สึกฟินอยากบอกไม่ถูก

     

     

    ทุ่งกะมัง  เป็นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ลักษณะคล้ายแอ่งกะละมังอยู่กลางผืนป่า จึงเป็นที่มาของชื่อ ทุ่งกะละมัง หรือ ทุ่งกะมัง  เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงต้องการให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่า และนำสัตว์ป่ากลับคืนถิ่น เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่าง ๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผา แปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนือ อ่างน้ำ จนเกิดวลีหนึ่งที่ว่า  “ภูเขียว บรมโพธิสมภารของสัตว์ป่า”  ทุ่งกะมังถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเหล่าเก้งกวาง และสัตว์ป่านานาชนิด มีการนำเอาดินโป่ง มาใส่ไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้สัตว์ป่าได้มากิน   จึงทำให้เราสามารถพบเห็น เหล่าบรรดาเนื้อทราย เก้ง กระจง ออกมาหา อาหารโดยเฉพาะในช่วงบ่ายจะพบเห็นได้มากที่สุด

     

     

    บ้านไม้บรรยากาศดีที่เราเห็นสร้างอยู่ด้านหน้าของทุ่งกะมัง นั่นคือ บ้านพักของสมเด็จพระราชินี

     

     

    เดินเข้าไปในทุ่งหญ้าส่องสัตว์แบบใกล้ชิด ส่วนใหญ่สัตว์ที่เราเห็นเจ้าหน้าที่บอกว่า คือ เนื้อทราย จะมีกวางมาบ้างเล็กน้อย

     

    ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

    ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

     

    ใกล้ค่ำแล้วได้เวลากลับไปและรับประทานอาหารซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามื้อเย็นเวลา 6.30 น. ต้องตรงเวลาและทำเวลากันหน่อยเพราไฟจะปิดตอนสามทุ่มครึ่ง  ระหว่างทางผ่านอ่างเก็บน้ำเนื่องจากมีฝนตกมาตลอดมีหมอกคลอเคลียมาเล็กน้อย

     

    50 DEW_3919

     

    เช้าวันใหม่พวกเราตื่นแต่เช้าและมาที่ทุ่งกะมังอีกครั้ง ตั้งใจอยากเห็นสายหมอกในยามเช้า วันนี้หมอกไม่เยอะแต่อากาศดีสุดๆ

     

    ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

     

    แต่ช่วงเช้าเนื้อทรายและกวางมีให้ชมไม่เยอะเท่าช่วงเย็น

     

     

    หมอกเริ่มลอยคลอเคลียมาเป็นระยะ กับบรรยากาศแสนสบายในยามเช้า

     

    ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

    ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

     

    หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วประมาณ 9 โมง กว่า พวกเราออกเดินทางกลับ เมื่อมาถึงด่านเก็บเงิน จะมี จุดชมวิวปางม่วง  ถือเป็นจุดชมวิวที่งดงามเห็นทิวทัศน์ของป่าอันเขียวขจี ยิ่งถ้าฝนตกก็จะมีโอกาสได้เห็นหมอกคลอเคลียอยู่ตามไหล่เขา

     

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

     

    เป็นความโชคดีของฉันที่ได้เห็นแต่อาจจะฟุ้งไปซักหน่อย แต่เพียงแค่นี้ก็รู้สึกดีใจมากแล้ว เป็นความสดชื่นในยามเช้าที่เราได้พบเห็นหลังจากเที่ยวที่ทุ่งกะมังแล้ว เรียกว่าหากเรามาที่นี่เราก็จะได้สัมผัสและพบเจอกับธรรมชาติครบทุกรูปแบบ

     

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

     

    ทิวทัศน์ที่เห็นเบื้องหน้าประกอบไปด้วยเทือกเขาน้อย ใหญ่กว้างไกลสุดสายตา มีป้ายบอกว่าเบื้องหน้าคือ ภูเขาลูกใดบ้าง ภูเขาสูงยอดตัดที่สูง คือ ภูผาจิต ถัดมาทางขวาคือ ภูกระดึง แต่วันนี้หมอกปกคลุมเยอะเลยอาจเห้นภูเขาต่างๆไม่ชัดเจน

     

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

     

    วันพักผ่อนของคุณลองเปลี่ยนบรรยากาศไปชมการใช้ชีวิตของสัตว์ป่า ต้นไม้   มานอนเล่นในบ้านไม้เก่าๆแต่บรรยากาศฟิน ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว สักครั้ง บางครั้งช่วงเวลาหนึ่งของการพักอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการที่ได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติที่บริสุทธิ์บ้าง ไม่แน่อาจได้ความประทับใจที่เราอาจหาไม่ได้จากการไปเที่ยวในที่เจริญหรือการไปนอนพักผ่อนในรีสอร์ทหรูก็ได้ค่ะ

     

    จุดชมวิวปางม่วง ภูเขียว ชัยภูมิ

    วันเดินทาง

    22.00 น. เดินทางออกจากกรุงเทพ

    วันแรก
    03.00 น . ถึงมอหินขาว ดูดาว ใครต้องการถ่ายภาพดาวถ่าย ชมวิวยามเช้า และปฎิมากรรมหินอันงดงงาม ณ มอหินขาว
    09.00 น.  เข้าตัวเมืองชัยภูมิ รับประทานอาหารเช้า เดินทางต่อไปยังทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม
    12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวันเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
    16.00 น.  นั่งรถชมวิวทุ่งกะมังในยามเย็น
    18.00 น.  เข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น

    วันที่สอง

    06.00 น. ตื่นแต่เช้าชมบรรยากาศที่ทุ่งกะมังในยามเช้าอีกครั้ง
    09.00 น.  รับประทานอาหารเช้า เก็บสัมภาระ เดินทางกลับกรุงเทพ
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    18.00 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

     

     

    Tags : , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก