• เยือนถิ่นชา สัมผัสหมอก เที่ยวดอยแม่สลองหน้าฝน

    ดอยแม่สลอง อีกหนึ่งดอยขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงราย แน่นอนไฮไลต์ของการมาเที่ยวดอยแม่สลองคงไม่พ้นช่วงฤดูหนาว แล้วถ้าอยากไปเที่ยวหน้าฝนที่นี่จะเป็นอย่างไร น่าไปเที่ยวมั้ย ฉันจินตนาการด้วยทิวทัศน์ที่เป็นวิวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ในหน้าฝนคงเขียวขจีและเต็มไปด้วยหมอกฝนเป็นแน่ แค่นึกภาพก็อยากไปเที่ยวซะแล้ว ประกอบกับมีโอกาสได้เห็นรีวิวของน้องคนหนึ่งที่ไปเที่ยวที่นี่ในหน้าฝนยิ่งกระตุ้นต่อมอยากเที่ยวให้เพิ่มขึ้น จะรีรออยู่ทำไมกัน ทริปดอยแม่สลองหน้าฝนจึงเกิดขึ้นในบัดดล

     

    covermaesalong

     

    เนื่องจากตั้งใจมุ่งตรงมาที่ดอยแม่สลองเพียงแ่ห่งเดียว ทริปนี้จึงใช้เวลาสั้น แค่ 2 วัน 1 คืน เท่านั้น ออกจากกรุงเทพ 2 ทุ่ม มาถึงตัวเมืองเชียงรายตอน 7 โมงเช้า แวะล้างหน้าล้างตา ทานต้มเลือดหมูร้านดังที่หอนาฬิกา หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปต่อยังดอยแม่สลอง ผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว ไม่ถึง 2 ชั่วโมง หากมาทาง อ.แม่จัน สถานที่แรกที่เจอก่อนบนดอยแม่สลอง คือ ไร่ชา 101 ตั้งอยู่ริมถนนทางขึ้น มาถึงถิ่นชาทั้งทีไม่แวะไร่ชาถือว่ามาไม่ถึง มาในช่วงเวลาที่เหมาะพอดี ชาวบ้านกำลังเก็บยอดชากันอย่างขันแข็ง

     

     

    วิวทิวทัศน์ของที่นี่สวยงามเลยทีเดียวเห็นไร่ชาซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาไกลสุดตา ฉันมองดูชาวบ้านทุกคนเก็บชาอย่างมีความสุข เก็บเต็มตะกร้าแล้วก็เดินไปไว้ทีโรงงานจากนั้นก็เดินลงมาเก็บใหม่ วนซ้ำไปมาแบบนี้ร่ำไป

     

     

    เราจะได้เห็นคนเก็บชาทุกเพศ ทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ช่วยกันอย่างแข็งขัน ถ้าเป็นวัยหนุ่มสาวก็แต่งตัวมาแบบใส่เสื้อผ้าปกติ

     

    ถ้ามีอายุหน่อยฉันสังเกตว่ายังคงแต่งตัวโดยใช้เครื่องแต่งกายของชาวดอยดั้งเดิม

     

     

    ที่ไร่ชามีเด็กน้อยชาวเขาวิ่งเล่นไปมา ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างมีความสุข เป็นเด็กนี่ก็ดีไปอีกแบบ เล่นสนุก ไปวันๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากเหมือนผู้ใหญ่อย่างเรา

     

    DEW_8715

     

    ที่ไร่ชา 101 ก็มีสาธิตการชงชาและดื่มชาที่ถูกต้อง เปิดให้ชิมกันฟรีๆ จริงแล้วถ้าใครเคยมาดอยแม่สลองจะรู้ว่าร้านค้า ร้านอาหาร มีชาให้ลูกค้าชิม และดื่มฟรี เกือบทุกร้าน ชอบกลิ่นและรสชาติของชาพันธุ์ไหนก็เลือกซื้อกลับบ้านได้

     

     

    ได้เวลาไปต่อเที่ยงกว่าแล้วค่ะ เข้าไปเช็คอินยังที่พัก ที่พักบนดอยแม่สลองก็มีหลายแห่งให้เลือก ตามแบบที่ชอบถ้าชอบความสะดวกเน้นอยู่ใจกลางชุมชนก็ต้อง คุ้มนายพล แม่สลองลิตเติ้ลโฮม โรงแรมแสงอรุณ หอมหมื่นลี้ แม่สลองวิลล่า และยังมีอีกหลายที่  แต่ถ้าเน้นวิวสวยก็ต้อง ดอยหมอกดอกไม้รีสอร์ท และแม่สลองเมาท์เท่าโฮม ซึ่งฉันเลือกพักที่นี่  จะอยู่ในเส้นทางเดียวกับดอยหมอกดอกไม้รีสอร์ท แต่ต้องเข้าไปข้างในอีกประมาณ 2 กิโลกว่า เส้นทางและถนนช่วงสุดท้ายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งมาหน้าฝนถ้ามารถตู้หรือเก๋งค่อนข้างลำบาก พวกฉันไปรถตู้กว่าจะเข้าออกรีสอร์ทได้แต่ละทีก็ลำบากพอสมควร แต่เพื่อแลกกับวิวที่สวยงามของที่นี่ก็ต้องยอม มีทางเข้าสองทาง ขาไปเข้าทางไร่ชาวังพุฒตาล ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักเส้นทางนี้แสนจะขรุขระ ไร่ชาวังพุฒตาล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุด ฟ้ากำลังสวยเลยทีเดียว

     

    DSC_6113

    DSC_6112

     

    หลังจากความพยายามของรถตู้ที่ค่อยกระดึ๊บมาเรื่อยๆ ในที่สุดก็มาถึง แม่สลองเมาท์เท่นโฮม จนได้ เช็คอินเก็บของเข้าสู่ที่พัก ทุกหลังจะมีระเบียงออกไปชมวิวได้ ฉันจองไว้ คือ แบบซุพีเรียนอนได้ 2 คน 3 หลัง และแบบดีลักซ์ ห้องใหญ่ นอนได้ 4 คน 1 หลัง ที่พักที่มาในหน้าฝนราคาลดลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ตอนแรกแปลกใจอาจจะเป็นช่วงฝนเลยต้องลดราคา  แต่หลังฉันพิจารณาจากเส้นทางเข้าที่พักแล้วก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ต้องลดเพราะหน้าฝนทางเข้าค่อนข้างลำบาก

     

    DEW_8775

     

    ภายในห้องพักตกแต่งแบบเรียบง่าย น่ารักดีค่ะ เป็นห้องพัดลมทั้งหมดไม่ต้องอาศัยแอร์เพราะอากาศที่นี่เย็นมากไม่ต้องเปิดพัดลมก็เย็นแล้วค่ะ มีทีวีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ มีบริการ wifi แต่ต้องไปใช้ที่ล๊อบบี้ทานอาหาร

     

    DEW_8745

    DEW_8747

     

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่พักเรียบร้อย เดินออกมาชมวิวรอบที่พักซักหน่อย เห็นวิวแล้วก็พอหายเหนื่อยได้บ้าง

     

    DEW_8769

    DEW_8757

    DEW_8755

     

    บ่ายสามโมงกว่า พวกเรานัดกันไปยังจุดหมายต่อไปนั่นคือ ขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกบนยอดพระธาตุสันติ ฯ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของดอยแม่สลอง ขาออกจากที่พักออกอีกทางหนึ่ง ผ่านวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

     

    DSC_6123

     

    รถตู้มาส่งพวกเราแค่ตรงลานบาสใกล้วัดสันติคีรี จริงแล้วมีทางรถขึ้นไปพระธาตุค่ะ แต่เนื่องจากได้ยินว่าทางค่อนช้างชัน ถ้าไม่ชำนาญทางรถตู้อย่างเสี่ยงขึ้นไปดีกว่า เลยตัดสินใจเดินขึ้นบันไดจำนวน 716 ขั้น ทำเอาเหนื่อยหอบ สมาชิกในทริปบางคนไม่ไหวขึ้นมาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็ถอนตัวเดินลง ฉันเองก็เกือบจะถอดใจเดินลงแล้ว แต่เนื่องจากยุงที่รุมกัด+ฝนที่เริ่มตกลงมา เดินมาก็ครึ่งทางแล้วให้ลงคงไม่ใช่ เลยต้องฝืนใจรีบเดินหนียุงและฝนขึ้นไปให้ถึงโดยเร็ว ณ จุดนี้หากใครอยากเดินขึ้นด้วยสองเท้าของตัวเองควรเตรียมน้ำและทายากันยุงมาให้พร้อมค่ะหน้าฝนยุงชุมน่าดูเลย ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าก็มาถึงยอดพระธาตุฯจนได้

     

    DSC_6133

    DEW_8794

     

    มาถึงปุ๊บฝนก็เริ่มตกลงมาอยางหนัก  ทุกคนอยู่ในภาพเปียกปอนแต่นั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคในการถ่ายภาพ และยิ่งตื่นเต้นเมื่อฝนหยุดได้มีโอกาสเห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านภูเขา บรรยากาศจริงสวยกว่านี้มากแต่ฉันสามารถเก็บภาพมาได้เพียงเท่านี้

     

     

    การมองรุ้งกินน้ำจากจุดสูงสุดของดอยแม่สลองมันสวยแบบนี้นี่เอง

     

     

    เช้าวันใหม่วิวจากระเบียงหน้าที่พัก ทำฉันแทบกรี๊ดหมอกฝนลอยละล่องมาให้เห็นตลอดสดชื่นมาก

     

    DEW_8874

     

    DEW_8839

     

    ออกมาเดินเล่นชมวิว ณ จุดเดิมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด

     

    DEW_8897

    DEW_8865

     

    ทะเลหมอกไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล ที่พักของเราก็มีให้เห็นรอบทิศ

     

    DEW_8914

    DEW_8917

     

    นั่งชมวิวจิบกาแฟอุ่นๆ เป็นอะไรที่สุดยอดมาก

     

    DEW_8859

     

    เช้าวันนี้ตั้งใจจะขึ้นไปบนยอดพระธาตุอีกรอบเผื่อฟลุคว่าจะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ในยามเช้า แต่การขึ้นไปครั้งนี้คงไม่ไหวเดินแล้วค่ะ ได้ว่าจ้างรถกระบะของชาวบ้าน เมื่อวานเย็นฉันนั่งรถผ่านหน้าบ้านเห็นรถกระบะจอดอยู่ เลยลงไปถามขอความช่วยเหลือให้ช่วยพาไปหน่อยอยากขึ้นไปตอนเช้าอีกรอบมาก แต่ไม่กล้าเอารถตู้ขึ้นไปเพราะแค่ออกจากรีสอร์ก็ลำบากจะแย่ พี่ช่วยหนูหน่อย พี่เค้าชื่อ พี่อาเซิง ค่ะ จริงแล้วแกมีธุรกิจไร่ชาและส่งผัก ไม่ได้รับขับรถพาเที่ยวแต่ก็คงสงสาร ใจดีตอบตกลงช่วยเหลือทันทีแต่บอกว่ามารับได้ เจ็ดโมงเช้า เพราะต้องไปส่งผักที่ตลาดตอนเช้าก่อน ฉันให้คิดค่ารถพี่เค้าคิดแค่ 600 บาทเท่านั้น แต่ตอยหลังพี่เค้าพาไปหลายจุดมากเลยให้เพิ่ม 1000 บาท ตอบแทนในความมีน้ำใจของพี่เค้าด้วย จุดหมายแรกพาพวกฉันขึ้นไปยังจุดชมวิวบนพระธาตุในยามเช้าอีกครั้ง เส้นทางถนนขึ้นพระธาตุเป็นเส้นทางราดยางอย่างดี ชันแค่ช่วงสุดท้ายแต่ไม่เท่าดอยอ่างข่างแน่นอน เห็นรถเก๋ง รถอีโค่คาร์ ขึ้นไปหลายคัน หลังจากที่ดูเส้นทางและสภาพถนนแล้ว รถตู้ขึ้นได้ค่ะ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความกล้าของคนขับมากกว่า แต่ด้วยฉันเองก็ไม่อยากเสี่ยงเลยอาศัยรถชาวบ้านน่าจะปลอดภัยกว่า

     

    DEW_8935

    DEW_8930

     

    มาถึงยอดพระธาตุฯฝนตกอีกแล้ว หมอกฟุ้งมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ถึงอย่างไรฉันก็รู้สึกดีใจที่ได้ขึ้นมาอีกครั้ง

     

    DEW_8938

     

    ลงมาจากยอดพระธาตุตรงก็จะเจอชุมชนและร้านขายของ ขายชา เรียงรายกันหลายร้าน ทุกร้านชิมฟรีค่ะ

     

    DEW_8973

     

    ปฎิบัติการชิมชาก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว ชิมไปชิมมาเลยเสียเงินซื้อกันไปหลายบาททีเดียว โดยเฉพาะชายอดน้ำค้าง กลิ่นช่างหอมเย้ายวนใจ ซื้อกลับมากันทุกคน

     

     

    จากนั้นพี่อาเชิงใจดีบอกว่าจะพาพวกเราไปสุสานนายพลต้วน ฉันดีใจมาก เพราะเป็นที่เดียวบนดอยแม่สลองที่ฉันมากี่ครั้งก็ไม่มีโอกาสได้แวะไปซักที ครั้งนี้สมใจแล้ว เส้นทางไปยังสุสานนายพลต้วนเข้าทางคุ้มนายพลรีสอร์ทค่ะ จะมีทางขึ้นไปไม้ไกลมีป้ายบอกด้านหน้า

     

    DEW_8998

     

    สุสานนายพลต้วน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานทหารจีนคณะชาติ ได้ทราบความเป็นมา ความสำคัญและระลึกความดีของนายพลต้วนบุคคลสำคัญของดอยแม่สล นายพลต้วน มีชื่อไทยว่า นายชีวัน คำลือ ด้านหน้าเป็นลาดเนิน มีตัวอักษร “ต้วน” ภาษาจีน สีทองบนพื้นสีฟ้า
    สำหรับที่ตั้งของสุสานนายพลต้วนนั้นตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ดีมาก อยู่บนเนินที่ระดับความสูงประมาณ 1,300 เมตร เมื่อยืนจุดนั้นจะมองเห็นทิวทัศน์หมู่บ้านได้อย่างชัดเจน ที่ตรงนี้นายพลต้วนเป็นผู้เลือกไว้เองสมัยยังมีชีวิตอยู่ ฉันเคยอ่านคำพูดของนายพลต้วน จำได้ลางๆว่าท่านเคยกล่าวไว้ว่าเหตุที่เลือกทำเลตรงนี้เพราะหุบเขาที่ตั้งสุสานมีลักษณะเหมือนโอบล้อมหมู่บ้านสันติคีรีไว้ถึงแม้ในวันหนึ่งไม่อยู่ในโลกนี้แล้วที่ตรงนี้ก็เปรียบเสมือนแขนและแผ่นหลังของท่านที่คอยปกป้อง ดูแลลูกหลานและชาวบ้านในหมู่บ้านให้มีแต่ความปลอดภัยตลอดไป

     

    ภายในศาลาเก๋งจีนมีแท่นหินอ่อนบรรจุร่างนายพลต้วน ด้านหลัง มีภาพถ่ายเก่าแก่ เกี่ยวกับประวัติ และผลงาน ของท่าน

     

     

    จากสุสานนายพลต้วนนั่งรถผ่านชุมชนชาวจีนฮ่อของหมู่บ้านสันติคีรี ความหมายของหมูบ้านนี้  คือ  หมู่บ้านอันเป็นดินแดนแห่งขุนเขาที่สงบสุข

     

     

    นั่งรถมองวิวที่เขียวขจีด้วยไร่ชาก็รู้สึกได้ถึงความหมายของหมู่บ้านนี้จริง เพราะฉันรู้สึกว่าเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่มีแต่ความสุข อากาศบริสุทธิ์ สดชื่นมาก

     

     

    นั่งรถมาระหว่างทางเห็นทะเลหมอกคลอเคลียอยู่ตามไล่เขาเป็นวิวที่สวยมาก บอกให้พี่อาเซิงจอดให้ลงไปถ่ายรูป โลเคชั่นตั้งอยู่ริมทางเลยจากหอมหมื่นลี้ รีสอร์ทเล็กน้อย เดินถ่ายรูปไปเรื่อยจะมีทางเข้าๆให้เดินเข้าไปชมวิว มีที่นั่งให้พร้อมถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งของดอยแม่สลองก็ว่าได้ เห็นภูเขา หมู่บ้านสันติคีรี รวมถึงยอดพระธาตุอยู่ไกลๆ

     

     

    มองตรงไปก็จะเป็นวิวของไร่ชาที่ปลูกเรียงรายกันเป็นขั้นบันได

     

     

    มองไปด้านขวาเห็นไร่ชาวังพุฒตาลอยู่ไม่ไกล

     

     

    มีที่นั่งให้ชมวิวเพลินๆ

     

     

    การเดินทางบางครั้งคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ความสุขที่เกิดขึ้นร่วมกันของเพื่อนร่วมทาง” ความสุขนี้เกิดขึ้นที่ จุดชมวิวในยามเช้า ของดอยแม่สลอง

     

    DEW_9103

     

    ระหว่างเข้าที่พักก็แวะมาที่ไร่ชาวังพุฒตาลอีกรอบ เพราะพี่อาเซิงบอกว่าวิวข้างหลังสวยมากลองไปดูสิ ลืมบอกไปว่าพี่อาเซิงบอกว่าหากใครมาเที่ยวดอยแม่สลองแล้วไม่มีรถก็สามารถติดต่อใช้รถนำเที่ยวได้แกยินดีมากค่ะ ส่วนราคาแล้วแต่ตกลงกันค่ะ เบอร์โทรพี่อาเซิง 086 959 0988

     

     

    และก็สวยสมตามที่บอก หมอกค่อยๆลอยผ่านหมู่บ้านสันติคีรีที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาไปอย่างช้าๆ

     

    DEW_9166

     

    อำลาความเขียวสดชื่นของดอยแม่สลองในหน้าฝนด้วยภาพนี้ค่ะ เป็นอีกหนึ่งความรู้สึกที่ดีของการท่องเที่ยวที่ได้รับความสดชื่นไปเต็มๆ ลองเปลี่ยนฤดูท่องเที่ยวในแบบเดิมบ้างอาจทำให้คุณเห็นความงามของธรรมชาติในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยเห็น ซึ่งในมุมนั้นก็สวยงามไม่แพ้กันค่ะ

    ข้อมูลดอยแม่สลองอย่างละเอียด  http://paiduaykan.com/76_province/north/chiangrai/doimaeslong.html

     

    Tags : , , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    2 Responses to “เยือนถิ่นชา สัมผัสหมอก เที่ยวดอยแม่สลองหน้าฝน”

    1. ชอบๆๆ เพลิดเพลินกับรูปถ่าย และการบรรยายมากๆ ขอบคุณผู้ถ่ายทอดค่ะ

    2. ขอบคุณมากครับ กำลังวางแผนจะไปอยู่เลย

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน