• สุขล้นเมื่อได้ไป….ป่าบงเปียง

    บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่มีนาขั้นบันไดรายล้อมด้วยเทือกเขาสูง สลับไปกับไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ฮิตกันมากในเวลานี้ ฮิตจนในช่วงฤดูทำนาเรามักได้เห็นภาพนาข้าวป่าบงเปียงเต็มหน้าฟีดของสื่อ Social ทั้งหลาย ฟีดกันทุกวัน ยั่วใจกันทั้งวัน  แล้วแบบนี้จะอดใจไหวได้อย่างไรแพคกระเป๋าสิคะจะรออะไร

    หมายเหตุ : ทริปเดินทางครั้งนี้เมื่อวันที่ 4 ต ค 58

     

    1 cover1

     

    ช่วงเวลาท่องเที่ยว

    มีหลายคำถามว่าควรเดินทางไปป่าบงเปียงในช่วงเดือนไหนดี  สำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ต้องบอกว่าแบ่งเป็น 3 ช่วง แล้วแต่ความพึงพอใจของนักเดินทางและนักถ่ายภาพ บางคนอยากชมบรรยากาศช่วงการดำนา คือ ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งต้นข้าวยังเป็นต้นกล้าเล็กไม่เต็มพื้นที่ทำให้สามารถมองเห็นพื้นน้ำของท้องนาในช่วงเวลานี้เหล่าบรรดาช่างภาพบอกกันว่ายามเย็นแสงสีทองของพระอาทิตย์จะสะท้อนกับพื้นน้ำก็จะได้ความงดงามไปอีกแบบ   แต่ถ้าอยากเห็นข้าวเขียวขจีเต็มท้องทุ่งช่วงเดือนก.ย. – ต้น ต.ค. จะเป็นอะไรที่สวยที่สุด หากอยากได้สีทองของรวงข้าวก็มาในช่วงปลายเดือนต.ค.

    ปกตินักท่องเที่ยวที่มาป่าบงเปียงจะมาเที่ยวแบบไปกลับ คือ จะเน้นมาเก็บแสงสวยในยามเย็น เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าแสงเย็นสวยมากถ้าโชคดีก็จะได้เห็นเป็นลำแสงลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก  หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกที่คลอเคลียอยู่ตามไหล่เขา แต่จะเจอมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันด้วย ถ้ามีฝนตกลงมาตอนกลางคืนก็มีโอกาสได้พบเห็นทะเลหมอกได้มากขึ้น

    แต่หากอยากพบเห็นทั้งสองบรรยากาศคือ แสงเย็นและทะเลหมอกก็แนะนำให้ค้างคืนซักคืน หรือใครไม่อยากค้าง เพราะที่พักอาจไม่สะดวกนักและมีน้อยก็พักแถวดอยอินนทนนท์หรือแม่แจ่มก็ได้คะ แต่จะต้องนั่งรถกันถึง 2 รอบ จะเหนื่อยและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเช่ารถในกรณีที่ไม่มีรถกระบะโฟรวิวของตัวเอง

     

    1_3

    1_4

     

    การเดินทางไปป่าบงเปียง

    การเดินทางมาที่บ้านป่าบงเปียง ต้องอาศัยรถกระบะที่มีแรงกำลังในการขับเคลื่อนเท่านั้น รถเก๋ง รถตู้ เข้าไม่ได้ เนื่องจากสภาพถนนแคบ ขรุขะและเป็นดินแดงแบบออฟโรดในบางช่วง  หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้บริการรถนำเที่ยวซึ่งติดต่อได้จากที่พักป่าบงเปียงโดยตรง หรือถ้าขับมอเตอร์ไซต์แข็งก็เช่ามอเตอร์ไซต์จากอำเภอจอมทอง หรือจากตัวอ.แม่แจ่ม ขึ้นไปก็ได้คะ

     

    บ้านป่าบงเปียง สามารถเดินทางได้  2 ทาง

    เส้นทางแรก จากเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ขับไปถึงด่านของอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายไปยังทางแยกที่จะไปอำเภอแม่แจ่ม ไปอีก 12 กิโลเมตร จะพบป้ายน้ำตกแม่ปาน เลี้ยวขวาลงไปตามป้ายนั้น จะถึงลานจอดรถ (เส้นทางนี้รถทุกชนิดเข้าได้เพราะทางราดยาง) จอดรถไว้ตรงนี้ จากนั้นต้องใช้บริการรถโฟรวิวเข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตรจะถึง บ้านป่าบงเปียง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที  สามารถติดต่อ รถเช่ารถยังที่พักป่าบงเปียงโดยตรง หรือพี่สมศักดิ์ บ้านแม่กลางหลวง โทร 081 960 8856 , 08 1760 5181  ทราบราคามาคือ ถ้ารับที่ลานจอดรถเที่ยวละ 700 บาท แต่ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนเดินทางกรุณาสอบถามอีกครั้ง

     

    เส้นทางถนนยังที่จอดรถน้ำตกแม่ปานเพื่อต่อรถกระบะไปยังป่าบงเปียง

     

    1

     

    เส้นทางไปยังป่าบงเปียง

     

    1_1

     

    เส้นทางที่ 2 ในกรณีที่เข้ามาเที่ยวในเมืองแม่แจ่ม  จากตัวเมืองแม่แจ่ม มาถึงที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ให้เลี้ยวขวา จะพบ 7-11 อยู่ฝั่งขวามือ ให้ตรงไปประมาณ 1 กิโล จะมีทางแยกซ้ายมือไปวัดพุทธเอิ้นและนาขั้นบันไดบ้านกองกาน ให้ตรงไปจะพบบ้านต่อเรือมุ่งตรงไปเรื่อยๆประมาณ 10 กิโล จะมาถึงบ้านทุ่งยาวขับตรงไป สังเกตุคือหลักกิโลแม่นาจร 16  เลี้ยวขวาจะเจอวัดทุ่งยาวให้เลี้ยวซ้าย เข้ามาประมาณ 1 กิโลจะเจอหมู่บ้านแม่มิงค์ สังเกตุป้ายเล็กๆจะบอกว่าไป ร.ร.อินทนนท์วิทยา เลี้ยวขว จะพบหน่วยจัดการต้นน้ำแม่อวม และก็จะมาถึงบ้านป่าตึงให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนทางราดยางจะสิ้นสุดตรงนี้ ชับตรงไปประมาณ 1 กิโลจะพบทางแยกทางซ้ายไปบ้านตีนผาส่วนทางขวาไปบ้านป่าบงเปียง เส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองแม่แจ่ม ประมาณ 45 นาที หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้บริการรถนำเที่ยวจากแม่แจ่ม คุณเป๊ก โทร 082 888 5180   โดยรถจะมารับถึงพักในตัวเมืองแม่แจ่มและพาเที่ยวยังจุดต่างๆในแม่แจ่มและป่าบงเปียงด้วย  ค่าบริการไปกลับ 1200 – 1500 บาท (นั่งได้ 10 คน)   เส้นทางนี้อาจใช้เวลานานกว่าเส้นทางแรกแต่เป็นเส้นทางที่วิวระหว่างทางค่อนข้างดงามเพราะเราจะผ่านนาข้าวขั้นบันไดในตัวเมืองแม่แจ่ม บ้านตีนผาด้วย ซึ่งวิวสวยมาก ระหว่างทางก็แวะถ่ายภาพไปด้วยฟินสุดๆ

     

    2

     

    ที่พักป่าบงเปียง

    เมื่อก่อนที่พักป่าบงเปียงจะมีเพียงหลังเดียว คือ มาฉิโพ แต่ปัจจุบันมีที่พักเพิ่มขึ้นประมาณ 10 กว่าหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเครือญาติกัน  ที่พักที่นี่ทุกหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้เทียนและไฟฉายคะ ลักษณะของบ้านก็เป็นกระท่อมไม้แบบเรียบง่าย มีที่นอนหมอนมุ้งให้ มีห้องน้ำทุกหลังแต่ส่วนใหญ่จะแยกออกมาจากตัวบ้าน น้ำท่าอะไรก็มีให้อาบตามปกติ   ทุกหลังมองเห็นวิวทุ่งนาแต่จะมองเห็นในวิวต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้ง ที่พักอาจไม่ได้สะดวกสบายอะไรมากนัก เพราะมาที่นี่เน้นวิวบรรยากาศ  ค่าบริการจะคิดในราคาเท่ากัน คือ คนละ 500 บาท รวมอาหารเช้าเย็น ซึ่งก็ถือว่าเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผล หรือใครอยากทานอะไรเพิ่มเติมก็เตรียมกันมาเองได้  ว่าแล้วก็มาดูบ้านพักกันว่ามีที่ไหนบ้าง ที่ป่าบงเปียงมีสัญญาณโทรศัพท์ของทุกค่ายคะ แต่ที่แรงที่สุด คงเป็น AIS

     

    14 DEW_2719

     

    สำหรับการมาเยือนป่าบงเปียงในครั้งนี้เราพักที่ บ้านมาฉิโพ ทำให้สามารถ่ายภาพเก็บรายละเอียดมาได้มากกว่าที่อื่น คำว่า มาฉิโพ แปลว่า ชาวนา เป็นที่พักแห่งแรกของที่บ้านป่าบงเปียง บ้านพักมาฉิโพและในเครือตอนนี้มีทั้งหมด 3 หลัง เรียงกัน  เป็นทั้งของพี่วิชัยและของน้องชาย ซ้ายสุดคือ บ้านมาฉิโพ หลังกลางของน้องชาย และอีกหลังก็เช่นกัน แต่พี่วิชัยบอกว่าที่พักทุกหลังในของที่นี่คือญาติกันหมด  เบอร์โทรติดต่อพี่วิชัย 081 020 1691 (บางครั้งไม่ค่อยมีสัญญาณ ต้องพยายามโทรบ่อยหน่อย)

     

    3 DEW_2714

     

    พี่วิชัยคนนี้นี่เอง ตอนเช้าๆ ก็จะมานั่งเล่นเครื่องดนตรีของชนเผ่าให้เราฟังด้วย พี่เค้าร้องเพลงเพราะมากคะ ฟังเพลงไปชมบรรยากาศไปเข้ากันดีแท้

     

    4 DEW_3116

     

    บ้านพักมาฉิโพข้างในมี 1 ห้อง พักได้ประมาณ 3 คน ข้างนอกนอนได้อีก 3 คน  มีระเบียงไม้สวยงามให้ยืนมองชมวิว  มีอ่างล่างหน้าและห้องน้ำอยู่ข้างบ้าน

     

    5

    7 DEW_2665

     

    ภายในห้องเปิดหน้าต่างมาก็เห็นวิวทุ่งนาแบบนี้คะ

     

    6 DEW_2862

    6 DEW_2863

     

    หลังที่ 2 ของน้องชายอยู่ข้างกัน หลังนี้มี 2 ห้องนอน นอนได้ห้องละ 3-4  คน และมีระเบียงให้ชมวิวได้เช่นกัน  ส่วนหลังที่ 3 ไม่ได้ถ่ายภาพข้างในมาคะ เพราะมีแขกท่านอื่นพักอยู่ แต่ดูจากขนาดแล้วก็พักได้ประมาณ 6 คนเลยทีเดียวเพราะหลังใหญ่

     

    8

     

    วิวนาข้าวมองจากหน้าระเบียงบ้านพักหลังแรก มาฉิโพ ในช่วงเย็น  เห็นบ้านพักอีก 2 หลังอยู่ด้านล่างเป็นบ้านของพี่ศรชัย ก็ญาติพี่วิชัยอีกนั้นแหละค่ะ

     

    9 DEW_2866

    10 DEW_2868

     

    อาหารสองมื้อเช้าและเย็น เป็นเมนูพื้นบ้านง่ายๆไม่กี่อย่าง เช่น ไข่เจียว ปลาทู  น้ำพริก ต้มจืดไก้ฟักทอง แต่กินกันจนอิ่มรสชาติอร่อยทีเดียวคะ

     

    มื้อเย็น

     

    8DEW_2871

     

    อาหารมื้อเช้ามีกาแฟโอวัลตินให้บริการในตอนเช้าด้วย

     

    9 DEW_3036

     

    บ้านพักหลังต่อไปถัดลงมาจากบ้านพี่วิชัย จะตั้งอยู่โดดเด่นกลางทุ่ง  คือ บ้านพักของพี่ศรชัย มี 2 หลัง นอนได้หลังละ 3-4 คน มีห้องน้ำแยกออกมาจากตัวบ้านเช่นกัน  เบอร์ติดต่อ โทร 084 435 9887  097 191 6131  มีระเบียงสำหรับนั่งชมวิวเช่นกัน  ถือว่าเป็นบ้านพักที่วิวสวยเลยทีเดียวเพราะสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาและภูเขาได้แบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา

     

    10

     

    ขวาบ้านพี่ศรชัย  ซ้าย คือ มาฉิโพ ของพี่วิชัย

     

    11 DEW_2759

     

    วิวจากหน้าบ้านพัก

     

    11 DEW_2981

    13 DEW_2776

     

    ส่วนหลังนี้คือ ของ พี่วีรศักดิ์  โทร 093 074 2686 อยู่ถัดมาจากบ้านมาฉิโพ เป็นบ้านหลังเดียว น่าจะพักได้ประมาณ 6-10 คน  เพราะหลังใหญ่

     

    15 DEW_2856

     

    ถัดลงมากจากบ้านพี่วีรศักดิ์  หลังนี้เป็นของพี่ทองดี  ติดต่อ โทร 080 847 8863

     

    16 DEW_2827

     

    ส่วนอีก 1 หลัง ตั้งอยู่บนสุดจะอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน  บ้านพัก พี่วัฒ พี่บัติ อยู่เลยบ้านมาฉิโพขึ้นไปเกือบถึงหมู่บ้าน โทร 080 794 6883 085 713 1891

     

     

     

    กิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาถึงป่าบงเปียง

    เก็บบรรยากาศชมทุ่งในยามบ่าย

    แน่นอนมาเที่ยวนาข้าวขั้นบันได  เราก็ต้องมาถ่ายภาพชมวิวนาข้าว มาถึงที่นี่ไม่ว่าเราจะพักอยู่ตรงจุดไหน หรือแม้แต่ไม่ได้พัก ก็สามารถเดินชมวิวถ่ายภาพทุ่งนาและถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัย อยากถ่ายมุมไหนก็เดินไปคะ  แต่ถ้าไม่ได้พักทีนี่เวลาจะขอถ่ายภาพบ้านพักหรือจะขอไปชมบ้านพักก็ขออนุญาติผู้เข้าพักกันตามมารยาทนิดนึง ทุกคนยินดีที่จะแบ่งปันความสุขนี้อยู่แล้วคะ

     

    17 DEW_2629

    18 DEW_2640

    19 DEW_2715

     

    พื้นที่นากว้างไกลมีวิวของภูเขาเป็นฉากหลังสวยงามสลับซับซ้อน จะเลือกเดิน เลือกถ่าย หรือเลือกชมวิว ตรงจุดไหนก็ได้ เพราะสวยหมดทุกจุด เห็นวิวได้แบบ 360 องศา

     

    20 DEW_2722

    21 DEW_2739

    22 DEW_2770

    27 DEW_2806

     

    น้องกลุ่มนี้พร้อมเพรียงกันใส่เสื้อกันฝนสีสันสดใส เห็นถ่ายรูปกันสนุกสนานเลยขออนุญาตน้องเค้ามาเป็นแบบถ่ายภาพบ้างซักหน่อยก็ให้ความร่วมมือดีมาก ฝากขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยคะ

     

    22 DEW_2735

    23 DEW_2746

     

    ครั้งที่ 4  ที่ได้มาที่นี่ ถ้าพูดถึงวิวยอดฮิตของป่าบงเปียง มันก็คือ มุมเดิมที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องได้ภาพมุมนี้กลับไปหมดจะต่างกันที่แสงในแต่วันที่ได้เจอเท่านั้นเอง แต่ถึงแม้จะเป็นมุมเดียวแต่เราก็สามารถสรา้งสรรค์ภาพได้ตามแบบฉบับของเราได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ

     

    24 DEW_2847

    25 DEW_2845

    26 DEW_2764

     

    มาเที่ยวทุ่งนาอยากได้ภาพตัวเองสวยๆ ต้องเลือกสีเสื้อมาให้ตัดกับสีเขียวกับท้องทุ่งคะ สมาชิกที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน พวกนางเป็นงานแล้วเตรียมพร้อมกันมาอย่างดี

     

    28 DEW_2784

    29 DEW_2779

    30 DEW_2785

    31 DEW_2794

     

    เจ้าของที่นาตัวจริง หลังจากนำจอบมาขุดถางพวกวัชพืชออกจากนาแล้วก็เดินทางกลับบ้าน

     

    32 DEW_2807

     

    หลังจากฟ้าครึ้มมาตลอดทั้งวัน พอช่วงเย็นฟ้าก็เริ่มเปิดให้พวกเราได้ชื่นใจและมีความหวังว่าจะได้เห็นลำแสงสุดท้ายเป็นลำแสงลอดผ่านก้อนเมฆและภูเขาในแบบที่เคยเห็นเมื่อครั้งเคยมาครั้งแรก แต่แล้วภาพนั้นก็ไม่ได้ปรากฏพระอาทิตย์โดนก้อนเมฆบังอย่างเร็วมาก แต่ถึงอย่างไรความอบอุ่นของแสงที่ส่องมาเพียงชั่วครู่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ความงามของบ้านป่าบงเปียงในช่วงตะวันตกดินจะสวยน้อยลงไปเลย

     

    33 DEW_2816

    36 DEW_2832

    34 DEW_2825

    35 DEW_2831

    37 DEW_2844

     

    ดูดาวยามค่ำคืน 

    คืนนี้เพื่อนร่วมทางบอกว่าทางช้างเผือกจะขึ้นตั้ง แต่ 2 ทุ่ม – 5 ทุ่ม  พวกเราก็พร้อมกันสิคะ ตั้งกล้องรอถ่ายดาวและทางช้างเผือกกันจากระเบียงบ้านนี่แหละ  เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน นั่งเล่นเน็ตอยู่หน้าคอม มานั่งเมาท์ใต้แสงเทียน ดูดาวยามค่ำคืน มันก็อีกหนึ่งบรรยากาศที่ประทับใจที่เราหาโอกาสได้ไม่บ่อยนัก

     

    38

    39

     

    ตื่นแต่เช้าชมทะเลหมอก  

    6 โมงเช้า เราตื่นและมายืนเฝ้ามองทะเลหมอกจากหน้าบ้านพัก  ทะเลหมอกในเช้านี้คงหมดหวังที่จะได้เห็นแบบเยอะอลังการแล้วสินะ

     

    40 DEW_2900

    41 DEW_2925

    42 DEW_2930

     

    แต่สิ่งที่เราคิดไว้ไม่เป็นแบบนั้นคะ ระหว่างที่เรารอก็เดินลงไปชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ  แต่สายหมอกจากภูเขากลับลอยเข้ามามากขึ้นทั้งจากฝั่งทางด้านซ้ายแล้วด้านขวา แอบกรี๊ดในใจเบาๆ เริ่มมีความหวังแล้วเรา

     

    44 DEW_2961

    43 DEW_2932

    45 DEW_2993

     

    เราเดินกลับไปยังที่พักมาฉิโพแล้ว  แต่ทันใดนั้นเมื่อหันมองกลับไปเห็นหมอกเยอะขึ้น ก็ไม่รอช้าวิ่งกลับไปยังที่เดิมซอยเท้ารัวๆ เพื่อให้ทันเก็บภาพหมอกอีกครั้ง  ถึงแม้อาจจะไม่ใช่สายหมอกที่จินตนาการไว้ตามภาพที่อยากจะเจอ  แต่หมอกในเช้าวันนี้ที่เราเห็นก็วิเศษที่สุดแล้วละ นี่แหละเค้าถึงบอกว่าธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเพียงแค่เสี้ยวนาทีเดียวก็เปลี่ยนได้คะ ขอเพียงเราใจเย็นและเฝ้ารอ

     

    46 DEW_2994

    47 DEW_3009

     

    ป่าบงเปียงครั้งนี้  ถือเป็นครั้งแรกที่เราค้างคืนกันที่นี่ เพราะปกติจะมาตอนบ่ายเก็บภาพแสงเย็นแล้วกลับไปนอนที่แม่แจ่มตลอด แต่เพราะเราอยากเห็นหมอกในยามเช้าบ้าง เลยตั้งใจค้างที่ป่าบงเปียงเพื่ออยากเห็นหมอกที่นี่บ้าง  สุดท้ายแล้วก็ไม่ผิดหวัง

     

    48 DEW_2998

     

    เมื่อสายหมอกหายไป แสงยามเช้าก็มาแทนที่ ส่องกระทบกับนาข้าวขั้นบันได และทิวเขาซึ่งตอนนี้เริ่มมีสีทองเข้ามาแซมด้วย เมฆหมอกสีขาวลอยไปมาสลับกับท้องฟ้าสีฟ้า

     

    53 DEW_3099

    49 DEW_3049

    50 DEW_3051

     

    เรานั่งอยู่ในที่เดิม แต่บรรยกาศที่เราเห็นตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไปตลอด ความสุขของการเที่ยวธรรมชาติ คือ  การได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ   9.00 น. คือเวลาที่เรานัดให้รถกระบะมารับ  ถึงเวลาที่เราต้องก้าวเท้าทั้งสองออกจากป่าบงเปียง ทิ้งไว้เพียงความประทับใจที่เราได้พบเห็นตลอด 1 คืน ช่างสุขล้นจริงๆคะ

     

    51 DEW_3055

    52 DEW_3072

     

    Tags : , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน