• เกาะเหลาเหลียง ไม่ไปไม่ได้แล้ว

    เกาะเหลาเหลียง อีกหนึ่งเกาะสวยแห่งทะเลตรัง ได้ยินชื่อเสียงของความสวยงามมานาน ภาพติดตา คือภูเขาหินปูนสองลูกที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางน้ำทะเลสีเขียวฟ้า เป็นเกาะที่เรียกว่าค่อนข้างเป็นส่วนตัวมาก เพราะทางอุทยานแห่งชาติได้ให้สัมปทานแก่เอกชนเพียงเจ้าเดียวในการดูแลเรื่องท่องเที่ยวบนเกาะทำให้สามารถจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะได้ จึงทำให้เกาะเหลาเหลียงยังคงมีบรรยากาศสงบและธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่มีไลฟ์สไตล์คือ ต้องการหามุมสงบพักผ่อน นั่งชมวิวทะเล ทำกิจกรรม หรืออ่านหนังสือเงียบๆ  ทันทีที่เราก้าวขาลงไปเหยียบหาดทรายที่แสนจะนุ่มเท้าบนเกาะเหลาเหลียง ความสุข สงบ จึงบังเกิดขึ้นเพราะเราจะได้อยู่กับความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

     

    1 cover

     

    สำหรับวิธีการมาเที่ยว เกาะเหลาเหลียง คือ ซื้อแพคเกจกับทางที่พักโดยตรงซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน  สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและราคาของแพคเกจได้ที่ http://goo.gl/forms/7S7igj0b0N  สำหรับเราเลือกแพคเกจแบบ 2 วัน 1 คืน เริ่มต้นของการเดินทางคือ ประมาณ 9.30-10.30  น. รถจะเริ่มมารับลูกค้าในตัวเมืองตรังตามจุดนัดหมายต่างๆ เพื่อไปยังท่าเรือ สำหรับเราเดินทางโดยเครื่องบินก็รอรถมารับที่สนามบินจะมาถึงกี่โมงก็แจ้งทางที่พักไว้ จากนั้นประมาณ 11.30 น. ก็ไปขึ้นเรือซึ่งเป็นท่าเรือส่วนตัวของที่พักเพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะเหลาเหลียง

     

    2 DSC_8944

    3 DSC_8942

     

    ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาถึงเกาะเหลาเหลียงวันที่เดินทางคลื่นค่อนข้างแรงเล็กน้อย แต่ถึงแม้คลื่นจะแรงแค่ไหนเราก็ยังสามารมองเห็นความใสของน้ำทะเลได้อยู่ดีค่ะ เกาะเหลาเหลียงตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา แบ่งเป็น 2 เกาะ คือ เกาะเหลาเหลียงพี่ และเกาะเหลาเหลียงน้องซึ่งอยู่ใกล้กัน   เกาะที่เราขึ้นมาตอนนี้ คือ เกาะเหลาเหลียงน้อง ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พัก ส่วนเกาะเหลียงพี่เป็นเกาะสัมปทานรังนกไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักบนเกาะแต่สามารถขึ้นไปเที่ยวได้  เกาะเหลาเหลียงก็มีฤดูกาลท่องเที่ยวเหมือนกับทะเลอันดามันอื่น คือ เปิดให้เที่ยวได้ประมาณกลางเดือนต.ค. – พ.ค. และพอถึงช่วงฤดูมรสุมในช่วงเดือนมิ.ย.-ต.ค ก็จะปิดให้บริการ

     

    5 DEW_7732

    6 DEW_7796

     

    ขึ้นเกาะปุ๊บ ก็มี Welcome drink น้ำส้มเย็นๆ จากน้องพนักงานมาเสริฟ์ให้ดื่มดับกระหายชื่นใจมาก

     

    7 DSC_8727

     

    ที่พักบนเกาะเหลาเหลียงจะเป็นรูปแบบเต้นท์เท่านั้นไม่มีบ้านพัก สอบถามทางที่พักบอกว่าทางอุทยานฯอนุญาติให้สร้างได้แค่เต้นท์ค่ะ และมีห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมซึ่งอยู่ด้านหลัง เต้นท์ก็มีหลายแบบทั้งแบบพักได้ 2 คน และ 3 คน เต้นท์ของที่นี่จะใหญ่มีลักษณะเหมือนเต้นท์บ้าน ข้างในมีที่นอนพัดลมให้พร้อม ไม่มีแอร์  เพราะเค้าปั่นไฟใช้เอง ไฟฟ้าใช้ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 – 09.00 น.  แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะร้อนเพราะมีลมทะเลพัดตลอดและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ อากาศเย็นสบาย กลางคืนต้องนอนห่มผ้าเลยทีเดียว ตอนแรกก็กังวลกับการนอนเต้นท์ที่ทะเล ยังคิดว่าจะไหวมั้ย ร้อนแน่ และคงไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นแบบที่คิดค่ะ  เพราะเต้นท์เค้าใหม่และสะอาด ส่วนที่นอนที่ปูให้ก็นอนสบายกว่าที่นอนในรีสอร์ทบางแห่งเสียอีก  ส่วนห้องน้ำที่หลายคนอาจกังวลว่าเป็นห้องน้ำรวมแล้วอยู่บนเกาะจะสะอาดมั้ย เลิกกังวลไปได้เลยเพราะห้องน้ำก็ดีและสะอาดเช่นกัน แยกชายหญิง และมีหลายห้องให้ใช้โดยแยกห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้ ส่วนสัญญาณโทรศัพท์มีหมดทุกค่ายแต่ที่ใช้ได้ดีก็คงเป็น AIS

     

    8 DSC_8733

    9 DSC_8743 10 DSC_8745

    11 DSC_8735

    13 DSC_8937

     

    บรรยากาศบนเกาะเหลาเหลียงน้องมีที่นั่งพักผ่อนหลายจุด พูดเลยว่าชิวมาก เกาะเหลาเหลียงน้องมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงกว่าร้อยเมตรโดยรอบ ซึ่งเหมาะสำหรับกีฬาปีนหน้าผาและเป็นกำบังภัยธรรมชาติอย่างดี มีหาดทรายขาวสะอาดและน้ำทะเลใสบริสุทธิ์ รวมไปถึงแนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์ทอดตัวอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ที่เหลาเหลียงน้องนั้น ใต้น้ำเต็มไปด้วยดอกไม้ทะเลและฝูงปลาการ์ตูนหลากพันธ์และปลาสวยงามอื่นๆ มีปะการังอ่อนเจ็ดสีที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง

     

    14 DEW_7792

    12 DEW_7834

    15 DSC_8760

     

    บนเกาะมีอะไรขายมั้ย  จะมีแค่เครื่องดื่มเย็นๆ อย่างพวกน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขายตรงซุ้มนี้ค่ะ และไม่อนุญาติให้นำเครื่องดื่มขึ้นมาบนเกาะถ้านำขึ้นมาจะมีการคิดเงินเพิ่ม

     

    14 DSC_8759

     

    มีเรือคายัคให้บริการ ซึ่งคิดค่าใช้บริการแต่ตอนนี้คลื่นค่อนข้างแรงเลยยังไม่เหมาะกับการพายคายัคเท่าไหร่

     

    15 DEW_7739

    16 DEW_7748

     

    เดินเล่นถ่ายภาพบนเกาะ  เงียบสงบ ผ่อนคลายมาก

     

    17 DEW_7758

    18DEW_7784

     

    อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบบนเกาะเหลาเหลียง  คือ นักท่องเที่ยวแต่ละคนจะอยู่กันแบบเงียบมาก ทำกิจกรรมนู้นนี้ส่วนตัวไป ไม่มีแบบที่มานั่งกินเหล้าเมา ส่งเสียงดัง ให้รำคาญใจ  คือ สถานที่ช่วยคัดกรองคนได้อย่างนึงเลยเพราะบนเกาะนี้ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอะไร และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ขึ้นมาบนเกาะ  ไม่มีทีวี แอร์  ตู้เย็น เหมือนรีสอร์ทหรู  มีแค่ธรรมชาติที่สวยงามเป็นเพื่อน เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ต้องเป็นเฉพาะกลุ่มที่รักธรรมชาติและสามารถอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้ โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าจะลำบากอะไร ในทางกลับกันชอบด้วยซ้ำไป สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายเราได้รับทุกวันอยู่แล้ว แต่ธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติจริงๆ เราคงไม่สามารถพบเห็นได้ทุกวันเป็นแน่ รักจะเที่ยวอยากเห็นสิ่งสวยงามและแตกต่างต้องมองข้ามสิ่งพวกนี้ไป สังเกตได้เลยว่าที่เที่ยวที่ไหนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความเจริญเริ่มเข้ามาเยอะ ความสวยงามก็จะเริ่มลดลงไปตามลำดับจนแทบไม่เหลือความสวยให้ได้เห็นกันแล้ว

     

    20DEW_7814

     

    ประมาณบ่ายสามโมงกว่าก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมบนเกาะเหลาเหลียง คือ ปีนหน้าผา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับขาลุยและชอบปีนป่าย กิจกรรมนี้แลดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาก แม้แต่เด็กฝรั่งก็ยังเห็นมาปีนกันได้แบบฉลุยขึ้นลงกันรวดเร็วมากผู้ใหญ่อย่างเราเห็นแล้วอายไปเลย

     

    22 DSC_8770

    23 DSC_8778

     

    มาถึงเวลาเย็นน้ำทะเลก็เริ่มลดลง ทำให้เรามองเห็นปะการังที่อยู่ด้านหน้าหาดได้ชัดเจนมาก ตรงจุดนี้เวลาน้ำขึ้นเป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดีมากอีกจุดหนึ่ง วันไหนที่น้ำทะเลนิ่งสงบเราจะได้เห็นปลานีโมหลายตัวทีเดียว รวมถึงปลาสวยสวยงาม ด้วย เห็นปะการังเยอะขนาดนี้ก็อนุมานได้ว่าน่าจะเป็นแหล่งหาอาหารชั้นดีของน้องปลาต่างๆ

     

    24 DEW_7887

    25 DEW_7869

     

    ที่เห็นอยู่ไกลๆ นั่นคือ เกาะเภตรา

     

    26 DEW_7891

     

    ปกติพื้นที่ตรงนี้ตอนน้ำทะเลขึ้นเราไม่สามารถเดินได้ค่ะ แต่เมื่อน้ำลดเราสามารถเดินไปจนสุดปลายเกาะอีกฝั่ง เพื่อไปชมหินงอกหินย้อยของถ้ำและปฎิมากรรมหินอันสวยงามของภูเขาหินปูน

     

    26 DEW_7897

    27 DEW_7907

     

    อิ่มอร่อยกับอาหารมื้อค่ำ  มีซีฟู๊ดปลาหมึกและกุ้งซึ่งอันนี้จะไม่ได้รวมอยู่ในแพคเกจค่ะต้องสั่งเพิ่มต่างหาก อาหารบนเกาะส่วนใหญ่จะทำรสชาติให้ฝรั่งสามารถทานได้ รสชาติอาหารจะไปทางหวานซักหน่อยรวมถึงน้ำจิ้มซีฟู๊ดด้วย ใครชอบแซ่บ เปรี้ยวๆ ก็พกน้ำจิ้มซีฟู้ดติดตัวมาด้วยก็ได้ค่ะ

     

    30 DSC_8837

    31 DSC_8833

     

    เวลาแค่สองทุ่มกว่าแต่ดวงดาวก็มีให้เห็นเต็มฟ้า  ที่ไหนที่เราสามารถเห็นดาวได้ชัดเจนแบบนี้แสดงว่าที่นั้นยังมีความเป็นธรรมชาติสูงยังไม่มีแสงไฟจากสิ่งก่อสร้างใดๆ มารบกวน ตามคำกล่าวที่ว่า ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว เป็นบรรยากาศริมทะเลที่โรแมนติกสุดๆ ไปเลย

     

    33 DSC_8858

     

    กลางคืนดูดาว เช้ามาก็ชมพระอาทิตย์ขึ้นดวงโตหน้าหาด เช้าวันนี้คลื่นลมสงบนิ่งมาก ลมเย็นของทะเลพัดมาเบาๆ ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์เดินเล่นชมหาด บรรยากาศแบบนี้เป็นนิมิตหมายอันดีว่า วันนี้เราจะได้ไปเกาะเหลาเหลียงพี่ตามโปรแกรมที่วางไว้ แอบดีใจเล็กน้อย ช่วงเช้าน้ำยังลงอยู่ค่ะ เราเลยเดินไปชมบรรยากาศยามเช้าตรงหินงอกหินย้อยที่เดิม

     

    34 DEW_7931

    35 DSC_8865

    36 DSC_8875

     

    เช้านี้ไม่ได้เดินชมวิวอยู่คนเดียว แต่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกคนตื่นมาชมวิวเป็นเพื่อนด้วย ยิ้มแย้มทักทาย Good morning  และก็พูดคุยถึงสภาพอากาศของเมื่อวาน และเธอก็ถามเราว่าได้ดำน้ำหน้าหาดหรือยัง เห็นปลานีโม่ด้วยน่ะ  เราบอกเจอคลื่นแรงเลยยังไม่ได้ดำเลย แต่วันนี้น่าจะได้เห็น เธอเลยกล่าวอวยพรว่า Have a nice day แล้วก็เดินชมวิวของเธอต่อ  มิตรภาพต่างภาษา คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แต่สื่อสารกันได้ผ่านรอยยิ้ม

     

    38 DEW_7938

    39 DEW_7941

     

    น้ำลดก็ยังคงเห็นปะการังหน้าหาดเช่นเดิมในเช้านี้ หลังจากนั้นน้ำก็คงจะเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

     

    40 DSC_8888

    41 DSC_8892

     

    แสงทองระยิบระยับกระทบหาดทราย บนเกาะเหลาเหลียงมีเปลือกหอยและปูลมตัวเล็กๆวิ่งไปมาเยอะมาก นอกจากนี้ก็มีเจ้าปูตัวนี้ด้วยตัวใหญ่เลยทีเดียว ยืนนิ่งมาก

     

    42 DEW_7944

    43 DEW_7948

     

    ตื่นแต่เช้าออกมาจากเต้นท์มานั่งรับลมเย็นจากทะเลกันดีกว่า

     

    44 DSC_8898

    45 DEW_7960

     

    อาหารมื้อเช้าเป็นอเมริกันเบรคฟาสต์ ชา กาแฟ น้ำส้ม ผลไม้  นมใส่คอนเฟลค

     

    46 DSC_8905

    47 DSC_8904

    48 DSC_8909

     

    ประมาณ 8.30 น้องพนักงานก็เดินมาบอกให้เราเตรียมตัวไปดำน้ำและเที่ยวบนเกาะเหลาเหลียงพี่ ทะเลในเช้าวันนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อวาน นิ่งสงบเห็นความใสของน้ำทะเลได้ชัดเจนมากขึ้น

     

    49 DEW_7965

    50 DEW_7971

     

    นั่งเรือวนมาที่ด้านหลังของเกาะเหลาเหลียงพี่ เพื่อมาชมปะการังอ่อนแต่ปรากฏว่าน้ำขุ่นและเชี่ยวไม่สามารถลงดำน้ำได้ น้องไกด์เลยพาเรามาขึ้นชายหาดของเกาะด้านหน้า เกาะที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ เกาะเหลาเหลียงพี่ ซึ่งอยู่ติดกับเกาะเหลาเหลียงน้องที่เราพักค่ะ

     

    51 DEW_7980

     

    เมื่อเห็นน้ำทะเลและชายหาดแทบจะกรี๊ดคือ สวยมาก เกาะเหลาเหลียงพี่หาดทรายและน้ำทะเลจะสวยกว่าและเคลียร์กว่าเกาะเหลาเหลียงน้อง น้ำทะเลจะออกสีฟ้า และตามที่บอกคือ เกาะนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักแรมเนื่องจากเป็นเกาะสัมปทานรังนก แต่สามารถขึ้นมาเที่ยวชมความงามบนเกาะได้

     

    54 DEW_7996

    55 DSC_8924

     

    เกาะเหลาเหลียงพี่ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะเหลาเหลียงน้อง ระยะห่างประมาณ 300 เมตร เป็นเกาะที่มีชายหาดทรายขาวที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ใช้เวลานั่งเรือมาเพียง 5 นาทีจากเกาะเหลาเหลียงน้องก็จะได้พบกับหาดทรายขาวสะอาด ฝูงปลาสวยงามหลากชนิดและปะการังที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทั้งหาดมีแค่พวกเรา 3 คน และไกด์อีก 1 คน เท่านั้น คือ  เงียบสงบมาก  น้ำใสนิ่งราวกับสระว่ายน้ำส่วนตัว มุมภาพตรงนี้ต้องเรียกว่าเป็นจุดไฮไลต์ของการท่องเที่ยวเกาะเหลาเหลียง  คือ เราจะได้เห็นเกาะเหลาเหลียงพี่และน้องอยู่เคียงคู่กันรายล้อมด้วยหาดทรายและน้ำทะเลสีฟ้า

     

    56 DEW_8008

     

    น้องไกด์บอกว่าจะพาเราไปดูปลาดาวหน้าหาด เราถามว่ามีด้วยหรา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมีปลาดาวจริงๆ เลิศมาก ตั้งแต่เที่ยวทะเลมาเคยเห็นปลาดาวสีสวยแหวกว่ายอยู่ในใกล้ชายฝั่งแบบนี้ก็แค่ที่เดียวเมื่อหลายสิบปีมาแล้วที่เกาะกระดานว่ายอยู่หลายตัว ภาพนั้นยังเป็นภาพติดตาที่อเมซิ่งมาก แต่พอเวลาผ่านธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวเยอะขึ้น มีโอกาสกลับไปเกาะกระดานก็แทบไม่ได้เห็นปลาดาวอยู่ตามชายฝั่งอีกเลย มีเห็นบ้างก็คือว่ายอยู่กลางทะเลลึกที่อื่น ได้มาเห็นที่เกาะเหลาเหลียงพี่อีกครั้งคือ แปลกใจมาก ปลาดาวสีแดงส้มตัวใหญ่ ปลื้มสุดๆไปเลย

     

    57 DEW_8022

    58 DEW_8035

     

    พักผ่อนหย่อนใจ บรรยากาศแบบนี้คงไม่ต้องบรรยายว่าสุขขนาดนั้น สำหรับเรา เกาะเหลาเหลียง คือ ทะเลที่สวยและน้ำใสที่สุดในทะเลตรัง ที่ไม่ควรพลาด

     

    60 DEW_8078_1

     

    สระน้ำธรรมชาติที่แสนกว้างใหญ่ จะให้ดำผุด ดำว่ายอยู่ตรงนี้ทั้งวันก็ไม่รู้สึกเบื่อ ที่เห็นเป็นรูกลมๆ อยู่ด้านล่างภูเขาสามารถเดินเข้าไปชมข้างในได้ ถ้าสังเกตจะมีช่องกลมๆ ที่สามารถมองผ่านช่องออกมาเห็นวิวทะเลเบื้องหน้า แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปเพราะด้วยเวลาที่หมดกับการเพลิดเพลินเดินชมหาดและต้องไปดำน้ำชมปลานีโม่หน้าหาดต่อเลยบอกน้องไกด์ว่าขอผ่านไปเลยแล้วกัน

     

    61 DEW_8086

    62 DEW_8089

     

    เรือวนกลับมายังเกาะเหลาเหลียงน้อง ตรงจุดนี้คือ จุดชมปลานีโม่ ที่เป็นปะการังที่เราเห็นตอนน้ำลดค่ะ แต่เมื่อน้ำขึ้นแล้วก็จะเป็นแบบนี้ โดดลงไปดำกันได้ซักครู่ ต้องผิดหวังเพราะน้ำทะเลข้างล่างยังขุ่นจากการเจอคลื่นซัดไปเมื่อวานเลยอดเห็นปลานีโม่กันเลย

     

    64 DEW_8097

     

    กลับมาเดินเล่นพักผ่อนกันที่ชายหาดกันต่อ เพื่อรอเวลา 11 โมงครึ่ง  ซึ่งเป็นเวลาที่เรือจะไปส่งเรายังชายฝั่ง

     

    65 DEW_8116

    68DEW_8101

    72 DEW_8309

    70 DEW_8123

    66 DEW_8107

    67DSC_8933

     

    เกาะเหลาเหลียง อีกหนึ่งเกาะในทะเลอันดามัน ที่ยังคงความสวยงามและความใสของน้ำทะเลไม่เป็นรองทะเลที่ไหนในอันดามัน และเพิ่มเติมคือ ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ทำให้เกาะนี้เป็นอีกหนึ่งเกาะที่เรารู้สึกว่า ไม่ไปไม่ได้แล้ว  ฤดูการท่องเที่ยวทะเลที่กำลังจะมาถึง รีบแพคกระเป๋ากันมาหาความสุขและสงบที่เกาะเหลาเหลียงกันค่ะ 2 วัน 1 คืน ที่อยู่ที่นี่ยังรู้สึกว่าน้อยไป สำหรับรายละเอียดและเบอร์โทรติดต่อสามารถติดตามได้ที่เฟสบุคของเกาะเหลาเหลียงเพียงช่องทางเดียวค่ะ ที่  https://www.facebook.com/laoliangbeach

    รีวิวนี้เดินทางวันที่ 9-10 ก.พ. 59

     

    71 DEW_8132

    71DEW_8130

    73 DEW_8138

    ชมวิดีโอเกาะเหลาเหลียง

    Tags : , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน