• สนุก ตื่นเต้น ชมสัตว์แบบใกล้ชิด สวนสัตว์เปิดกาญจนบุรี

    หากพูดถึงประสบการณ์การเที่ยวสวนสัตว์ในแบบที่เราเคยเจอก็คือ เดินหรือนั่งชมสัตว์แต่ละชนิดที่อยู่ในกรงขัง ซึ่งเรียกได้ว่าสวนสัตว์เกือบทุกแห่งจะเป็นแบบนี้ แต่ได้มีโอกาสไปเที่ยว สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี  ต้องบอกเลยว่ารู้สึกสนุกและตื่นเต้นมาก เรียกได้ว่าเป็นการเที่ยวสวนสัตว์ที่เราไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนในประเทศไทย น่าจะเป็นที่นี่เพียงแห่งเดียวที่เราสามารถได้ให้อาหารสัตว์แบบใกล้ชิดอารมณ์คล้ายกับนั่งรถส่องสัตว์ในแอฟริกาที่เราจะเห็นสัตว์น้อยใหญ่อยู่ใกล้เพียงนิดเดียว

     

    1 DSC_5191

     

    สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค  แอนด์แคมป์ กาญจนบุรี  เป็นสวนสัตว์เปิดแนวธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น  ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3086 (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) ประมาณกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 70 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท ที่นี่มีสัตว์นานาชนิด เช่น กวาง หมีควาย สิงโต เสือดาว ม้าลาย ยีราฟ นกกระจอเทศ เป็นต้น  การเข้าไปชมสวนสัตว์จะมีรถนำเที่ยวพาเข้าไป เป็นรถบัสคันเล็กน่ารัก หน้าตาคล้ายกับรถรับส่งนักเรียน โดยเราสามารถนั่งรถและให้อาหารสัตว์ได้  มีไกด์คือ คนขับที่คอยอธิบายจุดต่างๆให้เราฟัง รถจะได้ไม่มีออกเป็นรอบค่ะ แต่ทางสวนสัตว์จะนับตอนมีคนขึ้น โดยให้รอไม่เกิน 10 นาที จะมีลูกค้ากี่ท่านก็ออกค่ะ โดยการเที่ยวชมใช้เวลาประมาณ 10 นาที จะนำรถส่วนตัวเข้าไปได้แต่ทางสวนสัตว์จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่มีรอยขีดข่วนจากสัตว์ค่ะ เพราะตามที่บอกว่าที่นี่คือ สวนสัตว์เปิดสัตว์จะวิ่งรายล้อมเข้ามาที่รถเราแบบใกล้ชิดถึงรถเลย เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ใช้บริการรถบัสดีกว่าเพราะทางสวนสัตว์ให้บริการฟรีอยู่แล้ว

     

    2 DSC_5005

     

    สำหรับใครที่อยากให้อาหารมีขายอาหารใส่กระจาดพลาสติก เป็นแครอทโดยต้องซื้อเพิ่ม ราคา  1 ชุด มี  4 กระจาดๆ ละ  100 บาท  ก็แล้วแต่เราว่าจะซื้อเท่าไหร่

     

    3 DSC_5028

     

    จุดเข้าชมภายในสวนสัตว์มีทั้งหมด 7 จุด แบ่งเป็นส่วนโดยมีประตูกั้นและแยกสัตว์แต่ละชนิดออกจากกัน ข้อแตกต่างของสวนสัตว์เปิดที่นี่กับสวนสัตว์เปิดในเมืองไทยที่อื่นๆ คือ สัตว์ทั้งหลายจะเดินเข้ามาใกล้รถของเราเพื่อมาขออาหาร ได้ป้อนได้ถ่ายภาพและสัมผัสกันแบบใกล้ชิด โดยที่ไม่มีกรงมาขวางกั้นไว้   จุดแรกคือ กวาง ตอนแรกเห็นกวางแล้วค่อนข้างน่าสงสารพอสมควรเพราะบางตัวผอมมาก เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่ค่อนข้างน่าเห็นใจค่ะ เพราะเจ้าของทำสวนสัตว์ด้วยใจรักจริงๆ และด้วยสถานที่ที่อยู่ออกมาอีกเส้นซึ่งไม่ได้เป็นย่านท่องเที่ยวของเมืองกาญแบบที่อื่น ทำให้คนรู้จักและมาเที่ยวน้อย บางปีก็ขาดทุนแต่ก็ยังสู้ต่อค่ะ ด้วยราคาค่าเข้าที่แจ้งไปข้างต้น สำหรับเราไม่แพงเลยค่ะ อาหารอะไรก็ไม่แพง เพราะฉะนั้นเรามาเที่ยวกระจายรายได้ให้กับที่นี่เยอะๆถือว่ามาเลี้ยงให้อาหารสัตว์ด้วยได้บุญเพิ่มอีก ซึ่งเอาจริงๆ ในเส้นทางอำเภอบ่อพลอยก็มีที่เที่ยวเกิดใหม่ที่น่าสนใจเยอะหลายแห่งแล้วค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นเรือสุพรรณหงส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดห้วยกระเจา หรือพระปางเขาฝน วัดทิพย์สุคนธาราม ที่อยู่ในโปรเจคตำนานเขาเล่าว่าของการท่องเที่ยวในปีหน้า

     

    4 DSC_5026

    6 DSC_5027

     

    ซึ่งจริงแล้วที่นี่ไม่ได้ปล่อยให้สัตว์อดยากค่ะ มีให้อาหารเป็นรอบอยู่แล้ว แต่เราว่าที่กวางอยู่ในสภานแบบนี้อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้และร้อนมากด้วยทำให้บางทีมันอาจไม่สบายตัว เพราะกวางบางพันธุ์นำมาจากต่างประเทศซึ่งอาจชินกับสภาพอากาศเย็นมากกว่า เจ้ากวางน้อยพอมันเห็นเรามันก็วิ่งตามมาเพื่อกินอาหารที่เราให้

     

    6 DSC_5114

     

    มาถึงจุดต่อไปประตูกั้นก็เปิดออกโซนนี้คือ เป็นที่อยู่ของหมีควาย มีเขียนป้ายไว้หน้าประตูทุกจุดว่าเวลาชมสัตว์ห้ามลงจากรถเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ นั่งมองและให้อาหารมันจากบนรถก็เพียงพอแล้วค่ะ

     

    7 DSC_5030

     

    เห็นตัวดำใหญ่โต กำลังนั่งกินมะละกออย่างเอร็ดอร่อย

     

    8 DSC_5031

    9 DSC_5034

     

    อีกตัวก็นอนแช่น้ำเย็นสบาย

     

    10 DSC_5038

     

    โซนต่อไป เป็นที่อยู่ของเสือ มีอยู่ประมาณ 3-4 ตัว อุบส์ เห็นกันแบบใกล้ชิดจากรถแบบนี้เลย ตัวแรกนอนอยู่ใต้แคร่ไม้ลวดลายสวยเลยทีเดียว  ส่วนอีกตัวก็นั่งเล่นอยู่ในพื้นที่ของมัน

     

    11 DEW_5083

    12 DEW_5093

     

    มีเสือแล้วก็ต้องมีสิงโต เป็นของคู่กัน ผ่านมาอีกโซนก็เป็นที่อยู่ของสิงโต มีอยู่หลายตัวมากค่ะ ตัวแรกเห็นพวกเราก็หันมามองใหญ่เลย  แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะมาสิ่งไล่รถหรืออะไรน่ะค่ะ สัตว์ทุกตัวในนี้ค่อนข้างเชื่องและคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว เพรามีมาชมแบบนี้ทุกวัน ลักษณะนิสัยและสัญชาติญาณของความเป็นสัตว์ป่าก็น้อยลงไปด้วย

     

    13 DEW_5097

    14 DEW_5098

     

    สังเกตได้ว่า มีรถเจ้าหน้าที่เข้ามาคอยดูความเรียบร้อยมันก็นอนเล่นแบบไม่สนอะไรเลย  คือ คงชินกันแล้วจริงๆ

     

    15 DSC_5085

    16 DEW_5105

     

    ส่วนตัวนี้นอนอยู่เดียวดาย คุณลุงคนขับรถบอกว่ามันแก่มากแล้วอยู่มานานกว่าตัวอื่น

     

    17 DSC_5068

    18 DEW_5108

     

    โซนต่อไป คือ เสือดาว นอนเล่นอยู่บนก้อนหิน ลายสวยมาก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเสือดาวแบบใกล้ชิดขนาดนี้ โดยที่เราไม่ได้กลัวอะไรเลย เพราะตัวมันเองก็ไม่ได้มีท่าทีดุร้ายอะไรค่ะ นอนมองพวกเราแบบเป็นชินมาก ไม่ได้มาแยกเขี้ยวขู่หรืออะไรเลยแม้แต่น้อย

     

    19 DEW_5116

    20 DSC_5091

     

    อีกตัวก็เดินเล่นอยู่ในพื้นที่ของมัน พอเห็นพวกเรามาก็สะบัดบ๊อบเดินหันหลังกลับทันที

     

    21 DEW_5123

     

    มาถึงโซนต่อไป เป็นที่อยู่ของกวางกลุ่มที่ 2 ค่ะ อยู่กันเยอะและหลายตัวบางตัวก็อ้วนท้วมสมบูรณ์ บางตัวก็ผอมไปตามภาพ  สัตว์ที่นี่ทุกตัวก็ดูโอเคหมดค่ะ ยกเว้นแต่กวางที่เป็นพันธุ์จากต่างประเทศที่จะผอมซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แต่เราก็สันนิษฐานกันเองว่ามันอาจจะร้อนและชอบอากาศที่ชุ่มชื้นมากกว่ากวางที่อยู่ในโซนร้อน หรือ อย่างสัตว์แบบสิงโตหรือเสือสามารถอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนแบบซาฟารีได้

     

    23DSC_5052

    25 DSC_5118

    26 DSC_5125

    27DSC_5120

     

    และก็มาถึงจุดสุดท้าย เห็นขายาวกำลังเดินมาเลย นั่นก็คือ ที่อยู่ของยีราฟและม้าลาย

     

    28 DSC_5129

    29 DSC_5135

     

    มาถึงตรงนี่แหละ ที่เป็นไฮไลท์ความสนุกของการมาเที่ยวสวนสัตว์แห่งนี้เลย นั่นก็คือ เราจะได้ป้อนอาหารยีราฟแบบใกล้ชิด

     

    30 DSC_5137

    31 DSC_5143

    32 DSC_5158

     

    บางตัวก็เอาหัวยื่นเข้ามาภายในรถ เพื่อเข้ามาหาอาหาร สร้างความสนุกและตื่นเต้นให้กับพวกเราทุกคนในรถมากค่ะ เพราะไม่เคยเจอการเที่ยวสวนสัตว์แบบนี้มาก่อน ตอนแรกแอบกลัวกันเล็กน้อยแต่พอซักพักเริ่มชินกลายเป็นหัวเราะกันทั้งคัน ไม่ต้องห่วงว่ามันจะมาทำร้ายหรืออะไร มันแค่โผล่คอมากินแครอทในกระจาดเท่านั้น มันเป็นมิตรกับเรามาก สามารถป้อนอาหารให้มันได้เลย กินอย่างน่าเอ็นดูมาก

     

    34 DSC_5186

    33 DSC_5174

     

    นอกจากยีราฟแล้วก็มีเข้าม้าลายวิ่งเข้ามากินอาหารที่รถด้วย นี่ถ้ามันคอยาวแบบยีราฟก็คงโผล่คอมาเหมือนกัน

     

    36 DSC_5208

    37 DSC_5203

    38 DSC_5201

     

    อาหารในกระจาดของเราหมดแล้เจ้ายีราฟก็ยังคงด้อมๆ มองๆ อยู่ แต่มันก็ไม่โผล่หัวเข้ามาแล้ว เหมือนมันรู้เลยค่ะว่าไม่มีอาหารให้มันกินแล้วน่ะ

     

    39 DSC_5209

     

    โซนนี้นอกนอกจากยีราฟ และม้าลายแล้ว มีนกฟลามิงโก้ด้วย

     

    40 DEW_5132

    41DEW_5128

     

    ชมสัตว์ครบหมดทุกโซนก็มาถึงทางออกแล้วค่ะ มีเจ้านกกระจอกเทศมาคอยส่งเราที่หน้าประตู

     

    42 DSC_5212

     

    ลงจากรถแล้วก็มาล้างมือให้สะอาดกันซักหน่อย

     

    43 DSC_5213

     

    เดินต่อไปเพื่อไปชมการแสดงจะเข้ ซึ่งระหว่างทางมีรูปปั้นเต่ากับกระต่ายตัวใหญ่ ให้เราได้ถ่ายภาพเก๋ๆ

     

    44 DSC_5215

    45 DSC_5216

    46 DSC_5220

     

    เดินมาอีกนิดก็เจอช้าง ซึ่งให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพคู่กับช้างได้ โดยคิดราคาคนละ 100 บาท  ก็ถือว่าเป็นการทำบุญให้ค่าอาหารช้างไปด้วย

     

    47 DSC_5225

    48 DSC_5222

    49 DSC_5226

     

    ผ่านกรงจระเข้ ซึ่งอันนี้คงต้องดูผ่านกรงค่ะ ถ้ามาแบบใกล้ชิดอาจลำบากได้

     

    50 DSC_5234

     

    เข้ามาชมการแสดงจระเข้ ซึ่งก็เป็นโชว์จระเข้ปกติในแบบที่เราเคยเห็น

     

    51 DSC_5235

    53 DEW_5137

    54 DEW_5140

    55 DEW_5149

     

    การได้มาเที่ยวสวนสัตว์เปิดที่เมืองกาญถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกสนานมากค่ะ สารภาพตามตรงว่ามาเที่ยวกาญจนบุรีบ่อยมากแทบทุกเดือน แต่ไม่เคยทราบเลยว่ามีสวนสัตว์แบบนี้ด้วยทั้งที่ก็เปิดมานานแล้ว เลยอยากให้ทุกคนได้มาเที่ยวกัน มีโอกาสพาลูกหลานมาเที่ยวค่ะ เอาจริงแล้วก็ไม่ได้อยู่ไกลจากกรุงเทพมาก  มาช่วยกันซื้ออาหารให้กับสัตว์น้อยที่น่ารัก รับรองว่าจะชอบและประทับใจกลับไปแน่นอนกับการเที่ยวสวนสัตว์ในความรู้สึกแบบนี้ค่ะ

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์
    40/2 หมู่5 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี 71160
    โทร. (034) 678225, มือถือ 086-3000667 โทรสาร. (034) 678226
    Website : http://www.safaripark-kan.com E-mail : joesafaripark@hotmail.com

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก