• รวม 50 ภาพ 50 สถานที่ มหัศจรรย์เมืองไทยต้องไปสัมผัส

    รวม 50 ภาพ 50 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเดินทางเราต้องไปสัมผัสบรรยากาศและความสวยงามของ มาดูกันว่ามีที่ไหนที่เคยไปมาแล้วบ้าง

     

    มหัศจรรย์เมืองไทย

     

    1. ภูชี้ฟ้า  เชียงราย

    วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร มีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว มีหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ ไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยวภูชี้ฟ้าคือการได้สัมผัสอากาศหนาวสบายและความสวยงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูชี้ฟ้า

     

    1

     

    2. ดอยผาตั้ง  เชียงราย

    ห่างจาก ภูชี้ฟ้าประมาณ 30 ก.ม. ดอยผาตั้ง คือ จุดชมทะเลหมอกที่งดงามและอลังการในยามเช้าไม่แพ้ภูชี้ฟ้า  สามาถมองเห็นวิวทะลหมอกได้ใกล้ชิดแบบพาโนรามา พร้อมแสงอาทิตยสีทองสาดส่องในยามเช้าที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหนือทิวเขา เป็นบรรยากาศที่งดงามประทับใจยิ่งนัก

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ดอยผาตั้ง

     

    2

     

    3. ดอยหัวแม่คำ เชียงราย

    เมื่อลมหนาวมา เช้าสู่เดือนพฤศจิกายน ทุ่งดอกบัวตองก็เริ่มบานสะพรั่งงดงามไปทั่วทั้งขุนเขา   ณ. ที่แห่งนี้ ดอยหัวแม่คำ จะมีดอกบัวตองขึ้นสลับกันระหว่างบ้านชาวเขา มีอาณาเขตบริเวณกว้างความสวยงามยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อมาชมยามพระอาทิตย์ขึ้นจาก ขอบฟ้า ส่องแดดสีอ่อนผ่านไอหมอกอบอวลในหุบเขา

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ดอยหัวแม่คำ

     

    4. ดอยผ้าห่มปก  เชียงใหม่

    ดอยผ้าห่มปก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก  ดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย  การพิชิตยอดดอยต้องใช้เวลาเดินขึ้นไปเกือบสองชั่วโมงกว่า แต่เมื่อไปถึงจะเห็นทิวทัศน์มีจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ยามเข้าและจุดชมวิว พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ดอยผ้าห่มปกมีหมอกปกคลุมจัดและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ดอยผ้าห่มปก

     

     

    5. ดอยหลวงเชียงดาว  เชียงใหม่

    ดอยหลวงเชียงดาวสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ  เป็นอีกหนึ่งดอยสำหรับคนรักการเดินหลายคนต่างใฝ่ฝันอยากไปสัมผัสซักครั้งในชีวิต ดอยหลวงเชียงดาวมีจุดให้ท่องเที่ยวหลายจุด ทั้งจะชมพระอาทิตย์ตกบนยอดสูงสุด และจุดชมพระอาทิตย์และทะเลหมอกยามเช้า ที่ยอดกิ่วลม ซึ่งมีทะเลหมอกให้ได้ชมแบบอลังการเช่นกัน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ดอยหลวงเชียงดาว

     

     

    6. ดอยม่อนจอง  เชียงใหม่

    ไฮไลต์ของการมาเที่ยว ดอยม่อนจอง ก็คือ การได้ชมภูเขาสูงสลับซับซ้อนซึ่งทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตาในช่วงหน้าหนาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยือน ดอยม่อนจอง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมก็คือกุหลาบพันปีหรือชื่อเฉพาะว่าคำแดงที่กำลัง ออกดอกแย้มกลีบบานสะพรั่ง เต็มต้นอยู่เป็นดงตามไหล่เขา ว่ากันว่าต้นนี้เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ดอยม่อนจอง

     

     

    7. กิ่วแม่ปาน เชียงใหม่

    จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามของดอยอินททนท์เส้นทางช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมีบรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วยเฟินหลากหลายชนิด มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออกยังทุ่งหญ้าโล่งกว้างของ สันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสง แดดจ้าและสายลมแรงมาถึงจุดชมวิวสูงสุดซึ่งสามารถมองเห็นวิวภูเขาและสายหมอกได้แบบพาโนราม่า

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  กิ่วแม่ปาน 

     

     

    8. ดอยแม่ตะมาน  เชียงใหม่

    ดอยแม่ตะมานเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้นจากภาพ ดอกพญาเสือโคร่งซึ่งมีฉากหลังเป็นดอยเชียงดาวดึงดูดใจ ให้นักเดินทางหลายต่อหลายคนเดินทางมาที่นี่ เพื่อมาทำความรู้จักกับสถานที่แห่งนี้มากขึ้น เมื่อมองจากยอดดอยแม่ตะมานฝั่งตรงข้ามจะเห็นดอยหลวงเชียงดาวที่ ยิ่งใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าเหมือนภาพวาดที่เหมือนมีใครมาปั้นแต่งไว้

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ดอยแม่ตะมาน

     

     

    9. ดอยอ่างข่าง  เชียงใหม่

    อีกหนึ่งดอยที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม สภาพอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี มีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะป็น ชมแปลงสาธิต ผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาว  ทะเลหมอกและความงดงามของไร่สตอเบอรี่ขั้นบันไดในยามเช้า รวมถึงเป็นจุดชมพญาเสือโคร่งที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ดอยอ่างข่าง

     

     

    10. โครงการหลวงแม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน

    โครงการหลวงแม่ลาน้อย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันได ภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทาง รวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกตลอดทั้งปี

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  โครงการหลวงแม่ลาน้อย

     

     

    11. โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์

    ตั้งอยู่ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่  ในช่วงฤดูหนาวดินแดนกลางหุบเขาแห่งนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกและสายลมอันหนาวเย็น ไม่ว่าใครที่ได้มาเยือนต่างหลงเสน่ห์กับความงามตรงหน้า ภาพสายหมอกลอยพริ้วปกคลุมทิวสนและอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งสีสันสดสวยของใบเมเปิ้ลที่พร้อมใจกันผลัด เปลี่ยนสีในช่วงปลายปี เป็นภาพยังคงตราตรึงอยู่ในความประทับใจ ของผู้ที่ได้ไปเยือนตราบนานเท่านาน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ 

     

    11

     

    12. อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์  กำแพงเพชร

    ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่วงก์อันเป็นต้นน้ำของ แม่น้ำสะแกกรังนอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติสภาพภูมิอากาศของอุทยาน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ 

     

     

    13. ภูป่าเปาะ  เลย

    ภูป่าเปาะ ตั้งอยู่ที่อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย จุดเด่นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศบนจุดชมวิวที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร สามารถมองเห็นภูหอซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูง เป็นภูเขายอดตัดหรือภูเขายอดราบโดยเฉพาะช่วงที่มีทะเลหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวเรียกว่า คล้ายภูเขาไฟฟูจิยามาในประเทศญี่ปุ่น

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ภูป่าเปาะ 

     

     

    14 . ภูหัวฮ่อม  เลย

    จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย  สามารถมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอันเป็นพรมแดนไทยลาวได้อย่างถนัดตา บริเวณจุดชมวิวมีป้าย ขนาดใหญ่บอกตำแหน่งของภูเขาลูกต่างๆทำให้การชมทิวทัศน์ได้สนุกสนานยิ่งขึ้นและหากมองไปทางด้านซ้ายมือจะมองเห็นยอดของตีนภูสวนทรายได้อย่างเด่นชัด

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  ภูหัวฮ่อม 

     

     

    15. ทะเลหมอกภูห้วยอีสัน  หนองคาย

    ทะเลหมอกสวย ไม่ได้มีให้ชมแค่ภาคเหนือเท่านั้น แต่ภาคอีสานก็มีให้ชมแบบอลังการเช่นกัน ทะเลหมอก ภูห้วยอีสัน  ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นจุดพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้แบบกว้างไกลสุดตา  เบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสันสามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงซึ่งหากวันใดที่สายหมอกบางเบาก็จะสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าสะท้อน ไปยังพื้นน้ำและเกาะแก่งได้ขัดเจน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทะเลหมอกภูห้วยอีสัน 

     

     

    16. พญาเสือโคร่งขุนวาง เชียงใหม่

    ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ถือเป็นโครงการหลวงขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งใจกลางหุบเขาสูง จึงมีความงดงามของสภาพพื้นที่ อากาศหนาวเย็น ตลอดทั้งปี มาที่นี่นอกจากเราจะ ได้ชมแปลงพืชผักไม้ผลเมืองหนาว ในช่วงต้นถึงปลายเดือนธ.ค. – ม.ค. ของทุกปี จะได้ชมดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยซึ่งเป็นไฮไลต์ของที่นี่จะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงามตลอดริมทาง

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก พญาเสือโคร่งขุนวาง 

     

     

    17. ขุนแม่ยะ  เชียงใหม่

    ขุนแม่ยะ มหัศจรรย์แห่งขุนเขาดอยสีชมพู เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติตามช่วงฤดูกาลเมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาว ของทุกปี ต้นซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง ในบ้านเราก็จะทิ้งใบ และผลิดอกเบ่งบานเต็มต้นอย่างดงามโดยเฉพาะที่หน่วยต้นน้ำขุนแม่ยะจะมีลักษณะเป็นพิเศษที่มีการปลูกกันทั่วดอย หนาแน่น มีความสวยงามด้วยสีชมพูปกคลุมทั่วดอย จึงนิยมเรียกกันว่า “ดอยสีชมพู”

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ขุนแม่ยะ 

     

     

    18. ภูลมโล  เลย

    ภูลมโล ตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอน  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สิ่งที่ทำให้ภูลมโลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว้างขวางนับ 1000 ไร่  นางพญาเสือโคร่งของภูลมโลจะไม่ได้มีให้ชมเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายมีให้ชมในหลายจุด โดยจะบานแทรกตัวอยู่ในหุบเขา ป่าไม้และต้นหญ้า

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูลมโล

     

     

    19. ทะเลหมอกบ้านบนนา แม่แจ่ม  เชียงใหม่

    แม่แจ่มไม่ได้มีแต่เพียงนาข้าวขั้นบันไดที่สวยงามและมีชื่อเสียง แต่ยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงาม ให้เราได้ชมหลายชุด โดยเฉพาะจุดชมวิวทะเลหมอกบ้านบนนา ที่เราจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกแทรกตัวอยู่ตามไหล่เขา สลับกับทุ่งนาข้าวสีเขียวเป็นภาพในยามเช้าที่มองแล้วแสนสดชื่อยิ่งนัก

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก แม่แจ่ม

     

     

    20. ทุ่งแสลวงหลวง  เพชรบูรณ์

    ทุ่งแสลงหลวง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” จุดเด่นของที่นี่คือ ทุ่งนางพญา เป็นป่าสนที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง ในช่วงปลายฤดูฝนต่อ ถึงฤดูหนาวหากมาในช่วงเช้าก่อน 10 โมง จะได้พบความความงามของแสงแดดที่พาดผ่าน รวมถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ณ ศาลาดุสิตา ซึ่งเราจะได้เห็นแสงแดดยามเช้าส่องกระทบไปยังภูเขาและต้นไม้ที่อยู่เบื้องหน้างดงามดั่งภาพวาด

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทุ่งแสลวงหลวง

     

     20

     

    21. หมู่เกาะสิมิลัน พังงา

    หมู่เกาะที่โดดเด่นด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายขาวนวลละเอียดราวกับผงแป้ง  หัวใจของสิมิลันคือ หินเรือใบที่โดดเด่นเผยแพร่ไปทั่วโลก จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของสิมิลัน รวมทั้งแหล่งดำน้ำของหมู่เกาะแห่งนี้ยังชื่อได้ว่าละลานตาเป็นอย่างยิ่ง  อีกทั้งมีจุดชมวิวลานข้าหลวง เป็นจุดชมวิวทางทะเลยในมุมสูงที่สสามารถเห็นวิวของหมู่เกาะสิมิลันได้ในมุมกว้าง

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เกาะสิมิลัน

     

     

    22.  เกาะตาชัย  พังงา

    มีลักษณะทางธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับสิมิลันไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว ละเอียดนุ่มเท้าชายหาดทรายขาวที่ทอดยาวไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร  มีจุดดำน้ำดูปะการัง ที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด  มีแนวปะการังที่สวยงามและค่อนข้างสมบูรณ์ด้วยปะการังอ่อนสีแดง  นอกจากนี้ด้านหลังเกาะยังมีจุดชมวิวทางทะเลที่งดงามอีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เกาะตาชัย 

     

     

    23. เกาะยาวน้อย  พังงา

    เกาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบชมธรรมชาติ  จุดเด่นของเกาะยาวน้อยคือ การได้มาชมวิวของป่าเกาะ ซึ่งป็นหมู่เกาะหินปูน ที่ตั้งอยู่ทางทะเลฝั่งตะวันออกของเกาะยาวน้อยเช่น เกาะห้อง , เกาะลาดิง, เกาะผักเบี้ย ซึ่งเมื่อมองจากฝั่งเกาะยาวน้อยเราจะเห็น หมู่เกาะ เหล่านี้เรียงรายกันสวยงสมดุจดังภาพวาด ยิ่งในช่วงเช้าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามที่สุดบนเกาะยาวน้อย ห่างจากฝั่งไปเล็กน้อยจะมีเกาะนก ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆสามารถเดินข้ามไปมาระหว่างกันได้เมื่อน้ำแห้ง

    ด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก เกาะยาวน้อย 

     

     

    24. เกาะปอดะ กระบี่

    เกาะปอดะ เกาะสวยแห่งทะเลกระบี่  เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวทะเลกระบี่เกาะปอดะมีหาดทรายที่ละเอียดชาว น้ำสีฟ้าใส ตั้งอยู่ในทะเลด้านหน้าอ่างนาง อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร หากยืนอยู่ริมหาดที่ อ่าวนางหรือ หาดพนรัตน์ธารา แล้วมองออกไปในทะเลจะเห็นหมู่เกาะเล็กใหญ่กระจุกตัวอยู่ ในบริวณใกล้ๆ กัน เกาะใหญ่ที่สุดในนั้นคือเกาะปอดะ เกาะใกล้ๆ กันได้แก่เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่ ซึ่งเป็น 4 เกาะไฮไลท์สำหรับ การท่องทะเลกระบี่ด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เกาะปอดะ

     

     

    25. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

    ด้วยสถานะอุทยานทางทะเลแห่งแรกของไทยที่มีประวัติศาสตร์การเมืองประกอบด้วยสภาพแวดล้อมงามล้ำจับตาด้วยเกาะอันงดงาม จึงทำให้ตะรุเตาได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน  หมู่เกาะตะรุเตา ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมายแต่ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นได้แก่ เกาะไข่    เกาะหลีเป๊ะ  เกาะอาดัง ราวี   เกาะหินงาม เกาะรอกลอย หมู่เกาะตะรุเตา เป็นอีก 1 เกาะสวรรค์ชื่อดัง ที่เป็นจุดหมายของนักเดินทางที่ต้องมาสัมผัส

    ชมรีวิวท่องเที่ยว http://www.paiduaykan.com/travel/talutatravel

     

     

    26. เกาะนางยวน  สุราษฎร์ธานี

    เกาะเล็กๆที่อยู่ทางทิศเหนือของเกาะเต่าเป็นเกาะสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 ของโลก เกาะนางยวน ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส จนกลายเป็นอ่าวส่วนตัวถึง 3 อ่าว เป็นแหล่งที่เหมาะกับ การเล่นน้ำดำน้ำ ดูปลา ปะการัง เป็นอย่างยิ่ง มีจุดชมวิวเกาะนางยวนที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ซึ่งสามารถชมวิวเกาะเชื่อมต่อกันได่อย่างงดงาม

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก เกาะนางยวน

     

     

    27. หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

    หมู่เกาะในอ่าวไทย ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุดและเกาะท้ายเพลา ฯลฯ หมู่เกาะอ่างทองขึ้นชื่อได้ว่ามีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวบนยอดเขาของเกาะวัวตาหลับที่สามารถชม ทิวทัศน์ ได้รอบทิศน์ถึง 360 องศาหรือจะเป็นความงดงามของทะเลสีเขียวมรกตโอบล้อมด้วยขุนเขา ทะเลใน เกาะแม่เกาะ ซึ่งเป็นไฮไลต์เด็ดที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อให้เห็น ความงามนี้ด้วยตาตัวเองซักครั้ง

    รีวิวท่องเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง http://www.paiduaykan.com/travel/kohangtong

     

     

    28. เกาะค้างคาว  ระนอง

    เกาะค้างคาว เป็นเกาะใกล้ชายหาดบางเบนมากที่สุดจากหาดบางเบนสามารถนั่งเรือไปยังเกาะค้างคาวโดย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ห่างจากที่ ทำการอุทยานแห่งชาตแหลมสนประมาณ 9 กิโลเมตร เกาะนี้มีหาดทรายขาว ละเอียด รอบเกาะสามารถดำน้ำชมปะการังได้ทั้งแบบน้ำตื้นและ น้ำลึก เกาะค้างคาว เป็นที่อาศัยของค้างคาว แม่ไก่นับพันตัว ถือเป็นเกาะที่สวยงามที่สุดในการเที่ยวหมู่เกาะกำ ทะเลระนอง

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เกาะค้างคาว

     

    28

     

    29. เการาชาน้อย  ภูเก็ต


    เกาะเล็กที่อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ประมาณ 6 กม. มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ หาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าใส ลักษณะเกาะ เป็นเนินเขาและโขดหิน ในช่วงที่น้ำลดจะเกิดเป็นทะเลแหวกที่สามารถเดินเชื่อมไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ เนื่องจากอยู่ไกลออกจากฝั่งไปเยอะ ทำให้เกาะสวรรค์ แห่งนี้อุดมไป ด้วยทรัพยาการใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดดำน้ำลึก มีปะการังหลากหลายชนิดทั้งปะการังโขด ปะการังจาน ปะการังอ่อนรวมทั้งฟองน้ำ และกัลปังหาเคยมีการสำรวจพบปลาไหลทะเล และปลาฉลามขนาดเล็กที่นี่ด้วย

    ชมรีวิวคลิ๊ก เกาะราชาน้อย 

     

     

    30 หมู่เกาะรัง  ตราด

    หมู่เกาะรัง เป็นเกาะเล็กๆ  เป็นสีสันของท้องทะเลตราด น้ำทะเลใสทำให้มองเห็นสีสันของแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำตัดกับสีสันของหาดทรายอันขาวละเอียด บริเวณรอบๆ หมู่เกาะรังมีเกาะน้อยใหญ่อยู่จำนวนมาก ได้แก่ เกาะรังใหญ่ เกาะรังเล็ก เกาะกระ เกาะเทียน เกาะทองหลวง เกาะยักษ์ เกาะสามพี่น้อง เกาะมะปริง เกาะตุ๊น และเกาะกำปั่น เป็นต้น ซึ่งเกาะต่าง ๆ เหมาะแก่การดำน้ำดูปะการังท่ามกลางฝูงปลาแหวกว่าย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  หมู่เกาะรัง

     

    30

     

    31. เกาะขาม ชลบุรี

    เกาะขาม จ .ชลบุรี เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอสัตหีบ มีหาดทรายขาว และน้ำทะเลสีฟ้าใส   ลึกลงไป ในน้ำของเกาะขามจะพบ แนวปะการังอันอุดม สมบูรณ์ กระจาย ตัวอยู่รอบๆเกาะเกาะบริเวณที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ของปะการัง นอกจากนี้แล้ว ยังพบปลาทะเลที่สวยงาม ได้แก่ ปลาผีเสื้อปลาสลิดหิน ปลาอมไข่ ปลากะรัง

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  เกาะขาม

     

     

     

    32 น้ำตกทีลอซู  ตาก

    ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจาก ระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  น้ำตกทีลอซู 

     

    32

     

    33 น้ำตกก้อหลวง  ลำพูน

    น้ำตกก้อหลวง คือ น้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอุทธยานแห่งชาติแม่ปิง เกิดจากห้วยแม่ก้อไหลผ่านหน้าผาหินปูนสูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นกันลงมามีทั้งหมด 7 ชั้น และตกลงมายังแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวเบื้องล่าง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีหินปูนและมีน้ำไหลตลอดปี จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย และมีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณน้ำตกยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่สะอาดไม่มีสิ่งใดรบกวน ทำให้มีปลาชนิดต่างๆ อาศัยอยู่มากมายหากมาในช่วงที่มี แสงอาทิตย์ตกลงมายังน้ำตก จะเห็นเป็นประกายระยิบระยับสวยงามแปลกตา

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  น้ำตกก้อหลวง

     

     

    34 น้ำตกเอราวัณ  กาญจนบุรี

    น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น สิ่งที่รู้สึกได้เมื่อมาถึงยังบริเวณน้ำตก คือความเย็นสบายแต่เมื่อได้เห็นตัวน้ำตกก็ต้องตะลึงในความงามของตัว น้ำตกที่น้ำใสแจ๋ว มองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำใน สระว่ายน้ำ

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  น้ำตกเอราวัณ

     

    DSC_2423

     

    35 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  กาญจนบุรี

    ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมา จากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้ง ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก  น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น 

     

     

    36 น้ำตกแสงจันทร์  อุบลราชธานี

    น้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกลงรู หนึ่งเดียวในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี  ชื่อของน้ำตกเรียกตามลักษณะของสายน้ำที่ตกผ่านลงรูหิน ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้น เรียกตามสายธารน้ำตก ที่โปรยละออง ผ่านช่องหินลงมาเป็นสีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์โดยเฉพาะในวันเพ็ญ ที่แสงจันทร์จะสาดส่องมาตรงรูหินพอดี พร้อมกับละอองของธารน้ำตก ที่โปรย ดูเป็นประกายสีนวลสวยงาม ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของชื่อและเสน่ห์ของน้ำตกแห่งนี้ ที่ยังคงเก็บความงามสงบประสานอย่างกลมเกลือนของธรรมชาติไว้อย่างน่าชประทับใจ

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก น้ำตกแสงจันทร์ 

     

     

    37 วิหารแก้ว วัดท่าซุง  อุทัยธานี

    วัดท่าซุง วัดที่มีชื่อเสียงและงดงาม ภายในวัดท่าซุงกว้างขวางและมีศาสนสถานให้เราได้แวะไปกราบไหว้หลายจุด แต่ที่โดดเด่นคงเป็นวิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งข้างในสร้างด้วยโมเสกแก้วแวววาว ระยิบระยับทั้งหลัง วิหารแก้ว 100 เมตร เป็นวิหารสำคัญที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำสร้างไว้ก่อนมรณะภาพ หลังจากมรณภาพแล้ว สังขารร่างของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อย ลูกศิษย์จึงนำสังขารของท่านมาบรรจุไว้ในโลงแก้วให้ได้กราบไหว้ขอพร

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  วัดท่าซุง

     

    38

     

     38 วัดร่องขุ่น  เชียงราย

     อุโบสถสีขาวที่งดงามดุจสวรรค์ ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย ที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับ กระจก และจิตรกรรรมฝาผนัง ขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นของวัดคือ พระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาวเป็น เชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาคมีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจ

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก  วัดร่องขุ่น 

     

    DSC_3090

     

    39 อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย

    อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของไทยสมัยเริ่มสร้างอาณาจักรที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เนื่องจากในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบด้วยสถานที่สำคัญมากมาย

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย

     

    40

     

    40 พระเจดีย์มหามิ่งมงคล  ร้อยเอ็ด

    มหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสม กันระหว่าง พระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลาย ตระการตาด้วย สีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ รวมยอดทองคำ ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก พระเจดีย์มหามิ่งมงคล 

     

    41

     

    41 ปราสาทสัจธรรม  ชลบุรี

    ปราสาทสัจธรรม เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่  ทุก ๆ ชิ้นส่วนที่ถูกนำมาก่อสร้างปราสาทสัจธรรมแห่งนี้จะเป็นไม้ทั้งหมด แม้แต่ตัวล็อกที่เอาไว้เชื่อมไม้แกะสลักแต่ละชิ้น ไม่ได้ใช้ตะปู แต่ใช้ ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทยหรือใส่สลักไม้  ปราสาทสัจธรรมเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา จริยธรรม อารยธรรม วัฒนธรรมดีงามของชาวเอเชียตะวันออก โดยได้รับรางวัล ประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ปราสาทสัจธรรม

     

     

    42 ทะเลบัวแดง อุดรธานี

    อีกหนึ่งเส้นทางสายดอกไม้ที่ดงามแห่งอีสานบ้านเรา นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มท้องน้ำไกลสุดตา ความอลังการของอาณาจักรบัวจะมีให้ชมอยู่ 2 แห่ง นั้นก็คือ ทะเลบัวแดง จ. อุดรธานี อยู่ในบึงน้ำจืด บึงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก โดยดอกบัวแดง บานเต็มท้องน้ำหนองหานสุดลูกหูลูกตางดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ทะเลบัวแดง

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ทะเลบัวแดง 

     

     

    43 ภูสอยดาว  อุตรดิตถ์

    หากเอ่ยถึงความสวยงามและความท้าทายของนักเดินป่าในหน้าฝนชื่อของ ภูสอยดาว จ.อุตรดิตต์ มักจะถูกนึกถึงในอันดับต้น ภาพของดอกหงอนนาค ที่บานสะพรั่งกลายเป็นทุ่งดอกไม้ป่าเคล้าสายหมอก ในช่วงเดือนส.ค. – ก.ย. ของทุกปี คือ สิ่งที่ช่วยเพิ่มแรงใจให้หลายคนต่างดั้นด้น ปีนป่ายผ่านความยากลำบาก ฝ่าสายฝนในเส้นทางภูเขาที่ลาดชันในระดับความสูง 2,102 เมตร จากระดับน้ำทะเล เพื่อไปพิชิตและชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้แห่งนี้ให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต

    ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม คลิ๊ก ภูสอยดาว

     

     

    44 ทุ่งดอกไม้ป่าดงนามทาม อุบลราชธานี

    ช่วงปลายฝนต้นหนาวต้นหนาวเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ก็มาถึงเวลาของดอกไม้ป่าดอกเล็กดอกน้อยหลากสีสันที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวดินต่างพร้อมใจกันผลิดอก ชูช่อ กลางลานหิน ดูสวยงามตระการตาไปทั่วบริเวณไม่ว่าจะเป็น สร้อยสุวรรณา ดุสิตา มณีเทวา กระดุมทอง เอนอ้า ทิพเกสร สรัสจันทร ฯลฯ ป่าดงนาทาม ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ถือว่าอาณาจักรแห่งทุ่งดอกไม้ป่าที่ใหญ่ที่สุดที่คนรักดอกไม้และชื่นชอบการถ่ายภาพมิควรพลาด

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม 

     

     

    45 ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

    เมื่อฤดูหนาวเข้ามาเยือนเมืองแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา เยือน และชมความงดงาม ของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลืองส้มปกคลุมเต็มเทือกเขา ทุ่งบัวตองอยู่ในเขต บ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณ ประมาณ 1,000 ไร่ และจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน พฤศจิกายน

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

     

     

    46 ทุ่งข้าวบาร์เลย์  อ.สะเมิง  เชียงใหม่

    ทุ่งข้าวบาร์เลย์ หรือทุ่งข้าวสาลี ตั้งอยู่ภายในศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง  ที่นี่นอกจากจะเป็น ศูนย์วิจัยข้าวสาลีแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพ ยิ่งมาในช่วงบ่ายจะได้พบเห็นทุ่งสีทองพริ้วไหว ได้บรรยากาศอบอุ่นละงดงาม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวชมทุ่งข้าวสาลี คือ ช่วง กลางเดือน ก.พ. – กลาง มี ค ของทุกปี

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ทุ่งข้าวบาร์เลย์ 

     

     

    47 ผาขนะได  อุบลราชธานี

    เป็นหน้าผาที่มีความสูงชันมากและเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนจุดใดในประเทศไทยมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงอยู่เบื้องล่างรวมถึง เทือกเขาแดนลาวที่สลับซับซ้อนในฤดูหนาวยังมีความงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง ให้ชมด้วยเนื่องจากเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจุดแรกของกรมอุตุนิยมจึงเอาผาชนะไดเป็นจุดอ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นแห่งแรก ของประเทศไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ผาชนะได 

     

     

     

    48 ท่าปอม คลองสองน้ำ  กระบี่

    คลองสองสายน้ำมีลักษณะพิเศษของระบบนิเวศ ที่ในช่วงขึ้น 12 ค่ำไปจนถึง แรม 5 ค่ำที่น้ำทะเลหนุนขึ้นสูง ในคลองท่าปอม ถึงศาลาเล่นน้ำและผสมกับน้ำจืดในคลองท่าปอมกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อนข้างขุ่นแต่ก็เป็นช่วงเวลา ไม่นาน หลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะลงและถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดสีเขียวใสซึ่งเกิดจากเขาหินปูนที่สารแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งมีคุณสมบัติในการจับตะกอนและสารแขวนลอยให้จมตัวลง จึงเกิดเป็นลำคลองท่าปอมใสไหลเย็นมองเห็นตัวปลาและพืชใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

     

    ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ท่าปอม คลองสองน้ำ

     

    48

     

    49 ภูทอก บึงกาฬ

    จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก  ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บรรไดเวียน ไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้ เดินแบบตรงทอดยาว จนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียน รอบเขา ซึ่งจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไป

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ภูทอก บึงกาฬ  http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/bungkan/watphutok.html

     

    49

     

    50 ผาช่อ เชียงใหม่

    หน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตาคล้าย กับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือละลุในจังหวัด สระแก้ว มีลักษณะที่เตี้ยกว่า ซึ่งต่างกับ ผาช่อ ซึ่งมีลักษณะเป็นกำแพงและเสาหิน ขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา มีขนาดสูงใหญ่ราว 30 เมตร เป็นบริเวณกว้างนับร้อยเมตร และยังพบรังผึ้งขนาดใหญ่อยู่ตามหน้าผา จำนวนมากสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่เข้าไปเที่ยวชม

    ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก ผาช่อ

     

     

    Tags : ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    2 Responses to “รวม 50 ภาพ 50 สถานที่ มหัศจรรย์เมืองไทยต้องไปสัมผัส”

    1. ไปแล้ว แต่ยังไม่ครบ ต้องไปให้ได้

    2. that is very impression pic, capture my eyes

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก