• ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา

    ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา  อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตคือ ที่เราจะได้ทิวทัศน์ของอ่าวพังงาที่จะทำให้เราได้ตื่นตาตื่นใจไปกับหน้าผาหินและเกาะที่มีรูปร่างแปลกตา ชมพื้นที่ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นป่าชายเลนกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน  พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 42 เกาะ เรียงรายไปตามน่านน้ำของป่าชายเลน  เช่น เกาะห้อง เกาะปันหยี เขาพิงกัน เขาตาปู  เกาะเขาเต่า เกาะพระอาตเฒ่า เกาะโบยน้อย เกาะโบยใหญ่ เกาะรายาหริ่ง เกาะพนัก เป็นต้น

     

    1 cover

     

    การล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงาอาจซื้อทัวร์จากบริษัททัวร์ในจังหวัดภูเก็ตหรือพังงาซึ่งคิดเป็นแพคเกจรายหัวประมาณ 1 พัน อัพ ขึ้นไป(รวมอาหาร 1 มื้อ)  หรือเช่าเรือจากท่าเรือไปเที่ยวเองซึ่งเราว่าเหมาเรือเที่ยวเองคุ้มกว่าและเราสามารถกำหนดเวลาได้เองด้วยว่าจะอยู่ในแต่ละที่นานแค่ไหน ท่าเรือที่สะดวกและใกล้ที่สุด คือ ท่าเรือ ท่าด่านศุลกากร ตั้งอยู่ในอำเภอตะกั่วทุ่ง ใช้เส้นทางเดียวกับอุทยานอ่าวพังงาอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานฯ ไปเล็กน้อย สามารถติดต่อขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือโดยตรงมีเรือจอดอยู่หลายลำ  สนนราคาอยู่ที่ 1-8 คน ราคา 1,200 บาท  8-20 คน ราคา 2,000 บาท  20-40 คน ราคา 4,500 บาท    เส้นทางท่องเที่ยวครึ่งวันใช้เวลาประมาณ 3- 4 ชั่วโมง จุดที่แวะได้แก่ เขาหมาจู ถ้ำลอด เขาตะปู เขาพิงกัน (หากต้องการขึ้นเกาะเพื่อชมเขาตะปูและเขาพิงกัน ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม 60 บาท) เกาะปันหยี

     

     

    นั่งเรือมาได้ประมาณ 15 นาที จุดแรกที่ชม คือ เขาหมาจู เป็นภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขกำลังหมอบเห็นส่วนหัวลำตัวและหาง

     

     

    จุดที่ 2 คือ พาชม  ภาพเขียนสีโบราณ  ภาพเขียนสีภายในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเท่าที่พบในปัจจุบันมีอยู่ 4 แห่งด้วยกัน คือ เขาพระอาดเฒ่า เขานาค เขาระย้า และเขาเขียน แต่ที่เราไปชมคือ ที่เขาเขียน เป็นเพียงเขาเขียนแห่งเดียวเท่านั้นที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวของอุทยานฯ ในเขตอำเภอเมืองพังงา  ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดและเป็นทางผ่านที่เราจะไปแวะชมจุดอื่นได้อย่างสะดวก เขาเขียนเป็นเขาหินปูนอยู่ในอ่าวพังงาใกล้เกาะปันหยี ลักษณะเป็นเพิงหินที่เว้าเข้าในเพิงผาของเขาหินปูน ภาพเขียนสีปรากฎอยู่ในรอยเว้าและตามหน้าผาของเพิงผาด้านทิศตะวันออกของภูเขามองเห็นได้ชัดเมื่อนั่งเรือผ่าน  ภาพที่ปรากฏบนฝาผนังประกอบด้วย ภาพคน ภาพสัตว์น้ำจำพวกปลา ปลาโลมา ปู ภาพสัตว์บก เช่น นก ตะกวด  เป็นต้น ภาพคนกับภาพสิ่งของ และภาพวัตถุบางอย่างที่ดูแปลกตา รวมทั้งภาพสัญลักษณ์บางอย่างด้วย

     

     

    ล่องเรือชมวิวรับลมไปยังจุดต่อไปที่เราเห็นเป็นภูเขาเรียงรายกันข้างหน้า เราจะผ่านพื้นที่ของป่าชายเลนขนาดใหญ่เพื่อไป คือ เกาะห้อง ซึ่งเป็นคนละเกาะกับที่กระบี่เพียงแต่ชื่อเหมือนกัน  เกาะห้องเป็นภูเขาเล็กใหญ่สลับซับซ้อนสามารถแล่นเรือแคนนูลอดถ้ำเข้าไป จะพบแอ่งน้ำเป็นลากูนล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนลักษณะคล้ายเหมือนอยู่ในห้องโถงใหญ่ ซึ่งบริเวณเกาะห้องเป็นที่นิยมของทัวร์ท่องเที่ยวแคนนู มาจอดเรือใหญ่อยู่บริเวณนี้แล้วพายเรือแคนนูให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติโดยรอบ

     

     

    นั่งเรือผ่านไปยังถ้ำลอดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะห้อง  มีหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำที่สวยงามและสามารถนั่งเรือลอดผ่านถ้ำเข้าออกได้ทั้งสองด้าน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเรือแคนนูอยู่ตรงบริเวณนี้ด้วย

     

    DSC_1961

     

     

    จากนั้นมาที่เขาตะปู  เขาพิงกัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก่อนขึ้นเราต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับทางอุทยานคนละ 60 บาท  เมื่อขึ้นมาบนเกาะจะมีทางเดินให้เดินเรียบภูเขาหินขึ้นไปประมาณ 200 เมตร มองเห็นผืนน้ำสีเขียวเบื้องล่างผ่านเขาตาปูที่มองเห็นจากทางเดินมีจุดถ่ายภาพให้เราได้ยืนอยู่เคียงคู่กับภูเขาเป๊ะ

     

    DSC_1995

     

    เขาตะปู หรือเกาะตาปู  สัญลักษณ์ประจำจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นแท่งหินใหญ่ปักอยู่ในทะเลบริเวณปากอ่าวพังงาเมื่อมองจากระยะไกลแล้ว จะเห็นมีลักษณะคล้ายกับตะปูขนาดยักษ์ถูกตอกลึกลงไปในน้ำ  อย่างไรก็ตามเขาตะปูเป็นภูเขาที่มีอันตรายห้ามเข้า ใกล้เนื่องจากส่วน ที่จมอยู่ใต้ทะเลได้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะเป็นเวลานานนับล้านปี จึงสึกกร่อนและมีขนาดเล็กกว่าส่วนบน มากมายหลายเท่า จนมีความกลัว กันว่าอาจล้มลงมาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ทางราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ห้ามนักท่องเที่ยวล่องเรือเข้าไปดู ใกล้ๆโดยเด็ดขาด เขาตะปูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง จนมีภาพยนตร์ฮอลลีวูด มาถ่ายทำที่เกาะตะปูนี้ ในปี พ.ศ. 2517 ภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง เจาตะปู ยังได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “James Bond Island” อีกด้วย

     

     

    ไม่ไกลขากเขาตาปู คือ เขาพิงกัน ภูเขาหินขนาดใหญ่กลางทะเลในบริเวณอ่าวพังงา มีลักษณะที่เป็นจุดเด่นแปลกตาซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก คือภูเขาแตกออกเป็นแนวตัดตรงและทรุดตัวต่ำลง ฐานเคลื่อนออกจากแนวเดิมเล็กน้อยเป็นเหตุให้แท่งหินซีกที่แตกออกตั้งเอียงพิงภูเขาลูกเดิมที่มีลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขาแต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจากกันกลับถูกปล่อยให้ยังคงแนบชิดติดกันจนถูกเรียกว่า เขาพิงกัน

     

     

    มีร้านขายของที่ระลึกและเครื่องดื่มบนเกาะด้วย

     

     

    มาถึงจุดสุดท้าย เกาะปันหยี หมู่บ้านกลางทะเล นี้มีที่มาเนื่องจาก “โต๊ะบาบู” ผู้นำ ชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพ มาด้วยกันรู้ว่าเป็นสถานที่ เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี”แปลว่า “ธง” มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงราย อยู่บนทะเลมีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่ สร้างมัสยิดและกุโบว์ ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้างหมู่บ้านแทบทั้งหมดด้านหน้าของหน้าผาหินปูนเหนือน้ำทะเล

     

     

    บนเกาะปันหยีชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ตลอดจนมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารมากมายบนเกาะ เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแวะเยี่ยม ชมมีสินค้าที่ระลึกจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวน ที่ทำมา จากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ กะปิและเป็นจุดพักทานอาหาร นักท่องเที่ยว มักนิยมมาทาน อาหารกลางวันที่เกาะปันหยี ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ตรงท่าเรือหลายร้าน แต่โดยส่วนตัวจากที่เห็นราคาอาหารแล้วตกใจราคาสูงกว่าบนฝั่งพอสมควรและหลังจากที่ได้ลองทานอาหารแล้วคิดว่ารสชาติอยู่ในระดับปานกลางควรหิ้วท้องไปทานบนฝั่งน่าจะดีกว่า

     

     

    อีกหนึ่งจุด Landmark ของเกาะปันหยี คือ สนามฟุตบอลกลางทะเลที่ลอยอยู่บนผืนน้ำ และทิวทัศน์เบื้องหลังที่เป็นเขาและเกาะเล็ก ๆ กลางทะเล ซึ่งเว็บไซต์เมโทร ของอังกฤษ ลงบทความสั้น ๆ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555 ชื่นชมความงดงามของสนามฟุตบอลลอยน้ำ เกาะปันหยี และยกให้สนามฟุตบอลแห่งนี้เป็นหนึ่งในบรรดาทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในโลก สนามฟุตบอลแห่งเกาะปันหยีนี้สร้างขึ้นจากด้วยไอเดียจากชาวประมงบนเกาะเพราะไม่มีพื้นที่บนบกมากพอที่จะทำเป็นสนามฟุตบอลได้ หรือไม่ก็ต้องรอเล่นฟุตบอลบนหาดทรายในยามน้ำลดซึ่งในหนึ่งเดือนจะมีโอกาสนั้นแค่ครั้งเดียวในช่วงเดือนแรมที่น้ำทะเลลดลงมาก ๆ เท่านั้น จึงได้สร้างสนามฟุตบอลแห่งนี้ขึ้น เพื่อให้เด็กๆ ได้มีสนามไว้ใช้ เริ่มแรกสร้างขึ้นมาจากกระดานไม้ และเชือก แต่ในตอนนี้ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นสนามที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น

     

     

    ครึ่งวันกับการล่องเรือชมทัศนียมภาพอันสวยงามของอ่าวพังงา เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวหลักของพังงาที่ใช้เวลาไม่นาน และควรค่าแก่การมาเที่ยวชมความภูเขาหินที่สวยงามแปลกตาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพังงา

    Tags : , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    2 Responses to “ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา”

    1. สวยมากๆ ครับน่าไปเที่ยวจัง

    2. รูปสวยบทความดี ขออนุญาตเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของราชการเพื่อเป็นการเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนะครับ

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก