• หมอกขาว ป่าเขียว เขาค้อ ภูหินร่องกล้า

    1 cover-เขาค้อ

     

    ป่าเขียว…ที่ภูหินร่องกล้า

    จากรีวิวเที่ยวภูทับเบิกตอนที่แล้ว ตามลิงค์นี้คลิ๊ก  เที่ยวภูทับเบิก   ในช่วงเที่ยงเรามุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เพื่อไปสัมผัสความงามและความเขียวขจีและดอกไม้ป่าซึ่งจะผลิดอกในช่วงเดือนสิงหาคม  จากภูทับเบิกใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า เราก็มาถึงจุดเดินเท้าไปยังลานหินปุ่มไปกลับประมาณ 2 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เดินเป็นเส้นทางวงกลม  ซึ่งในเวลานี้ตลอดข้างทางที่เราเดินผ่านชุ่มชื่นด้วยความเขียวต้นไม้ ใบหญ้า ที่เราจะได้พบเห็นแบบเต็มอิ่มในช่วงฤดูฝนเท่านั้น

     

    1 DEW_0789

    2 DEW_0785

     

    มอส เฟริน  ขึ้นปกคลุมตามลานหิน กลายเป็นศิลปะทางธรรมชาติที่งดงามและดูแปลกตาในแบบที่อาจไม่ได้พบเห็นเมื่อมาเที่ยวที่นี่ในฤดูอื่น

     

    3 DEW_0843

    2 DEW_0798

    4 DEW_0825

     

    ดอกเปราะภูสีขาว นางเอกแห่งภูหินร่องกล้า  ที่เราสามารถพบเห็นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม  แต่เนื่องจากเรามาในช่วงปลายเดือนแล้ว ดอกไม้ก็เริ่มน้อยลงไป

     

    5 DEW_0805

    6 DEW_0816

     

    อีกหนึ่งดอกไม้เด่น ก็คือ ดอกเอนอ้าสีชมพู  ซึ่งปีนี้บานเยอะมาก เป็นดอกไม้ที่เราจะสามารถพบเห็นได้ในบริเวณพื้นที่ชื้นแฉะบนลานหิน ดอกเอนอ้ามีให้ชมตลอดทาง เรียกได้ว่าถ่ายรูปเพลิดเพลินกันไป

     

    7 DEW_0837

    8 DEW_0827

     

    นอกจากดอกไม้ป่าแล้ว ยังได้พบเห็นกับหินใหญ่รูปร่างแปลกตา ซึ่งในช่วงฤดูฝนก้อนหินก็จะถูกปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้ป่า มอส เฟริน เช่นกัน

     

    DEW_0851

    DEW_0859

    DEW_0874

     

    บรรยากาศของป่าสองข้างทาง อากาศในเวลานี้เย็นสบายๆ

     

    DEW_0890

    DEW_0908

    DEW_0917

     

    เห็ดป่าก็มีให้ชม

     

    DEW_0904

    DEW_0924

     

    เมื่อใกล้ถึงลานหินปุ่ม เราก็จะเริ่มเห็นก้อนหินปุ่ม  ซึ่งมีลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติเช่นกัน

     

    DEW_0941

    DEW_0943

    DEW_0952

     

    เป็นภาพที่มองแล้วสดชื่นสบายตา

     

    DEW_0956

    DEW_0960

     

    เดินมาอีกนิด ก็มาถึงลานหินปุ่ม ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ที่เดินมาซึ่งใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ผ่านป่าดง พงหญ้า  เราก็กลายเป็นผู้พิชิตลานหินปุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    DEW_0991

    DEW_1002

     

    จากนั้นเราก็เดินไปยังผาชูธงต่อ ระยะทางจากลานหินปุ่มไปประมาณ 500 เมตร  ระหว่างทางเดินก็จะได้พบเห็นกับดงดอกไม้ป่าสีขาว กลีบดอกห้อยยาวระย้า  ชื่อว่า  ตาเหินไหว  ชื่อแปลกดี

     

    DEW_1008

    DEW_1009

     

    ดอกไม้ชนิดนี้ขาว มีลักษณะคล้ายกับดอกเข็ม มาครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน มาครั้งนี้ก็เจออีก

     

    DEW_1019
    จุดไฮไลต์สุดท้ายของเรา ผาชูธง จากนั้นเราก็เดินกลับไปยังลานจอดรถ เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป นั่นก็คือ เขาค้อ

     

    DEW_1021

     

    หมอกขาว…ที่เขาค้อ

    เขาค้อ มีทะเลหมอกให้ชมหลายจุด แล้วแต่ว่าเราจะเลือกไปไปตรงไหน   1 เช้า ที่ต้องเลือกของเราตอน คือ ตั้งใจจะไปดูหมอกที่ร้านกาแฟพีโนลาเต้ ซึ่งเห็นวิวพระธาตุผาซ่อนแก้ว แต่เมื่อผ่านไปปรากฏว่าไม่มีหมอกมาให้เห็น เลยกลับมายังที่พักของเราที่ บิ๊กคอฟฟี่  รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ข้างไปรษณีย์เขาค้อ จุดชมทะเลหมอกชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง จากบรรยากาศในช่วงแรกที่หมอกลอยฟุ้งเริ่มจะหมดหวังว่าคงไม่ได้เจอแล้วซินะ และไม่คิดจะไปยังจุดชมทะเลหมอกอื่นต่อๆ เพราะคิดว่าสภาพอากาศตงคล้ายหมดทุกแห่ง   แต่เพียงเสี้ยวเวลาผ่านไปประมาณ 8 โมงกว่า  ระหว่างที่เรานั่งถ่ายรูปตัวเองกันเล่น หมอกฟุ้งก็เริ่มหาย กลายเป็นสายหมอกบางคลอเคลียอยู่ตรงไหล่เขามาแทนที ถึงแม้อาจไม่ยังไม่ใช่หมอกหนาแบบที่เราอยากเห็น แต่ได้เห็นเพียงแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วละ

     

     

    DEW_1043

    DEW_1036

    DEW_1024

    DEW_1035

     

    อากาศเริ่มโปร่งขึ้น มุมมองของสายหมอกจากระเบียงทานอาหารเช้า

     

    DEW_1044

    DEW_1053

    DEW_1055

     

    ” เดินไปดูหมอกที่ไปรษณีย์เขาค้อกัน”   เราบอกเพื่อนร่วมทางให้รีบเดินไปดูหมอกอีกจุดหนึ่งของเขาค้อ เพราะสภาพอากาศเริ่มปลอดโปร่งแล้ว  ณ จุดชมวิวตรงนี้ก็มีสายหมอกบางลอยมาตลอด  อากาศก็เย็นสบายไม่หนาวจนเกินไป

     

    DEW_1061

    DEW_1062

    DEW_1064

     

    จุดชมวิวทะเลหมอกไปรษณีย์เขาค้อ ถือว่าเป็นจุดกางเต้นท์ชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง ตื่นมาปุ๊บก็เห็นหมอกลอยอยู่ตรงหน้า  แต่ถ้ามากางเต้นท์หน้าฝนก้ต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมนิดนึงกับลมแรงและฝนที่อาจจะพัดมาแบบไม่ทันตั้งตัว

     

    DEW_1071

    DEW_1077

     

    เก็บภาพความทรงจำก่อนเดินกลับไปยังที่พักเพื่อไปรับประทานอาหารเช้า

     

    DEW_1081

    DEW_1105

     

    ระเบียงของห้อง VIP  ของบิ๊กคอฟฟี้ รีสอร์ท  ซึ่งเป็นระเบียงรวมของห้อง VIP  3 ห้อง  คือ 1 2 3  เราพักห้อง vip 2  เช้าๆ มานั่งชมวิวตรงจุดนี้ฟินมาก แต่บรรยากาศในห้องพักไม่ได้ถ่ายมาฝากกัน เพราะมาถึงในเวลาค่ำแล้ว แอบหมดแรงจากการเดินทางมาทั้งวัน  แต่สามารถเข้าไปชมภาพในเฟสบุคของบิ๊กคอฟฟี่ตามลิงค์นี้  https://www.facebook.com/BIGCOFFEEKHAOKHO  ราคาปกติของห้อง VIP ในช่วงโลว์ซีซั่น คือ 2500 แต่ทางรีสอร์ทลดให้เหลือแค่ 2000 บาท พร้อมอาหารเช้า สภาพห้องข้องในโอเค  มีระเบียงพักผ่อนส่วนตัว  ใกล้กับจุดชมวิวทะเลหมอกของเขาค้อ ในราคานี้ถือว่า คุ้มค่า

     

    DEW_1109

    DEW_1110

     

    ด้านหน้า มีประภาคารสีเขียวทรงสูงโดดเด่น มีร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก สีสันสดใส สะดุดตา

     

    DEW_1112

    DEW_1115

     

    เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพ ระหว่างทางก็แวะไปชมบรรยกาศของร้านกาแฟที่ฮอตที่สุดในเวลานี้  พีโน่ลาเต้  เห็นวิวของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว  สำหรับรีวิวฉบับเต็มคลิ๊กชมได้ที่  http://www.paiduaykan.com/travel/pinolatte 

     

    DEW_1116

     

    DEW_1122

    DEW_1118

    DEW_1129

     

    จากนั้นเราก็แวะไปที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เพื่อไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารที่วิวสวยอีกแห่งหนึ่ง  ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดเลยคะ

     

    DEW_1142

    DEW_1146

    DEW_1153

    DEW_1154

     

    มองไปก็เห็นวิวภูเขาแบบนี้

     

    DEW_1158

     

    สำหรับอาหารก็เป็นอาหารตามสั่งมีให้เลือกหลายเมนู  มีส้มตำ ลาบ น้ำตก คอหมูย่าง ส่วนรสชาติอาหารต้องบอกกันตามตรงว่าไม่ผ่านเท่าไหร่  ที่สั่งมาทั้งหมดมีอร่อยอยู่อย่างเดียว คือ ผัดยอดฟักแม้ว   เน้นวิวสั่งกาแฟมานั่งจิบเพลินๆน่าจะเข้าท่ากว่าคะ

     

    DEW_1166

     

    เดินเข้าไปชมพระพุทธเข้า 5 องค์ ซักหน่อย ตอนนี้สร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

     

    DEW_1137

     

    ฤดูฝนซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่กับเราอีกหลายเดือน ลองมาเดินเที่ยวป่าชมความเขียวขจี  ชมหมอก สูดอากาศบริสุทธิ์สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนกับธรรมชาติ แถมด้วยความชิคเก๋  ของวิวภูเขา  ภูหินร่องกล้าและเขาค้อ ก็แพคกระเป๋ามาเที่ยวมากในช่วงกรีนซีซั่นแบบนี้

    Tags : , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน